ข่าว
100 year

มิติที่แตกต่างเห็นชัด!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ต.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

กระสุนจริงนัดแรกมาแล้ว นัดสอง นัดสามส่อตามมา สถานการณ์ชุมนุมต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกงที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกขั้น สวนทางกับแนวร่วมม็อบที่เบาบางลง และมีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงใส่ฝูงชนที่ลุยเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่เจ็บสาหัส

ตรงกับช็อตฉลองวันชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในฉากบรรยากาศคึกคักอลังการที่ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และประชาชนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ร่วมพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ตั้งใจโชว์แสนยานุภาพ “พญามังกร” แห่งโลกตะวันออก

ทั้งในด้านความมั่นคงทางทหารและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แสดงให้โลกได้ประจักษ์ว่า การพัฒนาประเทศแบบ “จีนคอมมิวนิสต์” ก็ก้าวมาอยู่แถวหน้าของโลกได้ ไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก โลกเสรีนิยม

อ่านเกมเดาทางได้ไม่ยาก จีนไม่มีทางสนเสียงนกเสียงกาในฟากฝั่งประชาธิปไตย บทสรุปสุดท้ายสถานการณ์ฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่จะเดินไปสู่จุด “หนึ่งประเทศหนึ่งระบบ” คือจีนคอมมิวนิสต์เท่านั้น

โลกหมุนกลับมาสู่จุด “วิถีใครวิถีมัน”

และโดยบริบทนั่นก็ล้อกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม “ตัดบท” ห้วนๆ ไม่รับเป็น “ดรัมเมเยอร์” นำขบวนแห่แก้รัฐธรรมนูญ

ไม่หลงกลพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทีมงานดูไบที่ยื่น “โซ่ตรวน” ให้ผูกคอผู้นำ

ตั้งท่าล้อมวง จัดพิธีกรรมทำลาย “ยันต์กันทักษิณ”

ที่สำคัญมันคือการ “หักดิบ” คนฝั่งเดียวกันเองอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นตัวตั้งตัวตี ขี่คอ “บิ๊กตู่” ให้บรรจุนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการเดินหน้ารื้อรัฐธรรมนูญ

ลุ้นตัดเส้นทางลากยาวอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามบทเฉพาะกาล

โดยเงื่อนไขสถานการณ์จ่อไหลไปสู่จุด “รวมหัว” ของ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” กอดคอกับแนวร่วมทีม “นายใหญ่” ดูไบ แตะมือกับพรรคสีส้ม “อนาคตใหม่”

เดินหมากไล่ “บิ๊กตู่” โค่นกระดานอำนาจทีม คสช.

มันก็แค่การแก้กติกาเพื่อเหลี่ยมผลประโยชน์ของนักการเมือง ไม่เกี่ยวกับประชาชน

เป็นเหตุเป็นผลแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปรยเป็นทำนอง เรามีกฎหมายไว้ให้ทำหรือไม่ให้เกิดปัญหา ถ้าเราไม่เคารพกฎหมาย มันก็เลิกหมด ทุกประเทศที่เขาเจริญเขาก็เคารพกฎหมายทุกตัว แต่นี่มาชวนกันเลิกกฎหมายหรือชวนกันแก้กฎหมายให้มากที่สุด ไม่รู้มันย้อนทางกันหรืออย่างไร

ตอกย้ำ ผู้นำไม่เอาด้วยแน่กับเกมรื้อกติกา

และในจังหวะที่ทีมฝ่ายค้านรวมถึงคนประชาธิปัตย์ “หมกมุ่น” กับการเดินหน้ารื้อรัฐธรรมนูญ

จ้องพลิกขั้ว กรุยทางยึด “ศูนย์กลางอำนาจ”

แต่อีกด้านมันคือมิติของการทำงานทางการเมืองที่ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็น “ศูนย์กลาง” มากกว่านักการเมือง ตามจังหวะการ “จูนเครื่องยนต์” เข้าที่เข้าทางแล้ว ของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล “ประยุทธ์ ภาค 2” ต่อเนื่องจากรัฐบาล “ประยุทธ์ ภาค 1”

เนื้องานขยับขับเคลื่อน สะท้อน “คลำเป้า” มาถูกทาง

ทั้งเศรษฐกิจปากท้องฐานรากและการวางพื้นฐานการพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศระยะยาว

ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานและสักขีพยานการลงนามระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และเอกชนผู้ประมูลโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ช่วงที่ 1

“ปักหมุด” เซ็นสัญญาเมกะโปรเจกต์แรก บูมการลงทุนโครงการอีอีซี

นายสมคิดยังแสดงความมั่นใจเมกะโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะเซ็นสัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับเอกชนยักษ์ใหญ่ผู้ประมูลได้ก่อนเดดไลน์วันที่ 15 ตุลาคมนี้

“เรือธงอีอีซี” เครื่องยนต์ติดทุกตัว รอตัดริบบิ้น “โบแดง” รัฐบาล “ประยุทธ์”

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง จ่อขยายมาตรการ “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” โดยจะกำหนดเงื่อนไขและรูปแบบของมาตรการให้ง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชนมากขึ้น เพื่อให้ใช้ได้ทุกจังหวัด

ตามยุทธศาสตร์อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมๆกับการเก็บข้อมูลประชาชนเข้าระบบ “BIG DATA” เพื่ออนาคตจะออกมาตรการช่วยชาวบ้านได้ตรงจุด

ใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด

ไม่ใช่เรื่องพวกที่มีชนักปักหลังระแวงรัฐตามแกะรอย.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เศรษฐกิจประเทศเมกะโปรเจกต์ชิมช้อปใช้วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมือง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้