นายกฯ เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อการลวงลงทุนได้ผลตอบแทนเกินจริง หลังคนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่กันมาก ย้ำ เร่งหาทางเจรจาคืนสิทธิ GSP
แนะนำหลักศาสนา “สติมาปัญญาเกิด” สร้างความรับรู้ที่ถูกต้องให้ประชาชน เรื่องข่าวปลอม พร้อมเน้นย้ำประชาชนแจ้งที่มา เพื่อนำตัวผู้สร้างข่าวปลอมดำเนินคดี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ (Fake News) ว่า ตอนนี้ได้สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ให้ช่วยกันแจ้งเตือนเข้ามาถึงเรื่องต้นตอที่มาของข่าวปลอม เพื่อที่จะได้สืบสวนสอบสวนหาผู้ที่ปล่อยข่าวปลอม ซึ่งต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำหลักคำสอนในพุทธศาสนา “สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดไม่เกิดปัญญา” ขอให้ตั้งสติกันให้ดี
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเน้นย้ำเรื่องที่สหรัฐอเมริกา ระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP โดยหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและคงดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด เจรจากันทุกปี ต้องไปดูว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ตรงไหนเพื่อหาทางเจรจาพูดคุย เพราะเราเคยขอคืนสิทธิเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งจากนี้จะต้องเจรจาขอคืนสิทธิ์ให้ได้โดยเร็ว แต่ประเทศไทยต้องเข้มแข็งได้ด้วยตัวเองด้วย ซึ่งเหตุผลที่ให้มาคือเรื่องแรงงาน มีบางมาตรการที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องภายในของไทย เราต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกหลายอย่าง
...
“อย่าเอาไปยึดโยงกับเรื่องนู้นเรื่องนี้เลย มันไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ก็ขอให้ลดผลกระทบเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากไปถึงบรรดาพี่น้องประชาชน สังคมต่างๆ ด้วยนะครับ ให้ลงในเรื่องนี้ลงไป มันจะไม่มีผลดีต่อการพูดคุยต่อไปในอนาคต”
ส่วนเรื่องปัญหาแชร์ลูกโซ่ ได้ยกให้เป็นวาระแห่งชาติไปแล้วตั้งแต่ปี 2560 และเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในเรื่องการแก้ปัญหาการฉ้อโกงประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเรื่องนี้มีกฎหมายเอาผิดอยู่หลายฉบับ ทั้งความผิดอาญา ยึดทรัพย์ เช่นเดียวกับที่มีคดีอยู่ในขณะนี้ก็นำสู่การพิจารณาแล้ว อีกทั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ฝากเตือนไปยังประชาชนว่าปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความรู้ไม่เท่าทัน มีเล่ห์เหลี่ยมในการหลอกลวงทุจริตมากยิ่งขึ้นในโซเชียล ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อง่าย หากใครมาชวนลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเกินจริง ขอให้ตั้งสติ เพราะเป็นไปไม่ได้ อย่าไปหลงเชื่อสิ่งเหล่านี้.
(ภาพจาก thaigov.go.th)