"จุรินทร์" ลุยอนุมัติ ช่วยเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูแก้หนี้เรื้อรัง ย้ำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ยันยินดีที่จะจัดการให้ โดยหลังการประชุม "อู๊ดด้า" ได้รับคำชื่นชมจากกรรมการในสายงานตัวแทนของเกษตรกรเป็นอย่างมาก
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ต.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกจากที่มีการตั้งคณะกรรมการกองทุนชุดใหม่ โดยท่านนายกฯ มอบหมายให้ตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ มีองค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนครบถ้วน ทั้งในส่วนของข้าราชการตัวแทนเกษตรกร คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูจะมีคณะกรรมการอีกสองชุดที่จะเป็นผู้ดำเนินการในทางปฏิบัติจริง คณะกรรมการบริหารกับคณะกรรมการจัดการหนี้ ซึ่งทั้งสองชุดนี้จะมีองค์ประกอบทั้งส่วนราชการตัวแทนภาคเอกชนและตัวแทนเกษตรกร ส่วนของกรรมการบริหารนั้นมีตัวแทนเกษตรกรสองท่านครบถ้วนและกรรมการจัดการหนี้มีเก้าท่านครบองค์ประกอบ หลังจากนี้สำนักงานเลขาธิการจะไปตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วจะลงนามแต่งตั้ง
ในที่ประชุมอนุมัติกรอบวงเงิน สำหรับการดำเนินงานกองทุน 2,463 ล้านบาท วงเงินปี 2563 และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในเรื่องของหนี้สิน มีมติในหลายเรื่อง เรื่องไหนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการหนี้ จะส่งให้กับคณะกรรมการจัดการหนี้ชุดใหม่ได้ดำเนินการ เรื่องใดเกินอำนาจส่งมาที่กรรมการกองทุนฟื้นฟูชุดใหญ่ ถ้าจำเป็นต้องเข้า ครม. ก็จะเข้า ครม. และถ้าเรื่องใดเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้วเกี่ยวข้องกับกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ตนยินดีที่จะจัดการให้
ส่วนเรื่องซื้อหนี้จะเป็นหนึ่งในภารกิจของกองทุนฯ นี้ โดยกรรมการจัดการหนี้จะเป็นผู้ดำเนินการต่อไปโดยเป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะจัดการใช้เงินโดยมีกรอบวงเงินแล้ว 2,463 ล้านบาท และในประเด็นเรื่องลูกหนี้ธนาคารของรัฐ ที่เกษตรกรเป็นลูกหนี้ของธนาคาร ธ.ก.ส. อคศ. เอสเอ็มอีแบงก์ เป็นต้น กรณีบุคคลค้ำประกันโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแต่ค้ำโดยบุคคลนั้น กองทุนจะไม่สามารถซื้อหนี้ได้ เรื่องนี้ค้างอยู่จะส่งให้กรรมการจัดการหนี้ได้นำไปพิจารณาต่อไปว่ากรณีไหนที่สามารถซื้อหนี้ได้ หรือสามารถช่วยแก้ไขได้ หรือเรื่องการถูกยึดที่ดินได้ และความเดือดร้อนของผู้ค้ำประกันเป็นต้น จะดูเป็นกรณีไป ถ้ามีปัญหาเพิ่มเติมสามารถส่งเข้ามาให้กองทุนฟื้นฟูดูแลได้ และถ้ากรณีหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท ก็จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาช่วยดูว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์อย่างไรต่อไป
...
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรัฐบาลชุดนี้ หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลโดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธานดำเนินการประชุมโดยได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้มข้นและใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง ไม่มีพักเบรก แต่ให้กรรมการรับประทานข้าวเที่ยงกันระหว่างการประชุมได้โดยดำเนินการประชุมไปด้วย ภายหลังการประชุม นายจุรินทร์ได้รับคำชื่นชมจากกรรมการในสายงานตัวแทนของเกษตรกรอย่างมาก
เมื่อผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง มติที่สำคัญคือ ที่ประชุมอนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายของกองทุนประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 2,463 ล้านบาท เพื่อนำเสนอกระทรวงการคลังเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป และอนุมติให้ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการบริหารสำนักงานในไตรมาสที่ 1 และ 2 ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 157 ล้านบาทเศษ สำหรับการบริหารองค์กร โดยจะมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 หลังจากกระทรวงการคลังอนุมัติตาม พ.ร.บ.ทุนหมุนเวียน สำหรับงบประมาณในส่วนเหลือ คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และคณะกรรมการจัดการหนี้ชองเกษตรกร จะพิจารณาจัดทำรายละเอียดแผนการใช้จ่ายเพื่อนำมาเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไป
2. เห็นชอบกับรายชื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (หลังจากคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรถูกแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้) จำนวน 7 คน ประกอบด้วย กรรมการในคณะกรรมการ จำนวน 3 คน (ผู้แทนเกษตรกร 2 คน) ผู้ทรงคุณวุฒิ สาขาละ 1 คน รวม 3 คน สาขาเศรษฐศาสตร์ (ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น) การบริหารการเงินและการธนาคาร (เกรียงศักดิ์ ประทีป) และเกษตรศาสตร์ (รัชดาภรณ์ แก้วสนิท) และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดการหนี้ สาขาเศรษฐศาสตร์ (นายสมเกียรติ โอสถสภา) สาขาบริหารการเงินและการธนาคาร (นายสุชาติ เตชะโภทัย) สาขาเกษตรศาสตร์ (นายนคร ศรีวิพัฒน์) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารงานของกองทุนฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด (ต้องตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเสนอประธานลงนามแต่งตั้งต่อไป)
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรตามข้อเรียกร้อง 7 ข้อ มีมติ คือ
1. แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลูกหนี้ธนาคารของรัฐ กรณีพิจารณาให้คณะกรรมบริหารหนี้พิจารณาการใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้ 4 ธนาคาร (ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. SME Bank ตั้งแต่ปี 2546) เมื่อซื้อแล้ว กองทุนบริหารโฉนด สามารถปล่อยให้เกษตรกรหรือทายาทเช่าซื้อเพื่อใช้ต่อไปได้ (ไม่ได้รวมตัวเลข ธ.ก.ส.) มติ คือ มอบหมายคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรตรวจสอบข้อมูลลูกหนี้และรายละเอียดโครงการจัดการหนี้เกษตรกร ให้เรียบร้อยก่อนเสนอคณะกรรมการกองทุนพิจารณา เพื่อเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบต่อไป เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ของการกู้ใน 3 ธนาคารที่ไม่ใช่ ธ.ก.ส. นั้นไม่ได้เป็นเพื่อการเกษตร
2. ขอความเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรณีหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท ต้องพิจารณานำเข้า ครม. เพื่อมอบอำนาจให้กรรมการกองทุนใช้งบประมาณมาจัดการซื้อหนี้เกษตรกรแต่ละรายที่ยอดเกิน 2.5 ล้านบาท จำนวน 344 ราย รวมทั้งหมด 2314.66 ล้านบาท (เป็นหนี้ธนาคารอื่นในข้อ 1 ยกเว้น ธ.ก.ส.) ซึ่งรวมอยู่ในงบ 3500 ล้านบาทนี้ มติ คือ - เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วม 4 ฝ่าย จำนวน 15 คน โดยมีตัวแทนเกษตรกรภาคละ 1 คนเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการฯ ด้วย และให้ปรับปรุงโครงการฯ ก่อนเสนอคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรตรวจสอบ ก่อนเสนอคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรพิจารณา และเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
3. ขอความเห็นชอบจัดการหนี้ที่ถูกเจ้าหนี้ขายทรัพย์สินเป็นประกัน (NPA ทรัพย์ที่ถูกเจ้าหนี้ขายทอดตลาด ทำให้กองทุนฯ ไม่มีอำนาจไปจัดการทรัพย์ ประชุมพิจารณาให้คณะกรรมการจัดการพิจารณารายละเอียดการซื้อคืนทรัพย์ NPA 607 ล้านบาท (ซื้อไปแล้ว 288 ล้านบาทเศษ) ของเกษตรกร 499 ราย แต่ยังมีปัญหาคุณสมบัติเกษตรกรบางราย ซึ่งบอร์ดก่อนหน้านี้ได้ชะลอ โดยอ้างอิงถึงเรื่องผู้บริหารกองทุนไม่มีอำนาจจัดการ ล่าสุด มีข้อสรุปว่า ผู้บริหารกองทุนมีอำนาจจัดการ เรื่องนี้จึงยังค้างอยู่ มติ คือ
- มอบหมายคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรพิจารณาร่างระเบียบการซื้อทรัพย์คืน ให้ครอบคลุมปัญหา เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและซื้อทรัพย์คืนให้เกษตรกรได้
- อนุมัติให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ซื้อทรัพย์ NPA คืนให้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบถ้วน (ให้คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาเห็นชอบก่อน) และให้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่มี NPA ที่มีปัญหาไม่เข้าหลักเกณฑ์เสนอคณะกรรมการจัดการหนี้ฯ กลั่นกรองความถูกต้อง พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะ ก่อนเสนอคณะกรรมการกองทุนพิจารณาต่อไป
4. พิจารณาแนวทางการชำระหนี้แทนสถาบันเกษตรกร กรณีการทดลองจ่ายเงินชดเชย บอร์ดต้องพิจารณาแนวทางการชำระหนี้แทนสถาบันเกษตรกร กรณีกรรมการกองทุนปี 48 รับหลักการให้ลดหนี้ 50% และตัดดอกเบี้ยทิ้ง ให้เกษตรกรที่เป็นหนี้สหกรณ์จำนวน 43,004 ราย (ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 49) โดย ครม.ให้กองทุนฯ จ่ายชดเชยก่อน โดยเอาเงินจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ 1,392 ล้านบาท สถานะปัจจุบันต้องการให้ ครม. ชดเชยเงินคืนกองทุนและลดหนี้ให้เกษตรกรอีก 50% มติ คือ เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรกลับไปพิจารณาหนี้ทั้งระบบ หากจำเป็นต้องเสนอ ครม. ขอเงินชดเชยคืน ให้นำเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาอีกครั้ง
5. ปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการโอนทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันชำระหนี้ และการเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อทรัพย์สินไปจากกองทุน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) รวมถึงบรรดาระเบียบ ประกาศ หรือเกณฑ์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง บอร์ดให้อำนาจกองทุนพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบการเช่าซื้อ (เป็นข้อเรียกร้องของแกนนำ) มติ คือ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาดูระเบียบหลักเกณฑ์ดังกล่าว
6. การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูปองค์กรและจัดทำโครงการพิเศษ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเร่งด่วน ขอบอร์ดให้อำนาจกองทุนพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูปองค์กร และจัดทำโครงการพิเศษเพื่อเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรเร่งด่วน มติ คือ ส่งกรรมการบริหารดำเนินการโดยให้รับผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปพิจารณาด้วย
7. กำกับการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริหาร เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์ว่าด้วยการฟื้นฟูฯ ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ว่าด้วยการพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขององค์กรเกษตรกรฯ พ.ศ. 2562 ขอบอร์ดให้อำนาจกองทุนพิจารณาระเบียบให้กรรมการบริหารออกหลักเกณฑ์ว่าด้วยการฟื้นฟูภายใต้ระเบียบของกรรมการเกี่ยวกับแผน และโครงการฟื้นฟู มติ คือ ให้คณะกรรมการบริหารเร่งดำเนินการออกร่างหลักเกณฑ์ฯ.