ข่าว
100 year

"สิระ" จ่อฟ้อง "เสรีพิศุทธ์" แค้นโดนหยาม "ส.ส.สวะ"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 พ.ย. 2562 05:25 น.
SHARE

บิ๊กตู่ปัดเปลี่ยนลายเซ็น

“วิษณุ” เล่นแง่ กมธ.ป.ป.ช.ยังไม่ได้อ้าง พ.ร.บ.คำสั่งเรียกนายกฯ ไม่ไปแจงยังไม่ผิด ป้อง “บิ๊กตู่” พยายามทำตาม รธน.อย่างที่สุดแล้ว “สิระ” นำทีมกมธ.ซีกรัฐบาลยื่น “ชวน” ทบทวนมติ กมธ.ส่อขัดข้อบังคับประชุมสภาฯ ซัด “เสรีพิศุทธ์” ชำระแค้นส่วนตัว จ่อฟ้องหมิ่นฯหยามเป็น ส.ส.สวะ ผู้ตรวจการฯมีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกขัดหรือแย้งต่อ รธน.ม.129 หรือไม่ “ประยุทธ์” ปัดเปลี่ยนลายเซ็นเสริมดวง ลั่นอยู่ที่ทำกรรมดี “บิ๊กป้อม” โบ้ยนัดมีตติ้งยันไม่มีรอยร้าวพรรคร่วมฯ

“เทพไท” คาดถกตั้ง กมธ.ศึกษา รธน. 27-28 พ.ย. แนะทุกพรรคอย่าส่งตัวป่วนเข้ามา กรธ.เคลียร์คัต “มีชัย” ไม่ยุ่งแก้ รธน. “ธนาธร” แถลงปิดคดีโต้ บ.วี-ลัค มีเดียไม่ใช่หุ้นสื่อ เชื่อผิดเพราะต้าน คสช.สืบอำนาจ ไม่ใช่คุณสมบัติ พ้อฝันเห็นประเทศไทยมีนิติรัฐไร้รัฐประหารผิดบาปนักหรือ

ปัญหาขัดแย้งในการทำงานของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน กรณีเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าชี้แจงปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนและประเด็นอื่น มีการเล่นเชิงทางกฎหมายกันไปมา ล่าสุดผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.แล้ว

“วิษณุ” โต้ไม่อ้าง ก.ม.คำสั่งเรียกยังไม่ผิด

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้เปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ว่าเป็นเรื่องของสภาฯ ตอบไม่ถูก ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ทราบในอดีตมีหรือไม่ อาจจะเคยเปลี่ยนแต่เราไม่รู้ เช่น ประธาน กมธ.ลาออก แต่การลงมติเอาประธานออกไม่แน่ใจไม่เคยเห็น เมื่อถามว่ามีระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจเข้าข่ายใช้อำนาจเกินหน้าที่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบเรื่องนี้ เข้าใจว่าคงไม่เคยมีการบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 มาก่อน กฎหมายดังกล่าวเกี่ยวกับการออกคำสั่งให้มาชี้แจงต่อ กมธ. แต่ต้องเป็นการสั่งตาม พ.ร.บ.นี้ การสั่งของ กมธ.เป็นได้ทั้งการขอความร่วมมือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุม หรือสั่งให้มาตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก กมธ.ยังไม่ได้อ้างอำนาจตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่เป็นเรื่องความผิดทางอาญา ฉะนั้นจึงต้องมีการสั่งและถ้าไม่ไปถือว่าขัดคำสั่ง

ยันผู้นำทำตาม รธน.อย่างที่สุดแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า กมธ.ต้องลงมติให้เรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ แต่กรณีของ กมธ.ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกหรือไม่ตนไม่แน่ใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหนังสือที่เขาส่งมาให้นายกฯ เมื่อถามว่าการที่นายกฯ ส่งคนไปชี้แจงแทนถือว่าเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่าในส่วนของนายกฯ ได้พยายามทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับที่สุดแล้ว แต่เมื่อ กมธ.เห็นว่ายังไม่จบ เป็นเรื่องของ กมธ. เป็นเรื่องระหว่าง กมธ.กับนายกฯ คงไปตอบแทนใครไม่ได้

นายกฯ แค่ถามกู้เงิน สปส.ได้หรือไม่

นายวิษณุกล่าวถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ข้อสั่งการนายกฯ ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) หาแนวทางและมาตรการการบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคม เช่น การกู้ยืมเพื่อการลงทุน หรือการกู้ยืมเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆ ว่าต้องถาม สปส. เป็นการปรารภของนายกฯ และแจ้งข้อสั่งการไปให้ สปส.ตอบกลับมาว่าทำได้หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการสั่งและที่ใช้คำว่าข้อสั่งการคือไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี คล้ายกับเรื่องที่ประธานที่ประชุมยกขึ้นมาแจ้งเพื่อทราบหรือหารือ เกี่ยวกับหน่วยงานใดต้องแจ้งกลับมาว่าทำได้หรือไม่ได้ มีหลายเรื่องที่นายกฯ สั่งการเช่นนี้ และกระทรวงแจ้งกลับมาว่าไม่อยู่ในอำนาจก็จบ เมื่อถามว่าถ้าจะใช้เงินตรงนั้นต้องเข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ตอบไม่ถูก ถ้าติดที่กฎหมาย ครม.ก็อนุมัติแทนไม่ได้

“สิระ” นำทีมยื่น “ชวน” คว่ำมติ กมธ.ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ (กมธ.ป.ป.ช.) ในสัดส่วนรัฐบาล นำโดยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นายภานุ ศรีบุษยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ นายอาสพลธ์ สรรณไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ผ่านเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ เพื่อขอให้ทบทวนมติ กมธ.ที่อาจส่อขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาฯหรือไม่

จากกรณีมติเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาชี้แจงอีกครั้ง เนื่องจากการลงมติขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 90 เพราะเป็นเรื่องของสมาชิกสภาฯทั้งสภาฯได้พิจารณาไปแล้ว อาจทำให้ กมธ.ทั้งคณะมีความผิดตามกฎหมายที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม

ซัด ปธ.ใช้ กมธ.ชำระแค้นส่วนตัว

นายสิระกล่าวว่า ในฐานะ กมธ.ได้ทำหนังสือยื่นถึงนายชวน เพื่อให้พิจารณาว่ามติในที่ประชุมคณะ กมธ.ป.ป.ช.มีมติที่ไม่ชอบหรือไม่ ขัดกับข้อบังคับสภาฯ ข้อที่ 90 หรือไม่ ตนไม่สบายใจการทำงานของประธาน กมธ. แทนที่จะปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่โกงประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผ่านมา 4 สัปดาห์แล้วยังใช้เวลาอันมีค่ามาทำเรื่องส่วนตัวชำระแค้นกันหรือไม่ อยากให้ประชาชนช่วยตัดสินใจว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯได้พิจารณาในที่ประชุมสภาฯแล้ว ช่วงที่ผ่านมาผู้ถูกเชิญมาชี้แจงได้ทำเอกสารและส่งตัวแทนมาชี้แจงหมดแล้ว จึงเห็นว่าประธาน กมธ.ป.ป.ช.ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่หรือไม่ แทนที่จะใช้เวลาไปทำเรื่องปัญหาการทุจริต ทำให้ประเทศชาติเสียเวลาเสียโอกาส การประชุม กมธ.ป.ป.ช.วันที่ 20 พ.ย. พวกตนยังคงเดินหน้าเสนอให้เปลี่ยนตัวประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยังมั่นใจว่ามีเสียงพอเพียง ดูได้จากวันนี้ที่มาร่วมแถลงข่าว ไม่ได้มีเฉพาะ กมธ.จากพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น แต่มีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นด้วย

จ่อฟ้องหมิ่น “เสรีพิศุทธ์” ด่า ส.ส.สวะ

นายสิระกล่าวต่อว่า วันที่ 19 พ.ย.จะไปที่ศาลอาญา ฟ้องคดีอาญากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ฐานหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าตนซื้อเสียงและเป็น “ส.ส.สวะ” ตนเป็น ส.ส.ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่ควรดูหมื่นคนอื่น พฤติกรรมที่ผ่านมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เช่น การชี้หน้า น.ส.ปารีณาเป็นสุภาพสตรีถือเป็นการหมิ่น อีกทั้งยังชอบพูดจาดูถูกคนอื่นๆว่าโง่ คนนี้พูดไม่รู้เรื่อง ขอย้อนถามว่าเป็น ผบ.ตร.มากี่วันช่วงนั้นได้ทำอะไรให้ตำรวจบ้าง ที่บอกเกลียดเผด็จการ อยากถามว่าได้ตำแหน่ง ผบ.ตร.ในช่วงที่มีเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารของ คมช.ใช่หรือไม่

ผู้ตรวจการฯส่งตีความคำสั่งเรียก

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 6 พ.ย.เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาวินิจฉัยเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณี พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 ให้อำนาจคณะ กมธ.สภาฯและวุฒิสภามีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคล หรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 129 หรือไม่

โดยมีมติเอกฉันท์ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 15 พ.ย. เนื่องจากเห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 135 ให้อำนาจ กมธ.ทั้งสองสภาฯออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง ทั้งยังให้คำสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบังคับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 13 หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยันไม่เกี่ยวเรียกนายกฯชี้แจง

นายรักษเกชากล่าวว่า แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 129 ไม่ได้บัญญัติให้มีกฎหมายบังคับการเรียกและมิได้มุ่งเน้นที่จะลงโทษทางอาญาต่อบุคคลผู้ถูกเรียก กล่าวคือ กมธ.มีอำนาจเพียง “เรียก” มิได้ให้อำนาจในการ “ออกคำสั่งเรียก” เหมือนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 135 ของรัฐธรรมนูญ 50 ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีความเห็นว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 129 ยืนยันว่าการพิจารณาดังกล่าวของผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวกับการที่ กมธ.ป.ป.ช.ของสภาฯจะออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรี กรณีถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน และเมื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เป็นดุลพินิจของประธาน กมธ.ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำสั่งเรียกเอกสารหรือบุคคลที่ได้มีมาก่อนหน้านี้ เพราะผู้ตรวจการฯไม่ได้มีอำนาจจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่งเรียกดังกล่าวได้ รวมทั้งเป็นดุลพินิจของผู้ถูกเรียกว่าจะไปให้ข้อมูลหรือรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กตู่” ปฏิเสธแก้ลายเซ็น

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 พ.ย. นายกฯเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีวาระงานการประชุมใดๆ ได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยเมื่อเวลา 15.00 น. รายการ Government weekly ที่เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” สัปดาห์นี้นายกฯพูดถึงสตาร์ตอัพ ไทยแลนด์ว่า อยากให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ต้องกระโจนทะยานสู่โลกภายนอก ต้องสร้างนวัตกรรมที่ลงทุนตั้งสติ สมอง ขับเคลื่อน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนขจัดอุปสรรค เพื่อให้นักลงทุนสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีเดินไปด้วยกัน เป้าหมายเราต้องการให้ธุรกิจส่วนนี้เติบโต 30,000 ล้านบาท

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวนายกฯเปลี่ยนลายเซ็นเพื่อเสริมดวงว่า นายกฯบอกท่านไม่ได้เปลี่ยนลายเซ็น เพียงแต่งานเยอะ บางครั้งรีบเซ็นตวัดไปบ้าง ทุกอย่างอยู่ที่การทำกรรมดี

“บิ๊กป้อม” ปัดมีตติ้งพรรคร่วมไม่มีร้าว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนต้อนรับ พล.อ.เว่ย เฟิ่งเหอ รมว.กลาโหม สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน กับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 15-19 พ.ย. ถึงกรณีกระเเสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะนัดหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารเพื่อเคลียร์ใจว่า “ยังไม่มี ไม่มี” เมื่อถามว่าตอนนี้มีรอยร้าวเกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “รอยร้าวที่ไหน ไม่มี” เมื่อถามย้ำว่าเป็นรอยร้าวที่มาจากพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า “ไม่มีแล้ว เขาโอเคแล้ว”

“เทวัญ” ยันรัฐบาลกลมเกลียวกันดี

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการนัดประชุมพรรคแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า นายกฯกำลังหาเวลาสะดวกเพื่อพบปะพูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายหรือมีการเทียบเชิญ จะเป็นเวลาใดเหมาะสมทั้งนั้น ไม่มีปัญหา ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลกลมเกลียวกันดี เชื่อใน ครม.ไม่มีปัญหาอะไรกัน โดยเฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวเตรียมแจกกล้วยซื้อตัว ส.ส.เพื่อช่วยรัฐบาลโหวตผ่านเรื่องต่างๆ นายเทวัญกล่าวว่า ไม่น่าจะมี เห็นมีแต่พูดๆกัน ยังไม่เห็น มีใครมีข้อมูลหลักฐาน ที่สำคัญ ส.ส.ทุกคนมีเกียรติ ไม่ใช่ไปให้อะไรแล้วเขาจะฟังง่ายๆ ไปบอกซ้ายหัน ขวาหันคงไม่ได้

“ธนกร” อัด “เต้” จุ้นเสี้ยมแซะ “อุตตม”

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสนอให้นำนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ มาเป็น รมว.คลัง แทนนายอุตตม สาวนายน ว่า แค่กระบวนการทางความคิดก็ผิดแล้ว ไม่มีรัฐบาลไหนเอา ส.ส.ฝ่ายค้านมาเป็นรัฐมนตรี ที่สำคัญนายอุตตมมีความรู้ความสามารถ เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง มีผลงานชัดเจน เป็นถึงหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมามุ่งมั่นตั้งใจมาก หลายโครงการได้รับความชื่นชมทั่วประเทศ ผิดหวังกับพฤติกรรมนายมงคลกิตติ์ นับวันยิ่งเปลี่ยนไปอย่างมาก หน้ามือเป็นหลังมือ ทำแต่เรื่องไร้สาระ หวังลมๆแล้งๆว่าจะได้เป็นข่าวรายวัน อยากให้กลับตัวกลับใจใหม่ สังคมยังให้อภัย กลับมาตรวจสอบความไม่ถูกต้องในสังคม

“เทพไท” คาดถก กมธ.ศึกษา รธน.27 พ.ย.

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าดูระเบียบวาระการประชุมสภาฯแล้ว ญัตตินี้มีโอกาสจะนำมาพิจารณาได้สัปดาห์สุดท้ายคือช่วงวันที่ 27-28 พ.ย.เพราะสัปดาห์หน้าต้องพิจารณาญัตติศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้คำสั่ง คสช.ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์ก่อน คาดว่าจะมีผู้อภิปรายจำนวนมาก อาจใช้เวลานานพอสมควร ส่วนญัตติขอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของตน จะนำเข้าวาระพิจารณาตอนไหนไม่กังวล หลังการพิจารณาญัตติการศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับคำสั่ง คสช.แล้วถึงคิวญัตติของตนแน่นอน จะเตะถ่วงหรือยื้อเวลาออกไปไม่ได้อีกแล้ว

ชง “มาร์ค-บัญญัติ-นิพิฏฐ์-ชำนิ” ร่วมวง

“การนำเอาญัตติการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพิจารณาช่วงปลายเดือน พ.ย.จะเป็นผลดีต่อ ส.ส.ที่จะอภิปรายจะได้มีเวลาเตรียมข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้น พรรคต่างๆจะมีเวลาสรรหาบุคคลเหมาะสมมาเป็น กมธ. อยากนำเสนอว่าทุกพรรคไม่ควรเสนอชื่อบุคคลที่คาดว่าจะสร้างปัญหาหรือเป็นอุปสรรคในการทำงานของคณะ กมธ. ชุดนี้เข้ามา อาจทำให้ไม่ราบรื่น เกิดความวุ่นวายได้ พรรคประชาธิปัตย์กำลังรอการประสานงานของแกนนำพรรคและวิปพรรคที่ให้ไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันมติพรรคสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะ กมธ.ชุดนี้ให้เป็นผลสำเร็จ กมธ.ของพรรคจะสรรหา ส.ส.ที่อาวุโสทางการเมือง มีจุดยืนประชาธิปไตยชัดเจน เป็น ส.ส.มาหลายสมัย ผ่านการใช้รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เหมาะสม ส่วนผมถ้าพรรคจะพิจารณาบุคคลอื่นที่พรรคเห็นว่าเหมาะสมกว่าไม่ติดใจ” นายเทพไทกล่าว

“พรเพชร” เปรยไม่มี ส.ว.มีแต่หลัง รปห.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นประเด็นของสภาฯต้องพิจารณา ส.ว.ไม่ได้ศึกษาประเด็นหรือรายละเอียดใดควบคู่ไป ส่วนที่มีข่าวตัวแทน ส.ว.อาจได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของสภาฯสัดส่วนบุคคลภายนอกของรัฐบาล พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และนายสมชาย แสวงการ ส.ว.ที่มีข่าวปฏิเสธแล้วไม่ทราบว่ามี ส.ว.คนอื่นได้รับทาบทามหรือไม่ ไม่สามารถบังคับได้ แต่หากจะเข้าไปต้องเป็นไปในนามบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่ง ส.ว. หากเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ส.ว.ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมตามกลไกที่รัฐธรรมนูญกำหนด ต้องเสนอเป็นญัตติต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเท่านั้น แต่หากทราบตัวบุคคลหรือแนวทางศึกษาของสภาฯแล้ว อาจให้ความเห็นหรืออาจตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาฯเสนอได้ ที่จะศึกษาเพื่อไม่ให้มี ส.ว. หากมองว่า ส.ว.เป็นไส้ติ่งควรตัดทิ้ง แล้วตลอดการปกครอง 87 ปีที่ผ่านมามีครั้งไหนที่รัฐสภาไทยเป็นสภาฯเดี่ยวบ้าง หลังการเลือกตั้งแล้วต้องมี 2 สภาฯ ยกเว้นแต่หลังรัฐประหารเท่านั้น อยากให้เป็นแบบนั้นหรือไม่

กรธ.เคลียร์ “มีชัย” ไม่ยุ่งแก้ รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 (กรธ.) ได้โพสต์ข้อความกลางดึกของเมื่อวันที่ 14 พ.ย. โดยระบุว่า “เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามที่มีผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และสื่อมวลชนได้รายงานโดยคาดหมายว่า จะมีอดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (นายมีชัย ฤชุพันธุ์) หรือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ไปร่วมเป็นกรรมการร่วมด้วยนั้น ขอเรียนว่า ข่าวดังกล่าวเป็นการคาดการณ์กันไปเองทั้งสิ้น อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว จึงขอเรียนให้ผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารบ้านเมืองและสื่อมวลชน ได้รับทราบโดยทั่วกันเพื่อจะได้ไม่รายงานข่าวที่คลาดเคลื่อนในลักษณะนี้อีก ขอขอบคุณและขอเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน”

“ธนาธร” แถลงปิดคดีโต้วี-ลัคไม่ใช่หุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อ่านคำแถลงปิดคดีความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยวันที่ 20 พ.ย.ว่า 1.บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นสื่อหรือไม่ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ผลิตนิตยสาร WHO ฉบับสุดท้ายเดือน ต.ค.2559 เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ส่วนหนังสือจิ๊บๆ บริษัทวี-ลัคฯเป็นแค่ผู้ผลิต เจ้าของหนังสือคือบริษัทนกแอร์ ปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2561 ยุติการดำเนินการและไม่มีพนักงานและบริษัทไม่มีรายได้ตั้งแต่ 26 พ.ย.2561 ดังนั้น บริษัทวี-ลัค ยุติกิจการไปแล้วและไม่มีผลิตภัณฑ์แล้ว จะเป็นสื่อมวลชนได้อย่างไร เป็นบริษัทไม่มี การปฏิบัติการใดๆ แต่รอการชำระบัญชีเท่านั้น 2.ในคำร้องของ กกต.ระบุว่ายังเป็นผู้ถือหุ้น 21 มี.ค.2562 อ้างอิงสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ที่บริษัทแจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ แต่การจะดูว่าการเปลี่ยนแปลงหุ้นสำเร็จหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 และ 1141 ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นอื่นหรือมีน้ำหนักพอ ต้องถือว่าธุรกรรมโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่วันที่มีทำธุรกรรมไปแล้ว คือ 8 ม.ค.2562

เชื่อผิดเหตุต้าน คสช.ไม่ใช่คุณสมบัติ

นายธนาธรระบุอีกว่า 3.นิตยสารที่ผลิตโดยบริษัทวี-ลัคฯ ไม่เคยให้คุณให้โทษในทางการเมืองแม้แต่นิดเดียว วันที่นิตยสารปิดตัวลง ไม่มีรายได้แล้ว เกิดขึ้นก่อนจะมีใครรู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง พ.ศ.2562 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 แต่บริษัทปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น ตนไม่มีเจตนาจะคงบริษัทอยู่ และบริษัทได้ปิดกิจการก่อนจะมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งด้วยซ้ำ 4.กระบวนการพิจารณาคดีเป็นธรรมหรือไม่ ประเด็นนี้ คณะกรรมการสืบสวน กกต.กำลังดำเนินการและเรียกพยานมาในวันที่ 22 พ.ค.2562 แต่ปรากฏว่า กกต.ชุดใหญ่ได้ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 16 พ.ค.2562 ทั้งที่คณะกรรมการสอบสวน กกต.ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลชั้นเดียว แค่เรื่องนี้มีน้ำหนักพอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องแล้ว จากทั้ง 4 ข้อถ้าถามว่าตนผิดอะไร คำตอบคือไม่ใช่เรื่องการถือหุ้นสื่อ แต่ความผิดคือการต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช.

ฝันไทยมีนิติรัฐไร้รัฐประหาร

“ผมฝันเห็นว่าทุกคนเท่าเทียมกัน มีนิติรัฐนิติธรรม ฝันเห็นประเทศไทยก้าวหน้า และประเทศไทยที่ไม่มีรัฐประหาร ความฝันเช่นนี้มันเป็นผิดบาปมากนักหรือในประเทศนี้ เพื่อให้ได้ความฝันนี้เราจึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อมาต่อสู้เรียกร้องความฝันของเราตามระบบ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งตามกฎหมาย ฝันอะไรก็บอกประชาชนอย่างนั้น เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งออกมา เราทำงานการเมืองสร้างสรรค์ สู้ในสภาอย่างภาคภูมิใจ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรค ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็รณรงค์อย่างสันติ การตั้งพรรคเพื่อสร้างความฝันของเราให้เป็นจริง มันเป็นความผิดบาปมากขนาดนั้นเลยเหรอในประเทศนี้” นายธนาธรกล่าว

ไร้แผนสำรองเชื่อพรรคไม่ถูกยุบ

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอายุเกิน 70 ปี หลายคนผ่านเหตุการณ์รัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง ตนเกิดปี 2521 ผ่านเหตุการณ์รัฐประหาร 4 ครั้ง เราจะอยู่ในสังคมอย่างนี้ต่อไป หรือ ตอนนี้เป็นเวลาที่ควรจะมาทบทวนประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรมาบ้างในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลต่างๆมีส่วนทำให้สังคมเดินมาถึงจุดนี้ ถึงเวลาที่เราต้องส่งเสียงกันและพาสังคมออกจากจุดนี้ วันนี้สังคมแตกต่างทางความคิดสองส่วน ระหว่างการพาประเทศเดินหน้าไปด้วยประชาธิปไตยกับการพาประเทศเดินหน้าไปด้วยระบบอำนาจนิยม คนที่จะตัดสินได้ดีที่สุดควรเป็นประชาชนผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพในการเลือกอนาคตของประเทศไทยด้วยตัวเอง ส่วนผลการตัดสินวันที่ 20 พ.ย. จะออกมาเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ ไม่มีแผนสำรองใดๆ การลงเล่นการเมืองถือว่าไม่มีจุดที่จะกลับตัวแล้ว ที่ผ่านมายอมเล่นตามกติกามาโดยตลอด หากจะแพ้ขอแพ้ตามกติกา ขอย้ำว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการยุบพรรค เพราะเป็นเรื่องของตนคนเดียว ส่วนคนที่กำลังโยงไปสู่การยุบพรรคหมายความว่าไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน

“วรงค์” เหน็บอยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่

เมื่อเวลา 10.30 น.นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ยังไม่จบไม่สิ้น” ระบุว่า “ได้รับการประสานจาก ปปง.ให้ไปเบิกความเป็นพยาน กรณียึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและเครือข่าย กรณีทุจริตมหากาพย์โกงข้าวจีทูจี สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์อีก 2 ครั้ง วันที่ 19 พ.ย.62 และวันที่ 8 เม.ย.63 แต่ก่อนเราสู้กับระบอบทักษิณ อย่างมากแค่ได้อำนาจรัฐมาเพื่อทุจริตเชิงนโยบาย ใช้อำนาจไม่ชอบ ออกกฎหมายล้างผิด แต่วันนี้การเมืองเปลี่ยนไปมาก ปลูกฝังความเชื่อชังชาติแก่คนรุ่นใหม่ที่มีพลัง แต่ขาดประสบการณ์ เอาฮ่องกงมาเป็นแรงบันดาลใจ แต่มาอ้างว่าต้องการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่รู้อยู่ว่าตนเองทำผิดกฎหมายแต่แก้ต่างไม่ได้ จึงเอามวลชนมาต่อรอง เราคงต้องช่วยกันรักษาสิ่งดีๆของชาติที่สืบสานมากว่า 700 ปี แต่มีความก้าวหน้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงให้ประเทศก้าวหน้า...ไม่ใช่พวกอยู่.ไม่.เป็น. จ้องแต่ทำลายล้างอย่างเดียว เพื่อให้ตนเองอยู่รอด #อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่”

ร่าง พ.ร.ฎ.ลต.ซ่อมขอนแก่นจ่อเข้า ครม.

เมื่อเวลา 12.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประสานมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งการสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย พ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.เพื่อขอให้พิจารณาทูลเกล้าฯ ให้มีการตรา พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างว่า จะนำร่าง พ.ร.ฎ.ให้การเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ย.ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลกำหนดเมื่อวันที่ 13 พ.ย. เมื่อร่าง พ.ร.ฎ.ผ่าน ครม.ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ และเมื่อโปรดเกล้าฯ ลงมาจะได้กำหนดรับสมัครและวันเลือกตั้ง ส่วนงบฯ จัดการเลือกตั้ง ปกติ กกต.จะไม่ขอเนื่องจากเขตเลือกตั้งไม่ใหญ่ แต่เมื่อถึงปลายปี กกต.จะดูว่าถ้ามีอะไรอีกแล้วไม่พอถึงจะขอมา

พท.เร่งคัดผู้สมัครแทน “อดีต ส.ส.นวัธ”

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคจะออกประกาศเชิญชวนผู้สนใจสมัครเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย เสนอตัวให้พรรคพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้สมัครลงชิง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 และจะเชิญประชุมคณะกรรมการสรรหาและคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.วันที่ 18 พ.ย.เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมคัดสรรผู้สมัครพร้อมเปิดรวบรวมความเห็นและรับฟังความคิดเห็นต่างๆจากคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัดและประจำเขตเลือกตั้ง ก่อนนำเสนอกรรมการบริหารพรรคได้ตัดสิน จะเร่งคัดสรรเร็วที่สุดคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงสัปดาห์หน้า เพราะจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้จัดเลือกตั้งภายใน 27 ธ.ค.

แนวโน้มส่ง “ธนิก” รักษาพื้นที่แทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการคัดเลือกคนลงสมัคร ส.ส.แทนนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยทำโพลภายในสำรวจว่าประชาชนให้พื้นที่สนับสนุนใครมากกว่ากัน ระหว่างนายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน นายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข ส.จ.ขอนแก่น หลานนายนวัธ ผลออกมาว่านายอดิศรกับนายธนิก มีคะแนนสูสีกันทิ้งห่างนายสุรพจน์ ทำให้ตอนนี้มีแคนดิเดตเหลือ 2 คน แกนนำพรรคพิจารณาว่าเขตเลือกตั้งที่ 7 ประกอบด้วย อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี นายธนิก มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอมัญจาคีรี มีฐานเสียงเหนียวแน่น เพราะทำงานด้านมวลชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องจึงได้เปรียบมากกว่า นายอดิศรแม้มีภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น แต่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ใน 2 อำเภอ ห่างหายงานพื้นที่ไปนาน ด้วยเวลาการเลือกตั้งที่กระชั้นชิด ด้วยเงื่อนไข ความเหมาะสม นายธนิกจึงมีแนวโน้มสูงที่จะได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นเขต 7 ในนามพรรคเพื่อไทยมากกว่า

ปชป.ถือมารยาทหลีกทางให้ พปชร.

เมื่อเวลา 14.30 น. นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรค ในการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 7 จ. ขอนแก่นว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคที่ได้รับเลือกตั้งให้มีจำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับสอง และเป็นพรรคแกนหลักในการตั้งรัฐบาล ตามมารยาทการเมืองเห็นว่าให้สิทธิพรรค การเมืองที่ได้คะแนนในการเลือกตั้งเขต 7 ขอนแก่นมาเป็นอันดับสอง พิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในเขตดังกล่าวและเป็นการแสดงมารยาทที่แสดงให้เห็นว่าในพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีความขัดแย้ง ไม่ตัดฐานคะแนนเสียงกันเอง พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ส่งผู้สมัครลงในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

“อุเทน” เปิดตัวลงชิงผู้ว่าฯกทม.

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สโมสรหมู่บ้านพาลาซโซ่ นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย แถลงเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.มีนักธุรกิจ นักการเมืองมาให้กำลังใจคึกคัก อาทิ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ประชาธิปัตย์ และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มามอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ โดยนายอุเทนแถลงว่า เหตุที่เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ เนื่องจากปัญหาต่างๆใน กทม.ต้องการนักจัดการมาสะสาง ได้เตรียมแนวทางแก้ปัญหาไว้หมดแล้ว ทั้งปัญหาจราจร น้ำท่วม ขยะ หาบเร่แผงลอย ตำรวจ นครบาลต้องขึ้นอยู่กับ กทม. พัฒนาการศึกษาลูกหลานชาว กทม.ให้มีโรงเรียนอินเตอร์เรียนฟรี จากนี้ กทม.รถต้องไม่ติด ทุจริตต้องหมดไป ขอฝากถึงคน กทม.ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ขอเสนอตัวเป็นทางเลือกหนึ่งด้วยสไตล์ ดุเด็ดเผ็ดมัน คิดเป็นทำได้ ทำจริง ไม่เกรงใจใคร พรรคพวกต้องมีแต่ความถูกต้องมาก่อนพรรคพวก ตั้งใจจะเข้ามาแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ต้องไม่ก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง เปิดตัววันนี้ไม่อยากพูดถึงการเมืองมาก แต่ 5 ปีรัฐบาลมีอำนาจล้นฟ้า กลับจัดการแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอเวลา 500 วันถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมจะลาออกทันที และถ้าทำงานได้สำเร็จพร้อมลาออกเช่นกัน ขั้นต่อไปอยากจะเป็นนายกฯ หลายคนบอกว่าอาจเปลืองตัว ทำไม่ได้ สู้ไม่ได้ แต่ขอยืนยันว่าตนไม่เคยทำไม่ได้ แค่ไม่ได้ทำแค่นั้นเอง ถ้าให้ตนทำ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสสิระ เจนจาคะประยุทธ์ จันทร์โอชากมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญผู้ตรวจการแผ่นดินข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้