ข่าว
100 year

เหมือนรู้ชะตากรรม ธนาธรรับ เป้าหมายอีกไกล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

ขอบคุณเพื่อนร่วมทางฝ่าขวากหนามด้วยกัน วิษณุฟันธงบริจาคเงินผ่าน ‘นอมินี’ ผิดชัดเจน ชลิตาฟ้อง ‘ปูเค็ม’ หมิ่น

“ธนาธร” โพสต์กลางดึกขอบคุณเพื่อนร่วมทาง ที่ฝ่าขวากหนามมาด้วยกัน ขอโทษที่สื่อสารกันน้อยไป เป้าหมายยังอีกยาวไกลต้องเดินหน้าต่อ ป่าไม้เด้งรับสอบที่ดิน “แม่ธนาธร” “วิษณุ” โผล่ชี้ให้นอมินีบริจาคเงินเข้าพรรคผิดชัด ส.ส.พปชร.ทิ้ง กมธ. ป.ป.ช. ซัด “เสรีพิศุทธ์” จ้องหาเรื่อง “บิ๊กตู่”-รัฐบาล “ชวน” สั่งสภายกเครื่อง รปภ.เข้ม ยินดีพบ “เต้” แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย “เทพไท” ฉะ รธน.สร้าง ส.ส.พันธุ์ยี้ ทภ.4 แจงปมปูดโจรใต้บุกกรุงแค่กลุ่มเฝ้าระวัง ฝ่ายค้านลุยเต็มสูบหลังเปิดสมัยประชุม เย้ย 3 ญัตติร้อนทำ รบ.เหนื่อยแน่ ระเบิดศึกซักฟอกไม่เกิน 20 ธ.ค. “บิ๊กตู่” สารภาพเศรษฐกิจโตช้า จัดเมนูเด็ดขึ้นโต๊ะผู้นำอาเซียน ตร.จัด 1.7 หมื่นนายพร้อมรับมือ “ชลิตา” ส่งทนายฟ้อง “ปูเค็ม” ป้องสิทธิถูกยัดข้อหากบฏ

จับตาสถานการณ์การเมืองหลังการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ ที่มีวาระเรื่องร้อนรอการพิจารณาอยู่หลายเรื่อง ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กเหมือนรับรู้ชะตาทางการเมือง โดยขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่ฝ่าขวาก หนามมาด้วยกัน

“ธนาธร” ขอบคุณเพื่อนร่วมทาง

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงดึกวันที่ 31 ต.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถึงเพื่อนร่วมการเดินทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่เคารพทุกท่าน อยากเริ่มต้นสาส์นฉบับนี้ด้วยการขอโทษ เมื่อมอง ย้อนกลับไปพบว่าตัวเองสื่อสารกับเพื่อนร่วมทางน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อาจเพราะขวากหนามที่คอยทิ่มแทงพวกเราตลอดเส้นทางที่ก้าวเดิน ขวากหนามที่เกิดขึ้นจากการที่พวกเรายืนยันในหลักการที่ถูกต้อง ขวากหนามที่เกิดขึ้นจากความพยายามจะฉุดรั้งประเทศไทยไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า เพียงปัดป้องขวาก หนามทั้งหมดนี้ เราแทบไม่เหลือเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นตามที่ตั้งใจไว้ ถึงอย่างไรเราควรภูมิใจในรอยแผลเหล่านั้น เราต่างทราบกันดีว่ายิ่งถากถางเส้นทางไปข้างหน้าไกลมากเท่าใด ขวากหนามและบาดแผลยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น ในแง่หนึ่งรอยแผลจึงเปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่า สองมือเราได้เริ่มลงมือทำ สองเท้าเรายังก้าวเดินไปไม่หยุดย่ำอยู่กับที่ จากมือไม่กี่มือที่เริ่มสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงความฝันและรอบข้างที่ว่างเปล่า มาถึง ณ เวลานี้ ความว่างเปล่านั้นถูกเติมเต็มด้วยเพื่อนร่วมทางกว่า 6,300,000 คน อนาคตใหม่จึงไม่ใช่เพียงชื่อพรรคการเมือง แต่หมายถึงผู้คนซึ่งกำลังเดินทางไกลร่วมกัน เราฝันถึงความเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ก้าวหน้า เสมอภาค และเท่าเทียมเป็นธรรม

เป้าหมายอีกยาวไกลเดินหน้าต่อ

นายธนาธรยังระบุอีกว่า เราฝันจะสร้างพรรค การเมืองเพื่อภารกิจทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าพรรคอนาคตใหม่ยังเยาว์นัก เรายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบอยู่มาก เราต้องเรียนรู้และเติบโตจากอุปสรรคและความผิดพลาด นอบน้อมต่อประชาชนและซื่อตรงต่ออุดมการณ์ บนเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นสดใส และปลายทางยังอีกยาวไกล บางคนอาจเหน็ดเหนื่อย บางคนอาจต้องการช่วงเวลาสำหรับหยุดพัก บางคนอาจขอละการเดินทางไว้เพียงเท่านี้ บางคนอาจผิดหวัง ขณะที่บางคนอาจค้นพบเส้นทางใหม่ ขอโปรดรับรู้ว่าตนขอขอบคุณอย่างยิ่ง ถือเป็นเกียรติเสมอที่ได้ร่วมเดินทางฟันฝ่ามาด้วยกัน ช่วงเวลาที่ได้แบ่งปันความสุขและร่วมทุกข์กับความเศร้าจะยังตราตรึงอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับพวกเราที่ยังมั่นคงในเส้นทางแห่งอุดมการณ์อยู่ 1 ปีที่พวกเราเดินร่วมกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ยังไกลไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เจริญงอกงามอย่างที่เราได้วาดฝันกันเอาไว้ จากนี้ต่อไปขอจงจับมือ กอดไหล่ แล้วเอาหัวใจผูกร่วมกันไว้ให้แน่น เป้าหมายยังอีกยาวไกล ขวากหนามยังมีอีกมาก ทว่ายังมีหนทางอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่หัวใจไม่ยอมแพ้ “พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง”

“วิษณุ” ชี้ผิดให้นอมินีบริจาคพรรค

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตการนำเงินตัวเองไปกระจายให้บุคคลอื่นบริจาคให้พรรคการเมือง เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายที่กำหนดให้แต่ละคนบริจาคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี ถือว่าผิดหรือไม่ว่า ถ้าพบอย่างนั้นและเป็นอย่างนั้นมันก็ผิด เป็นนิติกรรมอำพราง แสดงให้เห็นว่าเป็นเจตนาเลี่ยง ส่วนคู่สมรสที่บริจาคให้พรรคการเมืองจะถือเป็นคนเดียวกันหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ไม่กล้าตอบ

ป่าไม้เด้งสอบที่ดิน “แม่ธนาธร”

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำชาวบ้านเข้าร้องเรียนนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในเขต อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า รายละเอียดขอบเขตแปลงที่ดินยังไม่ชัดเจน โดยมีการนำชี้คร่าวๆรวมประมาณ 3,000 ไร่ มีเอกสารหลายประเภทรวมถึง ภ.บ.ท.5 อยู่ในเขตป่าสงวนฯเดิมซึ่งประกาศเขตปฏิรูปทับ แต่มีบางส่วนไม่อยู่ในเขตปฏิรูปเช่นที่เขาและป่า ดังนั้นจะมีคณะกรรมการร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจนต่อไป สำหรับพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่มีมติเห็นสมควรร่วมกันจัดตั้งป่าชุมชน ตามแนวทางของกรมป่าไม้ อยู่บริเวณบ้านหนองน้ำใส ต.รางบัว อ.จอมบึง พื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 1,050 ไร่

ส.ส.พปชร.ผละทิ้ง กมธ.ป.ป.ช.

ที่รัฐสภา นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือขอลาออกจาก กมธ.ชุดดังกล่าว เนื่องจากรู้สึกอึดอัดใจในการทำหน้าที่ โดยเฉพาะการที่ต้องทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. ตนมีฐานะเป็นโฆษก กมธ.ต้องรับผิดชอบแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แต่ในฐานะเป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่เชื่อมั่นในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่มาวันนี้จะให้แถลงข่าวเพื่อดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล ตนทำไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นคงเสียคน ได้พูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐแล้วจะให้ผู้ที่มีความเหมาะสมเข้าไปนั่งใน กมธ.ชุดนี้แทน เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้จริงๆ

ซัด “เสรีพิศุทธ์” จ้องหาเรื่อง “บิ๊กตู่”

นายพยมกล่าวต่อว่า การประชุมแต่ละครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่เคยคุมการประชุมให้อยู่ในวาระได้ ไม่สนใจประเด็นใหม่ๆ หรือเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน มุ่งเน้นเพียงหาประเด็นจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ล่าสุดจะรื้อคดีนาฬิกาหรูขึ้นมาพิจารณาใหม่ มองว่าเรื่องนี้จบสิ้นกระบวนการพิจารณาไปแล้ว ไม่เห็นประโยชน์ที่ต้องรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เป็นการทำงานที่ถอยหลังลงคลองสิ้นเปลืองเบี้ยประชุม หากเรื่องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์หยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ตนพร้อมจะทำ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือเพื่อดิสเครดิตนายกฯและรัฐบาล เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะให้ใครมาทำหน้าที่ใน กมธ.แทน นายพยมตอบว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นน่าจะเป็นนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. เป็นคนกล้าสู้ กล้าชน น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าตน

ลั่นอย่าใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายพยมมาพูดเปรยหลายครั้งแล้วว่าอึดอัดใจที่ต้องร่วมประชุมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าใจความรู้สึกของนายพยมดี คงต้องรอให้พรรคมีมติออกมาก่อนว่าจะให้ตนไปทำหน้าที่แทนหรือไม่ ไม่ได้หวังจะเข้าไปเป็นศัตรูหรือขวางการทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หวังเพียงให้ กมธ.ชุดนี้ใช้เวทสภาฯไปในทางที่ถูกที่ควร ไม่ใช่ใช้ตำแหน่งประธาน กมธ.ทำเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง อยากฝากถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หากยังใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมี ส.ส.ใน กมธ.ชุดนี้อีกหลายคนไม่อยากทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตนจะไม่ยอมปล่อยผ่านในเรื่องที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน

เด็ก พปชร.ดิ้นปกป้อง “ตู่-ป้อม”

ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ดำเนินการตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กรณีกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า จากการให้สัมภาษณ์โดยใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม กระทำการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และกระทำการที่ขัดต่อพระบรมราชโองการ รวมทั้งกระทำการที่นอกเหนือจากที่กฎหมาย และรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงอยากให้ กกต.ดำเนินการเรียก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาชี้แจง หากเป็นจริงขอให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และสัปดาห์หน้าจะยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีที่คณะกรรมาธิการฯ เรียก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรเข้ามาชี้แจงในประเด็นกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ และการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ว่าสามารถกระทำได้หรือไม่

ป้อง “เสรี” ไม่ได้จ้องบลัฟ “ลุงตู่”

น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ยืนยันว่ากรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญนายกฯมาชี้แจง ไม่ได้ต้องการใช้ กมธ.เป็นเวทีเล่นการเมือง หรือดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ตามที่นักการเมืองบางคนกล่าวหา แต่เป็นการทำหน้าที่ประธาน กมธ.ตรวจสอบความไม่ถูกต้องในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มีการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามามาก ขณะนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เปรียบเหมือนความหวังของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจเรียกได้ว่าเป็นเบอร์ 1 แห่งความยุติธรรมก็ว่าได้ การเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงเป็นตามปกติ ตามอำนาจหน้าที่เหมือนที่ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐเคยเชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไปพูดคุย เมื่อ ผบ.ทบ.ให้ความร่วมมือก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่หลายฝ่ายวิตกกังวล ไม่อยากให้มองว่าการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างทำไปตามหน้าที่ตัวเองตามระบบรัฐสภา

“ชวน” สั่งสภายกเครื่อง รปภ.

ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้หารือกับนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลรักษาความปลอดภัยรัฐสภา ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาอีกครั้ง กำชับให้เข้มงวดตรวจตราการเข้าออกบริเวณรอบรัฐสภา โดยไม่ต้องเกรงใจว่าเป็นคนของใคร แม้จะจำหน้าได้ก็ตาม ขอให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ ยอมรับว่าคงไม่สามารถมีมาตรการดูแลได้เท่าทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากเครื่องมือและเจ้าหน้าที่มีจำกัด รวมทั้งมีคนเข้าออกมากโดยเฉพาะช่วงนี้ ที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีรายงานเรื่องการใช้สติกเกอร์จอดรถปลอมหรือบัตรปลอม และมีการนำสติกเกอร์จอดรถไปขาย จึงสั่งให้ยกเครื่องการทำบัตรและตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบบัตรปลอมต้องดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ยืนยันว่าเครื่องตรวจวัตถุระเบิดยังใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา แต่ไม่ใช่เครื่องตรวจสารตั้งต้นวัตถุระเบิด

ยินดีพบ “เต้” แต่ต้องยึดกฎหมาย

นายชวนกล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุข–สินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ จะขอเข้าพบว่า พร้อมให้เข้าพบได้เสมอแต่ตอนนี้ภารกิจยังไม่ตรงกัน ส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไรกับนายมงคลกิตติ์ แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีสิทธิ์ไปยกเว้นกฎหมายให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ทั้งหมดนี้ต้องดูว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการ ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานกลับเข้ามา

“เทพไท” ฉะ รธน.สร้าง ส.ส.พันธุ์ยี้

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ต้องแปลกใจ หรือตั้งข้อสงสัยในพฤติกรรมของ ส.ส.หลายคน ที่มี บทบาทแปลกประหลาด ขาดวุฒิภาวะ ทำขัดหูขัดตาประชาชน ไม่เหมือน ส.ส.ในอดีต เป็น ส.ส.มาหลาย สมัยแต่สภาฯ ชุดนี้สมาชิกมีความหลากหลายมากมาย เพราะผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้ได้ ส.ส.หน้าใหม่เข้ามามากกว่าปกติ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้มาจากการเขียนกติกาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ใช้หลักคิดเรื่องทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ทำให้สภาฯชุดนี้มีตัวแทนของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกชนชั้น ที่พิเศษกว่าคือมีเพศทางเลือกเข้ามาหลายคน ในเมื่อสังคมประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลาย มีทั้งคนดี คนบ้า คนเพี้ยน คนกร่าง คนหลงอำนาจ คนอยากดัง ก็อย่าประหลาดใจถ้าสภาฯ จะมี ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของคนเหล่านี้ ถือว่าเป็นข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทุกคะแนนไม่ตกน้ำกำลังมีผลในทางปฏิบัติแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยิ่งใช้ยิ่งพบจุดอ่อนเรื่อยๆ ถือเป็นเรื่องที่ถูกแล้วที่ทุกพรรคเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านเดินหน้าต่อญัตติร้อน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาฯได้เปิดสมัยประชุมสามัญแล้ว มีเรื่องสำคัญที่รอพิจารณาอยู่หลายญัตติ โดยเฉพาะเรื่องด่วนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากบรรดาประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ทุกคนรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาให้แก้ไขยาก ฝ่ายการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างรู้ถึงปัญหาและอุปสรรคตรงนี้ดี จึงเดินหน้าศึกษาวิธีการแก้ไข เพื่อหาช่องทางให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ตามกระบวนการประชาธิปไตยในสภาฯ วันที่ 5 พ.ย.นี้ วิปฝ่ายค้านจะประชุมทบทวน แนวทางดำเนินการเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนการประชุมสภาฯ วันที่ 6 พ.ย.

สวน มท.1 อย่าปัดสวะให้ กกต.

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังไม่ให้ความชัดเจนในการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น โดยโยนความรับผิดชอบไปที่ความพร้อมของ กกต. และท้องถิ่นในการเตรียมงบประมาณสำหรับจัดเลือกตั้ง เพราะอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นของ ครม. ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานอื่น กกต.แสดงความพร้อมมาแล้วด้วยการมีหนังสือ เวียนไปถึง กกต.แต่ละจังหวัด แต่ ครม.ก็ยังนิ่งเฉย รัฐบาลต้องเลิกเล่นเกมควรกำหนดความชัดเจนให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้คนทั้งประเทศครหาว่าเพราะรัฐบาลกระแสตกจนต้องหยุดรอจังหวะความได้เปรียบ ให้โครงการแจกแหลกลงไปสู่ท้องถิ่นแบบที่ผ่านมา ยิ่งปล่อยให้การเลือกตั้งท้องถิ่นช้าออกไป ยิ่งทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจ สร้างความแข็งแกร่งแก่ระบบอุปถัมภ์ บั่นทอนทำลายหลักธรรมาภิบาล

เย้ย 3 วาระร้อน รบ.เหนื่อยแน่

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้มีวาระสำคัญอยู่ 3 เรื่องคือ 1.รัฐบาลต้องรายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาให้สภาฯรับทราบ คงมีการอภิปรายกันกว้างขวาง เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ ดำเนินการอะไรเลย เชื่อว่ารัฐบาลคงตอบไม่ได้ ประเด็นนี้จะถูกนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย 2.ญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากบรรดาประกาศคำสั่งของ คสช. มีสมาชิกจองกฐินกันทั้งสภาฯ และ 3.ญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ที่ส่อให้เห็นกำพืดของคนสั่ง คนร่าง และคนปกป้องชัดเจน เชื่อว่ารัฐบาลเหนื่อยแน่

ระเบิดศึกซักฟอกไม่เกิน 20 ธ.ค.

เมื่อถามถึงญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุทินตอบว่า วันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเข้าพบนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อรับนโยบายในการดำเนินการ และวันที่ 5 พ.ย. จะประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประมวลข้อมูลเบื้องต้นที่สมาชิกฝ่ายค้านได้รวมการดำเนินงานของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา คิดว่าคงยื่นญัตติได้ไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค.

บรรจุญัตติตั้ง กมธ.แก้ รธน.แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นั้น ล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาฯนัดแรก วันที่ 6 พ.ย. มีญัตติด่วนที่จะพิจารณาเรื่องแรกคือ การให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ตามด้วยญัตติการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และญัตติให้สภาผู้แทน ราษฎรตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน

แฉ “ดีอี” ทำงบโครงการซ้ำซ้อน

อีกเรื่อง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 กล่าวว่า การพิจารณางบฯของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบว่ามีการใช้งบประมาณทำหลายโครงการซ้ำซ้อนกัน เกี่ยวกับคราวน์เซอร์วิส และบิ๊กดาต้า ซึ่งทางดีอียืนยันว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่หลักของกระทรวง ยังมีเรื่องเน็ตประชารัฐ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงดีอี และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย กมธ.ได้ขอเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ไปแล้ว รวมทั้งโครงการดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบง ที่ของบประมาณเข้ามาถึง 125 ล้านบาท เพื่อนำมาพิจารณาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

รบ.เตรียมแจงผลงานปฏิรูป

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะต้องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศในรอบ 3 เดือนต่อสภาฯ ว่า จะเข้าวาระการพิจารณาในวันที่ 6 พ.ย. ตนและนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมประธานปฏิรูปทั้ง 11 คณะจะเป็นผู้ชี้แจงการรายงานในครั้งนี้ ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายซักถามสอบถามและให้ข้อสังเกตได้ แต่ไม่มีการลงมติเสียใจด้วย

“บิ๊กตู่” สารภาพเศรษฐกิจโตช้า

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียนและไทย ไม่ได้ใช้คำว่าเศรษฐกิจถดถอย แต่เป็นเศรษฐกิจเติบโตช้าลงในปีหน้าและปีต่อไป ไทยต้องหาหลายมาตรการเพื่อช่วยทำให้ดีขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายภายใน มาตรการการเงินการคลังที่ต้องเอื้ออำนวยให้เกิดการใช้จ่าย หรือลงทุนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนนำเงินออกมาลงทุน สร้างสภาวะแวดล้อมให้มีเอกภาพ และเสถียรภาพ โดยที่ประชุมพิจารณา 2 เรื่องสำคัญ คือ เอสเอ็มอี ที่การช่วยเหลือต้องมีเงื่อนไข ไม่ใช่ให้เปล่า มีการตรวจสอบและรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ ที่สำคัญขอให้ระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณให้คุ้มค่า ประหยัด เพียงพอ

ชูคนไทยยิ้มซื่อสัตย์อย่าทำลาย

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนครั้งที่ 2/2562 และเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าในรายการ Government weekly EP.12 ช่วง PM.Talk ถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ว่า อยากให้ทุกคนภูมิใจไปกับตนที่เราจะได้แสดงศักยภาพวิสัยทัศน์การทำงาน นโยบายรัฐบาล และแสดงเอกลักษณ์ไทย 3 อย่างที่โดดเด่น คือ ยิ้มสยามต้องยิ้มกว้างๆ ยิ้มแบบซื่อสัตย์เพื่อให้เขาเชื่อมั่น รวมถึงเอกลักษณ์ด้านอาหารไทย และบ้านเมืองที่สวยงาม ขออย่าทำลายกันตรงนี้ ต้องรักษาระเบียบได้เห็นความเป็นเจ้าบ้านที่ดี

รบ.จัดเมนูเด็ดขึ้นโต๊ะผู้นำซัมมิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าได้เผยแพร่เมนูอาหารในงานกาล่าดินเนอร์ สำหรับผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จากวัตถุดิบภายในประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคของไทย 4 คอร์ส ได้แก่ 1.“เรียกรส” หมี่กรอบ กระทงทอง ไก่เบตงย่างกอ ทอดมันปลากรายปากน้ำโพ ผัดไทย ยำทวายโบราณไก่บ้าน ผักออร์แกนิก 9 อย่าง จ.เชียงใหม่ 2.“รุ่มรส” ยำกุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา 3.“ร่ำรส” เมนูปลากะพงย่างซอสกับหน่อไม้ฝรั่งจาก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม คู่กับข้าวไทย 4 ชนิด 4 สี จาก 4 ภาค แกงเขียวหวานเนื้อคารูบิของโคราชวากิว หลนปูบางตะบูน จ.สมุทรสงคราม แนมกับไข่เค็มไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ปลาช่อนสิงห์บุรีแดดเดียวพร้อมผัก และ 4.“รื่นรส” เป็นของหวานใช้กะทิจากเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ผลไม้ไทย ขนมไทยโบราณ

“ออง ซาน” ถึงไทยร่วมถกอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มทยอยรับบัตรสื่อมวลชนสำหรับเข้าทำข่าวการประชุม ที่บริเวณชั้น 1 โรงแรมไอบิส เมืองทองธานี ส่วนบริเวณอาคารที่ใช้เป็นสถานที่จัดประชุม ศูนย์ประสานงานด้านต่างๆ และศูนย์สื่อมวลชน ตลอดจนบริเวณโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตรวจตราอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันรัฐมนตรีอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ทยอยเดินทางมาถึงแล้ว อาทิ เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ รมว.ต่างประเทศ บาห์เรน นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นต้น

ไทย–บาห์เรนสัมพันธ์ชื่นมื่น

จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ รมว.ต่างประเทศราชอาณาจักรบาห์เรน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อลงนามในภาคยานุวัติสารสำหรับการเข้าเป็นอัครภาคีของสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) โดยนายกฯกล่าวต้อนรับว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อบาห์เรน ในฐานะมิตรประเทศที่สำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลางและโลกมุสลิม ขอบคุณบาห์เรนสนับสนุนไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในกรอบโอไอซี ขอบคุณที่ชาวบาห์เรนชื่นชอบการเดินทางมาเที่ยวไทย และส่วนหนึ่งมาเพื่อรักษาพยาบาล ขณะที่ รมว.ต่างประเทศบาห์เรนยืนยันให้ความสำคัญสัมพันธ์กับไทยในทุกระดับ ทั้งการค้า ความสัมพันธ์ทางการเมือง

ตร.จัด 1.7 หมื่นนายรับอาเซียน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งงานพิธีตรวจคนเข้าเมือง ต้อนรับผู้นำ รัฐมนตรีผู้เข้าร่วมประชุม ทุกหน่วยวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเต็มกำลัง มีการวางแผนเตรียมรับทุกสถานการณ์ ทำงานไม่ประมาท จัดกำลังชุดต่อต้านการก่อการร้ายร่วมกัน 4 เหล่าทัพ โดยตำรวจสนับสนุนกำลังชุดอรินทราช26 และชุดนเรศวร 261 มีการประสานหน่วยข่าวกรองทหาร ตำรวจ สมช. และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เฝ้าติดตามบุคคลกลุ่มเสี่ยง ตัวป่วนหรือสิ่งของต้องสงสัย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 17,000 นายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะด้านการข่าว ประสานข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคง สิ่งที่อยากฝากถึงประชาชนคือ เรื่องการจราจร ที่จำเป็นต้องปิดการจราจรในบางช่วง ถนนบางสาย ขอศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ใช้ในการประชุม ยืนยันพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยความสงบเรียบร้อย สถานการณ์ขณะนี้ยังปกติดี

“ชลิตา” ส่งทนายฟ้อง “ปูเค็ม”

ที่ศาลอาญา นายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ทนายความ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 นายพิสุทธิ์สรุปรายละเอียดในคำฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อโจทก์ 4 กรรม ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ต.ค.62 จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “ผู้กองปูเค็ม” เชิญชวนให้คนไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในวันที่ 3 ต.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิการบดี กล่าวหาโจทก์ว่ากระทำการปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 ต.ค. จำเลยได้เฟซบุ๊กไลฟ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ กล่าวหาว่ามีแนวคิดเป็นกบฏ ครั้งที่ 3 วันที่ 3 ต.ค. ในหนังสือร้องเรียนของจำเลย กล่าวหาโจทก์ว่ามีแนวคิดกบฏแบ่งแยกรัฐแบ่งแยกดินแดน และครั้งที่ 4 วันที่ 31 ต.ค. จำเลยโพสต์ข้อความว่า “การแอบอ้างเสรีทางวิชาการเพื่อแบ่งแยกแผ่นดินนั้น ควรถูกตัดหัวเสียบประจานจริงไหมชลิตา” การกระทำของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะโจทก์ไม่มีแนวคิดตามที่กล่าวอ้าง โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 ม.ค.2563 เวลา 13.30 น.

ถูกยัดเยียด “กบฏ” ต้องป้องสิทธิ

นายพิสุทธิ์กล่าวว่า น.ส.ชลิตาเป็นอาจารย์มีลูกศิษย์มากมาย ต้องถูกใส่ความทำให้เสียหาย ทำให้ผู้คนทั่วไปหลงเชื่อ ดูหมิ่นเกลียดชัง มีผลต่อความเจริญก้าวหน้าในราชการ และต้องการให้จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย ด้าน น.ส.ชลิตากล่าวว่า เจตนาของการอภิปรายเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการพูดเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนใต้กับรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ และการเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างไร ต้องปรับอย่างไร แต่ไม่มีข้อเสนอหรือบทสรุปว่าต้องเป็นแบบไหน ปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชน แต่การนำคำพูดของตนไปตีความในลักษณะการเป็นกบฏ เป็นการตีความจนเลยเถิด สร้างความเกลียดชัง ฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพรรคอนาคตใหม่นอมินีพรรคการเมืองเงินบริจาคหุ้นสื่อข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้