ข่าว
100 year

“นายกตู่” ปัดตอบโยนคนอื่นชี้แจง มะกันท้วงสารพิษ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 ต.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

นายกฯโยนหน่วยงานเกี่ยวข้องแจง หลัง สหรัฐฯค้านไทยแบนสาร “ไกลโฟเซต” มนัญญาไม่หนักใจ สหรัฐฯ จี้ไทยแบนสารพิษและพร้อมชี้แจง ชี้แต่ละประเทศก็มีเหตุผลในการแบนสาร นำร่องอุทัยธานี เมืองหลวงปลอดสารพิษ ส่วนผู้เข้าร่วมสัมมนาแบน 3 สารพิษ แนะรัฐต้องเตรียมงบก้อนใหญ่ชดเชยเกษตรกร พร้อมต้องออกประกาศแจ้งการถือครอง เรียกคืน จัดเก็บ ทำลาย

หลังจากสถานทูตสหรัฐฯ มีหนังสือทักท้วงไทยเรื่องการแบนสารพิษ โดยได้ส่งถึงนายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้นั้น เมื่อวันที่ 25 ต.ค. น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีสถานทูตสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า เรื่องนี้หัวหน้าพรรค ยังไม่ได้กำชับอะไร ส่วนเจตนาของสหรัฐฯไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร แต่จริงๆแล้วเรื่องสุขภาพ สารพิษตกค้างในผัก และผลไม้ เราต้องดูแลไม่ให้คนไทยบริโภคสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้ว ยืนยันหากสหรัฐฯถามมาเราพร้อมชี้แจง เพราะนานาประเทศที่แบนสารเหล่านี้ มีเหตุผลของแต่ละประเทศและไม่หนักใจที่ถูกกดดันทั้งภายในภายนอกประเทศ เราเป็นผู้บริหารที่ต้องดูแลทั้ง 2 ฝ่ายทั้งเกษตรกรและภาคเอกชน ไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ แต่เราจะต้องเดินไปด้วยกัน สร้างความเข้าใจกัน แต่ถ้าใครต้องการที่จะพูดคุยด้วย พร้อมเปิดห้องเจรจากัน

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า ได้เห็นสำเนาหนังสือที่สหรัฐอเมริกา ส่งมาถึงนายกฯแล้ว เนื้อหาระบุถึงข้อห่วงใยต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรที่อาจปนเปื้อนสารพิษ ลงนามโดยรองประธานหอการค้าประเทศสหรัฐอเมริกา ตนมองว่าไม่ใช่เป็นหน่วยงานระดับรัฐบาลที่จะเข้ามาแทรกแซง ส่วนกังวลหรือไม่ว่าจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ ไม่กังวล เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่

ส่วนกรณีดังกล่าวจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายหรือไม่นั้น นายวราวุธกล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายอีกครั้ง แต่หน่วยงานภายใต้การกำกับของกระทรวงทรัพยากรฯ คือกรมควบคุมมลพิษ ยังยืนยันการแบนสารพิษ เพราะต้องดูผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นอันดับแรก กระทรวงทรัพยากรฯ ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องสารเคมีภาคการเกษตร ต้องให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ชี้แจง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีสารทดแทนอยู่แล้ว

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงเรื่องหนังสือของสถานทูตสหรัฐฯ ที่ทักท้วงเรื่องการแบน 3 สารเคมีกำจัดวัชพืชว่า หลังได้รับหนังสือได้ส่งไปให้กรมการค้าต่างประเทศ ดำเนินการต่อ เพราะกรมการค้าต่างประเทศ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในหนังสือสหรัฐฯ เป็นห่วงใน 2 ประเด็นคือ สารเคมีชนิดใหม่ที่จะนำมา แทน 3 สารที่ห้ามใช้ อาจมีราคาแพงกว่าสารเคมี 3 ชนิด และเมื่อไทยห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิดแล้ว จะมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เช่น แป้งสาลี องุ่น แอปเปิ้ล ที่ยังมีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด อยู่อีกหรือไม่ สหรัฐฯเป็นห่วงว่า สินค้าเหล่านั้นอาจส่งออกมาไทยไม่ได้ กระทรวงพาณิชย์ จะทำหนังสือชี้แจงสหรัฐฯหรือไม่ ต้องรอฟังจากกรมการค้าต่างประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ที่องค์การเภสัชกรรม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถึงเรื่องหนังสือของสหรัฐฯ ที่ขอให้ทบทวนการแบน 3 สารเคมี ว่า สภาหอการค้าสหรัฐอเมริกาลงนามตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. คณะกรรมการวัตถุอันตรายประชุมพิจารณาแบนสารเคมีเมื่อ 22 ต.ค. ทำไมมีการออกหนังสือล่วงหน้ามาถึง 11 วัน ถ้ากังวลว่าจะมีสารตกค้างก็ต้องมาพิสูจน์ว่า จะนำเข้ามาโดยไม่มีสารตกค้าง แต่นี่กลัวขายของไม่ได้เลยมาบอกให้รัฐบาลยกเลิกการห้ามสารพิษเพื่อให้ใช้ได้ มติการห้ามใช้สารเคมีเหล่านี้ ไม่ได้มีการกดดันใดๆทางการเมือง มติที่ออกมาให้ยกเลิก 3 สารเคมีเป็นไปตามสำนึกความห่วงใยสุขภาพประชาชน

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องหนังสือทบทวนแบน 3 สารเคมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเพียงสั้นๆถึงเรื่องนี้ว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงกลับไป

วันเดียวกัน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ไปเป็นประธานการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อ.เมือง จ.อุทัยธานี ก่อนประชุม มีประชาชนกว่า 300 คน มามอบดอกไม้ให้กำลังใจและสนับสนุนนโยบายยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี

น.ส.มนัญญากล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และร่วมกันหามาตรการช่วยเหลือตามความต้องการของเกษตรกร ภายหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้เน้นย้ำในที่ประชุมถึงการร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานหลังจากนี้ให้เป็นรูปธรรม มุ่งหวังให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ เลือกบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยมากขึ้น ต้องรับฟังความคิดเห็นและให้แต่ละหน่วยงานเร่งสำรวจความต้องการของประชาชนด้วย

รมช.เกษตรฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนตามมาตรการจำกัด 3 สารเคมีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงเตรียมขับเคลื่อนโครงการอุทัยธานีเมืองหลวง เกษตรปลอดภัย เพื่อเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเกษตรปลอดภัยใน จ.อุทัยธานีเป็นแห่งแรกและขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ สนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัด เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตในระดับอำเภอ เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สร้างร้านค้าจำหน่ายสารชีวภัณฑ์ในท้องถิ่น บูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข เชื่อมโยงตลาดโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยในทุกอำเภอ กระทรวงศึกษาธิการ โครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ตลอดจนพัฒนาร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัดและสหกรณ์การเกษตร เป็นร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย Green Shop ตลอดจนพัฒนาตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายโดยเฉพาะซุปเปอร์มาร์เกตสหกรณ์ในจังหวัด

อีกด้านที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันเดียวกัน นายสราวุธ รุ่งเมฆารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยในการเสวนาเรื่อง “แบน 3 สาร อะไรจะเกิดขึ้น กับภาคเกษตรกรรมไทย” ว่า การปลูกพืชไร่หรือพืชสวน ในพื้นที่ฝนตกชุก ปัญหาวัชพืชจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากวัชพืชคือสิ่งที่แย่งปุ๋ย น้ำและอื่นๆ ทั้งยังทำให้โรคพืชตามมาแล้วแต่ช่วงเวลา เกษตรกรนิยมใช้สารเคมี เพราะทำลายได้ทันท่วงที ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ สารเคมีที่ใช้คือละลายน้ำและฉีดพ่น เมื่อไม่มี 3 สาร เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้เครื่องจักร ผสมผสานกับการใช้สาร อาจจะใช้ 2-3 รอบ ต้องปรับฤดูการปลูกใหม่ เมื่อปลูกแล้วคุมวัชพืชไม่ให้งอกให้ทัน มีสารให้เลือกตามสภาพดิน อาจต้องใช้หลายรอบ แล้วใช้เครื่องจักรเข้าช่วยก่อนที่ฝนจะตกหนัก

พญ.ชุลีกร ธนธิติกร แพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมควบคุมโรคกล่าวว่า การทำเกษตรอินทรีย์จะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ กลุ่มผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ 80% จะรับซื้อเกษตรอินทรีย์และสินค้าที่ได้รับรอง จีเอพี ส่วนสารกลูโฟซิเนตที่อาจนำมาใช้ทดแทน ยอมรับว่ามีพิษเช่นกัน ในอนาคตอาจจะมีงานวิจัยออกมา เกษตรอินทรีย์เป็นทางออกที่ดีที่สุด ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรน่าเห็นใจ แต่ถ้าไปดูเรื่องงบประมาณ ดูแลผู้ป่วย ความเห็นก็จะเป็นอีกอย่าง จากการตรวจสุขภาพของโรงพยาบาลประจำตำบล ทุกปีจะเห็นว่าปริมาณสารพิษในเกษตรกรไม่มีลดลงเลย ปัจจุบันจะมีการรายงานเรื่องโรคจากสารเคมี อันนี้จะทำให้เห็นชัดว่าโรคที่มาจากการใช้จริงของเกษตรกร แต่หลังจากนี้ตอบไม่ได้ว่างบประมาณเพื่อดูแลเกษตรกรจะลดลงหรือไม่ ที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุขอยากให้สุขภาพดีขึ้น โดยให้ อสม.เข้าไปสอบถามครัวเรือนว่าใช้สารอะไรหรือไม่ แล้วรายงานผ่านแอปพลิเคชัน เป็นข้อมูลตรงเพื่อจะสามารถสอบสวนโรคได้ทุกราย

นายศรัณย์ วัธนธาดา นักวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า หลังจากนี้เกษตรกรจะเหนื่อยขึ้นเพราะจะมีอะไรเข้ามายุ่งมากขึ้น โดยเฉพาะ 6 พืช คือ ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชไร่ อ้อย ไม้ดอก มีเกษตรกร 1.5 ล้านครัวเรือน ที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียน มีเกษตรกรผ่านการอบรมเพียง 5 แสนรายเท่านั้น แนวทางนี้ถือว่าดีเพราะจะสามารถใช้กับการอบรมสารชนิดอื่นด้วย ไม่อยากให้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนดังกล่าว สารหนึ่งจะได้เก็บข้อมูลการใช้สารจากเกษตรกรโดยตรง เมื่อต้องยกเลิกการใช้ 3 สารนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. กระทรวงเกษตรฯต้องออกประกาศให้เกษตรกรแจ้งการครอบครองสารชนิดดังกล่าวว่าเป็นสารผิดกฎหมาย พร้อมทั้งส่งมอบที่กระทรวงเกษตรฯซึ่งต้องเตรียมแหล่งจัดเก็บ ทำลาย ขณะที่สารตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกันจะเอามาทดแทน คาดว่าใน 10 ปีนี้จะยังไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน รัฐบาลต้องวางแผนและเตรียมเงินก้อนใหญ่ชดเชยเยียวยาอาจจะเริ่มชดเชยกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบใน 6 พืชก่อน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบนสารพิษไกลโฟเซตประยุทธ์ จันทร์โอชามนัญญา ไทยเศรษฐ์สหรัฐอเมริกาวราวุธ ศิลปอาชาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้