กีฬา
100 year

เพื่อไทยขอเวลา 20 ชม. จ่อถล่มยับงบฯ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ต.ค. 2562 05:10 น.
SHARE

ฉะละเมิดสิทธิไวไฟร้านกาแฟ บีโต้อ้างจำเป็น

วิปรัฐบาลตั้งแง่ให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายงบฯปี 63 แค่ 15 ชั่วโมง อ้างครึ่งวันแรก 17 ต.ค. ต้องพิจารณา พ.ร.ก.สำคัญ มั่นใจเสียงปริ่มน้ำฝ่าด่านชนะโหวต “สนธิรัตน์” โอ่ถึงถูกโจมตีหนักแต่ชัวร์ผ่านฉลุย “วิษณุ” ขอคนมีเวลาดึงคนนอกนั่ง กมธ.งบฯ เพื่อไทยตื๊อขอ 20 ชั่วโมงถล่มให้ยับ

“สุทิน” ขู่ใครสวนมติพรรคสังคมจะลงโทษ “ชูศักดิ์” ย้ำ รมต.เป็น ส.ส.ร่วมโหวต เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญผลประโยชน์ขัดแย้ง “ชลน่าน” จวก “บิ๊กตู่” จับประเทศเป็นตัวประกัน “ชวน” การันตี กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมฯเรียก “บุรินทร์” ชี้แจงได้ พร้อมส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความสมาชิกภาพ 6 แกนนำ ฝ่ายค้าน รัฐบาลตีปี๊บต่อเฟสสอง “ชิม ช้อป ใช้” ผลโพลตบหน้าคนไทยร้อยละ 65.3 ไม่ร่วมลงทะเบียน ส.ส.เฉ่งดีอีสั่งร้านกาแฟละเมิดสิทธิคนใช้ไวไฟ “พุทธิพงษ์” อ้างสแกนเฉพาะกรณีจำเป็น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเตรียมพร้อมกันอย่างคึกคัก โดยวิปรัฐบาลยืนยันให้เวลาฝ่ายค้านได้เพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่ฝ่ายค้านเรียกร้องขอเพิ่มเวลาอภิปรายเป็น 20 ชั่วโมง

“บิ๊กตู่” สั่งอัดฉีดเพิ่มทหารผ่านศึก

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึกเป็นประธาน ประชุมสภาทหารผ่านศึก (อผศ.) ครั้งที่ 3/2562 มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมเพรียง ก่อนประชุมนายสำเริง นวลพุดซา นายกสมาคมทหาร ผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย นำตัวแทนสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทยมอบแจกันดอกไม้ ให้กำลังใจ ขอให้ทำงานผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคอยู่บริหารประเทศต่อไป นายกฯได้ให้กำลังใจกลับไป ที่ประชุมมีวาระน่าสนใจ เช่น ข้อเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานกิจการพิเศษใหม่ อาทิ กรณีครอบครัวถึงแก่กรรม ประสบภัย อุปสมบท ไปประกอบพิธีฮัจญ์ กรณีสมรสครั้งแรก เป็นต้น หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้มอบนโยบายไปแล้วฝากดูแลด้วย อันไหนทำได้ทำ อันไหนทำไม่ได้ต้องมาดูกัน

“บิ๊กช้าง” พร้อมแจงงบฯกลาโหม

ขณะที่ พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากให้ดูแลทหารผ่านศึกพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้ดำรงชีพอยู่ได้ ได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการไปพิจารณาและให้เสนอกลับมายัง อผศ.จะทำอย่างไรที่จะดูแลทหารผ่านศึกได้ดีขึ้น ส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เราเตรียมไปนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 17 ต.ค. รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานพร้อม และเตรียมข้อมูลไว้อยู่แล้ว

“วิษณุ” ขอคนมีเวลามานั่ง กมธ.งบฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 สัดส่วนของ ครม. ที่เหลืออีก 12 คน จากทั้งหมด 15 คน นอกเหนือจาก รมว.คลัง รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลังว่า ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ละพรรคไปพิจารณาส่งชื่อมาไม่ใช่โควตาพรรคหรือต้องส่งเฉพาะคนในพรรคอาจส่งคนอื่นคนนอกหรือคนกลางมาก็ได้ ยึดหลักว่ามีเวลาทำงาน กมธ.งบประมาณฯไม่เหมือนกับ กมธ.อื่นทุกมาตราสำคัญต้องซักถาม มาตราเดียวอาจใช้เวลาเป็นวัน

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เท่าที่คุยเบื้องต้นกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เป็นวันที่ 17-19 ต.ค.วันที่ 17 ต.ค.ครึ่งเช้าจะพิจารณากฎหมายสำคัญก่อน ช่วงบ่ายพิจารณา พ.ร.บ.งบฯ วันที่ 17 ต.ค. จะหายไปครึ่งวันอาจต้องเลยไปถึงวันที่ 19 ต.ค.วิปรัฐบาลจะหารือสรุปอีกครั้ง เต็มที่น่าจะแค่ 3 วัน เพราะวันที่ 20 ต.ค. ส.ว.ขอประชุมวุฒิสภา

วิป รบ.แบ่งเวลาฝ่ายละ 15 ชม.

ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้ข้อสรุปให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 รวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-19 ต.ค. แบ่งเวลาอภิปรายให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านฝ่ายละ 15 ชั่วโมง หากฝ่ายใดประท้วงให้หักเวลาฝ่ายนั้น ไม่นับรวมเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะแถลงร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 รวม 2 ชั่วโมง แล้วจึงเริ่มนับกรอบเวลา 15 ชั่วโมงของแต่ละฝ่ายทันที เหตุที่อภิปราย 3 วัน เพราะช่วงเช้าวันที่ 17 ต.ค.จะมีการพิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหมไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ตามที่ ครม.เป็นผู้เสนอใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 ต่อไป

มั่นใจปริ่มน้ำฝ่าด่านชนะโหวต

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ปัญหาเสียงปริ่มน้ำรัฐบาลมีเสียงเกินฝ่ายค้านมาอยู่ 4 เสียงไม่กังวล เพราะ 18 พรรคร่วมรัฐบาลยืนยันมาแล้วว่าพร้อมร่วมประชุมและโหวตตลอดทั้ง 3 วัน มติวิปรัฐบาลยังระบุว่าให้พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมพร้อมร่วมโหวตทั้ง 3 วันตลอดเวลา ดูจากการประชุม 1 สมัยที่ผ่านมามั่นใจจะฝ่าฟันไปได้ เสียงไม่มีสวิง ไม่ต้องเตรียมแผนสำรองอะไรไว้ เพราะอย่างไรก็ผ่าน เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ยังยืนยันให้ต้องโหวตลงมติด้วยใช่หรือไม่ นายวิรัชตอบว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ ดังนั้นรัฐมนตรีลงมติได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 และ 163 รัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่าห้ามรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.โหวตงบประมาณ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้ระบุเรื่องดังกล่าวไว้ ถือว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.โหวตได้ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านยังยืนยันต้องการเวลาอภิปราย 20 ชั่วโมง นายวิรัชตอบว่า คงต้องไปหารือกับฝ่ายค้านอีกครั้ง แต่วิปรัฐบาลยืนยันให้ได้แค่ฝ่ายละ 15 ชั่วโมง

“สนธิรัตน์” ชัวร์ถูกตีหนักแต่ผ่านฉลุย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 จะผ่านการพิจารณาของสภาฯอย่างรอบคอบ และได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากทุกฝ่าย เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่ไม่อยากให้ล่าช้าจนกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แม้พรรคฝ่ายค้านและพรรคเล็กส่งสัญญาณจะไม่โหวตสนับสนุน หรือมีกระแสโจมตีจากฝ่ายค้านว่าการจัดสรรงบฯใช้ไปกับกองทัพและงบฯความมั่นคงมากไป อยากให้สังคมมองว่าขณะนี้รัฐบาลมีบทบาทหน้าที่หลายด้าน ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาประเทศชาติทุกมิติ เชื่อว่าเราชี้แจงได้ ไม่อยากให้ไปโฟกัสกับคำว่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับภารกิจมากกว่า มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯจะผ่านไปด้วยดี พยายามสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่ายว่า งบฯได้ถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม ตอนนี้มาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ รัฐบาลมุ่งเน้น ต่อจากนี้จะค่อยๆปรากฏผลออกมาให้เห็นเรื่อยๆ วันอภิปรายงบฯจะมีรายละเอียดชี้แจงต่อสภาฯและประชาชนแน่นอน พรรคพลังประชารัฐเตรียมพร้อมไว้หมด ได้กำชับให้ ส.ส.ในพรรคไปศึกษาไว้แล้ว

“จุรินทร์” ไม่ห่วงเจอยื่นตีความ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรน่าจะผ่าน ทุกฝ่ายน่าจะสนับสนุนเพราะประเทศจำเป็นต้องมีงบฯดำเนินโครงการ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกแขนง การลงมติของรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลงคะแนนได้ เป็นการทำหน้าที่ ส.ส. เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่จะมีการยื่นตีความถึงผลประโยชน์ทับซ้อนมีส่วนได้ส่วนเสียของรัฐมนตรีกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นายจุรินทร์ตอบว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงว่าผลประโยชน์มีส่วนตัวกับส่วนรวม ร่าง พ.ร.บ.งบฯเป็นผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นงบฯของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว

“นิพิฏฐ์” ยัน รมต.ยกมือโหวตงบฯได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดูรัฐธรรมนูญแล้วรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 184 มาตรา 185 และมาตรา 186 ในหมวด 9 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระบุว่าห้าม ส.ส.และรัฐมนตรีมีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดของหน่วยงานรัฐ เว้นแต่เป็นการดำเนินการในกิจการของรัฐสภา กรณี ส.ส.เป็นรัฐมนตรีถ้าเป็นการกระทำตามหน้าที่และอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินหรือตามที่แถลงไว้ต่อรัฐสภากระทำได้ ฉะนั้นการโหวตลงมติเห็นชอบ พ.ร.บ.งบฯไม่น่ามีปัญหาอะไร รัฐบาลแถลงนโยบายไว้ว่าจะทำอะไรต่างๆ แต่พอเสนองบฯตามที่ตัวเองแถลงไว้กลับลงมติรับงบฯที่แถลงนโยบายไว้ไม่ได้ถือว่าแปลก ที่รัฐธรรมนูญห้ามคือการนำงบฯมาใช้ในพื้นที่ตนเอง เช่น การแปรญัตติงบฯมาลงพื้นที่ของตัวเองอย่างนี้ห้าม

ไม่หนักใจ ภท.ฮึกแย่ง ส.ส. 14 จว.ใต้

นายนิพิฏฐ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีต ส.ส.พัทลุง กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยยกทัพลงพื้นที่ จ.พัทลุง นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ประกาศยึดฐานเสียงยกจังหวัด ดันโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อยึดภาคใต้ทั้งหมดว่า ไม่หนักใจอะไร นางนาทีคงฝันว่าตัวเองยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ทั้งที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุกและอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ยังแสดงตัวเป็นรัฐมนตรี ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สามีควรเป็นคนพูด ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ส.ส.ไม่สามารถพูดจาแนวนี้ได้ถือเป็นการครอบงำและชี้นำ แสดงเจตนามีเป้าหมายยึดภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.พัทลุง จะยึดทั้ง 3 เขต ได้แล้ว 2 เขต จากนี้คงขยาย บารมีไปทั้งภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยบอกจะทำนั่นทำนี่ให้ 14 จังหวัดภาคใต้อะไรก็พูดได้ ขอให้รอดูผลงานดีกว่า หากลงทุนไปเยอะต้องมีการถอนทุนไม่มีใครเชื่อว่าลงทุนไป 40-50 ล้านแล้วไม่ถอนทุน ขอเรียกร้องให้ทำประชาธิปไตยสุจริตควบคู่กับการพัฒนา ยิ่งเขาประกาศจะทำโครงการท่องเที่ยวใหญ่โตทั่วทั้งภาคใต้แบบนี้ งบฯลงทุนต่างๆต้องหลั่งไหลมายิ่งน่าจับตาดู

พท.นัดติวเข้มอภิปรายงบฯปี 63

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.เพชรบุรี นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สภาฯจะเปิดอภิปราย 3 วันในวันที่ 17-19 ต.ค. รวม 40 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ฝ่ายละ 20 ชั่วโมง ฝ่ายค้านต้องนำเวลามาเฉลี่ยกันใน 7 พรรคร่วม พรรคเพื่อไทยมีผู้แสดงเจตจำนงขออภิปรายมากถึง 70 คนหารแล้วได้เวลาประมาณคนละ 5-6 นาทีเท่านั้น ผู้อภิปรายหลักที่ต้องเน้นเนื้อหาเฉพาะ อาจได้เวลาเพิ่มขึ้น วันที่ 15-16 ต.ค.พรรคจะประชุมติวเข้มกันอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะโฟกัสไปที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเท่าที่ดูรายละเอียดเบื้องต้น รัฐบาลประมาณรายรับคลาดเคลื่อนไปมาก งบด้านความมั่นคงมากกว่างบฯแก้ไขปัญหาปากท้อง มีการจัดงบประมาณแบบใหม่ งบฯบูรณาการ มีการจัดงบฯไม่มีรายละเอียดจำนวนมาก เช่น นำไปลงไว้ว่าเป็นการวิจัย เป็นงบฯกองทุนดูแล้วเห็นพิรุธหลายอย่าง ถ้าปล่อยไปแบบนี้คงเป็นปัญหา 5 ปีที่ผ่านมาสมัยสภานิติบัญญัติ (สนช.) ใช้เวลาพิจารณาแค่ 30 นาที ไม่มีการตรวจสอบเท่าที่ควร ฝ่ายค้านจึงอยากสะสางคงต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร ไม่อยากให้รัฐบาลขี้เหนียวเวลาและไม่อยากให้มีการตีรวนมากนัก

ขู่ใครโหวตสวนสังคมจะลงโทษ

เมื่อถามถึงข้อห่วงใยที่ ส.ส.อาจไม่โหวตไปในทิศทางเดียวกัน นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นวินัยของแต่ละพรรค ก่อนจะโหวตเราคงจะมีมติออกมาก่อน สมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติ ถ้าใครออกนอกลู่ไปคงจะเจอสังคมตรวจสอบ แม้รัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ในการโหวต แต่เรื่องนี้ถือเป็นวิธีปฏิบัติต้องมีจรรยาบรรณ ส.ส.ถ้าใครโหวตสวนจริงอยู่เขายังกลับพื้นที่ได้ แต่เมื่อกลับไปแล้วต้องเตรียมตอบคำถามชาวบ้านให้ได้ด้วย เมื่อถามว่าจะถึงขั้นวางมาตรการเอาไว้อย่างเด็ดขาดเลยหรือไม่ ถ้ามีสมาชิกโหวตสวนกับมติพรรคจริง นายสุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี เรื่องนี้ถือเป็นวัฒนธรรม และพรรคมีแนวปฏิบัติ ถ้าใครโหวตสวนคงต้องถามมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ถ้าเป็นการโหวตสวนอย่างไม่มีเหตุผล มีลับลมคมในถือว่าใช้ไม่ได้

“ชูศักดิ์” ติง รมต.โหวตประโยชน์ขัดแย้ง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุรัฐธรรมนูญปี 60 เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ร่วมโหวตร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ได้ว่ารัฐธรรมนูญปี 60 แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ห้ามรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.โหวตเรื่องที่ตัวเองมีส่วนได้เสีย จึงไม่มีการโหวตเรื่องร่าง พ.ร.บ.งบฯ และการอภิปรายที่ตนเองมีส่วนได้เสีย แต่รัฐธรรมนูญปี 60 ตัดข้อความเหล่านี้ออกไปจึงมีสิทธิโหวต ถ้าดูตามรัฐธรรมนูญแล้วคิดว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ร่วมโหวตได้เพราะไม่มีข้อห้าม แต่จะมีปัญหาการมีส่วนได้เสียที่เขียนเป็นหลักการของรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐมนตรีเป็นผู้ร่างงบประมาณเอง แล้วมาโหวตเองจะเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ สภาฯคงต้องหารือกันว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สมควรร่วมโหวตหรือไม่ แต่มองว่าควรเฉยไว้

อัด “บิ๊กตู่” จับประเทศเป็นตัวประกัน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการอภิปรายงบประมาณนั้น กรณีที่งบ ประมาณไม่ผ่านสภา เป็นปัญหาที่อาจควบคุมคะแนน เสียงจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ มีการแปรปรวนหรือมีปัญหาในส่วนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลต้องไปหาสาเหตุไม่ใช่มาโวยวายและเอาประเทศเป็นตัวประกัน โดยการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากงบประมาณ ไม่ผ่านประเทศมีปัญหาแน่ เป็นการข่มขู่ และเล่นเกมการเมืองที่โยนความผิดให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน ซึ่งหากงบประมาณไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบ จะลาออกหรือยุบสภา จะเอาอย่างไรก็ว่ากันมา เชื่อว่านักการเมืองทุกคนพร้อมจะไปเริ่มใหม่ แต่อย่ามาขู่แบบนักเลง ไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชาย

ซัดประเทศเจริญแล้วไม่ละเมิด ปชช.

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) จะให้ร้านกาแฟจัดเก็บข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตของใช้ไวไฟภายในร้านว่า หากเป็นตาม ข่าวที่ออกมาแสดงว่าวันนี้อำนาจภาครัฐเข้าไปก้าวล่วงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ประเทศที่จะพัฒนาต้องไม่เป็นแบบนี้ ต้องให้พื้นที่ประชาชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็น และดำเนินชีวิตอย่างมีอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ แค่กฎหมายที่มีอยู่เพียงพอในการสร้างความมั่นคงเหลือเฟืออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบการใช้อินเตอร์เน็ตยิ่งกว่าเขาเป็นเด็กนักเรียนอีก คนไทยโตพอที่จะรับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องมาตามดูทุกฝีก้าวแบบนี้

เฉ่งเก็บข้อมูลไวไฟทุบเศรษฐกิจพัง

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการให้ร้านกาแฟเก็บข้อมูลลูกค้าที่ใช้ไวไฟฟรีว่า ถือเป็นการทำลายเศรษฐกิจฐานราก รายงานสภาวะเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่างๆ หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ระบุสถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลงทุกเดือน การจะให้ร้านกาแฟลงทะเบียนผู้ใช้ไวไฟที่มีพื้นฐานมาจากความคิดต้องการสร้างความมั่นคงทางอำนาจของรัฐบาล แต่ส่งผลกระทบทำให้ลูกค้าร้านกาแฟน้อยลง ถือว่าช่วยทำลายเศรษฐกิจร้านกาแฟหนึ่งในเศรษฐกิจฐานราก กระทรวงดีอีสร้างโครงการมากมายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การขยายโครงข่ายโครงสร้าง การสื่อสาร การส่งเสริมการผลิตปัญญาประดิษฐ์ ฯลฯ ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย รัฐมนตรีและนายกฯ ต้องมีวิสัยทัศน์ ลำดับความสำคัญปัญหาก่อนหลังให้เป็น

จี้ออก ก.ม.ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล กรรมการบริหารพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการชิมช้อปใช้เฟสสองว่า อยากให้รัฐบาลชี้แจงระบบจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลชีวมาตร (สแกนใบหน้า) เลข 13 หลักและรหัสหลังบัตรประชาชนที่ใช้ยืนยันตัวตนขอรับสิทธิเข้าโครงการให้ชัดเจนว่าจะดูแลไม่ให้เอกชนผู้บริหารจัดการข้อมูลนำไปแสวงหาประโยชน์ทางมิชอบ เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผ่านการลงทะเบียนในโครงการของรัฐหน่วยงานรัฐไม่ได้จัดเก็บและบริหารข้อมูลชีวมาตรเอง ยังไม่มีกฎหมายควบคุมประชาชนฟ้องร้องเอาผิดไม่ได้ ในอนาคตรัฐบาลจะมีโครงการต้องลงทะเบียนผ่านออนไลน์มากขึ้น ควรเร่งออกกฎหมายดูแลคุ้มครองเรื่องนี้อย่างจริงจัง

“พุทธิพงษ์” ยันสแกนไวไฟใช้ยามจำเป็น

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการขอให้ร้านกาแฟและร้านค้าทั่วไป ที่ให้บริการไวไฟฟรีจัดเก็บข้อมูลการใช้งาน (Logfile) 90 วันว่าเป็นการขอความร่วมมือให้เก็บข้อมูลการใช้งาน แจ้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) ให้ดำเนินการ เปิดลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อใช้บริการไวไฟฟรี ไว้ติดตามกรณีจำเป็น เช่น เกิดคดีอาชญากรรม ขโมยการใช้ข้อมูล (แฮ็กข้อมูล) โพสต์เนื้อหาไม่เหมาะสมและโทร.หลอกให้โอนเงิน เป็นต้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2560 เราควรป้องกันไว้ก่อน ถ้าไม่เกิดเหตุจำเป็นใดไม่ต้องกังวล

“ธนกร” ซัดฝ่ายค้านขัดขาอิจฉารัฐบาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน โจมตีรัฐบาลหลงทางมาตรการชิมช้อปใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ว่า โครงการนี้เป็นมาตรการหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เชื่อว่าจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนไปได้ ประชาชนทั่วประเทศได้ประโยชน์ รัฐบาลทำโครงการดีๆให้ประชาชน ทำไมฝ่ายค้านจะคัดค้านตลอด จะมาอิจฉาอะไรรัฐบาล นายกฯและ รมว.คลังเดินมาถูกทางแล้ว นายพิชัยมาโจมตีคงทำใจไม่ได้ที่เห็นรัฐบาลทำอะไรดีๆกลัวประชาชนจะมารักรัฐบาลมากเกินไป ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายเงินของ ตัวเองในร้านชิมช้อปใช้ได้มากถึง 30,000 บาทต่อคน โดยได้รับเงินชดเชยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายจะทำให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าที่ร้อยละ 0.2

นายกฯตีปี๊บแจงเฟส 2 ชิมช้อปใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้บันทึกเทปรายการ “Government Weekly” เตรียมเผยแพร่ในเวลา 15.00น. วันที่ 11 ต.ค. ทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าเป็นเทปที่ 3 ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯเปิดเผยว่า ในช่วง PM TALK พล.อ.ประยุทธ์จะตอบคำถามที่ประชาชนสอบถามมาเกี่ยวกับโครงการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ความคืบหน้าการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย การรณรงค์ให้ประชาชนลดปริมาณบริโภคน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการลดปริมาณการใช้น้ำตาลในผลิตภัณฑ์ และจะพูดถึงมาตรการแก้จน เป็นเรื่องที่นายกฯสั่งการมาโดยตลอด ได้ให้วิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อกำหนดเป็นนโยบาย

โพลชี้คนเมินไม่ค่อยร่วมโครงการ

วันเดียวกัน กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนต่อมาตรการ “ชิมช้อปใช้” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,184 คน พบว่าร้อยละ 65.3 ไม่ลงทะเบียน ลงทะเบียนร้อยละ 34.7 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุดร้อยละ 17.7 ภาคกลางร้อยละ 16.2 ภาคเหนือร้อยละ 15.5 โดยร้อยละ 65.6 ระบุว่าช่วยให้ใช้เงินได้คล่องตัวขึ้นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 34.4 ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ร้อยละ 55.7 อยากให้ขยายเวลาและเพิ่มจำนวนผู้ลงทะเบียน ร้อยละ 44.3 ไม่อยากให้เพิ่ม ไม่ช่วยอะไรเปลืองภาษีประชาชน ร้อยละ 53.1 ระบุช่วยกระตุ้นได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ร้อยละ 46.9 ช่วยได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด แต่ร้อยละ 50.4 เห็นด้วยหากจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้อีกในปีหน้า ร้อยละ 40.2 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 9.4 ไม่แน่ใจ

“อนุทิน” พลิ้วเปิดศึกงัดข้อทุนยักษ์ใหญ่

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ระบุตอนหนึ่งว่า “ชีวิตดีแล้วมั่นคงมาก ไม่จำเป็นต้องเอื้อธุรกิจของครอบครัวหรือของใคร จะใช้ความสามารถประสบการณ์ทั้งหมดรักษาผลประโยชน์ให้บ้านเมือง รับมือกันให้อยู่แล้วกัน ใครกันแน่ที่จะเอาเปรียบรัฐ พยายามเลี่ยงไม่ทำตามผลการประมูล ขอให้รัฐผ่อนปรนเพิ่มประโยชน์ให้ไม่ต้องไปบีบสื่อให้ออกข่าว งานนี้ง่ายมากทำตามเงื่อนไขที่รัฐประกาศไว้ ไม่ต้องวิ่งเต้นจ่าย เอาปากกามาด้ามเดียวแล้วเซ็นสัญญา กล้าๆหน่อย ไม่พูดเยอะ เจ็บลิ้นไก่” โดยนายอนุทินกล่าวว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวจะโพสต์อะไรก็ได้ เป็นสิทธิแต่ละคนจะตีความกันเอาเอง แต่ไม่ใช่เรื่องปุ๋ยแน่นอน จะเกี่ยวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นเรื่องของการตีความ ยืนยันไม่ได้หักกับกลุ่มนายทุนรายใหญ่ มีแต่ความรัก ปากกาด้ามเดียว เซ็นอะไรก็ได้ที่ทำประโยชน์กับประชาชน

“ชวน” ยัน กมธ.เรียก “บุรินทร์” แจงได้

อีกเรื่อง ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะเรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน. มาให้ข้อมูลกรณีแจ้งจับ 6 แกนนำฝ่ายค้าน กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ถูกวิจารณ์แทรกแซงการทำงานว่า การเชิญบุคคลมาชี้แจงมีขอบเขตตามระเบียบอยู่แล้ว ข้อท้วงติงอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้นยังไม่เห็นว่าแทรกแซงส่วนใด หากเห็นว่า กมธ.เชิญมาไม่ถูกต้องแทรกแซงการทำงาน สามารถร้องเรียนมาที่สภาฯได้ ที่ผ่านมามีการร้องเรียน กมธ.ในลักษณะนี้มาแล้ว 1 คณะ แต่ยืนยันว่าการเชิญคนเข้าชี้แจงสามารถทำได้ตามอำนาจหน้าที่ หากผู้ใดสงสัยไปศึกษาระเบียบข้อบังคับสภาฯดูได้

พร้อมส่งศาล รธน.สอย 6 ฝ่ายค้าน

นายชวนกล่าวว่า ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐยื่นหนังสือผ่านประธานสภาฯ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ไปรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญในการจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่การนับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่ จ.ปัตตานี ว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว ทราบเรื่องจากสื่อเท่านั้น คาดว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หากเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ส่วนเสียงวิจารณ์ความเหมาะสมการให้เงินเดือน ส.ส.ย้อนหลัง 2 เดือน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ตามร่างพ.ร.ฎ.เงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาฯ ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ส.ส. ส.ว.และกรรมาธิการ ที่ ครม.อนุมัติหลักการ วิธีคำนวณเงินเดือนตามร่างกฎหมายดังกล่าวเริ่มนับจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ กกต.ประกาศรับรองผลจึงอาจมีเสียงวิจารณ์ความไม่เหมาะสมบ้างห้ามไม่ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับประธานสภาฯ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส.ส. ควรสอบถามรัฐบาลและสำนักงบประมาณ

“องอาจ” ยื่นแก้ ก.ม.ฟื้นเลือกตั้ง ส.ข.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายองอาจคล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอดีต ส.ส. อดีต ส.ก.และอดีต ส.ข.ยื่นร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.เหมือนกว่า 30 ปี นายองอาจกล่าวว่า ต้องเสนอแก้กฎหมายให้เลือกตั้ง ส.ข.เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดที่แล้วแก้กฎหมายไม่ให้เลือกตั้ง ส.ข.จึงต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จก่อน ไม่รู้นานแค่ไหนแต่ทำไปพร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ข.ได้ ถ้าไม่มี ส.ข.ตรวจสอบผู้บริหารเขตอาจมีการใช้อำนาจเกินขอบเขตแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบได้ง่าย

พท.เคลียร์ใจปมขัดแย้งชิงผู้ว่าฯ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.เพชรบุรี สถานที่จัดสัมมนาของพรรคเพื่อไทย มีหัวหน้าพรรค แกนนำพรรค ส.ส.กทม.และ ส.ส.จากทุกภาคเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นอกจากเนื้อหาที่พรรคเน้นย้ำให้ ส.ส.ทำงานด้วยความรักใคร่สามัคคี ยึดมั่นอุดมการณ์พรรคแล้ว ยังมีปัญหาแกนนำพรรคเห็นไม่ตรงกันว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคหรือไม่ หลังนายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการภาค กทม. ระบุว่ามติภาค กทม.ยืนยันจะส่งผู้สมัครแข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ประกาศลงสมัครในนามอิสระ ทำให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ส่งแถลงการณ์ทันทีว่าพรรคยังไม่มีมติส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังการสัมมนาวันที่ 9 ต.ค.ตัวแทนภาค กทม. นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้หารือกับนายสมพงษ์เป็นการภายในเพื่อปรับความเข้าใจชี้แจงว่า พรรคเป็นสถาบันการเมือง ขนาดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐยังไม่รู้จะส่งใคร ยังยืนกรานจะส่งแน่นอน พรรคเพื่อไทยทำงานการเมืองมานานไม่ควรจะหมอบตั้งแต่ยังไม่ลงสนามต่อสู้ มติที่ออกไปยังเป็นมติของภาค กทม.ตามขั้นตอนยังต้องส่งให้ผู้ใหญ่พรรค ยังต้องได้รับความเห็นชอบผ่านมติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่งอยู่ดี

“สมพงษ์” อุบไต๋ที่มาแถลงการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสมพงษ์รับฟังแล้ว ได้กล่าวว่า เพียงแต่แปลกใจที่ปกติมติที่ประชุมภาค กทม.ไม่เคยมีออกมา แต่ทำไมครั้งนี้จึงมีการออกมา ให้ข่าว แต่ถ้าสิ่งใดทำให้เกิดความไม่สบายใจต้องขอโทษด้วย อย่างไรก็ดี ตัวแทน กทม.ที่เข้าร่วมหารือ ยังได้สอบถามนายสมพงษ์อีกว่า แถลงการณ์ที่นายสมพงษ์ส่งมาทันทีหลังจากทราบมติภาค กทม. มีใครเขียนให้แล้วเอามายัดใส่มือหรือไม่ นายสมพงษ์ ตอบกลับเพียงว่า อย่ามาถาม อยากรู้ให้ไปหาเอาเอง การหารือครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนัก จนทั้งสองฝ่ายเข้าใจและไม่ติดใจในประเด็นใดๆอีก

ปชป.ยังไม่ฟันธงส่ง “กรณ์” ชิงเก้าอี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์จะส่งนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองนายกฯ ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ได้มอบให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ที่ดูแลพื้นที่ กทม. กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นผู้พิจารณาตามกระบวนการพรรค อยู่ในช่วงกระบวนการสรรหาตัวบุคคล สเปกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ต้องมีศักยภาพ ที่สำคัญต้องบริหารราชการนอกจากความรับผิดชอบต่อชาวกรุงเทพฯแล้ว ต้องรับผิดชอบต่อพรรคด้วย ถือเป็นนโยบายชัดเจน หากบริหารราชการผิดพลาดอย่างไร จะผูกพันถึงพรรคด้วย จะประกาศชื่อผู้สมัคร ได้ในเวลาที่เหมาะสม

“ปึ้ง” รอดคุกรอลงอาญา 2 ปี

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์คดีออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยมิชอบ ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ เป็นจำเลย ความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.61 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยยื่นอุทธรณ์ โดยนายสุรพงษ์ได้นั่งรถเข็นมาฟังคำพิพากษา องค์คณะฯเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาจำคุก 2 ปี จำเลยขอให้รอการลงโทษเนื่องจากป่วยเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดและมะเร็งลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองที่คอและท้อง องค์คณะฯเห็นควรให้รอลงอาญา 2 ปี และลงโทษปรับ 1 แสนบาท

จีนฉุนนักการเมืองไทยหนุนม็อบฮ่องกง

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ระบุอ้างการเปิดเผยของโฆษกสถานทูตฯ ระบุถึงสถานการณ์ในฮ่องกงว่า ความผันผวนที่มาจากการต่อต้านการแก้ไขกฎหมายในฮ่องกงได้เปลี่ยนตัวไปอย่างสิ้นเชิง กำลังพัฒนาเป็น “การปฏิวัติสี” โดยได้รับการแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลภายนอก กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ได้ใช้ประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็นข้ออ้าง เพื่อทำลายหลักการพื้นฐานของหนึ่งประเทศสองระบบ บ่อนทำลายอธิปไตยและความบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีน ซึ่งฝ่ายจีนคัดค้านอย่างเด็ดขาด กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทยอภิปรายงบฝ่ายค้านรัฐบาลวิปรัฐบาลพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้