ข่าว
100 year

“สุดารัตน์” ติงนายกฯ คำพูดอย่างเดียวแก้เศรษฐกิจไม่ได้ จี้ทบทวนค่าบีทีเอส

ไทยรัฐออนไลน์3 พ.ย. 2562 13:56 น.
SHARE

“สุดารัตน์” ขอพรรคการเมืองร่วมโหวตตั้ง สสร. แก้รัฐธรรมนูญ ขจัดความเหลื่อมล้ำและการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม จวกรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ อย่ามัวแต่ใช้คำหรือโทษคนอื่น ต้องระดมกำลังแก้ไขจริงจัง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ยื่นญัตติเพื่อบรรจุและพิจารณาในวันที่ 6 พ.ย.นี้ โดยพรรคจะเข้าไปชี้แจงเหตุผลเพื่อขอการตัดสินใจ และตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยเลือกตั้งบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญแต่ละวิชาชีพมาเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศแก้ไขรัฐธรรมนูญใน สสร. ส่วนตัวเห็นว่าถ้าปลดล็อก มาตรา 256 ได้ก็จะสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ถ้าทุกพรรคที่ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนหรือเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ไขเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม และการใช้อำนาจรัฐ ก็มาร่วมกันโหวตเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีของ ครม.เศรษฐกิจ ที่มีมติจำกัดราคารถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อเที่ยวไม่เกิน 150 บาท คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ควรมีการศึกษาเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน เอกชนผู้ลงทุนได้ความเป็นธรรมและรัฐไม่เสียประโยชน์ แต่ส่วนตัวยังไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้ อยากให้ศึกษาให้รอบคอบกว่านี้ เพื่อหาทางออกที่ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าโดยสารที่แพงเกินไป และไม่เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนจนประเทศเสียประโยชน์

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ ไม่ได้ใช้คำว่าเศรษฐกิจถดถอยแต่เป็นเศรษฐกิจเติบโตช้าลง ว่า ปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถแก้ได้โดยการใช้คำ และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีก็ใช้คำให้เกิดความสับสน บอกว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่นักการเมืองสร้างมาบ้าง หรือเกิดจากเศรษฐกิจโลกบ้าง แต่ยอมรับไหมว่านโยบาย 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูงและไปอุ้มนายทุนขนาดใหญ่ ประชาชนตัวเล็กๆ และ SME ถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการสนับสนุน ดังนั้นจึงไม่สำคัญว่าจะเรียกว่าอะไร แต่สำคัญว่าจะแก้ปัญหาได้ไหม

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเผยด้วยว่า ไม่เห็นภาพนายกรัฐมนตรีหยิบเรื่องเศรษฐกิจและระดมกำลังแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะรัฐบาลที่มีความสามารถจะมีเครื่องมือในการแก้ปัญหาไขปัญหา เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้น 8% ทำให้การส่งออกชะลอตัว โรงงานทยอยปิดตัว และปีหน้าจะมีคนตกงานกว่า 5 แสนคน คนจบใหม่ก็จะหางานทำยาก ซึ่งเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัวรัฐบาลสามารถใช้เครื่องมือ อุดหนุนสินค้าที่ต้องใช้อยู่แล้ว การใช้เงินกู้จากต่างประเทศให้เร็วกว่าปกติ ฯลฯ

“รัฐบาลชอบบอกว่าทำอะไรไม่ได้ มันเป็นเพราะเศรษฐกิจโลก แล้วอย่างนั้นเราจะมีรัฐบาลไว้ทำไม ที่บอกว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่โต 2% แต่มันโตเฉพาะทุนขนาดใหญ่ หรือบางครั้งมันอาจจะลดการเติบโต แต่พวกเขาก็ไม่สะเทือน แต่คนตัวเล็กทั้งประเทศตายหมดแล้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมด้วย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส. กทม., นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายรัฐภูมิ โคตงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ ตัวแทนทีมเพื่อไทยพลัส ลงพื้นที่หมู่บ้านนาริสา หมู่บ้านทวีสุข เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนเป็นแนวทางในการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ในหมวดหมู่บ้านจัดสรร แก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคที่เป็นของเอกชนและหน่วยงานราชการไม่สามารถเข้ามาดูแลเมื่อเกิดปัญหาได้ เช่น ไฟฟ้าดับ น้ำท่วมเพราะท่อไม่เคยขุดลอก รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลางถูกเอาไปขายลูกบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านเก่า คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า การผลักดันในประเด็นนี้อาจจะเสนอผ่านช่องทางคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ที่นายพลภูมิ เป็นกรรมาธิการ เพื่อเสนอเข้าสภาต่อไป

ขณะที่ นายวิชาญ เสนออีกช่องทางหนึ่ง คือ การแก้โดยผ่านระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากผู้อยู่อาศัยจ่ายเงินให้กับรัฐบาลในการดูแลท่อน้ำ เสาไฟฟ้า ดังนั้นประชาชนสามารถยื่นหนังสือต่อหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยได้ ทางด้าน นายพลภูมิ รับปากว่าจะเอาเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการฯ และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เพื่อเจรจากับเจ้าของโครงการให้โอนพื้นที่ส่วนนี้เป็นสาธารณะ และหางบประมาณในการปรับปรุงดูแลพื้นที่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประยุทธ์ จันทร์โอชาพรรคเพื่อไทยสสร.แก้รัฐธรรมนูญ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้