องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของ เดือนพฤศจิกายนเป็น “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของโลก”
เพื่อให้ชาวโลกตระหนักถึงผลกระทบของอุบัติเหตุจราจร ซึ่งคร่าชีวิตประชากรทั่วโลก ไม่ตํ่ากว่าปีละ 1.3 ล้านคน มีผู้บาดเจ็บและพิการจากอุบัติเหตุจราจรอีกปีละกว่า 50 ล้านคน
ผู้สูญเสียชีวิตส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว อายุ 15 ปี ถึง 29 ปี กลุ่มคนวัยเยาว์เหล่านี้ ต้องจบชีวิตในเวลาอันสั้นจากอุบัติเหตุจราจร สืบเนื่องจากความประมาทและปัญหาเมาแล้วขับเป็นสาเหตุสำคัญ
คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ แถลงว่าการที่ยูเอ็น กำหนดให้มี “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร” เพื่อให้สังคมโลกตระหนักถึงภยันตรายร้ายแรงจากอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
เพื่อให้นานาชาติร่วมมือกันป้องกันและควบคุมอุบัติเหตุจราจร รวมทั้งกระตุ้นต่อมสำนึกผู้ใช้รถใช้ถนนให้ยึดหลักความปลอดภัยในการเดินทาง
คุณหมอแท้จริง ซึ่งเป็นหัวหอกต่อต้านปัญหาเมาแล้วขับอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แถลงเพิ่มเติมว่าประเทศไทยมีผู้สูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นประวัติการณ์ปีละ 22,000 คน
มีผู้บาดเจ็บและต้องกลายเป็นผู้พิการปีละกว่า 1 ล้านคน
มากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประชากรไทย 68 ล้านคน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากกว่าประเทศจีน ซึ่งมีประชากร 1,300 ล้านคน
มากกว่าประเทศอินเดียที่มีประชากร 1,200 ล้านคน
นี่คือเรื่องจริงที่ไม่น่าภูมิใจ
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ประเทศไทยครองแชมป์ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอันดับหนึ่งของเอเชีย
องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของ เดือนพฤศจิกายนเป็น “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของโลก”
สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเมืองไทยปีละ 22,000 คน
แสดงว่าคนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ย 60 ศพต่อวัน
มูลนิธิเมาไม่ขับ จึงใช้วาระวันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของยูเอ็น ทำหนังสือด่วนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาให้เร่งพิจารณาแก้ ก.ม.เพิ่มโทษความผิดเมาแล้วขับไปชนคนตาย จากอัตราโทษจำคุก 3 ปี ถึง 10 ปี
ให้เป็นโทษจำคุก 12 ปี ถึง 15 ปี
(เท่ากับอัตราโทษเจตนาฆ่าคนตาย)
สาเหตุที่ต้องเพิ่มโทษจำคุกความผิดเมาแล้วขับรถชนคนตายให้รุนแรงขึ้น เพื่อให้ผู้เมาแล้วขับรถไปชนคนตายต้องได้รับโทษ “ติดคุกสถานเดียว”
แม้จำเลยจะยอมสารภาพ ศาลปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งก็ต้องติดคุกไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษที่ไม่สามารถรอลงอาญา
“แม่ลูกจันทร์” ขอร่วมสนับสนุนข้อเสนอของมูลนิธิเมาไม่ขับ และขอกระชุ่น นายกฯลุงตู่ และ “ท่านประธานศาลฎีกา” โปรดดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดผลโดยเร็ว
เพื่อความปลอดภัยชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่เป็นเหยื่อตีนผีเมาแล้วขับปีละนับหมื่นราย
ข้อมูลระบุว่าปีที่แล้ว (2561) มีผู้กระทำผิดเมาแล้วขับสูงถึง 112,991 คดี
เพิ่มจากปี 2560 ถึง 16,524 ราย
ปีนี้ (2562) สถิติคดีเมาแล้วขับจะเพิ่มขึ้น? หรือลดลง? ยังต้องรอรวบรวมสถิติอีก 2 เดือน
ถ้าปีนี้สถิติคดีเมาแล้วขับลดลงก็เสียยี่ห้อประเทศไทยน่ะซีโยม.
“แม่ลูกจันทร์”