กีฬา
100 year

ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ “นวัธ” หยุดปฏิบัติหน้าที่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ต.ค. 2562 05:25 น.
SHARE

รับตีความสถานะ ส.ส. ‘กรณ์’ โพสต์ฉะงบ 63

วิปสองฝ่ายไฟเขียวเพิ่มเวลาให้จ้อฝ่ายละ 18 ชม. “วิรัช” ฟุ้ง ส.ส.รัฐบาลพร้อมโหวต 24 ชม. พปชร.วาง 26 ขุนพลรับศึก “กรณ์” ชี้ต้องปรับเยอะในชั้น กมธ. กระทุ้งจัดงบไม่สอดคล้องสถานการณ์ พท.จัดทัพ 12 หัวหมู่ทะลวงฟัน “สุทิน” แย้มส่งศาล รธน.ตีความปม รมต.ที่เป็น ส.ส.ร่วมโหวตด้วย เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน “อนุดิษฐ์” ฉะมุ่งอัดฉีดกองทัพ ไม่ดูดำดูดีปากท้องชาวบ้าน

“ธนาธร” ชี้ อนค.มุ่งตีไปที่จุดอ่อนเหลื่อมล้ำ-ไม่มั่นคงในชีวิต-เศรษฐกิจซบ ฉะตั้งงบกลางข้ามหัวสภา-ประชาชน “พิชัย” จวกไล่แจกแบบอีลุ่ยฉุยแฉก กมธ.จับเข่าคุย “บิ๊กแดง” จ่อเตือนวางตัวเป็นกลาง ศาล รธน.สั่ง “นวัธ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านเห็นชอบให้ขยายเวลาอภิปรายเพิ่มเป็นฝ่ายละ 18 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายค้านจัดทีมขุนพลรอชำแหละ พร้อมส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความปมรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ร่วมโหวต อาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

วิปสองฝ่ายขยายเวลาจ้องบฯ 63

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงภายหลังประชุมร่วมกับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมมีมติขยายเวลาการอภิปรายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 จากเดิมได้ฝ่ายละ 15 ชั่วโมง เพิ่มเป็นฝ่ายละ 18 ชั่วโมง จะเริ่มประชุมเวลา 09.30 น. และพักการประชุมหลังเที่ยงคืนในแต่ละวัน เพื่อจะได้มาประชุมต่อในช่วงเช้าของอีกวัน โดยไม่ต้องนับองค์ประชุม หากฝ่ายไหนประท้วงก็ให้หักเวลาของฝ่ายนั้น ส่วนการแถลงรายละเอียดงบประมาณของนายกฯ ให้เวลา 2 ชั่วโมง โดยไม่รวมเวลาอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขณะที่เวลาอภิปรายของ ครม. 6 ชั่วโมงนั้นให้รวมอยู่ในโควตา 18 ชั่วโมงของฝ่ายรัฐบาล

ฟุ้ง ส.ส.รัฐบาลพร้อมโหวตทุกเมื่อ

นายวิรัชกล่าวว่า เชื่อว่าการพิจารณาจะอยู่ในกรอบวันและเวลาที่กำหนดไว้ “ยืนยันว่าไม่กังวลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เมื่อฝ่ายค้านสงสัยรัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจง เชื่อว่าไม่มีปัญหา ส.ส.รัฐบาลพร้อมลงมติทุกเมื่อ โดยก่อนการประชุมสภาฯ วิปรัฐบาลจะซักซ้อมการประชุมก่อนในช่วงเช้า”

“อุตตม” สุดมั่นใจผ่านฉลุย

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลยินดีรับฟังการอภิปรายของทุกฝ่ายที่ชี้แนะ และตนพร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ทั้งในเรื่องงบประมาณของรายได้ และประเด็นอื่นๆ เมื่อถามว่า ในสภาวะเสียงปริ่มน้ำมั่นใจเสียงที่จะลงมติให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า มั่นใจว่าผ่าน ส่วนการกำชับ ส.ส.เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลจะไปกำชับสมาชิกของตัวเอง พรรคพลังประชารัฐเตรียมการไว้แล้ว

ขอฝ่ายค้านพูดจาสร้างสรรค์

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายสร้างสรรค์ไม่นำประเด็นการเมืองมาตีรวน เพราะประชาชนติดตามอยู่ การตั้งงบในส่วนไหนเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ ขอให้อภิปรายแบบติเพื่อก่อ เสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ ส่วนเรื่องเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำนั้น มั่นใจว่าในหลักการทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านอยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกคนคือตัวแทนประชาชน กังวลอยู่แค่เรื่องเดียวคือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ที่อาจเน้นไปที่ตัวบุคคล จนกลายเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบที่พยายามทำมาตลอด สมัยประชุมที่ผ่านมาฝ่ายค้านยังทำหน้าที่ไม่สร้างสรรค์ หวังว่าการอภิปรายคราวนี้จะอยู่ในกรอบของเนื้อหา และขอให้อดใจรอไว้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสหน้า อย่าเอามารวมกันเพราะดูไม่เป็นมืออาชีพ

พปชร.เปิดตัว 26 ขุนพลรับศึก

ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐกำหนดตัวผู้อภิปรายจำนวน 26 คน แต่ละคนได้รับมอบหมายให้อภิปรายรายละเอียดงบประมาณในกลุ่มภารกิจต่างๆ สำหรับผู้อภิปรายในภาพรวม ได้แก่ นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. นายสายัณห์ ยุติธรรม นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายสุชาติ อุตสาหะ ส.ส.เพชรบุรี และนายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เบื้องต้นยังไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์ ครม.เหมือนคราวแถลงนโยบายรัฐบาล แต่มีการ กำชับ ส.ส.ทุกคน ห้ามขาด ห้ามลา และห้ามมาสายเด็ดขาด และต้องเตรียมพร้อมลงคะแนนเสียงตลอด 3 วัน เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านไปด้วยดี และไม่น่ามีปัญหาเรื่องเสียงสนับสนุน

“จุรินทร์” เรียกทีม พณ.เตรียมข้อมูล

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ว่า เป็นการเตรียมความพร้อมข้อมูลสำหรับชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากมีการสอบถามมา งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการทำงานตามนโยบาย 10 ข้อ คือประกันรายได้ ยกระดับร้านค้าปลีกรายย่อยเป็นสมาร์ทโชห่วย เร่งรัดการส่งออกและการค้าชายแดน เจรจาการค้าเสรี เร่งรัดการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ดูแลราคาสินค้าและบริการ และค่าครองชีพ ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการ และขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไก 3 ฝ่าย

“กรณ์” ชี้ต้องปรับเยอะในชั้น กมธ.

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.คลัง โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ควรต้องมีการแก้ไขปรับปรุงค่อนข้างมากในชั้นกรรมาธิการ เพราะตามที่เสนอมาเป็นการร่างตามกระบวนการเดิมๆที่ยังไม่สอดคล้องสถานการณ์ที่เป็นจริงของประเทศ และไม่ตอบโจทย์ปัญหาประชาชนตามที่ทุกคนคาดหวัง นี่คือข้อสรุปของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 15 ต.ค. เราจะใช้สิทธิอภิปรายชี้แจงประเด็นปัญหา และเสนอแนวทางที่รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนงบประมาณ เพื่อให้ส่งผลต่อ 4 ประเด็นหลักในการแก้ปัญหาให้ประชาชน ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 2.การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมลํ้า 3.การแก้ไขปัญหาปากท้อง และ 4.ประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี เราพร้อมทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. เชิญติดตามการอภิปราย

พท.เย้ยรัฐบาลไม่ได้งบตามเป้า

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค แกนนำ และ ส.ส.พรรค ประชุมซักซ้อมการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีการซ้อมเป็นกลุ่มย่อยแยกตามประเภทที่จะนำงบไปใช้ในแต่ละด้าน ไม่ได้แยกตามกระทรวงเหมือนที่ผ่านมา ในที่ประชุมแกนนำพรรคยังเน้นย้ำกับ ส.ส.ว่า ขอให้อภิปรายชี้ให้ประชาชนเห็นถึงการจัดทำงบที่ไม่มีประสิทธิภาพ วิธีการจัดทำไม่ถูกต้อง ไม่สามารถตรวจสอบได้ เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ไม่มีทางบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งเป้าไว้แน่นอน

จัดทัพวางตัว 12 หัวหมู่ทะลวงฟัน

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รูปแบบการอภิปรายจะใช้วิธีแบบลูกเสือ คือมีผู้อภิปรายทั่วไปก่อน จากนั้นนายหมู่จะเป็นผู้เติมเต็มสรุปข้อมูลเป็นช่วงๆ เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุม เบื้องต้นกำหนดตัวนายหมู่ไว้ 12 คน แบ่งตามหมวด ส่วนเนื้อหาภาพรวมจะเน้นชี้ให้เห็น 4 ประเด็นหลัก คือ การใช้งบเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ประเทศได้สูงสุดหรือไม่ ใช้งบประมาณได้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และสุดท้ายมีความโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ เราจะชี้ให้เห็นว่าเหตุใดฝ่ายค้านจึงไม่สามารถยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ได้ ยืนยันว่าไม่ได้จ้องล้มรัฐบาล หรือใช้เรื่องงบประมาณมาเป็นเกมการเมือง

จ่อยื่นศาล รธน.ปม รมต.โหวต

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านอาจยอมให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ในวาระรับหลักการ นายสุทินตอบว่า จะมีข้อสรุปในวันสุดท้าย หลังจากหารือร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน ส่วนจะยกมือให้ผ่าน หรืองดออกเสียง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะรับฟังคำแนะนำและนำไปปรับปรุงหรือไม่ เชื่อว่าจะไม่มีงูเห่า หรือมีใครแตกมติพรรค สำหรับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะไม่ร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะแสดงความต้องการตั้งแต่ต้นว่าจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเท่านั้น ขณะเดียวกันฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรี สามารถโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้หรือไม่ มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จึงต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเป็นบรรทัดฐานในการอภิปรายครั้งต่อไป

“อนุดิษฐ์” ฉะตั้งงบอัดฉีดกองทัพ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของกองทัพ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ควรสนใจและให้ความสำคัญ ไม่ใช่การชังชาติ หรือไม่รักชาติ เหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งแกนนำรัฐบาลบางคนพยายามสร้างกระแสชี้นำสังคม ฝ่ายค้านต้องการชี้ให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญการใช้งบให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุดสวนดุสิตโพลสะท้อนความเห็นประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้รัฐบาลจัดสรรงบแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน มากกว่ามุ่งไปที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา แต่เท่าที่เห็นเฉพาะงบกระทรวงกลาโหมตั้งไว้สูงถึง 2.33 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2562 ถึง 6,200 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาตรวจพบการใช้งบกองทัพไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เช่น การสร้างบ้านพักรับรอง ผบ.ทร. ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยงบสูงถึง 112 ล้านบาท หรือสร้างบ้านพักรับรองบนยอดเขาริมทะเล ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 51 ล้านบาท เป็นทหารมาเข้าใจว่าการสร้างบ้านพักรับรองให้หรูหราสมเกียรติมีความจำเป็น แต่ไม่ควรสร้างขณะที่คนไทยจำนวนมากยังลำบากอยู่

ไม่สอดคล้องปัญหาปากท้อง

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลอย่าอ้างเรื่องความมั่นคงเพื่อจัดสรรงบจำนวนมากให้กองทัพไปจัดซื้ออาวุธ วันนี้ทุกประเทศในภูมิภาคต่างแข่งขันกันเรื่องเศรษฐกิจ มีแต่ประเทศไทยที่เร่งสะสมอาวุธ และใช้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปจัดการฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดบริหารประเทศใหม่โดยเฉพาะหลักการตั้งงบประมาณต้องให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องประชาชน มากกว่าความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนของรัฐบาลเอง มั่นใจว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเป็นประโยชน์กับประชาชน เราจะแจกแจงความบกพร่อง ความไม่เหมาะสมไม่ถูกต้องตามสถานการณ์สงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบกับประเทศอย่างรุนแรง จัดงบแบบขาดวินัย มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่สำคัญไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

“ธนาธร” ชี้ อนค.มุ่งจี้ที่ 4 จุดอ่อน

ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มาเต็มที่โดยไม่หลับไม่นอน เห็นว่าการจัดงบมีปัญหาเยอะมาก โจทย์ใหญ่ของประเทศยังไม่ได้รับการตอบสนอง เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำ ความไม่มั่นคงในชีวิต ภาวะเศรษฐกิจซบเซา พรรคอนาคตใหม่มีแนวทางเสนอ 4 ข้อ คือ 1.งบประมาณจากส่วนกลางต้องถูกย้ายไปให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารงบประมาณได้อิสระมากขึ้น 2.เสนอให้ลดงบดำเนินการและเพิ่มงบลงทุน 3.เราต้องทำให้รัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น การลงทุนที่จะเกิดขึ้นต้องทำเพื่อคนทุกคน และ 4.ต้องสร้างสวัสดิการให้ครอบคลุมเพื่อความเสมอภาค ไม่ใช่สวัสดิการแบบอนาถา เป็นการเสนอแนวคิดในรูปแบบใหม่ของพรรค เป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ประชาชนได้ประโยชน์ หวังว่าข้อเสนอของเราไม่มากก็น้อยจะไปสู่การแปรญัตติในวาระสอง

ซัดตั้งงบกลางข้ามหัวประชาชน

เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายธนาธรตอบว่า แน่นอน และยิ่งตอกย้ำถึงการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ การลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเมืองชนบทไม่มีให้เห็น งบฉบับนี้เป็นงบไม่มีความฝัน คืออยากเห็นสังคมแบบไหนใน 10 ปีข้างหน้า มีงบ 3.2 ล้านล้านจะขยับไปสู่สังคมที่ใฝ่ฝันอย่างไร แต่งบปี 63 ไม่เห็น และการตั้งงบกลางไว้กว่า 5 แสนล้านบาท เป็นการข้ามหัวสภาข้ามหัวประชาชน พรรคจะอภิปรายเรื่องนี้ด้วย

ไม่ผลักไสคนเห็นต่างเป็นศัตรู

เมื่อถามว่านายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการ ม.รังสิต ระบุว่ามีกระบวนการการเมืองผลักคนเห็นต่างให้เป็นศัตรู นายธนาธรตอบว่า ยังไม่มีเวลาฟัง แต่เราไม่มองใครเป็นศัตรู ทำอย่างไรให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย ถ้ามีกลุ่มคนมีความเห็นหลากหลายพร้อมจะแลกเปลี่ยนถกเถียงกัน เช่น รัฐธรรมนูญตั้งใจไม่ลงรายละเอียด เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนหาทางออก เราต้องกล้าพูดความจริง นักวิชาการ สื่อ กองทัพ นักการเมือง เราต้องตระหนักข้อเท็จจริง สังคมต้องการข้อตกลงร่วมกัน เห็นไม่ตรงกันได้แต่อย่างน้อยควรเคารพกฎกติกานี้

“พิชัย” จวกไล่แจกอีลุ่ยฉุยแฉก

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า จากการศึกษาดูร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 รัฐบาลให้ความสำคัญกับงบทหาร และงบความมั่นคงมากกว่างบด้านเศรษฐกิจ งบด้านเศรษฐกิจที่เหลือน้อยอยู่แล้วรัฐบาลยังนำไปแจกอีลุ่ยฉุยแฉก จึงเชื่อว่างบปี 63 จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่เราจะต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการตรวจสอบ รัฐบาลได้สร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจกลับแย่ ประชาชนไม่รู้สึกว่าได้ประโยชน์ ไม่สามารถจับต้องได้ แถมความสามารถแข่งขันของไทยกลับลดลงมาอยู่ที่ 40 แสดงว่างบประมาณที่ใช้ไม่ได้เพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ แต่รัฐบาลยังคงจัดงบประมาณในรูปแบบเดิม แทนที่จะปรับปรุงจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเสียใหม่

ไม่ต้องใช้สมองก็แจกเงินได้

นายพิชัยกล่าวว่า การแจกเงินไม่สามารถทำประเทศให้เจริญได้ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่แจกเงินแล้วประเทศเจริญ รัฐบาลควรนำเงินมาพัฒนาประเทศมากกว่า “นายกฯเคยถามผมว่าจบอะไรมา ถึงมาวิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจ เลยอยากบอกว่าไม่ต้องจบอะไรหรือเป็นแค่พลทหารก็คิดแจกเงินได้ ไม่ต้องเป็นถึงพลเอก เพราะไม่ต้องใช้สมองและไม่ต้องมีวิธีคิดเลย นอกจากเรื่องการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การสร้างความเชื่อมั่นก็เป็นสิ่งสำคัญ หากรัฐบาลไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ และยังพยายามสร้างความน่ากลัวหรือสร้างผีเพื่อทำลายฝั่งตรงข้าม ประเทศจะไม่สามารถพัฒนาได้ เศรษฐกิจจะยิ่งย่ำแย่ และ ประชาชนจะยิ่งลำบากไปอีก”

“เสรีพิศุทธ์” กัดไม่ปล่อย “ผู้กองนัส”

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างหนังสือเป็นฉบับภาษาอังกฤษ ส่งไปยังหน่วยงานต่างๆของประเทศออสเตรเลียเพื่อขอข้อมูล ส่วนการตรวจสอบวุฒิการศึกษาปริญญาเอกของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานอนุกรรมาธิการไปตรวจสอบ เพราะเชื่อว่ามาจากการซื้อใบปริญญาและไม่ได้เรียนจริง แล้วยังนำมาแอบอ้างต่อสภาผู้แทนราษฎร

กมธ.เตือน “บิ๊กแดง” เป็นกลาง

ส่วนประเด็นควันหลงหลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” จนถูกวิพากษ์วิจารณ์วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการฯจะเชิญ พล.อ.อภิรัชต์มาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงในวันที่ 21 ต.ค. ไม่ใช่การเรียกมาสอบสวนหรือตรวจสอบอะไร แต่อาจแจ้งให้ทราบเรื่องท่าทีของ ผบ.ทบ.ควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ควรพูดในบางเรื่องที่ไปกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วน ผบ.ทบ.จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับ กมธ.หรือไม่ เป็นสิทธิของ พล.อ.อภิรัชต์ ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งมาว่าจะมาหรือไม่

ผบ.นรด.ขับเคลื่อน รด.นิวเจน

ที่โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ รุ่นที่ 38 ว่า ในปีการศึกษา 2562 ได้ปรับหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารใหม่ เพื่อผลิตนักศึกษาวิชาทหารให้เป็นกำลังพลสำรองที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ เป็นพลเมืองและเยาวชนที่ดีสู่สังคม บรรจุเนื้อหาเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ บทบาททหารกับความมั่นคง จิตอาสา ความเป็นผู้นำ การบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งเพิ่มเติม รด.ไซเบอร์ รด.เน็ตเวิร์ก และ รด.นวัตกรรม สิ่งสำคัญที่ต้องปรับคือการใช้สื่อที่ทันสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และพัฒนาเป็น รด.นิวเจน เป็นผู้นำมีทัศนคติที่ดี

“บิ๊กตู่” นิ่งไม่โต้ “ธีรยุทธ” วิพากษ์

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 21-24 ต.ค. มีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และตัวแทนฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จากนั้นเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์เลี่ยงตอบคำถาม โดยเอามือป้องหูพร้อมชี้ไปที่น้ำพุในคลองหลังตึกไทยคู่ฟ้าที่เปิดเสียงดัง เพื่อจะบอกว่าไม่ได้ยินคำถาม อย่างไรก็ตาม นายกฯกล่าวระหว่างการประชุม กพอ.ว่า โครงการในพื้นที่อีอีซีถือเป็น โครงการสำคัญ จำเป็นต้องเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จตามกำหนด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนในอีอีซี และหลายโครงการเป็นโครงการนำร่อง

“เจ๊หน่อย” บินหารือ “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากมีความคิดเห็นที่แตกต่างระหว่างภาค กทม. ภายใต้ การดูแลของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค เกี่ยวกับการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จนต้องปิดห้องทำความเข้าใจระหว่างการสัมมนาพรรคเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพูดคุยในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในการประชุมภาค กทม.วันเดียวกันนี้ ไม่มีการหยิบยกประเด็นที่คุณหญิงสุดารัตน์บินไปพบนายทักษิณขึ้นมาหารือ เพราะภาค กทม.มีมติเกี่ยวกับการเสนอผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ไปชัดเจนแล้ว ต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นตามขั้นตอนให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณาต่อไป

ศาล รธน.สั่ง “นวัธ” หยุดทำหน้าที่

วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) หรือไม่ จากกรณีต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่นลงโทษประหารชีวิต และให้คุมขังนายนวัธไว้ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งศาล อุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้นายนวัธหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องปรากฏชัดเจนว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายนวัธ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ และศาลจังหวัดขอนแก่นได้ออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์นายนวัธ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. จึงปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องแล้ว

อัยการฟ้องแนวร่วม กปปส.คดีกบฏ

ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวว่า พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้นำตัวนายอุทัย ยอดมณี อดีตแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายนัสเซอร์ ยีหมะ อดีตหัวหน้าการ์ดคปท. ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ 3762/2562 ในความผิดฐานร่วมกันกบฏ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113, 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 76, 152 รวม 8 ข้อหา หลังร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ขับไล่รัฐบาลระหว่างปี 2556-2557 ต่อมาจำเลยทั้งคู่ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 600,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นวัธ เตาะเจริญสุขหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ศาลรัฐธรรมนูญส.ส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทยประหารชีวิตข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้