ข่าว
100 year

นายกฯ แจง เหตุต้องมี ก.ม.ป้องสถาบัน ขอเรียกเกษตรกร "รากแก้วของแผ่นดิน"

ไทยรัฐออนไลน์3 ต.ค. 2562 17:34 น.
SHARE

นายกฯ ขอทุกคนนำชาติ เป็นหลักยึดเหนี่ยว แจง จำเป็นต้องมีกฎหมายปกป้องสถาบัน เพราะมีทั้งคนหวังดีและไม่หวังดี ยันขอเรียกเกษตรกรว่า "รากแก้ว" ของแผ่นดิน

วันที่ 3 ต.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานพิธีมอบนโยบายแก่สภาเกษตรกรแห่งชาติ สนับสนุนให้เกษตรกรพึ่งตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมชนนิทรรศการของเกษตรกร

โดย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สมาชิกทุกคนในห้องนี้ถือเป็นตัวแทนของเกษตรกรทั้ง 77 จังหวัดในประเทศเรา ซึ่งประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่ต้องทำยังไงให้ประเทศเกษตรกรรมของเรามีรายได้ที่สูงขึ้น มีรายได้มั่นคงขึ้น สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ในยุค 4.0 แต่มีรายได้ที่ไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต รัฐบาลจำเป็นต้องดูทั้ง 2 มาตรการ ในมาตรการแรกดูแลผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 30,000 บาท ในการดูแลในการดำรงชีวิตให้อยู่ได้ แต่ไม่ได้มากมายในสิ่งที่ทำงานนี่คือความยั่งยืน ขณะที่ตนเดินเข้ามาก็รู้สึกปลื้มใจ เห็นแต่ละภาคนำเสนอผลงานจนได้ดี สิ่งที่ตนพูดไปบางอย่างก็ไม่เห็นในเชิงประจักษ์ เห็นเพียงแต่รายงาน แต่ตนมองในภาพรวมภาพใหญ่ ตนไม่ได้มองเฉพาะเกษตรกรรมอย่างเดียว พร้อมกับระบุอีกว่า การทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นมาโดยตลอดโดยไม่มีศัตรูเป็นสิ่งที่ดี แต่มีมิตรบ้างหรือไม่ ไม่ใช่ไม่มีศัตรูและไม่มีมิตร อย่างคำที่ว่า คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ก็ต้องมีบ้าง ตนเข้าใจ

โดยนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ที่จริงแล้วตนนั้นติดงาน จะจัดรองนายกฯ มาแทน แต่ตนให้เจ้าหน้าที่เคลียร์งานของตน เพราะอยากเดินทางมาพบเกษตรกรด้วยตนเอง ตนมองว่า ทุกคน คือ พ่อ แม่ พี่น้อง ของตัว เพราะตระกูลของตนน่าจะเคยทำไร่ทำนามาก่อน เพราะตนไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้นำหรือเปล่า ทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกันจะทิ้งใคร ทุกอย่างต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ที่นำเสนอในนิทรรศการนั่นแหละ คือ การแก้ไขปัญหาการนำเงินลงมาเติม ไม่ใช่วิธีการที่ดี และในช่วงที่มีปัญหาราคาตกต่ำอาจจะดูแลได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อราคาดีขึ้น ก็ต้องเอาเงินส่วนนั้นไปเติมตรงอื่น ซึ่งตนมีความคิดว่า จะทำอย่างไรให้มีเครื่องมือเพิ่มขึ้นในเกษตรแปลงใหญ่เป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหา และต้องหางบประมาณ และงบประมาณเองก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา และตนก็หวังว่า งบประมาณคงผ่าน เพราะหากไม่ผ่านคนเดือดร้อน คือ คนทั้งประเทศ เกษตรกรเองก็เดือดร้อน ไม่ใช่แค่ตัวเองคนเดียว ทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือร่วมกัน ประเทศไทยไม่ได้ลำบากมากนัก ต้องอาศัยเหมาลำเอาเครื่องบินไปประเทศที่เขาเจริญแล้ว หรือเราพยายามจะเอาอย่างการเมือง แต่ประเทศเรารายได้ของแต่ละจังหวัดค่อนข้างแตกต่างกัน ทุกคนต้องทำความเข้าใจ เดี๋ยวคนจะมาทำให้บิดเบือน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำถึงการจงรักภักดีใน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยระบุว่า อะไรคือชาติ ชาติคือสิ่งที่ทุกคนร่วมกันเป็นประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ชาติคือชาติไทย ชาตินั้นรวมทั้งคนและแผ่นดินผืนน้ำและอากาศประกอบกันเป็นชาติดิน ดินแดนแหลมทองแห่งนี้คือพื้นที่ของชนชาติไทยทุกคนต้องรักกันไม่ทิ้งกัน ไม่เอาเปรียบกัน และต้องมีจิตใจเป็นตัวแทนสาธารณะซึ่งกันและกัน และต้องประคับประคองกันไปจากชาติลงมาสู่สังคม และย้อนกลับมาสู่ความรักชาติแห่งความรักในแผ่นดิน ต้องเริ่มจากตัวเอง ซึ่งสถาบันชาติถือเป็นหลักยึดเหนี่ยวนี่แหละคือชาติของเรา คือครอบครัวของเรา และนี่คือความเข้มแข็งของชาติเหมือนกับสภาของเกษตรกร

ส่วนศาสนา ดินแดนนี้เคารพศาสนาอะไรก็ได้แต่มีศาสนาพุทธเป็นหลัก ตนขอให้ยึดมั่นในใจอย่างน้อยคือเบญจศิลป์ ไม่จำเป็นต้อง 227 ข้อเพราะต้องนำหลักความเหล่านี้มาปฏิบัติด้วยไม่ใช่แค่เข้าวัดทำบุญ ถวายพระ เข้ารับพรแล้วจะจบ เบญจศีล เบญจธรรมคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเราอยู่กันอย่างสงบสุข

ด้านพระมหากษัตริย์ ตนทราบดีว่า ทุกคนรู้อยู่แล้วที่มีกฎหมาย เพื่อไม่ให้ไปล่วงล้ำ เนื่องจากพระมหากษัตริย์ป้องกันตนเองไม่ได้ จึงต้องมีกฎหมายนี้เกิดขึ้น หากไม่ทำผิดกฎหมาย ก็จะไม่เกิดเรื่องอะไร นี่คือเรื่องที่หลายคนพูดถึง ซึ่งตนไม่ทราบว่า ผู้พูดเป็นผู้หวังดีหรือไม่หวังดี ไม่รู้แต่พยายามจะพูด ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายกับประเทศเรา และประเทศมีพระมหากษัตริย์มาตั้ง 400 ปีแล้ว และสิ่งที่สำคัญนอกจาก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือประชาชน ตนมีหน้าที่มากขึ้นที่ต้องดูแลคน 70 กว่าล้านคน ที่มีความคิดแตกต่างกันไป แต่หากมีผู้นำและประชาชนเข้มแข็ง ประเทศไทยอีกไม่กี่ปี ตนรับรองว่าจะดีกว่านี้ ซึ่งจะต้องศรัทธา โอกาสกำลังรออยู่ข้างหน้า ขออย่าเชื่อศรัทธาทำอะไรก็ตามหากมีศรัทธาทุกอย่างก็จะสำเร็จ

และนายกรัฐมนตรี ยังตัดพ้อว่า เวลาตนพูดก็ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ แปลกดี แต่มีหลายคนก็พยายามไม่เข้าใจ แต่มีหลายคนเดินมาพร้อมกับตน 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันนี้ คือ รัฐบาลเลือกตั้งมีทุกอย่างมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ตนเองก็ต้องปรับตัว แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ตนสามารถทำงานต่อไปได้ และตนจะให้แนวทางต่างๆ ในการสนับสนุนการทำงาน เนื่องจากอยู่ในการขับเคลื่อนของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ซึ่งจะไม่ใช่เพียงเรื่องเงินทอง แต่จะเป็นเรื่องแผนงานโครงการต่างๆ ที่สำคัญที่สุด คือ จะเป็นกลไกสร้างความเข้าใจระหว่างรัฐบาลกับเกษตรกรของสภาเกษตรกรแห่งชาติ เกษตรกรคือรากแก้วของแผ่นดิน ใครจะเรียกท่านว่า อย่างอื่นจนไม่รู้ ตนเรียกเกษตรกรว่า รากแก้ว เกษตรกรคือผู้รักษาผืนแผ่นดินของประเทศเอาไว้

"ทุกวันนี้ปัญหาของประเทศมีอยู่ 3 ปัญหาหลัก คือ น้ำท่วม ฝนแล้ง และความขัดแย้ง แค่นี้ก็แย่แล้ว แต่ยังมาพบกับสงครามทางการค้า ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่เราทั้งหมด หากไม่ฟังว่าก็จะไม่ขัดแย้งกับใคร ทุกวันนี้ตนสบายใจมาหลายวันเพราะไม่อ่านหนังสือพิมพ์แล้ว เพราะไม่อ่านก็รู้สึกดีมีความสุข ยอมรับว่า แต่ก่อนอ่านมาก อ่านไปอ่านมาแทนที่จะได้อะไรกลับมา แต่กลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย ได้กลับมาแต่ความโมโห เพราะอะไรที่ทำไปไม่ใช่เช่นนี้เอาไปเขียนแบบนี้ก็ไม่ถูก พร้อมพูดแซวผู้สื่อข่าวที่อยู่ด้านหลังของงานว่า เดี๋ยวจะเล่นงานตนอีก" นายกฯ กล่าว...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชากฎหมายปกป้องสถาบันรากแก้วสภาเกษตรกรแห่งชาติมอบนโยบายเกษตรกรข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้