7 พรรคฝ่ายค้าน จองกฐิน อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คาด ยื่นซักฟอก 6 ธ.ค. ชี้เหมาะสมเคาะซักฟอก 18-20 ธ.ค. ยังหารือ จะยื่นเป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะ โวรัฐบาลจะล้มเพราะตัวเอง หรือม็อบใหญ่ ปชช.  

วันที่ 5 พ.ย. นาวาเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการวิปฝ่ายค้าน ความคืบหน้าเรื่องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล ว่า หลังจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้เก็บรวบรวมข้อมูล และดูความพร้อมเอกสารหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด จึงได้หารือถึงความพร้อมทางด้านข้อมูลร่วมกัน โดยมีมติเอกฉันท์ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

"โดยในส่วนข้อมูลหลักๆ ที่ได้มาจากกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ นั้นยังคงต้องรอข้อมูลที่ครบถ้วนและหนักแน่น เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะอภิปรายรายบุคคลหรือคณะ" เลขาฯ เพื่อไทย กล่าว

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้าน เห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ โดยการอภิปรายครั้งนี้ จะไม่เน้นไปที่เรื่องหาทุจริต อย่างเดียว แต่จะมีเรื่อง ความสามารถ และความเหมาะสม ในตัวบุคคลด้วย นอกจากนี้ยังมีหลายเรื่องที่มีฐานความผิดเดิม ที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน พรรคฝ่ายค้าน จึงจำเป็นต้องอภิปราย แต่จะเป็นการอภิปรายรายบุคคลหรือคณะนั้น ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ โดยต้องเร่งทำข้อมูลให้เสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ และคาดว่าจะยื่นซักฟอก ภายในวันที่ 6 ธ.ค. เพื่อให้ประธานพิจารณาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยคาดว่า เวลาที่เหมาะสมที่จะได้อภิปราย คือ วันที่ 18-19-20 ธ.ค.

โดยเป้าส่วนใหญ่ในการอภิปรายนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ แต่จะเป็นแบบรวมๆ กันไปทั้ง ครม.เก่า และ คนใหม่ ซึ่งจะมีรัฐมนตรีบางคนที่ไม่ได้มีการเปิดชื่อไปก่อนหน้านี้รวมอยู่ด้วย เชื่อว่าจะเซอร์ไพรส์รัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะบางเรื่องจะเหนือความคาดหมาย

...

ส่วนความแตกต่างระหว่างการอภิปรายรายบุคคลและรายคณะนั้น นายสุทิน มองว่า เป็นเรื่อง แตกต่างกันต่างกันที่ประเด็นความผิด เพราะบางความผิดเชื่อมโยงกันหลายคน หลายกระทรวง รวมถึงโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาล ส่วนบางกรณีที่เป็นการทำความผิดเฉพาะตัวก็จะแยกออกจากรัฐบาลได้

นายสุทิน ย้ำว่า พรรคฝ่ายค้าน ไม่มีเจตนาล้มรัฐบาล แต่หากจำเป็น หรือ รัฐบาลจำนนหลักฐานมีความผิดชัดเจน ก็อาจจะล้มโดยตัวของรัฐบาลเอง และเขื่อว่า หลักฐานที่ฝ่ายค้านมีจะโน้มน้าว ให้ฝ่ายที่มีใจเป็นธรรมในฝั่งรัฐบาลยกมือให้กับฝ่ายค้านได้ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา ยังไม่มีรัฐบาลใดล้มในสภา แต่เชื่อว่าอาจเป็นการเปิดแผลในสภา และติดเชื้อไปเน่าข้างนอก ซึ่งมือที่อันตรายที่สุดในปัจจุบัน คือ "โซเชียล" ที่อาจจะเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด แม้รัฐบาลจะชนะด้วยเสียงในสภา แต่อาจจะแพ้ด้วยเสียงประชาชน และเสียงในโซเชียล จึงมั่นใจว่า รัฐบาลจะหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ พร้อมกันนี้ นายสุทิน ยังย้ำว่า ทุกพรรคมีความมั่นใจในข้อมูล และเชื่อว่า จะทำให้รัฐบาลล้มหัวคะมำ ได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง