ข่าว
100 year

อนาคตใหม่จ่อ เชือดงูเห่า หลังเลือกซ่อม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ต.ค. 2562 05:37 น.
SHARE

กดปุ่มรับงบ บี้ให้-ไขก๊อก ส.ส.เขตเซ็ง "ลูกเมียน้อย"

อนค.รอเชือด ส.ส.งูเห่า “ช่อ” ยันรู้ผลหลังเลือกซ่อมนครปฐม หัวหน้าทีมชลบุรีซัดทรยศประชาชน จี้ “กวินนาถ” ลาออก ส.ส. เลขาฯศูนย์ประสานงานเมืองชลฯยุไล่ออก หวั่นไล่เต๊าะ ส.ส.แปรพักตร์ แถมไม่มีดีเอ็นเอ อนค. “จารึก” โต้ไม่ใช่งูเห่า แค่โชว์จุดยืนบางเรื่อง รับมีคนติดต่อซื้อตัวมา 3 ครั้งแต่ไม่ไป ส.ส.เริ่มบ่นน้อยใจเป็นได้แค่ตัวประกอบ ส่อแยกวงไปตั้งพรรคใหม่หากโดนยุบ “สุทิน” ยัน พท.ไม่มีงูเห่ามีแต่คนป่วย พปชร.ตีขลุมฝ่ายค้านร่วมรับหลักการ “องอาจ” พอใจผลงานลูกพรรค ปชป. โพลให้ฝ่ายค้านชนะรัฐบาล “จตุพร” พร้อมรับสภาพล้มละลาย บอกมากกว่านี้ก็รับได้ ติง “บิ๊กแดง”พูดให้คนรักกันดีกว่า กกต.ปลุกชาวนครปฐมใช้สิทธิ อนาคตใหม่-ประชาธิปัตย์ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายคึกคัก

ควันหลงหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรคร่วมฝ่ายค้านไปสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบฯ ล่าสุดมีกระแสข่าวภายในพรรคอนาคตใหม่ พยายามกดดันให้ขับ น.ส.กวินนาถออกจากพรรค

อนค.เชือดงูเห่าหลังศึกนครปฐม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรครับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระแรกว่า พรรคอนาคตใหม่อยู่ระหว่างการทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อการเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ต.ค. เมื่อการเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม เสร็จสิ้น จะมีการประชุมระหว่างกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกรณีนี้ ในส่วนของคนอื่นยังไม่มี เบื้องต้นเท่าที่ทราบตอนนี้ มีปรากฏชื่อมาแค่คนเดียวเท่านั้น คาดว่ากรณีนี้จะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า

“จารึก” โต้ไม่ใช่งูเห่าแค่โชว์จุดยืน

นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ หนึ่งใน ส.ส.ที่โหวตเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพลฯ กล่าวว่า ยืนยันการโหวตสวนมติพรรคเป็นความตั้งใจของตนอยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไรกฎหมายดังกล่าวก็ผ่านอยู่ดี แต่เป็นการแสดงจุดยืนว่ามองอย่างไรกับเรื่องดังกล่าวเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวลือว่าเป็นงูเห่าหรือถูกซื้อตัว เช่นเดียวกับกรณีของ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ที่มีแนวความคิดเดียวกับตน ส่วนผลการโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ออกมา เป็นการยืนยันแล้วว่าตนและ ส.ส.คนอื่นโหวตไปในแนวทางเดียวกับพรรค ไม่ใช่งูเห่าตามที่ประชาชนหลายคนเข้ามาต่อว่า

แฉมีคนติดต่อซื้อตัวมา 3 ครั้งแล้ว

นายจารึกกล่าวอีกว่า ยอมรับว่ามีการติดต่อซื้องูเห่าจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามมีจริง และมีเกินกว่า 3 ครั้งหลังการเลือกตั้งด้วยซ้ำ แต่ไม่ทราบราคาว่าเขาให้เท่าไร เพราะได้ปฏิเสธไปตั้งแต่แรก ทุกวันนี้ทำงานอยู่กับพื้นที่ไม่ได้ลำบากอะไร ขออยู่แบบนี้แล้วทำงานอย่างสบายใจดีกว่า พี่น้องประชาชนเลือกเรามาเพราะความไว้ใจ และเชื่อมั่นว่าเราจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้ ส่วนการเลือกตั้ง อบจ.จันทบุรี นั้น จากนี้คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรอีก ขอทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ต่อไป

หน.ทีมชลบุรีซัดทรยศประชาชน

ด้านนายเทพพิทักษ์ มะลาศรี หัวหน้าคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ จ.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มอนาคตใหม่ชลบุรี ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกพรรคให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงาน จ.ชลบุรี ตนและทีมงานทำงานอย่างหนักเพื่อขยายแนวคิดและอุดมการณ์สำคัญของพรรค พวกเราผ่านการปรามาสสบประมาทมากมาย ทุกอย่างไม่ง่ายเลยในการถือธงอนาคตใหม่ในครั้งนั้น ก่อนเลือกตั้งพวกเราแทบจะไม่มีใครรู้จัก ต้องรณรงค์หาแนวร่วมหาบุคคลที่มีแนวคิดสอดคล้องกับพรรค ในที่สุดเราทำสำเร็จในระดับหนึ่ง เราชนะการเลือกตั้ง 3 เขตจาก 8 เขตใน จ.ชลบุรี แน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ชนะการเลือกตั้งคือกระแสพรรค ลงพื้นที่ บวกกับผู้คนเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิม ต้องการเปลี่ยนแปลงและอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ มีโอกาสเข้ามาทำงานการเมือง แต่วันหนึ่งกลับมีคนทรยศต่ออุดมการณ์ ทรยศต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ขอเรียกร้องในฐานะประชาชน ขอให้ลาออกจากการเป็นผู้แทนปวงชนเสีย เพราะคุณไม่สง่างาม และผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน

จี้ไล่พ้นพรรคไม่มีดีเอ็นเอ อนค.

นายกฤตนู เอกวัฒนากุล เลขานุการศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จ.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค เท่ากับทรยศต่อประชาชน ตอนคัดเลือกคนลงสมัคร ส.ส. เรามีเวลาคัดเลือกเพียง 2 อาทิตย์ ไม่สามารถทราบรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละคนได้ ส.ส.คนนี้เข้ามาเป็นผู้สมัคร ส.ส. ตนนับจำนวนครั้งการลงพื้นที่หาเสียงได้ ขนาดทีมงานของจังหวัดไปช่วยลงพื้นที่ ยังมีปัญหาในหลายๆครั้ง และคนคนนี้ไม่มีความเป็นอนาคตใหม่แม้แต่น้อย คุยและดีลกับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ คณะทำงานจังหวัดทราบดีและคอยประคับประคองประนีประนอมมาตลอด แต่ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าอะไรคืออะไร ส.ส.คนนี้ไม่ได้ลงพื้นที่หาเสียงเท่าไร และไม่ได้คิดว่าจะเป็น ส.ส.ตั้งแต่แรก พอได้เป็นจึงไม่ยึดโยงและไม่เห็นหัวประชาชน ส่วนตัวเห็นว่าพรรคควรมีมติไล่ ส.ส.คนนี้ออกจากพรรค เพราะถ้าไม่ไล่ออก ส.ส.คนนี้จะตามไล่เต๊าะ ส.ส.ด้วยกันเพื่อให้ย้ายฝั่ง จะเกิดปัญหาในระยะยาวได้ “ส.ส.ที่ขายตัว เงินที่ได้มานั้นมาจากการคอร์รัปชัน ต่อให้คุณรับเงินมาเท่าไหร่ ตราบาปจะติดตัวคุณจนวันตาย”

ส.ส.บ่นน้อยใจแค่ตัวประกอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคอนาคตใหม่ว่า สถานการณ์ภายในพรรคเริ่มมี ส.ส.เขตบางคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยทำงานการเมืองมาก่อน รู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมแบบที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับ จนทำให้การโหวต พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังฯไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด เวลาพรรคทำอะไร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มักได้รับสิทธิมากมาย ส่วน ส.ส.เขตเป็นแค่ตัวประกอบเสียส่วนใหญ่ อย่างกรณีที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการในคณะที่ต้องการเข้าไปทำงาน การตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคคนเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความอึดอัดในการทำงานอย่างมาก แม้จะเรียกร้องอะไรไปแต่ไม่เคยได้รับอะไรเลย สำหรับ ส.ส.กลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่เป็น ส.ส.เขต และมีกรรมการบริหารพรรคบางส่วน อาทิ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น นายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นต้น

แยกตั้งพรรคใหม่หากโดนยุบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาหลักอีกอย่างคือ เรื่องช่วงอายุและทัศนคติของคนแต่ละกลุ่มที่มาทำงานร่วมกัน อย่าง ส.ส.เขตจะมองเรื่องปากท้องของคนในพื้นที่ ที่ต้องการให้ประชาชนกินดีอยู่ดี แต่บางครั้งนโยบายพรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ อาจขัดกับสิ่งที่ ส.ส.เขตกำลังผลักดันอยู่ เนื่องจากบรรดา ส.ส.บัญชีรายชื่อส่วนใหญ่มองการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างมากกว่าปัญหาเฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครอบจ. ที่บางจังหวัดอย่าง จ.นนทบุรี แม้จะมีการจัดดีเบตไปแล้ว แต่กลับมีข่าวว่าการคัดเลือกตัวผู้สมัครไม่ได้ทำอย่างโปร่งใส เช่นเดียวกับ จ.จันทบุรี และ จ.ชลบุรี ที่มีปัญหาลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ไม่เกี่ยวกับการถูกพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามซื้อตัวแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีอีกกระแสข่าวว่า มี ส.ส.บางกลุ่มเตรียมตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ หากเกิดกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะที่อีกกลุ่มคือกลุ่ม ส.ส.เขตที่มีปัญหา หรืออีกทางหนึ่งคือออกไปร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอิสระ

พท.ยันไม่มีงูเห่ามีแต่คนป่วย

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 7 คน ไม่เข้าร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า เรื่องดังกล่าวมีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร อย่างนางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ส.ส.ชัยภูมิ ได้แจ้งล่วงหน้าว่ามีอาการป่วย ต้องเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ หรือนายเชิดพงษ์ ราชป้อง ส.ส.บึงกาฬ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. ได้แจ้งว่าป่วย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เช่นเดียวกับคนอื่น เชื่อว่าไม่มีงูเห่า หรือเหตุผลอื่นแอบแฝง เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ กรณี ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรค นายสุทินตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุย แต่ช่วงก่อนการลงมติพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมพูดคุยกัน แต่ให้แต่ละพรรคเช็กภายใน ส.ส.ของตัวเอง ซึ่งทางพรรคอนาคตใหม่ได้บอกว่าพบสัญญาณแปลกๆ และเขาพยายามดูแล

จวกแผ่นเสียงตกร่องโทษ “รบ.ปู”

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับการทำงานของทีมโทรโข่งพรรคพลังประชารัฐ ที่มุ่งแต่โจมตีเรื่องอดีต ทั้งที่มักออกมาพูดอยู่เสมอว่าอยากให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าไม่ควรจมอยู่กับอดีต แต่รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐยังเป็นพวกแผ่นเสียงตกร่อง อ้างเหตุผลว่าต้องกู้เงินมาก เพราะเอามาใช้หนี้จำนำข้าว คงเป็นความพยายามหาความชอบธรรมให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในการกู้เงินจำนวนมหาศาล ขอเรียกร้องให้พรรคพลังประชารัฐตอบกับสังคมว่า จะกู้เงินแบบนี้ต่อเนื่องไปอีกกี่ปี “ขืนยังทำพฤติกรรมรำไม่ดีโทษปี่โทษปู ระวังจะเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับตัวเอง”

พปชร.รับนำข้อท้วงติงปรับปรุง

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอบคุณ ส.ส.ทุกพรรคที่ลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯในวาระแรก จากนี้รัฐบาลจะเร่งทำงานต่อเพราะภารกิจยังมีต่อเนื่อง นายกฯย้ำเสมอว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องติดตามงานในหน้าที่ และอย่าให้มีเรื่องทุจริต เชื่อว่า ครม.จะทำงานตามแนวทางนายกฯแน่นอน ส่วนข้อสังเกตที่ ส.ส.ให้ไว้จะเป็นข้อมูลที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะนำไปประกอบการพิจารณาช่วงแปรญัตติ ตนน้อมรับฟังเสียงสะท้อนในส่วนงบฯของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะงบฯอาหารเช้าและอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน

ตีขลุมฝ่ายค้านร่วมรับหลักการ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีฝ่ายค้านงดออกเสียง 234 คน สะท้อนว่าไม่ได้คัดค้านหลักการ ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมืองสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีในสภา ต้องขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ให้ข้อเสนอแนะโดยยึดประโยชน์ประเทศ ชาติและประชาชน ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์การกู้เงินเพื่อชดเชยการจัดทำงบฯขาดดุลนั้น รัฐบาลพยายามกู้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลต้องแบกภาระความล้มเหลวของการบริหารงานโครงการรับจำนำข้าวกว่า 9 แสน ล้านบาทของอดีตรัฐบาล ส่วนงบฯกระทรวงกลาโหม 2.33 แสนล้านบาท ที่ตกเป็นเป้าโจมตีล้วนเป็นประเด็นการเมือง รวมถึงงบกลางที่ตั้งไว้สูง เพราะต้องมีไว้รองรับกรณีที่ประชาชนประสบปัญหา

“องอาจ” พอใจผลงานลูกพรรค

ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภาพรวมของการอภิปรายตลอด 3 วัน ส.ส.ของพรรคอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ มุ่งชี้ให้เห็นถึงจุดที่ควรปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณ ให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดจากปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกประเทศ พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เช่นการเสนอแนวทางปฏิรูประบบภาษีเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม ต้องทำให้การใช้งบประมาณสร้างรอยยิ้มแก่ประชาชนได้ และเพิ่มรายได้ให้รัฐมีงบประมาณไปใช้จ่ายให้เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานราก กระจายงบ ประมาณไปสู่ท้องถิ่นถึงมือประชาชนเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะนำข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ไปประกอบการพิจารณาต่อไป

ส.ว.ฉลุยตั้ง กมธ.ศึกษางบฯ 63

วันเดียวกันเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภาเป็นพิเศษ มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 40 คน โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญฯ แบ่งเป็น ส.ว. 37 คน และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกอีก 3 คน ได้แก่นายประยงค์ ตั้งเจริญ ผู้แทนสำนักงบประมาณ นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้แทนกระทรวงการคลัง และ น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ อดีต ผอ.สำนักงบประมาณ โดย กมธ.ชุดนี้จะเริ่มประชุมนัดแรกวันที่ 28 ต.ค.เวลา 13.30 น.

เอกฉันท์ผ่าน พ.ร.ก.โอนกำลังฯ

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้า ที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 223 เสียงต่อ 0 งดออกเสียง 3 ให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ มี ส.ว.บางส่วน อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายตำหนิพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ที่อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาจทำให้สังคมสับสนและนำไปสู่การเผชิญหน้า จนเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนที่รักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ เหมือนพยายามนำมวลชนในโซเชียล ลงสู่ถนนเหมือนเหตุการณ์ในฮ่องกง พร้อมกับเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อผลการกระทำดังกล่าวด้วย

โพลให้ฝ่ายค้านชนะรัฐบาล

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เฉพาะผู้ที่สนใจติดตามการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น 436 คน พบว่าสิ่งที่ประชาชน พอใจอันดับ 1 ร้อยละ 52.10 ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี ข้อมูลชัดเจน อันดับ 2 ร้อยละ 32.93 การจัดสรรเวลาเป็นระเบียบมากขึ้น อันดับ 3 ร้อยละ 23.35 ได้รู้และเข้าใจเรื่องงบฯมากขึ้น ส่วนสิ่งที่ผิดหวังไม่พอใจ อันดับ 1 ร้อยละ 43.40 รัฐบาลตอบคำถามไม่ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น อันดับ 2 ร้อยละ 37.26 การจัดสรรงบฯไม่เหมาะสม อันดับ 3 ร้อยละ 21.70 พูดนอกเรื่อง ประท้วงบ่อย ไม่สำรวม ทั้งนี้ ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้ฝ่ายค้าน 6.94 คะแนน ฝ่ายรัฐบาลได้ 5.11 คะแนน ส่วนข้อเสนอแนะหากมีการอภิปรายในครั้งต่อไป ส่วนใหญ่อยากให้มีตัวเลขแสดงงบฯที่ชัดเจน มีภาพประกอบที่เข้าใจง่าย

ภาพ “ธนาธร-โจชัว หว่อง” ไร้ผล

ขณะที่นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน จำนวน 1,270 คน เกี่ยวกับภาพของนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ถ่ายคู่กับนายโจชัว หว่อง แกนนำผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 29.84 มองว่าภาพของนายธนาธรกับนายโจชัว หว่อง เป็นแค่รูปภาพธรรมดารูปหนึ่ง ร้อยละ 25.04 ไม่มีความเห็น เพราะไม่รู้จักนายโจชัว หว่อง ร้อยละ 18.11 ระบุว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล และไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะที่ร้อยละ 17.01 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่ เหมาะสมของนายธนาธร และส่วนใหญ่ร้อยละ 51.81 ระบุว่าไม่กังวลเลยกับการแถลงของสถานทูตจีน เพราะไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานแล้ว มีเพียงร้อยละ 4.65 ระบุว่ากังวลมาก เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน

“จตุพร” พร้อมรับสภาพล้มละลาย

ที่ร้านพีซคาเฟ่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชา-ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวบรรยายเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมของนายจตุพร ในฐานะประธาน นปช.” ว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาสังคมไทยมีความคิดเห็นต่างในหลากหลายมิติ หลายคนมีความห่วงใยตน หลังทราบข่าวศาลแพ่งพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายอีก 30 กว่าล้านบาท ขอบอกว่ารู้สึกเฉยๆ เพราะเหมือนตายไปแล้วตั้งแต่ถูกพิพากษาให้ชดใช้ในคดีแรก ดังนั้นจะยิงซ้ำอีกนัดร่างกายก็ไม่รู้สึกอะไร ปลายทางคงล้มละลาย มากกว่านี้ก็รับได้ ถือว่าเจ๊ากันไป แต่มีคนถามว่าที่ตนเปลี่ยนไปเพราะไปแลกอะไรมาเพื่อให้รอดหรือไม่ ก็ถามกลับว่าตนเคยรอดสักเรื่องหรือ ถูกกระทำและได้รับความอยุติธรรมมากที่สุด อะไรที่ไม่เคยเจอในประเทศ ก็ได้เจอเป็นคนแรก

ติง “บิ๊กแดง” พูดให้คนรักกันดีกว่า

นายจตุพรกล่าวต่อว่า ไม่ได้มีอะไรกับ ผบ.ทบ. หลายเรื่องอาจไม่เห็นด้วย และไม่ประสงค์จะพูดตอบโต้ แต่ครั้งหน้าควรพูดให้คนไทยรักกัน จะเป็นประโยชน์กับประเทศและตัวท่านเองมากกว่า เพราะวันนี้ประเทศกำลังแย่ ต้องคิดถึงคนรุ่นหลังไม่ใช่เพื่อตัวเราอย่างเดียว ถ้ากองทัพ รัฐบาล พรรคการเมือง ต่างยืนกันแบบนี้ หรือมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู เราจะไปไม่รอด จะเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่อดีตผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเขียนไว้ คือเรื่อง “สิ้นชาติ” ดังนั้นแผ่นดินเราในมุมมองของตน คือการขึงสองเส้นที่อย่างไรต้องเห็นด้วยกัน คือการปกป้องสถาบัน และรัฐไทยเป็นหนึ่งเดียวแยกไม่ได้ นอกเหนือจากนั้นคือสิ่งที่ต้องยอมรับกันคือคนไทยมีความทุกข์แสนสาหัส ที่ถ้าไม่แก้ไขเราจะอดตาย ดังนั้นทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากันให้ประเทศเดินไปได้

ฉะสร้างข่าวกลบกระแสลบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุถ้า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นนายกฯต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าเป็นได้ก็ดีนั้น พล.อ.อภิรัชต์ประกาศจุดยืนชัดเจนหลายครั้ง จนสังคมมีคำถามว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พล.อ.ประวิตรยังพยายามโยนหินถามทาง ทั้งที่ทราบดีว่ากองทัพไม่ควรเลือกข้างทางการเมืองชัดเจนขนาดนั้น พล.อ.อภิรัชต์จะได้เป็นนายกฯหรือไม่อยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่ พล.อ.ประวิตร การออกมาพูดเรื่องนี้อาจทำให้เข้าใจได้ว่าต้องการกลบข่าวการจัดทำงบประมาณ ไม่สามารถตอบโจทย์การเสริมศักยภาพประเทศได้ ยุคนี้ไม่ใช่ยุค คสช.ไม่มีใครสามารถแต่งตั้งใครได้ตามอำเภอใจ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มาตามความต้องการของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อภิรัชต์ต้องดูสภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้ให้ดี ว่ามีความสุขหรือไม่ 5 ปีที่ผ่านมา
มีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์ และรับได้หรือไม่กับการถูกตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ ที่สำคัญต้องเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่แค่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

กกต.ปลุกคนนครปฐมใช้สิทธิ

วันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย กกต. เลขาธิการ กกต. ร่วมเปิดโครงการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ต.ค. นายอิทธิพรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอฝากไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอให้ตระหนักถึงคะแนนเสียงและขอเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด และพิจารณาเลือกผู้สมัครด้วยความรอบคอบ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบ้านเมือง เพื่อแสดงพลังของชาวนครปฐมที่มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน

ปชป.มั่นใจคว้าชัยชนะได้แน่

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 ว่า ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายแล้ว พรรคมั่นใจว่านายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เพราะเป็นคนที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่ อยู่ร่วมกับชาวบ้านเคียงข้างทุกปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สส.) มายาวนาน จึงมีโอกาสได้รับรู้ปัญหาของพี่น้องชาวสามพรานมาโดยตลอด ที่น่าสนใจคือลูกหลานชาวสามพรานคนนี้ได้ให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องการจราจรที่ถนนเพชรเกษมซึ่งประชาชนประสบกับความเดือดร้อนมากในขณะนี้

“ธนาธร” ยกทัพใหญ่ลุยหาเสียง

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. กทม. ร่วมลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายไพรรัฏฐ-โชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคอนาคตใหม่ โดยแบ่งเดินสายหลายเส้นทาง เน้นการเคาะประตูบ้านและจอดปราศรัยย่อยตามจุดสำคัญ บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปด้วยความคึกคักสนุก สนาน แต่ละสายที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่กระจายกันไปในแต่ละจุด มีประชาชนชาวนครปฐมเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“พิธา” ยืนยันไม่มีดังแล้วแยกวง

จากนั้นช่วงเย็นที่ตลาดธันยา อ.สามพราน พรรคอนาคตใหม่จัดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยหาเสียงให้นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่แกนนำและ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่มากันพร้อมหน้า ก่อนเริ่มการปราศรัย บรรดา ส.ส.ที่นั่งอยู่หลังเวทีมีการหยอกล้อและเอ่ยแซวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถึงกระแสข่าวจะแยกไปตั้งพรรคใหม่ โดยนายพิธายืนยันว่าไม่มีแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่แน่นอน

“ธนาธร” ขอทวงคืนอำนาจ ปชช.

กระทั่งเวลา 19.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่าวันนี้ถ้าทนไม่ไหวแล้วกับสภาพที่เป็นอยู่วันที่ 23 ต.ค.เลือกพรรคอนาคตใหม่ให้เราเข้าไปทำภารกิจ จัดการปัญหาความเดือดร้อนให้ท่าน ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เรารู้แล้วว่าต้องจัดสรรงบฯอย่างไร ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเราทนอยู่ได้อย่างไรกับผู้มีอำนาจอย่างนี้ วิธีการได้มาซึ่งอำนาจของเขามาจากปืน รถถัง กฎหมาย กลไกราชการ ไม่ได้มาจากประชาชน เขาจึงไม่ได้ทำเพื่อประชาชน การจัดสรรงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทไม่มีประชาชนอยู่ในนั้น แต่สำหรับพวกเรามาจากประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้เสียงชาวสามพรานยังเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเราทนไม่ไหวแล้ว

“จุรินทร์” เย้ยคู่แข่งฝันพลิกขั้ว

อีกด้านเวลา 17.30 น. ที่ศาลพ่อแก่สะแกทอย อ.สามพราน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 มีประชาชนมาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยว่า ได้เดินตลาดนัดพ่อค้าแม่ค้าถามว่าเที่ยวนี้ประชาธิปัตย์เอาจริงหรือเปล่า ขอตอบว่ารอบนี้เอาจริง วันนี้ มีความพยายามสื่อสารให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น รณรงค์หาเสียงให้เกิดความเข้าใจทำนองว่าถ้าทนลุงไม่ไหวให้กา... (จุดจุดจุด) แต่เลือกรอบนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับลุงตู่ ไม่มีผลต่อการพลิกขั้วรัฐบาลอะไรทั้งสิ้น และเป็นได้ยาก ถ้าจัดตั้งรัฐบาลต้องมีหัวก่อน คือต้องมีนายกฯก่อน ดังนั้น พรรคที่สังกัดฝ่ายค้านหวังพลิกขั้วต้องรวบรวมเสียง 376 เสียงขึ้นไป ต้องกาคะแนนเพิ่มอีก 128 เสียง เลือกตั้งซ่อม 126 เขต ชนะทุกเขตจึงจะเป็นไปได้ แค่เขตสามพรานยังยากเย็นแสนเข็ญ ยืนยันว่าถ้าเลือกนายสุรชัยเป็นรัฐบาลแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคอนาคตใหม่พรรณิการ์ วานิชเชือดงูเห่าเลือกตั้งซ่อมข่าวหน้า1จารึก ศรีอ่อนประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้