ข่าว
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : เลือกตั้งท้องถิ่นต้องเกิด บ้านเมืองยุคไร้ข้ออ้าง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ต.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

เริ่มมีเสียงเซ็งแซ่ออกมาถึงแนวทาง “จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น” กันแล้ว สร้างบรรยากาศให้มี “สีสันคึกคัก” ขึ้น หลังห่างหายกันมานานกว่า 5 ปี...พรรคใหญ่...พรรคน้อยต่างเรียกแถวจัดทัพ คัดเลือก “ขุนศึก” เตรียมลง “ชิงชัย” ในสนามการเมืองท้องถิ่น ที่คาดว่า “การเลือกตั้ง” น่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2563 ที่จะถึงนี้

เมื่อกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับ บังคับใช้วันที่ 17 เม.ย.2562 คือ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2562

ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น...เกิดขึ้นเมื่อใด ต้องรอความพร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาล...ออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง?...รศ.ดร.วิทยาธร ท่อแก้ว ประธานหลักสูตรนวัตกรรมการสื่อสารทางการเมืองและการปกครองท้องถิ่น สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ให้ข้อมูลว่า...

สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ 7,852 แห่ง แบ่งออกเป็น อบจ. 76 แห่ง อบต. 5,332 แห่ง เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล 2,442 แห่ง และองค์การบริหารราชการเมืองพัทยา 1 แห่ง องค์การบริหารราชการกรุงเทพฯ 1 แห่ง ในทุกตำแหน่งอยู่ครบวาระ 4 ปีแล้ว แต่ คสช.มีคำสั่งที่ 85/2557 ให้สภาบริหารท้องถิ่นทําหน้าที่บริหารสภาท้องถิ่นไปพลาง จนบางคนอยู่ในตำแหน่งนี้นานถึง 6-7 ปี ด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเกิดสภา ส.ส.และ ส.ว.มีสัญญาณถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นออกมาบ้างแล้ว...คาดว่าในปี 2563 ไตรมาสแรก จะเริ่มเลือกตั้ง กทม. เมืองพัทยา อบจ. เทศบาล และ อบต.เว้นระยะห่าง 3-4 เดือน

มีผลให้บรรยากาศระดับภูมิภาค ประชาชนต่างตื่นตัวและพรรคการเมือง ก็หันมาสนใจเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นสูงขึ้นและลงพื้นที่เรียกคะแนนล่วงหน้า สะท้อนสังคม 6 เรื่อง คือ...เรื่องที่หนึ่ง...สะท้อนถึงหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สภาบริหารท้องถิ่นได้มาจากเสียงประชาชนแท้จริง...ที่ไม่ใช่มาจากการจัดแต่งตั้ง

เรื่องที่สอง...สะท้อนถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน กลับสู่ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ในการใช้สิทธิเลือก “ตัวแทนตัวเอง” เข้าไปบริหารท้องถิ่น มีทั้งการเลือกสมาชิกสภาและเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น

ถัดมาเรื่องที่สาม...สะท้อนถึงการกระจายอำนาจ เพราะรัฐบาลต้องผ่องถ่ายอำนาจสู่พันธกิจ หน้าที่ การเงิน งบประมาณ ให้เกิดการบริหารบ้านเมืองระดับท้องถิ่นเติบโตทั่วถึงสู่ประชาชน เรื่องที่สี่...สะท้อนถึงการพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาท้องถิ่น ประชาชน เอกชน รัฐ ผู้สมัครใช้โอกาสนี้ทำสิ่งดีให้กับบ้านเมือง...

“นโยบายที่ดี...ย่อมได้เสียงสนับสนุนจากผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง”

ในเรื่องที่ห้า...สะท้อนถึงการส่งเสริมทางการเมือง มีการเลือกตั้งมักเกิดการเรียนรู้ในข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เรื่องที่หก...สะท้อนถึงรัฐบาล ความนิยมชมชอบในระบอบประชาธิปไตย ในทางปฏิบัติต้องเป็นผู้ประกาศการเลือกตั้งขึ้น

“ตอนนี้ไม่มีเหตุผลใด...ต้องสกัดกั้นจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น จะอ้างเหตุผลบ้านเมืองยังไม่สงบนิ่ง ประชาชนแบ่งพรรค...แบ่งพวกหรือมีการแบ่งสี... แบ่งข้าง อีกต่อไปไม่ได้ เพราะสภาพบ้านเมืองต้องเดินหน้า...จำเป็นต้องเข้าสู่ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลต้องจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นตามกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ”

ก่อนหน้านี้มีการศึกษา “มุมมองประชาชนต่อการเลือกตั้งท้องถิ่น” ต้องการ 6 ประการ สะท้อนถึงนักการเมืองสู่สนามการเลือกตั้งนี้ ประการที่หนึ่ง ...ต้องการนักการเมืองที่ดี มีความรู้ ความสามารถ...เข้าใจปัญหาพี่น้องประชาชน ประการที่สอง...ต้องการนโยบายพัฒนาท้องถิ่นที่ดี ถือว่าเป็นเรื่องจูงใจประชาชนให้ต้องตัดสินใจ

ประการที่สาม...ต้องการบรรยากาศการรณรงค์หาเสียงที่ดี ไม่เล่นการเมืองนอกกติกา “สาดโคลนใส่กัน” การทำลายชื่อเสียง ใส่ร้ายป้ายสีป้ายความผิดให้ผู้อื่นเสียหาย ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากขึ้นเท่าไหร่ ต่างก็ออกมาสาดโคลนกันไปมาอย่างเมามัน เพื่อให้คะแนนนิยมฝ่ายตรงข้ามตกลง

ต้องยอมรับว่า...พื้นที่หลายแห่งมีผู้มีอิทธิพลอาศัยอยู่มาก เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นมักเกิดบรรยากาศอึมครึม...มีเหตุการณ์การตายเกิดขึ้น ทั้งลอบสังหาร หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอมา...

ประการที่สี่...ต้องการองค์กรที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งที่ดี กกต. คือกรรมการกลาง ต้องจัดการเลือกตั้งตามกฎหมายให้เกิดความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ป้องกันปัญหาตามมาอีกมากมาย ประการที่ห้า...ต้องการองค์กรอิสระอื่นร่วมเป็นพันธมิตรในการกำกับตรวจสอบให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ และยุติธรรม เพราะเชื่อว่ามีกระบวนการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ย่อมได้นักการเมืองที่ดีเข้ามาบริหาร

สุดท้ายประการที่หก...ต้องการให้ประชาชนรักษาคุณค่าสิทธิการลงคะแนนของตนเอง โดยไม่รับเงิน สิ่งของ หรือผลประโยชน์อื่นใด เป็นค่าตอบแทนแลกเปลี่ยน เพราะบางคนไม่เห็นคุณค่าการใช้สิทธิ ลงคะแนน ด้วยการรับเงิน ผลประโยชน์ หากได้ผู้นำเช่นนี้เข้าไปบริหารบ้านเมือง ก็ย่อมกอบโกยหาผลประโยชน์คืนทุน

ย้อนกลับมา...“ในมุมมองของผู้สมัคร” การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ คาดว่ามีบุคคลที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น 95,707 อัตรา โดยเฉพาะตำแหน่งนายกท้องถิ่น ต้องชิงชัยกัน 7,852 คน และมีตำแหน่งสมาชิกสูงหลายเท่า...

มุมมอง “ผู้สมัครฝ่ายดี” ต้องประกาศตัว “เสียสละ” ใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่มีพัฒนาบ้านเมือง แก้ปัญหาความทุกข์ ความเดือดร้อน สร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน ทั้งด้านสร้างรายได้...มีงานทำ เศรษฐกิจ การศึกษา คุณภาพชีวิต โครงสร้างพื้นฐานโดยรวมอย่างยั่งยืน ฝ่ายนี้ประชาชนต้องส่งเสริม...

หากเป็น “ผู้สมัครฝ่ายไม่ดี” เป็นโอกาสเข้าไปแสวงหาอำนาจ...ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเห็นว่าเป็นนักการเมือง คือ อาชีพสร้างความรวย มีเงิน มีบารมี จ่ายไปเท่าไหร่จะถอนทุนคืน หรือคิดโกงกินบ้านเมืองในขณะดำรงตำแหน่ง ในฝ่ายนี้ประชาชนต้องขจัดออกไป...

ย้ำว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ยังมี “ในมุมมองนักวิชาการ” มองว่า เป็นโอกาสของประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ประเทศชาติ ในการสรรหาคนดีเข้าปกครองบ้านเมือง ถือว่า...เป็นหลักการสำคัญที่ทีมการเมืองท้องถิ่น ควรตระหนักหลักการสำคัญ คือ องค์ประกอบที่นำไปสู่ชัยชนะการเลือกตั้ง เคยมีการทำวิจัยในเรื่องนี้...ไว้ว่า

ที่ต้องการได้ “ผู้สมัครคุณภาพสูง” คือผู้สมัครต้องมี...ภูมิหลังดี ความรู้ ประสบการณ์ โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ มองไปข้างหน้า พัฒนาชุมชน...ยิ่งเป็นคน “ติดดิน เข้าถึงประชาชน” และ “ประชาชนเข้าถึงเรียบง่ายใช้คล่อง” เป็นนักบริหาร มีผลงานประสบความสำเร็จ สื่อสารดี ทันสมัย ปกครองคนได้ มีเครือข่าย ยุติธรรม ซื่อสัตย์สุจริต

ทว่า...การได้มาซึ่ง “ชัยชนะ” การเลือกตั้งหรือไม่...ต้องมีนโยบายการพัฒนาโดดเด่น และแก้ปัญหาให้ประชาชน มีอัตลักษณ์ ความยั่งยืน ใช้งบประมาณเหมาะสม สิ่งสำคัญประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำนโยบาย...ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน...ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่น จนถึงนักการเมืองระดับชาติ

มีการสร้างแกนนำสนับสนุนในการหาเสียงเป็นผู้ช่วยในการดำเนินงานการรณรงค์ ใช้สื่อให้เกิดการรับรู้ มีความรู้ความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรม ทั้งสื่อดั้งเดิม โดยเฉพาะสื่อใหม่ที่มีความสำคัญในการหาเสียงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่สังคมไทยก็ยังหนีไม่พ้นการเดินหาเสียงเคาะตามบ้าน ขึ้นเวทีปราศรัย...

สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม...ต้องจัดการศูนย์การรณรงค์การเลือกตั้งของทีม ฐานข้อมูลผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การสื่อสาร การรับเรื่องราวร้องทุกข์ การเงิน กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง และมีระบบการประเมินผล ทั้งการทำนโยบาย การทดสอบนโยบาย การสร้างความนิยม การสร้างภาพลักษณ์ การใช้สื่อและความพึงพอใจสื่อ

“การเลือกตั้งท้องถิ่น” ที่หมายถึง “พลังการเมือง” พลังการพัฒนาท้องถิ่นให้ประเทศไทยก้าวหน้า ที่ทุกภาคส่วน...มาร่วมมือกัน สร้าง “การเมืองสีขาว” พิจารณาเลือกคนดี มีวิสัยทัศน์ ซื่อสัตย์ พัฒนาได้ผล ...ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง...คาดหวังกันว่าจะมาถึงในอีกไม่ช้า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งท้องถิ่นสภาตำบลองค์การบริหารส่วนตำบลวิทยาธร ท่อแก้วสมาชิกสภาท้องถิ่นสกู๊ปหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้