ไปข้างหน้าอีกก้าว เป็นอันว่าการประชุม “อาเซียน ซัมมิต” ซึ่งไทยในฐานะ ประธานอาเซียนจึงเป็น “เจ้าภาพ” โดยมีผู้นำ 10 ประเทศในอาเซียนมาร่วมประชุมกันครบ รวมถึงประเทศคู่ค้าต่างๆมาร่วมด้วย
ได้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุอันใดมาขัดขวาง ไม่มีผู้ชุมนุมประท้วง เท่ากับว่ารัฐบาลได้แก้ตัวสำเร็จ
หลังจากที่เคยเกิดปัญหาเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาจนทำให้ต้องล้มการประชุมไปโดยปริยายสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ความสำเร็จในครั้งนี้เพราะการเตรียมการได้อย่างดีในทุกด้าน
โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยที่มีการใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ทุกจุด และวางแผนการควบคุมได้อย่างรอบด้านและพื้นที่
สาระสำคัญจากการประชุมนั้นมีความเห็นที่สอดรับที่ตกลงกันได้หลายเรื่องหลายประเด็น ทำให้การประชุมเป็นไปอย่างมิตรไมตรีมากกว่าการถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
นั่นเป็นผลมาจากที่ชาติอาเซียนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก
เป็นความสมานสามัคคีที่เป็นตัวอย่างในการอยู่ร่วมกัน
แม้กระทั่งปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเลจีน ซึ่งเกิดปัญหาขัดแย้งกันมานานระหว่างจีนกับหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งต่างก็ถือสิทธิ์ในการครอบครอง
ก่อนหน้านี้การแก้ไขปัญหาหลายครั้งแต่ตกลงกันไม่ได้ อีกทั้งหลายประเทศในอาเซียนก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพราะเกรงใจทั้ง 2 ฝ่ายไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซง
ครานี้ปรากฏผลด้วยพลังแห่งอาเซียนทำให้รัฐบาลจีนได้ลดท่าทีลง พร้อมจะเปิดการเจรจาหาทางออกลดเงื่อนไขต่างๆลงไปมาก
หรือแม้กระทั่งปัญหาชนกลุ่มน้อยที่ “ยะไข่” ของเมียนมาที่ทำให้นางอองซาน ซูจี ผู้นำคนสำคัญก็เกิดปัญหาถูกโจมตีในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างหนัก
...
สหประชาชาติซึ่งมีตัวแทนมาร่วมประชุมด้วยได้เจรจากับอาเซียนเพื่อให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก็ประสบผลสำเร็จที่เมียนมาก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ
ครับ...ยังมีรายละเอียดอีกมากแล้วค่อยมาว่ากันอีกที
ประเด็นใหญ่ที่น่าสนใจคือข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีแนวคิดร่วมกันระหว่างอาเซียนกับประเทศใหญ่อีกหลายประเทศ
นอกเหนือจาก 10 ประเทศในอาเซียนกับอีก 6 ประเทศคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
มีชาติสมาชิกทั้งหมดรวม 16 ประเทศ ซึ่งจะเป็นเขตการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ที่ผ่านมายังไม่สามารถตกลงกันได้ทั้งๆที่มีหลายประเทศต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่อีกหลายประเทศยังมีเงื่อนไข
แต่การประชุมครั้งนี้สามารถตกลงกันได้โดยเฉพาะอินเดีย ที่เคยมีปัญหาก็สามารถตกลงยอมรับที่จะลงนามข้อตกลงร่วมที่เวียดนามราวเดือน ก.พ.63 เพราะจะเป็นเจ้าภาพต่อไป
มีข้อสังเกตก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ไม่ยอมมาร่วมประชุม แต่ส่งเพียงเจ้าหน้าที่เท่านั้นมา จนทำให้ผู้นำอาเซียนบางประเทศประท้วงไม่ยอมเข้าร่วมประชุม
ที่ชัดเจนอยู่ก็คือรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯยอมรับที่จะทบทวนคำสั่งยกเลิกจีเอสพีไทยต่อไปด้วยให้มีการเจรจากันต่อไป
เท่ากับปัญหานี้น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี
เป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของไทยในเชิงต่างประเทศ.
“สายล่อฟ้า”