ข่าว
100 year

ชาวสวนยางเฮ คิกออฟจ่ายตรง 2.4 หมื่นล้าน แย้มข่าวดีขายลอตใหญ่ พ.ย.นี้ (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์1 พ.ย. 2562 15:45 น.
SHARE

คิกออฟจ่ายประกันราคายางวันเเรก "จุรินทร์" เผยขายยางให้อินเดีย 1000 ตัน 9 พันล้านบาท แย้มกลาง พ.ย.มีข่าวดีขายลอตใหญ่ "เฉลิมชัย" ระบุใช้งบกว่า 2.4 หมื่นล้าน ช่วยชาวสวนยาง 1.7 ล้านคน แทนการแทรกแซงราคา หวังลดบิดเบือนกลไกตลาดจากพ่อค้าคนกลาง เเจงเเบ่งจ่าย 3 ระยะ

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.62 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ชี้แจงการจ่ายเงินวันแรกโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง

โดยบรรยากาศที่อาคารเอศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นไปอย่างคึกคัก มีตัวแทนของเกษตรกรจากทุกภาคร่วม 1,000 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้บริหารระดับสูงทุกหน่วยงานเข้าร่วม

โดย นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินส่วนต่างไปถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางทุกคน ตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล จากนี้ไปเกษตรกรจะมีรายได้ทางที่สองด้วย ก็คือรายได้จากเงินส่วนต่างที่รัฐบาลนี้จะจ่ายให้กับชาวสวนยางทั่วประเทศ ในหนึ่งปีฤดูกาลผลิตเราจะโอนให้ทุกสองเดือน และจะดำเนินการไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ยังมีรัฐบาลชุดนี้ การคำนวณการประกันรายได้ให้เอารายได้ที่ประกันเป็นตัวตั้ง รัฐบาลชุดนี้ประกันรายได้ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ที่กิโลกรัมละ 60 บาท และน้ำยางสด 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วยที่ 23 บาท/กิโลกรัม โดยยางแผนดิบที่กิโลกรัมละ 60 บาท เป็นตัวตั้งแล้วเอาราคาตลาดเป็นตัวลบ ประกันรายได้ให้ชาวสวนยางหัวละไม่เกิน 25 ไร่ ขึ้นอยู่กับผลผลิตของพี่น้องว่าได้กี่กิโลกรัม และจะเป็นเงินส่วนต่างที่พี่น้องได้รับ ซึ่งพี่น้องผลิตยางแผ่นดิบชั้นสามประกันรายได้กิโลละ 60 บาทนั้น ถ้าพี่น้องมีสวนยาง 25 ไร่พอดี พี่น้องจะได้รับเงินส่วนต่าง 10,515 บาท และในหนึ่งฤดูกาลผลิตจะโอนให้ทุกสองเดือน โดยเงินงวดต่อไป 10,515 บาท สวนยางก้อนถ้วยกรณี 25 ไร่ได้รับ 6,810 บาท และรัฐบาลจะโอนให้ทุกสองเดือน โดยงวดแรก คือ วันที่ 1 พ.ย.2562 งวดต่อไป วันที่ 1 ม.ค.2563 และงวดต่อไปงวดที่ 3 วันที่ 1 มี.ค.2563 และดำเนินการไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่จะมีรัฐบาลชุดนี้ 

"ที่สำคัญผมอินเดียมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เราสามารถพานักลงทุนไปเปิดตลาดยางที่อินเดียได้สำเร็จ ขายยางได้ 100,000 ตัน นำเงินเข้าประเทศ 9,000 กว่าล้านบาท จากนี้ไปอีกไม่กี่วันกลางเดือน พ.ย.หลังประชุมอาเซียน ผมขออนุญาตนายเฉลิมชัยไปบุกตลาดยางที่ตุรกีและเยอรมนี และมั่นใจว่าจะมีข่าวดีให้กับพี่น้อง สุดท้ายนี้มันใจว่าการสั่งการของ นายเฉลิมชัย บวกการยางอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เราจะมีข่าวดีให้เกษตรกรชาวสวนยาง เราจะขายยางในปริมาณที่มากมายทีเดียว และจะแถลงข่าวให้ทราบเมื่อได้เซ็นสัญญาไม่เกินกลางเดือนนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ ที่จะได้รับเงินส่วนต่างครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และทำให้ผมและ นายเฉลิมชัย สามารถทำนโยบายประกันรายได้ชาวสวนยังทำได้ไว้ทำได้จริง" นายจุรินทร์ กล่าว 

ด้าน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 งบประมาณ 24,278.62 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.7 ล้านคน ในพื้นที่ปลูกยางพารา 17 ล้านไร่ ให้มีรายได้ที่แน่นอนสม่ำเสมอ สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยรัฐบาลจะประกันราคายางแทนการแทรกแซงราคา เพื่อลดการบิดเบือนกลไกตลาดและลดความผันผวนด้านราคาจากพ่อค้าคนกลาง โดยกำหนดราคาประกันรายได้จากการขายยางพารา 3 ชนิด ได้แก่ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 100%) ราคา 23 บาท/กิโลกรัม โดยมีหลักเกณฑ์ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียน และแจ้งข้อมูลปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ที่มีต้นยางอายุ 7 ปีขึ้นไป เปิดกรีดแล้ว รายละไม่เกิน 25 ไร่ กำหนดปริมาณผลผลิตยางประกันรายได้ (ยางแห้ง) ที่ 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน

สำหรับการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน ตั้งแต่ ต.ค.62 ถึง มี.ค. 63 โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง 3 งวด ได้แก่ 1) ประกันรายได้เดือนต.ค.-พ.ย.62 จ่ายงวดที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 พ.ย.62 2) ประกันรายได้เดือน ธ.ค.62-ม.ค.63 จ่ายงวดที่สอง ระหว่างวันที่ 1-15 ม.ค.63 และ 3) ประกันรายได้เดือน ก.พ.- มี.ค.63 จ่ายงวดที่สาม ระหว่างวันที่ 1-15 มี.ค.63 โดยค่าบริหารโครงการวงเงิน 234 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายจากเงินกองทุนพัฒนายางพารา

ทั้งนี้ค่าประกันรายได้คำนวณจากราคายางที่ประกันรายได้ ลบราคากลางอ้างอิงการขาย แล้วคูณด้วยปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง เป็นค่าประกันรายได้ในแต่ละเดือน โดยจะจ่ายเงินประกันชดเชยรายได้ส่วนต่างจากการขายยางพารา 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง เข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ผ่าน ธ.ก.ส.แบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวนยาง 60% และคนกรีดยาง 40% ซึ่งในวันนี้ (1 พ.ย.) เป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร จึงมั่นใจได้ว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนยางได้ตามหลักการ "ทำได้เร็ว ทำได้จริง" ตามที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

ด้าน นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ และคนกรีดยาง) ที่แจ้งและขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก่อนวันที่ 12 ส.ค.62 เริ่มจ่ายในงวดแรก จำนวนกว่า 8 พันล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 เป็นต้นไป เบื้องต้นมีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับ กยท. จำนวน 1,711,252 ราย แบ่งเป็นยางแผ่นดิบ 150,803 ราย น้ำยางสด 470,767 ราย และยางก้อนถ้วย 790,447 ราย คิดเป็นพื้นที่รวม 17,201,391 ไร่

นายสุนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเงินประกันรายได้ในแต่ละเดือน จะถูกแบ่งระหว่างเกษตรกรเจ้าของสวนยางและคนกรีดยางในสัดส่วน 60:40 (ตามสัดส่วนการจ้างส่วนใหญ่ของข้อมูลขึ้นทะเบียน) โดยราคากลางจะกำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคากลางอ้างอิงงวดแรก (ประกาศ ณ วันที่ 25 ต.ค.62) กำหนดราคายางแผ่นดิบ 38.97 บาท/กก. น้ำยางสด 37.72 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย 16.19 บาท/กก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางยางพาราชาวสวนยางประกันราคายางราคายางข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้