กีฬา
100 year

ลุงตู่ปากหวานสัญจร ครวญเพลงโชว์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 พ.ย. 2562 05:15 น.
SHARE

ปชป.รอฟังวิป! ตัดสินประธาน กมธ.ศึกษารธน.

“จุรินทร์” รอวิปรัฐบาลเคาะข้อยุติ “อภิสิทธิ์-สุชาติ” ชิงประธาน กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ห่วงขัดขากันเองทำรื้อ รธน.ล่ม “ชวน” กวักมือเชิญ ส.ว.ร่วมสังฆกรรม “ประวิตร” บอกไม่ยุ่งให้ ส.ส.ไปโหวตเลือกกันเอง “โภคิน” พร้อมลงสังเวียนถ้า พท.เสนอชื่อ ย้ำให้มองประเด็นที่ต้องแก้เป็นหลัก ใครนั่งประธานแค่เรื่องรอง

“วัฒนา” ตีปี๊บต้องเร่งชำแหละก่อนจะออกฤทธิ์มากกว่านี้ “สุรทิน” ยกมติ 10 พรรคเล็กดัน “สัมพันธ์” เป็นตัวเลือก เชื่อสุดท้ายไม่ได้แก้มียุบสภาฯก่อน “นายกฯตู่” หอบ ครม.ลงพื้นที่ราชบุรี-เมืองกาญจน์ โหมโรงก่อนถก ครม.สัญจรปลุกคนดำเนินร่วมต่อสู้กับคนไม่ดี อารมณ์ดีครวญไปหลายเพลงทั้ง “ดำเนินจ๋า-บ้านเรายันเพลงชาติไทย” การันตีพรรคร่วมรัฐบาลมีเอกภาพเป็นพรรคเดียวคือ “พรรคพลังประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย” อนค.โต้จัดงานรวมพล “อยู่ไม่เป็น” ไม่เกี่ยวกับคดี “ธนาธร”

การช่วงชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมวิปรัฐบาล โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่ากลไกวิปรัฐบาลจะหาข้อยุติเรื่องนี้ หากเกิดความขัดแย้งกัน จนมีความเห็นร่วมกันไม่ได้ จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่มโดยไม่จำเป็น

“ประวิตร” ไม่ยุ่ง ส.ส.เลือก ปธ.กมธ.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่ศาลากลาง จ.กาญจนบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางและการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของ ส.ส.ต้องไปหารือและพิจารณาเลือกคนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ประธาน กมธ.ดังกล่าว เมื่อถามว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานควรเป็นบุคคลภายนอกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนจะไปคิดไม่ได้ต้องให้ ส.ส.เป็นคนคิดและทำ จะเข้าไปยุ่งได้อย่างไร และไม่มีใครมาขอคำแนะนำหรือปรึกษา ขอให้ช่วยพิจารณาตัวบุคคลที่จะมาเป็นประธาน เมื่อถามย้ำว่าบางฝ่ายเห็นว่าคนที่จะมาทำหน้าที่ควรจะเป็นบุคคลภายนอกจะเหมาะสมมากกว่า พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ส.ส.ต้องไปหาว่าใครเหมาะสมว่าควรจะเป็นคนนอกหรือคนใน และคนไหนก็มีหลายคนที่มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เมื่อถามถึงข้อเสนอว่าควรให้บุคคลที่เป็น กลางมาทำหน้าที่ รองนายกฯกล่าวว่า ทุกคนเป็นกลางทั้งนั้นไม่ต้องห่วง และไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีบารมีก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนที่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้

“ท็อป” ขอมือเก๋ายืดหยุ่น-มีลูกล่อลูกชน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า บ่ายวันที่ 12 พ.ย. พรรคจะหารือว่าใครเหมาะสมไปเป็น กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยกันบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดวงคุยแบบกิจลักษณะ แค่พูดคุยกินกาแฟร่วมกัน คนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ประธาน กมธ.ชุดนี้มีหลายท่าน แต่ต้องมีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการการเมืองโดยเฉพาะกฎหมาย ประการสำคัญต้องยืดหยุ่นในการทำงานได้ เพราะต้องประสานกับทุกฝ่าย รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ข้อดีมีมาก แต่ข้อที่ต้องปรับปรุงก็มีบางส่วน ประธาน กมธ.ต้องบาลานซ์ความต้องการทุกฝ่ายได้ จึงจำเป็นต้องมีประสบการณ์และลูกล่อลูกชนมากพอสมควร เมื่อถามว่าการชิงเก้าอี้ตำแหน่งประธาน กมธ.จะเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า “เรื่องนี้ต้องมานั่งคุยกัน แต่คิดว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ”

“จุรินทร์” รอวิป รบ.เคาะหาข้อยุติ

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นมติพรรคประชาธิปัตย์และมอบหมายให้วิปรัฐบาลไปหารือกับวิปพรรคร่วม หากมีผลอย่างไรนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์จะนำมาแจ้งที่ประชุม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนนอกอักษรย่อ ส.คงต้องไปหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลหาข้อยุติ ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์คงแจ้งให้ทราบว่าประสงค์จะสนับสนุนใคร พรรคอื่นก็มีสิทธิเช่นกัน สุดท้ายคงหารือและหาข้อยุติร่วมกัน กรณีนายกฯเตรียมพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ทราบ แต่มีวิปรัฐบาลเป็นเวทีหารือหาข้อยุติร่วมกัน หลังประชุม ครม.วันที่ 12 พ.ย.จะหารือนอกรอบหรือไม่ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับนายกฯ ขอย้ำว่าเรามีกลไกวิปรัฐบาลอยู่แล้ว

ห่วงขัดแข้งขัดขากันทำแก้ รธน.ล่ม

เมื่อถามถึงการนำไปสู่นโยบายแก่รัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ แค่ตั้ง กมธ.ศึกษายังวุ่นขนาดนี้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ได้แสดงความเห็นไปแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน วุฒิสมาชิก ไม่เช่นนั้นโอกาสจะสำเร็จเป็นไปได้ยาก ถ้าหวังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้จริงต้องร่วมมือกันทั้งสามฝ่าย บางประเด็นอาจต้องมีองคาพยพที่สี่ คือต้องนำไปทำประชามติเพื่อฟังเสียงจากประชาชน การแสวงหาความร่วมมือของทุกฝ่ายต้องทำ ถ้าประสงค์จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริง หากขัดแย้งกันโดยไม่จำเป็น จนสุดท้ายทำให้มีความเห็นร่วมกันไม่ได้ จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่มโดยไม่จำเป็น เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าจะไม่ถูกยื้อเวลาใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสภาฯจะพิจารณาญัตติที่เสนอไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในนั้นที่เสนอญัตติเข้าไป

“ชวน” เร่งติดแอร์นอกห้องประชุมงบฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีก-ภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ตรวจความเรียบร้อย ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น 4 อาคารรัฐสภา หลังได้รับการร้องเรียนว่าด้านนอกห้องประชุมที่ใช้รับรองผู้มาชี้แจงกรรมาธิการร้อนอบอ้าว ไม่มีเครื่องปรับอากาศ นายชวนได้สั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เช่าพัดลมแอร์ขนาดใหญ่ 2 ตัวพร้อมจัดซื้อเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กบางส่วนมาติดตั้งรอบนอกห้องประชุม นายชวนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงสาเหตุไม่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศถาวรตรงโถงทางเดินชั้น 4 ได้รับคำตอบว่าสำนักงบประมาณได้ตัดงบฯส่วนนี้ออก แต่จะติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต นายชวนระบุว่าจะนำข้อบกพร่องของอาคารวุฒิสภาไปปรับปรุงอาคารฝั่งสภาฯต่อไป

กวักมือเรียก ส.ว.แจมแก้ รธน.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาเลือกประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า เป็นหน้าที่ของ กมธ.วิสามัญฯจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติความเหมาะสมของผู้จะเป็นประธาน กมธ. รายชื่อที่เอ่ยมาขณะนี้ทุกคนมีประสบการณ์ และความสามารถเป็นได้ทั้งหมด แต่จะเลือกใครต้องให้เกียรติ กมธ. ไปวิจารณ์ล่วงหน้าไม่ได้ เบื้องต้นกรรมาธิการชุดนี้จะมาศึกษาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะในรัฐธรรมนูญปัจจุบันนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกือบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องหาช่องทาง ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายหารือกัน รวมทั้ง ส.ว.ด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องล้มทั้งฉบับ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกฝ่ายต้องมาร่วมมือกันคิดหาวิธี เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา แต่อยู่ที่คนปฏิบัติ

“สิระ” ฟ้อง “เทพไท” ไม่เล่นกับหมา

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันที่ 15 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะไปฟ้องดำเนินคดีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาหมิ่นประมาท ที่ศาลแขวงดอนเมือง กรณีพาดพิงและเปรียบเทียบว่า “ถ้าเล่นกับหมา หมาจะเลียปาก จึงไม่ยอมเล่นกับหมาอีกต่อไป” เป็นคำกล่าวที่ทำให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น ดูแคลน ทั้งยังสะท้อนว่านายเทพไทไม่เคยเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมเดิมๆ ที่กล่าวหาคนแบบคะนองปาก จนเกือบติดคุกกรณีโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรื่อง ว. 5 โฟร์ซีซั่น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท เมื่อถึงชั้นศาลฎีกาขอเจรจาไกล่เกลี่ยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถอนฟ้องแลกกับการขอขมารอดคุกมาได้

เรียก 5 ล้านบาทไม่มียอมความ

นายสิระกล่าวด้วยว่า แม้ตนจะเป็น ส.ส.สมัยแรก แต่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนเต็มที่ทั้งประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่ รวมถึงทั่วประเทศไทยที่เดือดร้อนนำเรื่องมาร้องเรียน ไม่เคยนิ่งเฉยทุกกรณี แตกต่างจากนายเทพไทที่ยกตัวว่าเป็น ส.ส.หลายสมัย ถ้าไปถามคนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เขายังคิดไม่ออกว่าทำอะไรให้จังหวัดบ้าง ส่วนที่อ้างการทำงานในสภาฯมีแต่การตีฝีปากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ส.ส.สมัยแรกอย่างตนเป็นคนจริงพูดคำไหนคำนั้น เมื่อฟ้องแล้วจะไม่ยอมความ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาทนำเงินไปพัฒนา จ.นครศรีธรรมราช

ภท.ส่ง “ศุภชัย” นำทีมร่วม กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยที่จะร่วมเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในที่ได้รับโควตา 4 คน คาดว่าจะมี นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรค นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และนายบุญดำรง ประเสริฐโสภา อดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย

“โภคิน” พร้อมลงสังเวียนชิงเก้าอี้

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ โดยนายโภคิน กล่าวว่า เราตั้งใจให้ประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ แล้วตัวประธาน กรรมาธิการเป็นเรื่องรอง ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ตั้งแต่การตั้ง ส.ส.ร. ไปจนถึงการทำประชามติ จะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านยกร่างแก้ไขขึ้น แต่ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ต้องเดินให้เร็ว ไม่ใช่แค่หากรรมาธิการไปเรื่อยๆ เพราะถ้ากติกาไม่ดี การเดินไปข้างหน้าของประเทศไม่ว่าด้านไหนก็ได้รับผลกระทบ เมื่อถามว่า มีกระแสว่าจะเสนอชื่อนายโภคิน เป็นประธานกรรมาธิการนายโภคินตอบว่า ตนอยากให้มองประเด็นที่จะแก้ไขเป็นหลัก ส่วนตัวประธานกรรมาธิการเป็นเรื่องรอง แต่หากพรรคเสนอชื่อตนก็พร้อม เมื่อถามว่า หากมีการดึงเอาตัวบุคคลที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ นายโภคินตอบว่า ตนกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้มาร่วมมือกัน โดยได้เรียนรู้ถึงปัญหาที่ผ่านมา และมาคุยกันว่าเราอยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหน

ย้ำต้องเร่งแก้ก่อนออกฤทธิ์ไม่หยุด

นายวัฒนา กล่าวว่ากรรมาธิการชุดนี้จะมี 49 คน เป็นสัดส่วนของฝ่ายค้าน 19 คน โดยเป็นของพรรคเพื่อไทย 10 คน ทั้งนี้ ส.ว. มี 250 คน ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านที่เป็นขาประจำเพียง 3-4 คนเท่านั้น คิดว่าคนที่เหลือรอฟังเสียงประชาชนอยู่ เราจะเอาเสียงจากประชาชนที่ส่งไปยังสภาฯและส่งไปถึง ส.ว. วิธีดีที่สุดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การแก้ทีละมาตรา ไม่เช่นนั้นต้องแก้กันไม่รู้จบ แต่ควรโยนอำนาจให้ประชาชน ส่วนประชาชนจะร่างออกมาในรูปแบบไหนเราต้องยอมรับเพื่อลดความขัดแย้ง และเราจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกฤทธิ์ออกเดชมากมาย ทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ สำหรับพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เคาะชื่อตัวบุคคลที่จะนั่งเป็นกรรมาธิการ แต่จะเป็นโควตาส่วนกลาง 3 คือ ตน นายโภคิน และนายพงศกร อรรณนพพร อดีต รมช.ศึกษาธิการ ส่วนแต่ละภาค 7 คน ให้ ส.ส.โหวตเลือก

“สุรทิน” เชื่อไม่ได้แก้ รธน.มียุบสภาฯก่อน

นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเสนอชื่อให้เข้าไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ควรให้ที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญตัดสิน ใครขึ้นมาเป็นก็ได้ถ้าจริงใจต่อบ้านเมือง ใครมีพฤติกรรมไม่ดีต่อบ้านเมืองไม่ควรขึ้นมา เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคนี้เสนอให้เป็นประธานคณะ กมธ.หากติดตามให้ดีคงเห็นข้อบ่งชี้ที่ไม่เหมาะสมบางประการ กลุ่ม 10 พรรคเล็กได้พูดคุยกันส่งนายสมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ จากพรรคพลังพลเมืองไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษากลุ่ม 10 เป็น กมธ. เพราะอาวุโสถึงมีประสบการณ์การเมือง จากข่าวที่ว่าจะมีผู้มากบารมี อักษรย่อ ส.มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ บอกเลยว่า ส.สัมพันธ์ ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน แต่สุดท้ายเชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม คงตัดสินใจยุบสภาฯทันทีหลังร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 ประกาศใช้ เพราะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเดินต่อไปไม่ได้แล้ว

“สมชาย” อ้างรื้อแล้วก่อวิกฤติไม่ควรทำ

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีรายชื่อเป็นคณะ กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญในโควตารัฐบาลว่า ยังไม่ได้รับทาบทาม เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองต้องพูดคุยกัน โดยหลักการ กมธ.วิสามัญฯ เป็นได้ทั้ง ส.ส. ส.ว.และคนนอก แต่วุฒิสภายังไม่คิดจะตั้ง กมธ.มาติดตามเรื่องนี้ เป็นเรื่องของ ส.ส.การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องดูภาพรวม คำนึงถึงเวลาเหมาะสม ควรศึกษาแนวทางก่อน หากทาบทามมาวิปวุฒิสภาคงหารือกันก่อนจะเอาอย่างไร ถ้าจะแก้ก็แก้ได้แค่เล็กๆน้อยๆ หากจะแก้หมวดใหญ่ต้องไปทำประชามติสอบถามประชาชนอีก หากแก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้เกิดวิกฤติการเมือง บ้านเมืองเดินไปไม่ได้ไม่ควรแก้

นายกฯนำ ครม.ลุยราชบุรี-กาญจน์

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการเดินทางไปตรวจราชการ จ.ราชบุรีและ จ.กาญจนบุรี และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2562 จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 11-12 พ.ย. เมื่อเวลา 08.00 น. นายกฯและคณะเดินทางจากสนามบินเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กทม. ไปยังค่ายบุรฉัตร ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี ตรวจภูมิประเทศเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงการทางหลวงแนวใหม่เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 สามแยกวังมะนาว อ.ปากท่อ

ส.ส.พรรคร่วมฯรับหน้าพร้อมพรึบ

จากนั้นเวลา 09.40 น. ไปถึงโรงยิมเนเซียมอบจ.ราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี ด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 1122 ราชบุรี พบปะประชาชนจาก 10 อำเภอมาต้อนรับกว่า 4,500 คน และมี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ คือ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. มาต้อนรับ จากนั้นไปเป็นประธานสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน มอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน 5 ราย และเป็นสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมให้แก่ผู้แทนชุมชน

โอ่ได้เป็นนายกฯตั้งแต่ ส.ว.ยังไม่เลือก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า วันนี้เหมือนกลับบ้านตลอด 5 ปีและอีก 4-5 เดือนของรัฐบาลทำงานมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เราอยู่ไปวันๆแก้ปัญหาแบบเดิม ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้าย ต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดชีวิต วันนี้เป็นยุคดิจิทัล โซเชียลมีเดียเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตทุกคน ทุกคนมีสิทธิจะโพสต์หรือเขียนอะไรก็ได้ ถือเป็นประชาธิปไตย แต่คำนึงถึงข้อกฎหมายด้วย หากไปก้าวล่วงบุคคลอื่นต้องรับผิดชอบ หากมีฟ้องร้อง ใคร่ครวญไตร่ตรองก่อน ต้องการให้ทุกอย่างมีความสงบเรียบร้อย แต่จะไปห้ามใครไม่ได้ 5 ปีที่ผ่านมา ลงพื้นที่รับฟังความเห็นทุกคน วันนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตนก็ได้จากการเลือกตั้งเหมือนกัน การเลือกนายกฯก็มาจาก ส.ส. โดย ส.ว. ยังไม่ทันได้เลือก ตนก็ได้แล้ว ขอให้เข้าใจกันเสียด้วย

เรื่องไม่เกี่ยวอย่าไปยุ่งเดี๋ยวก็สงบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลกังวลภาคการเกษตรมากที่สุด เราใช้งบฯมากดูแล แต่ต้องระมัดระวังต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ แต่ไม่ใช่ให้เลิกทำเกษตร กำนันผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ต้องช่วยคิดแบบตน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข สถานการณ์วันนี้อย่าคิดว่ามีปัญหา ถ้าคิดว่ามีปัญหาก็มีปัญหา ไม่มีที่ไหนไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเรามากน้อยเพียงใด ถ้าไม่เกี่ยวกับตัวเราหรือครอบครัว อย่าไปยุ่งกับเขามากนัก เดี๋ยวก็สงบเรียบร้อยเอง ถ้าทุกคนขยายกระพือไปเรื่อยๆ สิ่งที่ไม่ควรเป็นปัญหาจะเกิดปัญหาขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วสิ่งที่ตนพูดจะสำเร็จหรือไม่ ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่อย่างนี้ บางเรื่องไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่นิสัยคนไทยชอบเชียร์มวย ใครชนะแพ้ไม่รู้ สนุกไปด้วย อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้เวลาคิด เวลาเอาใจใส่เรื่องเป็นประโยชน์หายไป ฝากไว้ด้วย

ส่งมินิฮาร์ทบอกรัก นร.เบญจมราชูทิศ

จากนั้นนายกฯได้ลงจากเวทีเดินทักทายประชาชน พร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ขณะที่ชาวบ้านตะโกนให้กำลังใจนายกฯว่า “ลุงตู่สู้ๆ” แล้วลงมา ทักทายและถ่ายเซลฟี่กับข้าราชการ ประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่มาต้อนรับอยู่นอกโรงยิมเนเซียม พร้อมโบกมือทักทายครู นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ที่โผล่หน้าต่างอาคารเรียนติดกับโรงยิมให้นายกฯที่ได้ขึ้นบนอัฒจันทร์ติดกำแพงโรงเรียน ทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและมินิฮาร์ทส่งให้บอกว่า วันนี้เรียนหนังสือ ไม่ต้องหยุดเรียน เพราะเวลาเรียนน้อยอยู่แล้ว เรียนเยอะๆตั้งใจเรียนเก่งๆ เรียนให้ตรงกับงานที่ต้องการแรงงานจะได้ไม่ตกงาน รักพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จากนั้นขึ้นรถไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ปลุกชาวบ้านร่วมต่อสู้กับคนไม่ดี

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายกฯไปตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคูคลอง โครงการพัฒนา การท่องเที่ยวทางน้ำ “วิถีคลอง วิถีไทย” การท่องเที่ยว วิถีเกษตร สะท้อนประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตประเพณีของคนในท้องถิ่น ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ทันทีที่ถึงวัดโชติทายการามได้เข้าสักการะพระประธานหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ และนมัสการพระมหาประกอบ โชติปุญโญ เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก ที่ให้พรให้มีกำลังใจในการทำงาน พร้อมมอบรูปหล่อหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ หน้าตัก 5 นิ้วเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในพื้นที่ ก่อนเยี่ยมชมกิจกรรมเกษตรปลอดสารพิษและการผลิตผักผลไม้ไร้สารเคมีวิถีธรรมชาติเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอป พบปะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ มีชาวดำเนินสะดวกรอต้อนรับจำนวนมาก โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายระบุว่าต้องช่วยสู้กับคนไม่ดี เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายกฯต้องดูแลคนทั้ง 77 จังหวัด วันนี้พร้อมเอาอะไรมาให้ แต่ขอให้รอบ้าง ระหว่างนายกฯเยี่ยมชมบูธกาแฟของชุมรมวัดโชติ-ทายการาม บริการนักท่องเที่ยว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ได้ชงกาแฟให้นายกฯชิมสร้างเสียงฮือฮากันครึกครื้น

ครึ้มอกครึ้มใจครวญเพลง “ดำเนินจ๋า”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ลงเรือจากท่าเรือวัดโชติทายการามไปยังตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (ตลาดดำเนินสะดวกเก่า) เยี่ยมชมร้านค้าเก่าแก่ริมคลองดำเนินสะดวก พบปะประชาชน ขณะล่องเรือนายกฯได้ทักทายโบกมือให้ชาวบ้านริมคลองและนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติอย่างอารมณ์ดี ก่อนขึ้นที่ท่าเรือศาลเจ้า ตลาดเหล่าตั๊กลัก เดินเยี่ยมชมทักทายชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ถ่ายรูปร่วมกับนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้า พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ได้เซ็นชื่อลงบนเสื้อยืดที่นายมนัส อัตวัฒนา ศิลปินพื้นบ้านประจำตลาดเหล่าตั๊กลัก วาดภาพเหมือน พล.อ.ประยุทธ์เขียนข้อความว่า “โอ้ ...ดำเนิน” รักเหลือเกิน นะลุงตู่ เพื่อมอบให้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ร้องคลอเพลง ดำเนินจ๋าของสุรพล สมบัติเจริญ นักร้องชื่อดังในอดีต ท่อนที่ว่า “โอ้...ดำเนิน เธอสวยเหลือเกินดำเนินของพี่ ในโลกนี้พี่ขอรักเธอ คนเดียว ไม่ ลืม...” อย่างอารมณ์ดีร้องไปยิ้มไปเรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากผู้พบเห็น ก่อนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณป้ายตลาดเก่า เหล่าตั๊กลัก

ปากหวานรับทุกปัญหาจะดูแลให้

ทั้งนี้ มีกลุ่มเกษตรกรดำเนินสะดวกล่องเรือ ติดป้ายสนับสนุนนายกฯ ตะโกนให้กำลังใจระบุว่าจะอยู่เคียงข้างนายกฯตลอดไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ทุกปัญหาเดี๋ยวจะดูแลให้ แต่เดินเร็วไม่ได้ ต้องค่อยๆไป เดี๋ยวจะเอาครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยนายจารวัฒน์ เที่ยงเทียนธรรม อายุ 76 ปี มายืนดักรอมอบเหรียญ ร.5 พร้อมผ้ายันต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ให้ระบุ “อยากมอบให้นายกฯที่ปรารถนาดี มาเยี่ยมประชาชนและรักษาความสงบของบ้านเมือง นายกฯรับมาพร้อมสวมกอดขอบคุณนายจารวัฒน์อย่างแนบแน่น ตลอดเส้นทางมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาขอถ่ายรูปร่วมกับนายกฯเป็นที่ระลึก

โชว์รีดนมวัวสปีกอิงลิชทักวัว“ฮาว อาร์ ยู”

จากนั้นเวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ สวมหมวกคาวบอยเดินเยี่ยมชมกิจการสหกรณ์โคนมหนองโพฯ ชมนิทรรศการปศุสัตว์และสินค้าโอทอป มี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ลงมือป้อนหญ้า ป้อนนมให้ลูกวัว พูดคุยทักทายวัวว่า “How are you?” ก่อนเยี่ยมชมการรีดนมวัวจากโคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชียน หมายเลข 130 อายุกว่า 6 ปี ก่อนจะเอ่ยขอโทษแม่วัวแล้วโชว์ฝีมือรีดนมวัว บอกว่าสงสาร กลัวว่าแม่วัวจะเจ็บเนื่องจากการถูกรีดนม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าแม่วัวจะไม่เจ็บ เพราะเคยชินกับการถูกรีดนมวัววันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น ถ้าอยู่ที่คอกจะรีดด้วยเครื่อง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวติดตลกว่า มีอาชีพใหม่แล้ว ถ้าไม่มีงานทำจะไปรีดนมวัว ต่อไป ไม่ต้องกลัวว่าเด็กจะกินนมบูดอีก ให้นำแม่วัวไปให้เด็กที่โรงเรียน ช่วงเช้าก็รีดนมให้เด็กได้ทานเลย

เตือนอย่าไปเชื่อทีวีมากจะไปกันใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้เลี้ยงโคตอนหนึ่งว่า วันนี้มี ส.ส.มาด้วย ทั้งพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ เราทำงานด้วยกันเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนช่วยรัฐบาลด้วย งานต่างๆนายกฯทำคนเดียวไม่ได้ นายกฯเป็นหัวหน้าของทุกพรรค จะนำปัญหาแต่ละพรรคมาดู อันไหนทำก่อนและหลัง แต่จะให้ทำพร้อมกันทีเดียวไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่มีสตางค์ ทุกคนจึงต้องคิดให้กว้างขึ้น ความร่วมมือจะไม่เกิด ขอฝากผู้นำสหกรณ์ทุกคน ไปศึกษากติกาและพันธสัญญาโลกด้วย โดยเฉพาะการค้าเสรี ได้ถ่ายภาพกับทุกคนเป็นความทรงจำ ต้องขอบคุณการเลือกตั้งที่ผ่านมา ขอบคุณความเชื่อมั่นของท่าน ครั้งต่อไปสำคัญว่าเลือกตั้งแล้วต้องรู้ว่าเลือกใครเป็นนายกฯ แต่ใครจะมาเป็นต้องหาให้ได้คนดีๆ ตนนำทุกคนจากทุกพรรคมาช่วย 5-6 พรรค สิ่งที่พูดกันในทีวีอย่าไปเชื่อมากนัก ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ เห็นรอยยิ้มทุกคนก็มีความสุข ตอนท้าย เกษตรกรขอร่วมถ่ายรูป นายกฯจึงบอกว่า “นายกฯไม่ใช่คนใจร้าย ปกติอารมณ์ดี มีความสุข บางครั้ง อารมณ์เสียบ้างเป็นธรรมดามนุษย์ ช่วงหลายเดือน ไม่โมโหใคร น่ารักไหม คนเราต้องปรับตัวปรับเปลี่ยน แต่ใจผมเหมือนเดิม รักพวกเราทุกคน” ระหว่างเดินพบปะประชาชน มีเกษตรกรคนหนึ่งบอกว่าเป็นวันเกิดขอถ่ายรูปด้วย นายกฯจึงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรให้ด้วย และตัวแทนสหกรณ์โคนมขอให้ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาโควตานมโรงเรียน นายกฯรับปากว่าจะไปดำเนินการให้

ขอกำนัน–ผญบ.ใจเย็น ปี 63 ลต.ท้องถิ่น

ต่อมาเวลา 15.50 น. นายกฯขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก จ.ราชบุรี มาตรวจราชการ จ.กาญจนบุรี แล้วนั่งรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 6 กย 2825 กรุงเทพมหานคร มายังจุดแรกตรวจเยี่ยมมอบกุญแจบ้าน ในโครงการจัดระเบียบแพ ณ บ้านพัก 60 หลัง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี แก้ไขการปลูกที่อยู่ อาศัยรุกล้ำลำน้ำ มี ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐต้อนรับ นายกฯกล่าวว่า ยินดีผู้ที่ได้รับและฝากบอกคนที่เหลือรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเพื่อจัดระเบียบ ไม่ได้ต้องการรังแกใครทั้งสิ้น เรามีปัญหามายาวนานพอแล้ว ความขัดแย้งมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลและประเทศ เราต้องอยู่บนความรักความสามัคคีให้มากกว่าเดิม ขอได้ไหมท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที จะเป็นจะตายกันให้ได้ไม่เข้าใจ ประเทศไทยอันตรายในช่วงการเปลี่ยนแปลง ขอช่วงนี้ปล่อยให้ทุกอย่างเซฟตี้ปลอดภัยก่อน มีเสถียรภาพมากกว่านี้ เดี๋ยวปีหน้า ก็ได้เลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว รัฐบาลต้องมีเงินสำรองประเทศไว้ ไม่อย่างนั้นปีหน้ามีปัญหา อย่าไปฟังพวกพูดเลอะเทอะอยู่ข้างนอก ตนคุมเองทั้งหมด ใช้เท่าไหร่ อย่างไร กฎหมายมีทุกตัว ตรงนี้ให้มาก ตรงอื่นก็ไม่มี ผิดกฎหมายต้องระวัง ทำผิดแล้วติดคุก แล้วยังไงจะให้หนีเหรอ ไม่มีทางหรอก

ยันพรรคร่วม รบ.เข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯอารมณ์ดี ร้องเพลงท่อนหนึ่งของเพลงบ้านเราว่า “แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา” ของนายสุเทพ วงศ์กำแหง พร้อมบอกว่า พรรคร่วมรัฐบาลเข้มแข็ง เป็นพรรคเดียวกัน เหมือนอย่างโฆษกสาวที่มาจาก 3 พรรค รวมกันเป็น “พรรคพลังประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย” และนายกฯยังร้องเพลงชาติไทยท่อนที่ว่า “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย” จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมบ้านพัก

เอามั่งยึดแนวทางไทยแลนด์เฟิสต์

ต่อมาเวลา 17.15 น. ที่โรงงานกระดาษไทย อ.เมืองกาญจนบุรี พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะมาพบปะประชาชนที่มารอต้อนรับจำนวนมาก และมี ส.ส.ร่วมต้อนรับคึกคัก ทันทีที่นายกฯมาถึงขบวนแตรวงบรรเลงเพลงลอยกระทงต้อนรับทันที นายกฯได้ร่วมรำวงสนุกสนานไปด้วย แล้วเป็นประธาน สักขีพยานในพิธี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน และหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้ ผวจ.กาญจนบุรี และ ผวจ.สุพรรณบุรี และเป็นสักขีพยานในพิธี ผวจ.กาญจนบุรี มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับจัดที่ดินทำกินในชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมให้ผู้แทนชุมชน นายกฯกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ยินดีที่มาพบชาว จ.กาญจนบุรี อีกครั้ง อยากบอกถึงนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการและต้องการให้เห็นความจริงใจ ขอยืนยันว่าทุกสิ่งที่พูดและที่ผ่านมา 5-6 ปี มาจากหัวใจ ไม่ใช่เสแสร้งให้มารัก แต่ต้องการให้รักประเทศไทย เราต้องยึดแนวทาง Thailand first (ประเทศไทยต้องมาก่อน) ประเทศไทยต้องเป็นที่หนึ่งสำหรับคนไทย ยืนยันเราแก้ปัญหาทุกอย่างทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต และวางแนวทางไปสู่อนาคต วันนี้ต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น

ถามหารัฐมนตรี ปชป.หายไปไหนหมด

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกรัฐมนตรีขึ้นบนเวที ระบุว่า ครม.มาจากหลายพรรค แต่สามัคคีกัน แล้วแนะนำให้ประชาชนรู้จักรัฐมนตรีทีละคนว่าเป็นใครอยู่กระทรวงไหน สังกัดพรรคอะไร ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์มองหารัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่พบใคร จึงเอ่ยปากถามหาว่าประชาธิปัตย์อยู่ไหน ก่อนจะเรียก ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นเวที พร้อมกับกล่าวว่า มีอะไรก็คุยกัน วันนี้ ส.ส.ทุกคนต้องปรับท่าทีให้ทำงานเชิงรุกในการทำความเข้าใจกับประชาชนว่าประเทศจะเดินหน้าอย่างไร เพื่อหาทางให้ทุกคนร่วมมือกันได้ ก่อนเรียกกำนันผู้ใหญ่บ้านออกมาสมทบหน้าเวที นายกฯ ยังกล่าวอย่างอารมณ์ดี พร้อมชี้ชวนให้ชาวบ้านหันไปดูพระจันทร์ที่กำลังขึ้นเต็มดวงบนท้องฟ้า ยิงมุกให้ทุกคนหันไปดูพระจันทร์ด้านหลังโน้น แต่บนนี้ “จันทร์โอชา” ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่าที่พูดไปอย่างนี้เพราะมาที่นี่แล้วมีความสุข จากนั้นนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯนำกระทงมามอบให้นายกฯ โดยนายกฯ กล่าวว่าใครมีความทุกข์อะไรฝากมาที่นายกฯจะได้ลอยไปกับกระทงตน พร้อมรับความทุกข์ของทุกคน ไม่เคยทอดทิ้ง จำคำพูดตนไว้

ปลื้มแก้มปริเอฟซีลุงตู่แห่ให้กำลังใจ

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ภายหลังนายกฯและ ครม.ร่วมลอยกระทงกับชาว จ.กาญจนบุรี เสร็จแล้ว ก่อนนายกฯขึ้นรถกลับได้มีคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ประมาณ 100 คน สวมเสื้อยืดสีขาวด้านหลังสกรีนภาพการ์ตูนนายกฯและหัวใจ เขียนข้อความว่า “ลุงตู่ผู้จงรักภักดี ผู้ถวายชีวีเป็นราชพลีต่อแผ่นดินไทย ขอให้ต่อสู้กู้บ้านเมืองเรืองวิไล ขอให้กำลังใจลุงตู่กู้บ้านเมือง พร้อมติดแฮชแท็ก #กองหนุนลุงตู่ fc” และร่วมร้องเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” พร้อมตะโกนส่งเสียงให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ” ทำให้นายกฯยิ้มชูมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กับเด็กๆ แล้วจึงเดินทางกลับ

“บิ๊กป้อม” กำชับห้ามมีค้ามนุษย์เด็ดขาด

ช่วงเช้า ที่ศาลากลาง จ.กาญจนบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯลงพื้นที่ตรวจราชการ ก่อนเป็นประธานรับฟังบรรยายสรุปการรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าอยากให้ดูเรื่องแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานที่ไปกลับหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาในพื้นที่ ไม่ให้มีการค้ามนุษย์เด็ดขาด เรื่องน้ำ จ.กาญจนบุรี ไม่มีปัญหา มีแหล่งกักเก็บน้ำเยอะ มีเขื่อนขนาดใหญ่ แต่โครงการระบายน้ำต้องมีทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน อาจต้องผ่านพื้นที่อุทยาน จึงขอให้รีบทำเร่งประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผาอ้อยก่อนตัด ขอให้นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯกาญจนบุรีลองไปคิดดู ให้นำเศษอ้อยไปทำพลังงานไฟฟ้าทดแทนการเผา ส่วนแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตรา ส่วน 1:4000 (วันแม็ป) ของ จ.กาญจนบุรี ยังไม่สามารถประกาศใช้ได้ มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอีกมากจะให้นำกลับมาทบทวนอีกครั้ง ทำไป 4 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ ให้จังหวัดพิจารณาใหม่ให้รอบคอบอีกครั้ง

ปล่อยคาราวานสู้ปัญหาหมอกควัน

ต่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตรไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการบริหารจัดการน้ำและมาตรการรองรับภัยแล้ง รวมทั้งเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานต้านการเผาลดปัญหาหมอกควันเพื่อคุณภาพอากาศที่ดี ชมการสาธิต เตรียมพร้อมการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ที่ลานเวทีกลางแจ้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เตรียม จัดกิจกรรมนัดรวมพล “อยู่ไม่เป็น” ที่ห้างเจเจ มอลล์ ในวันที่ 16 พ.ย. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้ทำตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายอนุญาตให้ทำก็ทำได้ ไม่ต้องห่วง

“วรงค์” ฟันธงดิ้นต่อรองยุบพรรค

เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ฮ่องเต้ซินโดรมดิ้นครั้งสุดท้าย” ว่า แน่นอนว่า อยู่.ไม่.เป็น คือการจัดระดมมวลชนเพื่อต่อรองผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ หลังจากที่ขึ้นศาลคดีถือหุ้น การนัดรวมพล จึงเป็นการดิ้นครั้งสุดท้าย เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่มาอ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า แม้ในพรรคตนเองยังมีปัญหา ดังนั้น ควรคิดเปลี่ยนแปลงพรรคตนเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ สิ่งที่ต้องช่วยกันระมัดระวังคือ การใช้ความรุนแรง เพราะเสื้อยืดสีสัญลักษณ์ เป็นสิ่งที่ อยู่.ไม่.เป็น เอากระแสมาจากม็อบชังชาติของฮ่องกง มาสร้างกระแสร่วม หวังให้ฝรั่งเข้ามาช่วย ผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องเรียนรู้ประสบการณ์จากชายชุดดำในอดีต #อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่ #ตอกย้ำฮ่องเต้ซินโดรม

“ช่อ” สวนไม่เกี่ยวคดี “ธนาธร”

ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงการจัดกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” ในวันที่ 16 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 12.00-17.00 น. ว่าเป็นกิจกรรมที่ตั้งใจจะรวบรวมผลงานที่ผ่านมาและสิ่งที่เราจะทำในอนาคต จะมีดนตรีวง Rap Against Dictatorship เจ้าของผลงาน “ประเทศกูมี” พร้อมบูธกิจกรรมนิทรรศการต่างๆมีไฮไลต์เป็นการปราศรัยของ ส.ส.พรรค รวมถึงเลขาธิการพรรคและหัวหน้าพรรคด้วย ความหมายง่ายๆ ตรงไปตรงมาของคำว่าอยู่ไม่เป็น คือความเป็นพรรคอนาคตใหม่ เราเชื่อว่าอยู่ไม่เป็นเท่านั้น ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ การอยู่เป็นอาจทำให้เราอยู่สบาย อยู่ไปกับปัญหาโดยที่ไม่แก้อะไร แต่เราจะส่งต่อสังคมที่มีปัญหาไปสู่คนรุ่นต่อไปโดยไม่แก้อะไร ที่ผ่านมาประวัติศาสตร์ในโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้ เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นได้ ด้วยคนที่อยู่ไม่เป็น ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้กับโลก ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ต้องฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 20 พ.ย. หรือไม่ เป็นคดีตัวบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นไปในทิศทางไหน พรรคอนาคตใหม่ยังเดินหน้าไปเหมือนเดิม ไม่ว่า ผลเป็นอย่างไรนายธนาธรยังคงมีสถานะหัวหน้าพรรคดังเดิม พร้อมเดินหน้าทำงานต่อไปทั้งในและนอกสภาฯ

ยันครอบครัวร่วมบริจาคเงินล้าน

น.ส.พรรณิการ์กล่าวอีกว่า กรณีเงินบริจาคให้พรรคอนาคตใหม่ 1 ล้านบาท ไม่เข้าใจเหตุใดจึงเป็นประเด็น บริจาคตามกฎหมายทุกประการ ความจริงเป็นเงินของครอบครัวด้วย ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าเงินบริจาคสวนทางกับเงินที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ไว้ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเงินตัวเองคนเดียว แต่ในชีวิตจริงยังมีครอบครัว ไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีคนคบอยู่ การเป็น ส.ส.ตลกดี จนก็มีปัญหา รวยก็มีปัญหา แต่พร้อมรับการตรวจสอบเส้นทางการเงินชี้แจงได้ เพราะเงินส่วนนั้นเป็นของคนในครอบครัวร่วมกันบริจาคด้วย ที่สำคัญครอบครัวเป็นคนชนชั้นกลาง ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน หากยังมีข้อสงสัยว่าเป็นเงินนายทุนกระจายมาให้บริจาค พร้อมรับการตรวจสอบทุกกรณีเพราะมีเอกสารทำตามกฎหมาย

นายกฯ–รมต.ติดคิวสัญจรชิ่ง 6 กระทู้ ส.ว.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีวาระพิจารณากระทู้ถาม 6 เรื่อง ได้แก่ กระทู้ถามเป็นหนังสือ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ปัญหาคุณภาพและประสิทธิภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (อีเอ็ม) ที่นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.เป็นผู้ถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม 2.นโยบายแก้ปัญหาข่าวปลอมในสังคมออนไลน์ ที่นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. ถามนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.ปัญหาการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด ที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขณะที่กระทู้ถามด้วยวาจา 3 เรื่องคือ 1.การขยายอายุเกษียณราชการ ที่นายอำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. ถามนายกฯ 2.การฆ่าตัวตายของพนักงานสอบสวน 5 คน ในรอบ 4 เดือน ที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ถามนายกฯ 3.ปัญหาการบริหารงานการศึกษาและการขาดแคลน ผอ.และรอง ผอ.โรงเรียน ที่นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. ถามนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แต่ทุกกระทู้ต้องเลื่อนออกเนื่องจากนายกฯและรัฐมนตรีติดประชุม ครม.สัญจร จ.กาญจนบุรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาครม.สัญจรราชบุรีกาญจนบุรีกมธ.ศึกษาแก้รธน.แก้รัฐธรรมนูญข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้