“อนุสรณ์ ธรรมใจ” หลั่งน้ำตา ทนไม่ได้ต้องหยุดการผูกขาดอำนาจ เพื่อลูกหลานในอนาคต หลังภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย จ่อเคลื่อนไหวรณรงค์แก้ไข ขอแรงหนุนเปิดเวทีถกแถลงแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ที่ประกอบไปด้วยองค์กรภาคประชาชน มูลนิธิ สภาท้องถิ่น รวมกว่า 30 องค์กร พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ทั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พล.ท.พงศกร รอดชมภู รวมถึงตัวแทน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล นายนิกร จำนง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตัวแทนศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา ได้ประชุมร่วมกันนัดแรก 3 ชั่วโมง ก่อนแถลงร่วมกันที่จะขับเคลื่อนให้เกิดรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้นและยึดรัฐราชการเป็นศูนย์กลาง ทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมือง นำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ จนเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นวงกว้าง จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางให้ได้ โดยหลักการโดยเสนอหลักการ 4 ข้อ คือ

1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องขับเคลื่อนโดยภาคประชาชนทุกภาคส่วน ดูภาพในการแสดงความเสียใจกว้างให้มีเสรีภาพการแสดงความเห็น และเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพทางวิชาการ ต้องทำให้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการ

2. ต้องทำให้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับความคุ้มครอง และยุติการสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน

3. ต้องทำให้เกิดฉันทามติร่วมกันในสังคมเพื่อยุติความขัดแย้ง ทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์

4. ต้องทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง หอพักเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม

...

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย จะเดินทางไปพบกับ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อเสนอโครงสร้างในการเปิดพื้นที่สร้างการรับรู้สู่ประชาชน โดยใช้ชื่อว่า “เวทีถกแถลงแห่งชาติ เพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคน” ซึ่งจะนำไปสู่การตั้ง สสร. และจะเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ และจากนั้นจะเดินสายไปพบพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มุ่งหมายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และทำให้ปัญหาปากท้องของประขาชนให้ดีขึ้นได้

ทางด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เลขานุการคณะกรรมการอำนวยการ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยืนยันว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญให้มีกติกาที่มาจากประชาชน ไม่ใช่ผูกขาดอำนาจทางการเมือง และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก แต่เราต้องทำเพื่อลูกหลาน ต้องจากประชาชนอย่างแท้จริงจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นอีก โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุสรณ์ ร้องไห้ออกมาก่อนจะบอกขอโทษ "กติกาต้องมาจากประชาชน เราไม่สามารถที่จะให้ประเทศมีการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และนำไปสู่การผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจทุน แล้วทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมีความเหลื่อมล้ำสูงเหมือนในขณะนี้ เรายอมแบบนี้ไม่ได้ สิ่งที่เราทำ ทำเพื่อลูกหลานของเรา เพื่ออนาคตของประเทศ"

อย่างไรก็ตาม ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจะนัดประชุมร่วมกันอีกครั้งในเดือนหน้า และเตรียมจัดเดิน-วิ่ง เพื่อแก้รัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ โดยใช้พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ในการจัดกิจกรรม จากนั้นจะขยายกิจกรรมเดิน-วิ่งไปทั่วประเทศ และส่งมอบภารกิจเป็นทอดๆ จนเกิดความร่วมมือของคนทั้งประเทศ.