"อนุสรณ์" แนะ "ประยุทธ์" ทำความเข้าใจ งบฯกองทัพต้องถูกตรวจสอบให้ถูกต้อง ขณะ "สมคิด เชื้อคง" เผย ฝ่ายค้านหวังรีดไขมันงบประมาณ อัดรัฐบาลใช้อำนาจจนติดนิสัย ไม่ฟังเสียง ปชช.
วันที่ 31 ต.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอให้ ผบ.เหล่าทัพ เตรียมพร้อมชี้แจงงบฯ ของแต่ละเหล่าทัพ เพราะอาจจะโดนหนักหน่อย เนื่องจากตนเป็นนายกฯ มาจากทหาร ว่า ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้าใจผิด หรือสื่อสารไม่ครบ การตรวจสอบปรับลดงบประมาณไม่ได้หนักหรือไม่หนัก จากการมีนายกฯ มาจากทหารหรือพลเรือน สาระสำคัญของการพิจารณางบประมาณ คือ การตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างเหมาะสมและเอื้อต่อการเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ งบกระทรวงกลาโหม หรืองบของกองทัพติดอยู่ในอันดับที่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณสูงมาโดยตลอด จะให้แข่งกันทำลายสถิติพิจารณาเร็วขึ้นทุกปีเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา คงไม่ได้ ตัวเลขการจัดสรรงบประมาณปี 2563 พบว่า ยังขาดเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์เชิงรุกในการรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามการค้า ขาดการรับมือความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี งบประมาณปี 63 ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การลดการผูกขาด เพิ่มการแข่งขัน ปัญหาความถดถอยของความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนความยากลำบากทางเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนระดับฐานราก
...
"แทบทุกประเทศ ต่างเตรียมการรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า แต่การจัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ยังคงวนเวียนอยู่กับการสร้างความเข้มแข็งของกองทัพ มากกว่าการเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจของประเทศ" นายอนุสรณ์ กล่าว
ขณะ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า การทำงานในรัฐสภาเป็นการทำงานที่ยาก เพราะพรรคร่วมรัฐบาลใช้วิธีการพวกมากลากไป การนำเสนอกฎหมายหรือการเสนอญัตติอะไรไม่ให้ความสำคัญกับการทักท้วงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่งผลให้การทำงานในสภาลำบาก
รัฐบาลใช้อำนาจจนติดเป็นนิสัย ไม่ฟังเสียงใคร ทั้งๆ ที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำทำงานยาก จากเดิมสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลบรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้านสร้างวาทกรรม เผด็จการรัฐสภา ทำลายล้างกันทุกรูปแบบ พรรคฝ่ายค้านอยากให้รัฐบาลหันมามองประชาชน เร่งแก้ปัญหาประชาชนที่ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เดือดร้อนทั้งประเทศต้องอาศัยความร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาประเทศ
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นไปตามกติกาการเมือง เป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ที่ต้องการเตือนรัฐบาลถึงการทำงานว่ามีปัญหาตรงไหน มีข้อบกพร่องตรงไหน มีปัญหาคอร์รัปชันหรือไม่ หากรัฐบาลมั่นใจว่าทำดีจริง โปร่งใสจริงต้องมาตอบในสภาต่อหน้าประชาชน หากรัฐบาลจะล้มก็เป็นเพราะการกระทำของรัฐบาลเองที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ รัฐบาลต้องไม่มองว่าฝ่ายค้านจ้องจะล้มรัฐบาล
“นอกจากนี้ การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลหลายโครงการซ้ำซ้อน เปลืองเงินภาษีของประชาชนโดยใช่เหตุ งบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกิน กรรมาธิการงบประมาณซีกฝ่ายค้านก็มีการตรวจสอบและปรับลดลง เพื่อนำงบประมาณส่วนเกินเหล่านั้นเอาไปให้ส่วนที่จำเป็น จากเดิมที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้จ่ายงบประมาณอย่างไรก็ได้ อยากซื้ออาวุธก็ซื้อ ทั้งรถถัง ทั้งเครื่องบิน เรือดำน้ำ ซื้อหมด แต่ในสมัยนี้มี ส.ส.คงทำตามใจตัวเองไม่ได้ จะมามั่วเอาภาษีประชาชนไปใช้จ่ายตามใจผู้มีอำนาจเหมือนที่ผ่านมาคงไม่ได้” นายสมคิด กล่าว.