ไลฟ์สไตล์
100 year

7 พรรคฟ้อง แม่ทัพ 4-บุรินทร์ หมิ่นประมาท-แจ้งเท็จ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

พท.จวกรบ.จ้องปลุกปั่น! ‘วิษณุ’ สวนถนอมปากบ้าง ปชป.ฉะปลัดทส.ช่วยท็อป

“สมพงษ์” นำทีมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับ “มทภ.4-บุรินทร์” เพื่อไทยดาหน้าถล่ม “ชูศักดิ์” ซัดรัฐบาลต่างหากเจตนาปลุกปั่น “ชลน่าน” จวกเลวร้ายที่สุดใช้ไอโอใส่ความมุ่งแก้ รธน. หมวด 1-2 “จาตุรนต์” สะท้อนชัดเป็นลีลาเผด็จการเดิมๆใช้ กอ.รมน.เชือดไก่ให้ลิงดู คนจะได้ไม่กล้าแสดงความเห็น “หมอระวี” แนะฟ้อง “ชลิตา” คนเดียวพอ คนอื่นไม่เกี่ยว ติง “ปิยบุตร” อย่าใช้อำนาจ กมธ.เล่นเกมเอาคืน“เทพไท” หวั่นกองเชียร์จุดประกายขัดแย้งฉุดรั้งแก้รัฐธรรมนูญ ปธ.กมธ.กฎหมายฯ แจงเรียกสอบ “บุรินทร์” เพราะมีคนร้องเรียน ขณะที่ศึกเลือกตั้งซ่อมนครปฐมเขต5 เริ่มเดือด “จุรินทร์” ชี้หน้าถามปลัด ทส.กล้าร่วมขบวน ชทพ.เดินตลาดดอนหวายด้วยหรือ “วราวุธ” โต้มาทำงานลดถุงพลาสติก กกต.โลกสวยตีปี๊บเลือกตั้งสมานฉันท์ “ธีรัจชัย” ท้า “ธรรมนัส” โชว์หลักฐานปี 31 นอนที่ จปร.

ข่าวแนะนำ

กรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ ร่วมเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น ล่าสุดกลายเป็นปมการเมืองที่แต่ละฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นไปในหลายทิศทาง โดยเฉพาะพลพรรคเพื่อไทยออกมาดาหน้าถล่มรัฐบาลและแจ้งความฟ้องกลับ

แกนนำฝ่ายค้านฟ้องกลับ มทภ.4

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 6 ต.ค. เวลา 14.00 น.แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ จะไปแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินคดี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน ทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามความผิดกฎหมายอาญามาตรา 137,172,174,326 และ 328 ขณะที่นักวิชาการจะไม่ฟ้องกลับ แต่ขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

“ชูศักดิ์” ซัดรัฐบาลเจตนาปลุกปั่น

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามสร้างกระแสโจมตี การรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด2 ของรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่ไม่สุจริต รวมทั้งต้องการสร้างความสับสนในสังคม ปลุกปั่นให้เกิดความแตก แยกของคนในชาติ ฝ่ายค้านมีความชัดเจนมาตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แตะในหมวดดังกล่าว การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการเล่นเกมทางการเมือง ที่หวังโจมตีพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้นอยากให้ไปดูในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอไปต่อรัฐบาลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและประชาชน บนเวทีรณรงค์ที่จัดขึ้นมาทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมีความชัดเจนมาตลอดว่า ไม่มีความต้องการที่จะแก้ไขในหมวดดังกล่าว

ฉะ “บิ๊กตู่” ต้มพรรคร่วมตุ๋น ปชช.

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า แน่นอนเป็นความพยายามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะรัฐบาลได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เลือกตั้งจนถึงการได้มาซึ่งความเป็นรัฐบาล และหวังต่อท่ออำนาจในอนาคต นอกจากนี้ การที่รัฐบาลโกหกประชาชนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วนจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปีนั้น เป็นเพียงการทำตามเงื่อนไขของพรรคการเมืองที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาลเท่านั้นเพราะล่าสุดการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธในการแก้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นคำตอบว่ารัฐบาลหลอกพรรคร่วมรัฐบาล และไม่ต้องการให้มีการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว ที่เขียนไว้ในนโยบายรัฐบาลเป็นการเขียนไว้เพื่อหลอกพรรคร่วมรัฐบาล และหลอกลวงประชาชนเท่านั้นเอง

จวกเลวร้ายใช้ไอโอโยงหมวด 1–2

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ กอ.รมน.แจ้งความดำเนินคดีมา ตรา 116 กับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการที่ไปร่วมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นความพยายามรักษาอำนาจของคณะผู้ก่อการยึดอำนาจ เพราะผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าที่จะสืบทอดอำนาจ และส่งต่ออำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ แม้อำนาจของ คสช.จะหมดไปตามรัฐธรรมนูญแต่คณะผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ โดยส่งต่ออำนาจ คสช.ไปที่ กอ.รมน.พร้อมกับมีการเพิ่มอำนาจและงบประมาณให้กับ กอ.รมน.ดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ข้อหาดังกล่าวผู้มีอำนาจมีไว้เพื่อกำจัดนักการเมือง และนักวิชาการฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดยการปฏิบัติการทางการข่าวเพื่อสร้างกระแสในสังคมว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 1 และมาตรา 2 การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก การปฏิบัติการด้านการข่าวที่รัฐพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง อยากให้มีหน่วยงานแจ้งความเอาผิดรัฐสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน

ยัน รธน.คุ้มครองเสรีภาพวิชาการ

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ กอ.รมน. แจ้งความกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ เป็นการกระทำที่ขัดต่อบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 34 (2) ที่ระบุว่าเสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และต้องเคารพไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น ดังนั้นการให้ความคิดเห็นทางวิชาการสามารถกระทำได้ไม่น่าจะมีความผิดเพราะได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ

สวด “บิ๊กป้อม” โมเมไม่รู้ ก.ม.

นายชุมสายกล่าวด้วยว่า การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า นักการเมืองที่นั่งอยู่ด้วยไม่ห้ามถือว่าร่วมทำความผิดด้วยนั้นเป็นการตีความที่ผิด และเข้าข้างตัวเองมาก เป็นการพูดที่ไม่รู้จริงด้านข้อกฎหมายเพราะแม้นั่งอยู่ด้วยกันแต่ทั้งหมดไม่ได้ทราบว่าจะมีการพูดแบบนี้ ดังนั้นจะมาบอกว่าทั้งหมดที่นั่งอยู่บนเวทีผิด เป็นการพูดที่ไม่มีข้อกฎหมายรองรับ และการแจ้งความจับแบบเหมารวมเป็นการเหวี่ยงแหไม่เป็นตามกฎหมาย ทั้งนี้การที่รัฐบาลประกาศทั่วโลกว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เป็นการโกหกต่อชาวโลกมากกว่า เพราะความเป็นจริงรัฐบาลยังคงใช้อำนาจ คสช.ผ่าน กอ.รมน.แทนการปกครองในรูปแบบเผด็จการซ่อนรูป

“สมคิด” อัด “สิระ” มารยาทเสีย

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุให้หัวหน้าพรรค การเมืองที่ถูก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งความดำเนินคดี ลาออกจาก ส.ส.ว่า ความคิดของนายสิระถือเป็นการหลงทิศทางการเมือง หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมรณรงค์แก้ไขรัฐ ธรรมนูญเป็นสิทธิอันชอบธรรมของฝ่ายประชาธิปไตย มาบอกให้ลาออกจากการเป็น ส.ส.มันเกินเลยไป ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ผู้ใหญ่พรรคพลังประชารัฐควรตักเตือน ส.ส.ในสังกัดไม่ให้ทำผิดมารยาททางการเมืองด้วย ทางที่ดีนายสิระควรใช้เวลาไปเตรียมหาเอกสารหลักฐานไปชี้แจงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องที่มีผู้กล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้อง ผิดจริยธรรม ส.ส. แสดงท่าทีไม่เหมาะสมลงพื้นที่ที่ภูเก็ตจะดีกว่า

“จาตุรนต์” ชี้เผด็จการหางโผล่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแจ้งความของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านและนักวิชาการผิดมาตรา 116 คล้ายกับที่ คสช.เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่แจ้งความผู้ที่เห็นต่างกับ คสช.ไม่ต้องมีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน บีบเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความตั้งข้อหาที่ร้ายแรงสร้างภาระให้กับผู้ดำเนินคดี ถ้าอัยการจำเป็นต้องเอาด้วยต้องไปสู่ในชั้นศาล ผู้ถูกแจ้งความต้องเสียเวลาค่าใช้จ่ายไม่เป็นอันทำอะไร เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู คนเห็นต่างรายอื่นๆจะได้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่ครั้งนี้พิเศษมากขึ้นเพราะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งยังกล้าดำเนินการลักษณะเดิม อาศัยอำนาจของ กอ.รมน.ที่ออกแบบไว้ล่วงหน้ากดประชาชนไว้ภายใต้อำนาจเผด็จการ เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการสืบทอดอำนาจ อันตรายมากต่อสิทธิเสรีภาพประชาชนและภาพพจน์ประเทศ

กระทบต่างชาติไม่กล้ามาลงทุน

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การเสวนาวันที่ 28 ก.ย.เป็นการพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญของ ส.ส.ตามกระบวนการรัฐสภา ตามกติกาในรัฐธรรมนูญ หากขัดหลักการพื้นฐานหรือตรงกับมาตราที่ห้ามแก้ ที่สุดแก้ไม่ได้อยู่ดี ทั้งหมดไม่ใช่การปลุกปั่นให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐ แต่ใช้วิธีการสันติเสนอความคิดเห็นโดยระบบรัฐสภาปกติ การแจ้งความลักษณะนี้เป็นการบอกว่าประชาชนและ ส.ส.ไม่มีเสรีภาพแสดงความคิดเห็น หรือดำเนินการทาง การเมืองใดๆ ต่างประเทศจะมองว่าเมืองไทยเป็นประเทศน่ากลัวไม่น่ามีเสถียรภาพ อาจไม่อยากเข้ามาลงทุนหากปล่อยให้มีการแจ้งความดำเนินคดีลักษณะนี้อีก อาจลามปามไปถึงการวิจารณ์รัฐบาลเหมือนที่พวกตนถูกดำเนินคดี จะยิ่งทำให้สังคมไทยอยู่ในสภาพที่เป็นเผด็จการเต็มขั้น การตรวจสอบรัฐบาล และร้องเรียนให้แก้ปัญหาต่างๆจะทำให้ได้น้อยลงผลเสียจะตกกับประชาชน

“ระวี” แนะ “บุรินทร์” ถอนฟ้องแกนนำ

ขณะที่ซีกรัฐบาล นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ผิดมาตรา 116 ว่า พล.ต.บุรินทร์ควรพิจารณาฟ้องเฉพาะผู้ทำผิดจริงๆและผู้สนับสนุนคำพูดของนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 คนที่ไม่ได้พูดประเด็นนี้ควรถอนฟ้อง จะได้ไม่เป็นการใช้อำนาจกฎหมายมาสกัดการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน หาก พล.ต.บุรินทร์ ยืนยันจะฟ้องหว่านแหโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอจะถูกฟ้องกลับได้ ส่วนนางชลิตาถ้าเสนอความคิดเห็นผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี

ติง “ปิยบุตร” อย่าใช้ กมธ.แทรกแซง

นพ.ระวีกล่าวด้วยว่า ไม่เห็นด้วยกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะเรียก พล.ต.บุรินทร์มาชี้แจงต่อ กมธ. เพราะจะเป็นการใช้อำนาจ กมธ.แทรกแซงการดำเนินการตามกฎหมาย พล.ต.บุรินทร์ยื่นกล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ได้ละเมิดกฎหมาย ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด นายปิยบุตรควรทบทวนให้ดีก่อน เชื่อว่า กมธ.ชุดนี้หลายคนน่าจะไม่เห็นด้วย

“เทพไท”หวั่นกองเชียร์จุดไฟขัดแย้ง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า มีความกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมรอบใหม่จะมีปรากฏการณ์ให้เห็นขึ้นมาแล้ว จากกรณีที่ กอ.รมน.ไปกล่าวร้องทุกข์กล่าวโทษแกนนำพรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ 12 คน ตามมาตรา 116 และแกนนำพรรคฝ่ายค้านแจ้งความกลับ นับว่ากำลังก่อความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในเบื้องต้น จากนี้ไปอาจจะขยายผลลุกลามไปสู่ความขัดแย้งของกองเชียร์ หรือผู้สนับสนุนของแต่ละฝ่ายอีก ไม่มีใครปรารถนาอยากเห็นบ้านเมืองเดินย้อนกลับไปสู่จุดความขัดแย้งเดิมๆ ส่วนความเคลื่อนไหวในสภาผู้แทนราษฎรไม่น่ากังวล มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนญัตติด่วน เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาก่อน

เฉ่งอย่าให้เรื่องไร้สาระฉุดแก้ รธน.

นายเทพไทกล่าวอีกว่า การที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ประธาน กมธ.กฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะเชิญ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ชี้แจงในที่ประชุม กมธ.เป็นสิทธิทำได้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภาฯ ผู้ถูกเชิญก็มีสิทธิชี้แจงให้ข้อเท็จจริงได้ ถ้าทุกฝ่ายดำเนินการใดๆภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้วความขัดแย้งและปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาและกฎหมายของบ้านเมืองเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งใดๆเกิดขึ้นมาอีก อย่าให้เจตนารมณ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มาสะดุดหยุดลงด้วยความขัดแย้งในเรื่องไร้สาระ ที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของบ้านเมือง

“จุรินทร์” ชิ่งปมฝ่ายค้านพาดพิง ม.1

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีประเด็นที่จะต้องแก้ไขเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่พรรคเข้าร่วมรัฐบาล ได้ผลักดันจนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาและให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือเพราะจะต้องใช้เสียงของรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่ง ต้องใช้เสียงทั้งฝ่ายค้านและวุฒิสภา พรรคประชาธิปัตย์ได้นับหนึ่งแล้ว เมื่อถามถึงเวทีรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านที่ จ.ปัตตานี มีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เป็นเรื่องสมควรหรือไม่สมควร นายจุรินทร์ ตอบเพียงสั้นๆว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น

“วิษณุ” เตือนให้ถนอมปากคอกันบ้าง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเข้าแจ้งความ 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่จัดเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จ.ปัตตานี ยุยง ปลุกปั่นตามมาตรา 116 ว่า มาตรา 116 ใช้เอาผิดได้ทุกสมัย ไม่ใช่เฉพาะยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น สมัยไหนก็แจ้งความได้ทุกมาตราแต่ต้องดูว่า การแจ้งความจะฟังขึ้นหรือไม่ เมื่อถามว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกคนอย่าไปทำให้มันมีเรื่อง จะออกความเห็นอะไรก็ตามถนอมปากถนอมคำกันไว้บ้างเพราะมาตรานี้มันละเอียดอ่อน ทุกคนก็รู้ว่าการไปพูดเรื่องนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มันละเอียดอ่อน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะแจ้งความกลับนั้นทำได้ทั้งนั้น

“ปิยบุตร” แจงมีคนร้องสอบ “บุรินทร์”

ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการเตรียมเชิญตัว พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มาสอบถามใน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนว่า ไม่ได้เกี่ยวกับการที่หัวหน้าพรรค 7 พรรคร่วม ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 แต่ในที่ประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่เคยถูก พล.ต.บุรินทร์แจ้งความไม่ว่าจะเป็นคดีมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร้องมาที่ กมธ. ตนในฐานะประธาน กมธ. จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระสอบข้อเท็จจริง และเรียกบุคคลเกี่ยวข้องมาชี้แจง เป็นอำนาจของของ กมธ. ไม่ได้เกินกว่าขอบเขต

คนส. สำรวจ นศ. อยากแก้ รธน.

เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จัดเสวนาวิชาการหัวข้อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยนายชนกชนน์ มากปลูก นักศึกษา มธ. กล่าวว่า ผลสำรวจความเห็นนักศึกษาอายุ 19-26 ปี 28สถาบันทั่วประเทศ จำนวน 3 พันคน พบว่า นศ.มองสถานการณ์หลังใช้รัฐธรรมฉบับปัจจุบัน เมื่อถามว่าอยากแก้ รธน.ฉบับนี้หรือไม่ นักศึกษาร้อยละ 95.1 อยากให้มีการแก้ไขและอยากให้แก้ทั้งฉบับ ขณะที่นายสมชาย ศรีสันต์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. กล่าวว่า พบนักศึกษามองรัฐธรรมนูญมีลักษณะที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนในหลายเรื่อง สิ่งที่น่าสนใจคือนักศึกษาได้ให้ฉายาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ถึง 2 พันฉายา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ที่มากที่สุดคือ ฉายาที่เป็นชื่อของประยุทธ์และพวกพ้อง กลุ่มที่ 2 ตั้งชื่อตามลักษณะของรัฐธรรมนูญ เช่น แอนนิมอลฟาร์ม โกงแบบโจ่งแจ้ง คอร์รัปชันฯลฯ และกลุ่ม 3 ตั้งฉายาแบบสบถด่า

แห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ “ชลิตา”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงท้ายการเสวนานางชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ถูก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งความจับตาม ม.116 เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยผู้เข้าร่วมเสวนาต่างพากันนำดอกไม้เข้าให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น

“จตุพร” เสียใจ “สมหวัง” ถูกรีดภาษี

อีกด้านที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการจัดงานครบรอบวันเกิดนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่นายสมหวัง อัสราษี แกนนำ นปช.ออกมาแฉเรื่องการถูกเก็บภาษีเงินบริจาคการชุมนุมทางการเมืองจนถูกฟ้องล้มละลายว่า ตนเสียใจ เห็นใจ และขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน แต่การชุมนุมทางการเมืองมีคนบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมากแต่กรมสรรพากรไม่เคยเรียกเก็บภาษีสักรายเดียว วันนี้อยากให้เสียงได้ยินถึงอธิบดีกรมสรรพากร และนายอุตตม สาวนายนรมว.คลัง ให้ยกเลิกการเก็บภาษีเงินบริจาคจากนายสมหวัง ถ้าการชุมนุมทางการเมืองต้องจ่ายภาษี การชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมาก็ต้องเก็บด้วยเช่นกัน

ปชป.ยกทีมลุยหาเสียงช่วย “สุรชัย”

สำหรับความเคลื่อนไหวศึกเลือกตั้งซ่อมนครปฐม เขต 5 ที่จะมีขึ้นวันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ร้านส้มแก้ว ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ นครปฐมเขต 5 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคลงพื้นที่ช่วยรณรงค์หาเสียง ที่ตลาดน้ำดอนหวาย ช่วยนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมเขต 5 เป็นครั้งแรก โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า มั่นใจว่าชาวนครปฐมจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมานายสุรชัย เป็น ส.จ.ในพื้นที่มีผลงานมาตลอด 11 ปี เป็นที่รู้จักของชาวนครปฐม และพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เห็นแล้วอะไรที่เป็นนโยบายเคยสัญญาไว้ตอนหาเสียงทำได้จริงเป็นรูปธรรม เช่น นโยบายประกันรายได้ภายใน 77 วัน สามารถโอนเงินส่วนต่างให้ชาวสวนปาล์มได้ อีกไม่กี่วันจะโอนส่วนต่างให้กับชาวนา หากเลือกเราจะไม่ผิดหวังรับปากแล้วทำได้จริง

ตอกหน้าปลัด ทส. ร่วมคณะ “วราวุธ”

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ตลาดน้ำดอนหวาย อ.สามพราน ระหว่างที่คณะของนายจุรินทร์กำลังหาเสียงกันอย่างคึกคัก ปรากฏว่าได้เดินสวนกับขบวนของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่มาลงพื้นที่รณรงค์เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกในตลาดดอนหวาย โดยมีทีมข้าราชการของ ทส. สวมเสื้อเหลืองทับเสื้อกั๊กสีดำปักข้อความ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายจุรินทร์ได้ชี้หน้านายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.พร้อมกล่าวว่า “เป็นข้าราชการกล้านำข้าราชการทั้งกระทรวงมาหาเสียงหรือ กระทรวงผมไม่มีใครกล้ามาสักคนและไม่ให้มาด้วย” ทำเอานายจตุพรสีหน้าเจื่อนลงทันที แต่นายจตุพรได้ตอบกลับว่า “ไม่ได้มาหาเสียงแต่มางานรณรงค์” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่นายจุรินทร์กล่าวตำหนิปลัด ทส.อาจมองว่า เป็นการช่วยหาเสียงให้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมเขต 5 พรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีนายวราวุธประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นแกนนำ

ขบวนถุงผ้า ชทพ.ไร้เงา “เผดิมชัย”

ขณะที่ขบวนของนายวราวุธ ที่มารณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกในกิจกรรมรณรงค์ “ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก ”ตามโครงการ“ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม”ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย นายนพดล พลเสน ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายภานุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.และนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

“ท็อป” ไม่ติดใจชี้หน้าตำหนิปลัด

นายวราวุธให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกว่า ตนไม่ทราบกำหนดการว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์จะมารณรงค์หาเสียง แต่วันนี้มาทำงานของรัฐบาล ขอให้ไปย้อนดูเนื้อหา วันนี้ไม่ได้พูดถึงการหาเสียงแต่อย่างใดมีแต่เรื่องสิ่งแวดล้อม 100% ย้ำว่าหมวกแต่ละใบสามารถแยกกันได้ ไม่ได้เอางานพรรคไปรวมกับงานของรัฐบาล แผนรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกได้มีมาสักระยะแล้วนำร่องที่ภาคกลาง ก่อนที่จะมีกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าออกมา ตลาดดอนหวายถือเป็นจุดที่มีประชาชนใช้จ่ายและใช้ถุงพลาสติกจำนวนมากจึงต้องมารณรงค์ ผู้สื่อข่าวถามว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้หน้ากระเซ้าถามปลัด ทส.มาช่วยหาเสียงได้อย่างไร นายวราวุธตอบว่า ไม่ได้ติดใจ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะคิด แต่ยืนยันว่าวันนี้ ทส.มาทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม

กกต.ตีปี๊บเลือกตั้งสมานฉันท์

ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ว่าการอำเภอสามพราน จ.นครปฐม สำนักงาน กกต.จัดกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐมเขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีผู้สมัคร ส.ส.จาก 4 พรรคการเมืองเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ น.ส.สิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์ นายเพชร จันทร์ดา พรรคเพื่อชีวิตใหม่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย-พัฒนา และเสรีรวมไทย เพียงแต่ส่งตัวแทนเข้าร่วม

แจงกาบัตรวันหยุดกลางสัปดาห์

นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ต.ค. ว่า เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง ซึ่งในวันหยุดสามารถจัดการเลือกตั้ง ได้ 2 วัน คือวันที่ 20 ต.ค. และวันพุธที่ 23ต.ค.วันปิยมหาราช แต่ปรากฏว่า พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเลือกตั้งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 28 ก.ย.ทำให้ไม่สามารถจัดวันที่ 20 ต.ค. ได้ เพราะการปิดประกาศบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไม่ครบกำหนด 25 วันขัดกฎหมายเลือกตั้ง ทำให้ กกต.ต้องเลือกตั้งวันที่23 ต.ค. ส่วนข้อกังวลของพรรคอนาคตใหม่ที่เกรงจะมีอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของประชาชนนั้น กฎหมายกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ นายจ้างภาคเอกชน ต้องส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขัดขวางการไปใช้สิทธิมีความผิด

เตือนไม่ออกไป ลต.ซ่อมถูกตัดสิทธิ

นายเมธายังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 8 ต.ค.นี้เอกสารแจ้งเจ้าบ้านจะส่งถึง 6 หมื่นครัวเรือนในอำเภอสามพราน เพื่อแจ้งให้ทราบว่าในแต่ละครัวเรือนมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกี่คน และต้องไปใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งใด ข้อย้ำว่าการเลือกตั้งในวันที่ 23 ต.ค.ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ผู้มีสิทธิจึงต้องใช้สิทธิลงคะแนนเพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี แม้จะเคยไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. แต่ถ้าไม่มาใช้สิทธิในวันที่ 23 ต.ค. ก็ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง ถ้าไม่มาใช้สิทธิทั้ง 2 วันดังกล่าวต้องโดนตัดสิทธิถึง 4 ปี

ท้า “ธรรมนัส” โชว์หลักฐานอยู่ จปร.

อีกเรื่อง นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษก กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทน ราษฎร หรือ กมธ.ป.ป.ช.กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ระบุไม่เคยถูกจำคุกที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2531 เพราะยังเรียนอยู่ใน จปร.ว่า กมธ.จะนำข้อมูลที่ ร.อ.ธรรมนัส โต้แย้งไปตรวจสอบเทียบดูช่วงเวลา พร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่ แต่ข้อมูลที่รับทราบจากอดีตผู้สื่อข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค.2531 เกือบจะสิ้นปีอยู่แล้ว หากนับจากอายุของ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ถ้าไม่เข้าเรียน จปร.ช้าหรือสอบตก น่าจะจบ จปร.รุ่น 36 ปี 2530 หรืออย่างช้ากลางปี 2531 หาก ร.อ.ธรรมนัสนำหลักฐานเรียน จปร.รุ่น 36 ในปี 2531 อยู่จริง ข้อมูลจะชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วน ร.อ.ธรรมนัส จะฟ้องกลับสามารถฟ้องได้ ยืนยัน กมธ.มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏไม่มีเจตนาทำลายชื่อเสียงใคร ได้หารือกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช.แล้วไม่มีปัญหา ไม่กังวลต่อการถูกฟ้อง

“พิชัย” จี้รัฐบาลลดงบฯทหาร

ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวในงานเสวนา “ไทยเหลื่อมล้ำที่สุดในโลกจริงหรือ” จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสภาที่ 3 ตอนหนึ่งว่า การปฏิวัติรัฐประหารทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นจากอันดับสิบกว่าขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก เพราะรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติเป็นตัวแทนของกลุ่มทุนและชนชั้นสูง ไม่ตอบสนองความต้องการคนส่วนใหญ่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์กำไรเพิ่มกันทั่วหน้า มีอภิมหาเศรษฐีติดอันดับโลกเพิ่มขึ้น เจ้าสัวรวยขึ้นมาก ขณะที่มีคนรับบัตรคนจนถึง 14.5 ล้านคน ที่สำคัญนายกฯไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจแต่กลับคิดว่าเข้าใจดียิ่งหนักเข้าไปใหญ่ นโยบายแจกเงินเหมือนเป็นการโปรยทานไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนได้ แนะนำให้รัฐบาลเร่งสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมให้เกิดธุรกิจสมัยใหม่ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้พัฒนา จัดลำดับความสำคัญการใช้งบฯ ลดงบทหาร ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการเพิ่มขึ้น

ภท.โวโมโตจีพีเงินสะพัด 3 พัน ล.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 6 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข จะเป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกโมโตจีพี สนามที่ 15 ในรายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย และส่งผลดีส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยให้ชาวโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมชมไว้ที่ 222,535 คน มากกว่าโมโตจีพีเมื่อเดือน ต.ค.61 ที่มีผู้เข้าชมงานกว่า 2 แสนคน จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงมากกว่า 3,000 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องกลับแม่ทัพภาคที่ 4บุรินทร์ ทองประไพแจ้งเท็จสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564 เวลา 04:52 น.