กีฬา
100 year

หนุนสภาฯ หาทางออกแก้รัฐธรรมนูญ : ผ่าทางตันก่อนวิกฤติ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ต.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

เป็นนักการเมืองเพียงไม่กี่คนในพรรคร่วมรัฐบาล ที่กล้าวิพากษ์ “รัฐบาลลุงตู่” และเตรียมเปิดฉากวิพากษ์เชิงโครงสร้างระหว่าง “ระบบทักษิณ” กับ “ระบบประยุทธ์”

เปรียบเทียบให้เห็นว่าใครเลวร้ายกว่ากัน เพื่อเปิดมุมมองให้สังคมได้เห็นอีกมิติหนึ่ง

นักการเมืองคนนั้น คือ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

ล่าสุดออกมาทวงสัญญาเงื่อนไขสำคัญการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์

เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 สนับสนุนให้ศึกษารับฟังความคิดเห็นของประชาชน และดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วย “หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ”

ในที่สุดก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์เลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาพิจารณาเร่งด่วน หลังจากทุกพรรคการเมืองเสนอญัตติทำนองเดียวกันขึ้นมา และพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายเทพไท ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ

เพื่อเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามสัญญาประชาคมตามที่ได้ประกาศเอาไว้กับประชาชน

มติที่เป็นเอกฉันท์ของที่ประชุมสภาฯ นายเทพไท บอกให้เห็นว่ากว่าจะเดินมาถึงจุดนี้

ก่อนหน้านั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติเรื่องดังกล่าว แต่ถูกตีตกไปว่าไม่ใช่ญัตติด่วน

ฝ่ายค้านก็กังวลใจถ้าไม่เป็นญัตติด่วน คิวยาวกว่าจะหยิบขึ้นมาพิจารณาในประชุมสภาฯ ในที่สุดฝ่ายค้านก็ประสานผมว่า อยากเลื่อนขึ้นมาเป็นญัตติแรกๆ

ผมไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากสนับสนุนฝ่ายค้าน และ 25 ส.ส.ที่เซ็นชื่อรับรองญัตติก็ต้องเห็นด้วย หากไม่เห็นด้วยสังคมจะมองในมุมลบว่าเล่นละครปาหี่

ฝ่ายค้านคงประเมิน ส.ส.ในมือแล้วว่ามี 246 เสียง บวกกับเสียงของเราที่ลงชื่อยื่นญัตติอีก 25 เสียง ขอเลื่อนเป็นญัตติด่วนได้แน่นอน

ก็ตอบกลับไปว่าไม่ขัดข้อง ญัตตินี้ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลขวางก็เสียหน้า พอถึงเวลาโหวต ปรากฏว่า ส.ส.ทุกคนเห็นชอบให้เลื่อนเป็นญัตติด่วน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของสภาฯ เพื่อแก้ไขกติกาให้เป็นมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น

และยังกดดันให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

หากขัดขวาง ก็ควรคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน

ยิ่งถ้ากระแสประชาชนแรง ส.ว.ฝืนมติมหาชนไม่ได้หรอก

วันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นธงของพรรคใดพรรคหนึ่ง ทำในนามฝ่ายนิติบัญญัติ โดยตั้ง กมธ.วิสามัญฯเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ขอยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีธง แม้หลายฝ่ายเสนอให้ต้องชัดเจนจะแก้ประเด็นใดบ้าง เพื่อไม่ให้ประชาชนหวาดระแวงหรือคลางแคลงใจ

เรามีจุดยืนชัดเจนขอแก้มาตรา 256 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลสรุปของ กมธ.วิสามัญฯและความเห็นของ ส.ส.ในสภาฯ

เมื่อเปิดดูรัฐธรรมนูญทุกบรรทัด ในมุมมองส่วนตัวต้องการแก้ไขประเด็นใดบ้าง นายเทพไท บอกว่า กระบวนการเข้าสู่อำนาจของนายกรัฐมนตรี มันไม่ยุติธรรมและถูกต้องตามหลักสากล

ในเมื่อประธาน คสช.แต่งตั้ง ส.ว.และให้ ส.ว.โหวตประธาน คสช.ขึ้นเป็นนายกฯได้ เท่ากับมีแต้มต่อ วิธีการนี้ค่อนข้างรับไม่ได้ แต่ขอพักไว้ก่อน

เพื่อผลักดันแก้มาตรา 256 เปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ ประเด็นนี้ค่อนข้างแก้ไขง่าย ไม่กระทบต่อผลประโยชน์หรือสิทธิของคนใดคนหนึ่ง เชื่อ ส.ว.ไม่ขัดข้อง เพราะไม่กระทบต่อบทบาทของ ส.ว.

ถึงวันนั้นหากเสียงข้างมากของรัฐสภาเห็นด้วยก็จบ

แก้ไขมาตรา 256 เปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ จุดจบการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นอย่างไร นายเทพไท บอกว่า กมธ.วิสามัญฯต้องศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญรอบด้าน

สมมติแก้มาตรา 256 สำเร็จ ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เชื่อมีความเป็นไปได้สูงว่าจะผ่านประชามติ

แต่ถ้าเสนอแก้กว้างกว่านี้ ย่อมเจอแรงเสียดทานสูง

นำไปสู่ความขัดแย้ง กระทบต่อการทำประชามติแน่นอน

อย่าลืมว่าสังคมไม่ถูกใจแค่จุดเดียว อาจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้

การแก้มาตรา 256 เปิดประตูสู่การแก้ไขในประเด็นอื่นๆ จะผ่านประชามติได้อย่างไร นายเทพไท บอกว่า ใช่ แต่มันไม่จี้จุดของคนที่เสียอำนาจ

เมื่อแก้มาตรานี้ได้ ก็ต้องไปต่อสู้ทางความคิดแก้ไขประเด็นอื่นต่อไป

ในจังหวะที่ทิ้งช่วงให้ต่อสู้ทางความคิด มันจะไม่ค่อยมีแรงเสียดทานมาก

และการเดินแต่ละก้าวขอให้สงวนแนวร่วมเอาไว้ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

ดูบทบาทในเรื่องนี้เหมือนเป็นตัวกลางประสานระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายเร็วขึ้น นายเทพไท บอก
ว่า ขณะนี้เกิดกระแสสังคมให้ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขกติกาฉบับนี้

เพราะรัฐธรรมนูญไม่เลิศเลอเหมือนคำกล่าวอ้าง ทั้งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ก็ไม่เห็นปราบได้

และกติกาฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรก เห็นได้จากหลังผ่านประชามติก็แก้ไขเนื้อหาแล้ว และยังถูกแก้ไขในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกครั้ง

บ่งบอกว่ายังมีข้อบกพร่องอีกหลายประเด็น ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าหารือกัน เพื่อสะสางรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ตามมาตรฐานสากล

แต่ฝ่ายการเมืองควรปิดจุดอ่อน เน้นเวทีวิชาการมากกว่าเวทีการเมือง ป้องกันฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหยิบประเด็นเล็กๆไปโฆษณาชวนเชื่อและขยายผลทางการเมือง

อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมได้อีก จุดนี้เป็นชนวนที่น่ากลัว ไม่อยากให้ต่างคนต่างเคลื่อนไหว

พอเปิดสมัยประชุมสามัญ ญัตติด่วนเรื่องนี้ก็จ่ออยู่แล้ว หยิบมาพิจารณาได้ทันที แต่ต้องประกาศให้ชัดว่า หมวด 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร อันหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ ห้ามแตะต้อง

ตอนนี้ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพื่อลดความระแวงของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย

และขอให้รีบตั้ง กมธ.วิสามัญฯ มีตัวแทนประชาชนจากทุกพรรคและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็น กมธ. ประธาน กมธ.ต้องมีบารมีเพียงพอ มีจุดยืนในระบอบประชาธิปไตย มีประสบการณ์ทางการเมือง

เมื่อมี กมธ.วิสามัญฯ การเคลื่อนไหวก็อยู่ในกรอบ เกิดอะไรขึ้น ส.ส.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ตอนนี้ ส.ส.มีภารกิจต้องหาและเตรียมข้อมูลไว้อภิปรายในสภาฯ และดูตัวแทนที่เหมาะสมของพรรคการเมืองเข้าไปนั่งเป็นกมธ.วิสามัญฯ สองเรื่องนี้ควรเตรียมพร้อม มากกว่าไปเคลื่อนไหวสร้างความขัดแย้ง

เพราะขณะนี้ดูสถานการณ์ภาพรวม กลัวเดินไปไม่ถึงเป้าหมาย

เพราะเกิดเหตุขึ้นแต่ละครั้งกองเชียร์แต่ละฝ่ายก็นำไปขยายผล

ปะทะกันทางความคิด เกิดความขัดแย้ง มันไม่เป็นผลดี

ทำให้เจตนารมณ์การแก้รัฐธรรมนูญเสียไป อดเป็นห่วงและกลัวว่าพอถึงจังหวะหนึ่ง จะมีคนเสนอว่าอย่าแก้ ขอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป เพราะขนาดยังไม่แก้สังคมก็เกิดความขัดแย้ง สุดท้ายมันก็เสียของ

ข้อห่วงใยเหล่านี้ก็พยายามพูดคุยกับเพื่อน ส.ส.หลายพรรค

ควรสร้างจุดร่วม สงวนจุดต่าง หาแนวทางเดินไปสู่เป้าหมาย

อย่างน้อยควรปลดล็อกแก้มาตรา 256 ให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้

เพื่อเปิดช่องแก้รัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง

ดีกว่าประตูยังถูกปิด แก้กติกาฉบับนี้ไม่ได้เลย

นอกจากรัฐประหารเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทพไท เสนพงศ์พรรคประชาธิปัตย์แก้รัฐธรรมนูญกมธ.รัฐธรรมนูญวิเคราะห์การเมืองทีมการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้