ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : "ชาตินิยม" ช่วยไม่ได้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

สิงห์ปืนไวตามสไตล์คาวบอย “โดนัลด์ ทรัมป์” 

โดยจังหวะ “หักดิบ” สวนหมัด “หักลำ” มันยากจะมองเป็นอย่างอื่นได้ นอกเสียจากเกมแลกหมัดที่ประธานาธิบดีจอมซ่าแห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามในประกาศทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP โดยให้ระงับสิทธิภาษีในสินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย 6 เดือนหลังจากนี้

อ้างเหตุไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

เหตุเกิดไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ตอบโต้สถานทูตสหรัฐฯที่ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เพื่อคัดค้านการห้ามใช้สาร “ไกลโฟเซต” ที่เป็น 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตรที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ยกเลิกใช้ สวนหมัดแรงๆ กฎหมายใครกฎหมายมัน

ซัดอเมริกาห่วงผลประโยชน์ตัวเอง ไทยก็ห่วงสุขภาพประชาชนเหมือนกัน

รัฐมนตรีไทยท้าแลกหมัด “คาวบอยทรัมป์” ก็จัดให้ ท้าดวลปืนทันควัน

มะกันเล่นบทอันธพาลชัดเจนแบบนี้ ก็ป่วยการที่จะประคอง “โลกสวย” อารมณ์แบบที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เคลียร์หน้าเสื่อ ยืนยันสหรัฐฯตัดจีเอสพีสินค้าไทย ไม่เกี่ยวกับการตอบโต้กรณีการแบนสารพิษ แต่เป็นปมสิทธิแรงงานที่คาราคาซังมาก่อนหน้านี้แล้ว

นั่นก็เป็นเครื่องหมายคำถาม ในเมื่อกระทรวงพาณิชย์รับสัญญาณมาก่อนหน้า ทำไมไม่ขยับ

มัวแต่ “งมโข่ง” ทำอะไรอยู่

ที่แน่ๆโดยแรงสั่นสะเทือนจากอาการฟาดหางของสหรัฐฯ มันไม่ได้เสียหายจิ๊บๆแบบที่นาย จุรินทร์พยายามบีบตัวเลขผลกระทบภาษีการส่งออกของไทยไปอเมริกาอยู่ที่หลักพันล้านบาทแค่นั้น

เพราะมันยังมีช็อตใหญ่ที่คาราคาซังอยู่ นั่นคือการกดดันให้ไทยนำเข้า “หมูเนื้อแดง” มูลค่ามหาศาลจากสหรัฐฯ ที่ “คาวบอยทรัมป์” ฝากการบ้าน “นายกฯลุงตู่” มาตั้งแต่เยือนทำเนียบขาว

คราวนี้สหรัฐฯคงคิดบัญชี เหมาทบต้นทบดอกกันเลยทีเดียว

ไม่ต้อง “เสียว” ไม่ต้องกลัว เพราะยังไงก็โดนแน่ การยกระดับการกดดันมาตรการทางภาษีกับสินค้าไทยมีแต่จะหนักขึ้น ตามเงื่อนไขสถานการณ์ผลประโยชน์ที่ขัดลำกัน

นโยบาย “อเมริกันเฟิสต์” ของ “คาวบอยทรัมป์” มุ่งผลประโยชน์ของสหรัฐฯมาก่อน

บังเอิญชนวนร้อน “แบนสารพิษ” มันมาเร่งจังหวะพอดี

งานนี้สหรัฐฯอ่านเกมขาด ผลประโยชน์มหาศาลกำลังหลุดมือจากการแบนสารไกลโฟเซต ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกของพญาอินทรี อาจระแคะระคาย มีคนแวดวงอำนาจของไทยมีส่วนได้เสียกับการแบน 3 สารพิษ รอฟันเม็ดเงินมหาศาลจากสารทดแทนตัวอื่นที่นำเข้าจากประเทศอื่น ไม่ใช่อเมริกา

รายการเย่อกันแรงขนาดนี้ เดี๋ยวคงมีหางโผล่มาประจาน

แต่เรื่องของเรื่อง ถึงไม่มีปมแบนสารพิษมากระตุ้น ตามรูปการณ์ที่ไทยกำลังยกระดับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แนวโน้มไม่ช้าก็เร็วอเมริกาก็ต้องตัด GSP ไทยแน่

จุดสำคัญมันจึงอยู่ที่การเตรียมรับมือแรงกระแทกในระยะยาว

ประเทศไทยต้องพัฒนาตัวเอง ทำตัวให้แข็งแรงไว้ หาตลาดให้กว้างกว่าที่ผูกอยู่กับสหรัฐฯ

“ผูกมิตร” กับนานาประเทศ คั่วไพ่หลายๆหน้า

โดยสถานการณ์มันก็อย่างที่ “น้าแอ๊ด คาราบาว” นายยืนยง โอภากุล ศิลปินดัง ออกมาร้องเพลงด่า “อเมริกา อเมริโกย” มุ่งฝากความหวังไปที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เชียร์ให้มือกระบี่เศรษฐกิจรัฐบาลเดินหน้าหาตลาดส่งออกใหม่แทนสหรัฐฯ คบประเทศคู่ค้าที่มีคุณธรรม

ไม่แทรกแซง ไม่จ้องเอาเปรียบประเทศไทย

ในจังหวะที่นายสมคิดก็เพิ่งประสบความสำเร็จจากเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนจีนที่หนีสงครามการค้ามาปักหลักลงทุนในเมกะโปรเจกต์อีอีซี ตามสถานการณ์สวนกระแสม็อบป่วนพญามังกร “รองนายกฯซ่งฉี” แสดงตัวเป็นมหามิตรกับประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” และเพื่อนยามลำบากของ “แคร์รี แลม” ผู้บริหารฮ่องกง

ซื้อใจ “ตี๋ใหญ่” และมัดใจ “ตี๋เล็ก” เทน้ำหนักมาที่เมืองไทย

นี่ต่างหากคือจุดที่ “คาวบอยทรัมป์” ต้องดีดลูกคิด เจอโจทย์ยาก หากไล่ทุบไล่บีบไทยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันจะทำให้พญามังกรจีนถือดุลได้เปรียบในอาเซียนที่มีไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมภูมิภาคทันที

“ไพ่” ใบสำคัญนี้ ทีมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ถือไว้คุมเชิงได้นิ่งๆ

วัดใจเกมต่อรองกับ “มหาอำนาจ” ในยุคผู้นำคาวบอยเล่นบทผู้ร้าย อันธพาลโลกแบบเนียนๆ

ลำพังจะปลุกกระแส “ชาตินิยม” คงใช้ไม่ได้ ในสภาพการเมืองภายในไทยแตกเป็นเสี่ยง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมานับสิบปี ถึงจุดลากการเมืองภายในประเทศลามไปโยงการเมืองนอกประเทศ

แบบที่เห็นไทยโดนสหรัฐฯตัด GSP มีคนแตกออกเป็นสองฝ่าย

พวกหนึ่ง “เครียด” แทนรัฐบาล แต่อีกพวก “สะใจ” ไล่ด่าซ้ำ “บิ๊กตู่”.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาโดนัลด์ ทรัมป์อนุทิน ชาญวีรกูลหักดิบจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้