ไลฟ์สไตล์
100 year

เลือกซ่อมส.ส.นครปฐม กลายเป็นศึก 3 เส้า! พรรคเล็กอาจหาญสู้อีก 3

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
1 ต.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

โอนราบ1-ราบ11 ขึ้นตรง บก.ถวายความปลอดภัย

รับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐมวันแรกคึกคัก แกนนำ อนค.-ปชป.-ชทพ. ยกขบวนให้กำลังใจ “ปิยบุตร” มั่นใจ อนค.ย้ำชัยชนะได้อีกรอบ วัดใจคนเบื่อรัฐบาล แย้มอาจหลบให้พรรคร่วมฝ่ายค้านในบางจังหวัด “ลูกนา” ขอเติมอีก 1 เสียงให้รัฐบาล “สาธิต” บอกครั้งนี้มีความมั่นใจมาก “เจ๊หน่อย” ปัดเล่นเกมฮั้ว อนค. “บิ๊กป้อม” ไม่รับบทตัวเชื่อมสองพรรคร่วม ให้ไปว่ากันเอง ไม่รับคำท้า “ธนาธร” อยากเจอหน้า แต่ยังตรวจสอบเบื้องหลังม็อบอยู่ “เจ๊หน่อย” จวกชิมช้อปใช้เจ้าสัว “เป๋าตุง” พปชร.โต้แหลกหลับหูหลับตาค้าน “ศรีสุวรรณ” ยื่น สตง.สอบซื้ออาวุธแพงเว่อร์ “บิ๊กตู่” ปัดวุ่นไม่ได้ดูถูกคนไทยใช้กูเกิลไม่เป็น เข้าวัดมังกรไหว้พระขอชาติปลอดภัย “จุรินทร์” ติวเข้ม ผวจ.เร่งเครื่องประกันรายได้

ข่าวแนะนำ

บรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม ในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำ 3 พรรคการเมืองตัวเต็ง ทั้งพรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ยกขบวนมาให้กำลังใจผู้สมัครของตัวเอง และต่างก็มีความมั่นใจว่าจะชนะในศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

รับสมัครซ่อมนครปฐมคึกคัก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่ที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม บรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นครปฐม แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังนางจุมพิตา จันทรขจร อดีต ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ลาออกเนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดาแกนนำพรรคการเมืองที่จะส่งคนลงสมัครเดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัคร อาทิ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มาร่วมให้กำลังใจนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร สามีของนางจุมพิตาที่ลงสมัครแทนภรรยา ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคกลาง พร้อมนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคภาค กทม. ก็มาให้กำลังใจนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัครของพรรค ขณะที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และแกนนำพรรค ก็เดินทางมาให้กำลังใจนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครของพรรคเช่นกัน โดยมี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานการเปิดรับสมัคร และมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.นครปฐม ร่วมสังเกตการณ์

ขนกองเชียร์มาให้กำลังใจเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัครปรากฏว่านายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา จับได้หมายเลข 1 น.ส.สิริขวัญ แย้มมูล จากพรรคพลังสังคม ได้หมายเลข 2 นายสุรชัย อนุตธโต จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 3 นางลาวัลย์ สิงห์สถิต จากพรรคเสรีรวมไทย ได้หมายเลข 4 น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง จากพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้หมายเลข 5 และนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ ได้หมายเลข 6 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจแสดงความยินดีของทีมงานและกองเชียร์แต่ละพรรค

“ปิยบุตร” มั่นใจ อนค.ย้ำชัยชนะ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคมั่นใจเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นการแสดงมติมหาชน ใครที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลสืบทอดอำนาจดำรงอยู่ต่อไป ใครเบื่อนายกฯคนปัจจุบัน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ ใช้โอกาสนี้แสดงมติมหาชนให้คนทั้งประเทศได้เห็น และเราจะมีการเลือกตั้งอีกหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็น จ.กำแพงเพชร ขอนแก่น และสมุทรปราการ อยากให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้น ครั้งนี้เราตั้งใจเต็มที่เตรียมทั้งปราศรัยย่อยปราศรัยใหญ่ เดินเคาะประตูบ้าน ทั้งหัวหน้าพรรคตน และแกนนำพรรค จะลงช่วยหาเสียงเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด และนายไพรัฏฐโชติก์มีความพร้อม เรามั่นใจว่าจะทำได้ และไม่เพียงแต่มีความสำคัญกับพรรคอนาคตใหม่ แต่ยังสำคัญต่อภาพรวมการเมืองด้วย

แย้มอาจหลบให้ในบางจังหวัด

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ส่วนการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดอื่น เช่น กำแพงเพชร ขอนแก่น และ สมุทรปราการ พรรคจะส่งผู้สมัครหรือไม่ต้องเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน จากการวิเคราะห์เบื้องต้นของตนและทีมงาน เห็นว่าการเลือกตั้งทั้ง 4 แห่ง เป็นโอกาสสำคัญในการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย ของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค จึงเป็นไปได้ที่กำแพงเพชร และขอนแก่น เราจะไม่ส่งผู้สมัคร แต่ที่สมุทรปราการยืนยันว่าพรรคจะส่งผู้สมัครแน่นอน เพราะส่วนนี้สำคัญเกี่ยวข้องกับคะแนนคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การเลือกตั้งที่ผ่านมาผู้สมัครพรรคเราได้คะแนนไม่น้อย ทิ้งห่างกันไม่มาก เรามีโอกาสชนะในเขตนี้เช่นเดียวกัน นี่คือการวิเคราะห์ส่วนตัว แต่ท้ายที่สุดต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหาร อยากให้มองการเมืองภาพใหญ่ ว่าการเลือกตั้งทั้ง 4 เขต ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนรัฐบาลได้ เราอยากเริ่มต้นที่นี่ 1 เสียงของพี่น้องชาวสามพราน สามารถเปลี่ยนรัฐบาลได้

“ลูกนา” ขอเติมเสียงให้รัฐบาล

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เบื้องต้นมีการพูดคุยกันถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลส่งผู้สมัครแข่งกัน แต่ไม่ได้มีบทสรุปออกมาเป็นทางการ มีแต่การพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ เข้าใจว่าเป็นการคุยกับนายวราวุธ การตัดสินใจส่งนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง เนื่องจากศักดิ์ศรีและความผูกพันของตระกูลสะสมทรัพย์กับชาวนครปฐมมีมายาวนาน เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ลงมาแข่งขัน และไม่เป็นการผิดกติกาอะไร ส่วนความมั่นใจต้องถามที่นายเผดิมชัย แต่พรรคชาติไทยพัฒนายืนยันความพร้อมที่จะเป็นอีก 1 เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้

“สาธิต” คุยมีความมั่นใจมาก

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ครั้งนี้มีความมั่นใจ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาผู้สมัครเราทำคะแนนมาได้เป็นอันดับที่ 2 มีคะแนนรวมกว่า 18,000 คะแนน ครั้งนี้จึงต้องระดมบรรดาหัวกะทิของพรรคมาช่วยกันหาเสียง1 เสียงของประชาธิปัตย์มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง และพื้นที่ จ.นครปฐม อดีตเราเคยยิ่งใหญ่ มี ส.ส.มาเกือบทุกครั้ง แม้กระทั่งครั้งที่ผ่านมาก็ได้มา 1ที่นั่งในเขต 1 นครปฐม

“เจ๊หน่อย” ปัดเล่นเกมฮั้ว อนค.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งคนลงสมัครเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐมครั้งนี้ ไม่ใช่การหลีกทางให้กับพรรคใด แต่เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราไม่ได้ส่งผู้สมัครในเขตนี้ และด้วยระยะเวลาที่สั้น เราไม่สามารถหาผู้สมัครได้ทัน รวมทั้งไม่สามารถทำตัวแทนประจำจังหวัดได้ทันเช่นกัน จึงไม่ได้ส่งผู้สมัคร ยืนยันว่าไม่ใช่การสมยอมหรือฮั้วกัน ส่วนที่ จ.สมุทรปราการที่โดนใบเหลือง เข้าใจว่าไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ ในขณะที่ จ.ขอนแก่น กรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น ที่ศาลตัดสินประหารชีวิตนั้น กรณีนี้ยังไม่ชัดเจน ส่วนจ.กำแพงเพชรอยู่ระหว่างการคัดสรรตัวผู้สมัครสัปดาห์หน้าคาดว่าจะชัดเจน

“บิ๊กป้อม” ปัดบทตัวเชื่อม 2 พรรค

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าการจัดการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนาส่งคนลงแข่งขันก็ต้องคุยกัน เป็นเรื่องของ 2 พรรคต้องไปพูดคุยกันเอง ตนไม่จำเป็นต้องไปเป็นผู้ประสานพูดคุย เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร สื่อว่ากันไปเองคิดกันไปเรื่อยว่าจะไปตัดคะแนนกันเอง ขอให้เป็นเรื่องของสองพรรค ส่วนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนตัวนายกฯนั้น จะคิดหรือพูดอะไรก็ได้ เพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เป็นวิธีการหาเสียงของนายธนาธร อยากทำอะไรก็ทำไป

ไม่รับคำท้า “ธนาธร” อยากเจอ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าถูกเรียกตัวไปสอบสวนในประเด็นที่อาจเกี่ยวโยงกับการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์กลุ่มม็อบที่ประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่สหรัฐอเมริกาว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานที่ต้องไปดูว่านายธนาธรทำผิดอะไรหรือไม่ ตนจะไปเรียกอะไรเขาเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ที่พูดไปคือพูดในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคง เมื่อถามว่านายธนาธรท้าเจอหน้า พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะไปเจออะไรกับนายธนาธร ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง เมื่อถามอีกว่านายธนาธรอาจเข้าใจผิดว่าจะเรียกตัวไปสอบสวน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่ได้เรียก ไม่รู้ว่าจะเรียกมาทำไม หากจำเป็นต้องเจอกันก็ไม่เป็นอะไร คุยกันได้ ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

ยังตรวจสอบเบื้องหลังม็อบอยู่

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงนายกฯที่สหรัฐฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูอยู่ เมื่อถามย้ำว่าจะตรวจสอบบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไมต้องไปตรวจสอบ เรามีข้อมูลทั้งหมดและรู้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าการใช้บริษัทล็อบบี้ยิสต์ควรมีขอบเขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ขอตอบ

จี้ยุบ อนค.ปม “ช่อ” ฉะ รธน.เฮงซวย

ที่สำนักงาน กกต. นายธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้พิจารณาสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่ไม่ระงับยับยั้งการกระทำของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา โดยเห็นว่าหลังการปราศรัยของ น.ส.พรรณิการ์ พรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรค เพิกเฉย ไม่ได้มีการตำหนิหรือตักเตือน ทั้งที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ผ่านการประชามติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้มีผลมีบังคับใช้ การกระทำของ น.ส.พรรณิการ์เข้าข่ายดูหมิ่นรัฐธรรมนูญ และเมื่อพรรคไม่มีการยับยั้งก็เท่ากับเข้าข่ายกระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอให้ กกต.พิจารณาเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค

จวกชิมช้อปใช้เจ้าสัว “เป๋าตุง”

ช่วงเที่ยงวันเดียวกันที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการชิมช้อปใช้ว่า จากการติดตามข่าวและลงพื้นที่สำเพ็งและเยาวราช พบว่าร้านค้ารายย่อยไม่มีโอกาสได้รับผลดีจากมาตรการนี้ เมื่อร้านค้ารายย่อยซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้รับประโยชน์ จึงไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เท่าที่เห็นเงินกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัว กลับไปที่อีหรอบเดิมคือแจกเงินคนจนไปเข้ากระเป๋าคนรวย ขอให้รัฐบาลทบทวน และหามาตรการที่ชาญฉลาดเมื่อแจกเงินไปถึงมือคนจนแล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเกิดกำลังซื้อได้จริง ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่เสนอแนะข้อมูล และข้อเท็จจริงที่เราได้ไปสัมผัส เพื่อให้รัฐบาลไปแก้ไข จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์สามารถเสิร์ชกูเกิลดูเอาก็ได้

เปรียบ ปท.ไทยกินยาพิษสะสม

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า เท่าที่ดูรายละเอียดเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะดูจากงบประมาณที่ควรลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือสร้างรายได้ให้ประชาชน พบว่ามีน้อย ส่วนใหญ่ไปอยู่ในงบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มีการกู้เงินมากขึ้น เหมือนกับประเทศไทยกำลังกินยาพิษทุกวัน และสะสมโรคร้ายทุกวัน ต่อไปจะเกิดสภาวะล้มเหลวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ มีข้อเสนอแนะว่าการอัดฉีดเงินไปสู่เกษตรกรจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสเงินสด และทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น

คิกออฟฝ่ายค้านพบประชาชน

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ 7 พรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาชนว่า ที่ประชุมมีการประเมินภาพรวมการจัดเวทีฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจร 4 ภาค และวางแผนเดินสายจัดกิจกรรม จากนี้จะเน้นการลงพื้นที่เจาะกลุ่มประชาชน และวิชาชีพต่างๆมากขึ้น เช่น กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์นักศึกษา ภาคประมงครู ข้าราชการ นอกจากนี้จะเปิดเวทีโดยปรับรูปแบบจากการเสวนาเป็นการปราศรัยมากขึ้น ซึ่งเวทีปราศรัยนี้จะคิกออฟได้ปลายเดือน พ.ย. เราอยากให้มองที่เจตนาในการจัดมากกว่ามุ่งมองไปว่าเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือเป็นการปลุกม็อบ และจะผลิตรายการฝ่ายค้านเพื่อประชาชนเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ยูทูบ และเฟซบุ๊ก โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ รูปแบบรายการเป็นคลิปที่มีความยาวประมาณ 5-7 นาที มีผู้ดำเนินรายการมาจาก 7 พรรคร่วมมาแสดงความคิดเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ

อนค.จวกกระตุ้น ศก.ผิดฝา

ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ แถลงว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา เม็ดเงินยังน้อยเกินไปที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืน ทำได้เพียงพยุงเศรษฐกิจแต่ยังไม่สามารถกระตุ้นได้ มาตรการส่วนใหญ่ผิดฝาผิดตัว เป็นการกระตุ้นในระยะสั้นมากๆ อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่ระยะสั้นแล้วต้องใช้เวลาพลิกฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค มาตรการต้องใหญ่กว่านี้และขยายเวลาออกไป สำหรับมาตรการ 3 ตัวที่ออกมา ทั้ง ชิมช้อปใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการช่วยเหลือ SME มีแค่ 1 แสนล้านบาทที่โอนเงินโดยตรง ที่พอจะหวังพึ่งได้ ที่เหลือเป็นวงเงินกู้ ขณะที่มาตรการชิมช้อปใช้เหมือนการยิงกราด ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ส่วนอีกสองมาตรการไม่มีอะไรใหม่ เคยใช้มาแล้ว จึงอยากให้ทบทวนมาตรการส่วนนี้

ชง 5 มาตรการกระตุ้นฟื้นเศรษฐกิจ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า รัฐบาลควรออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่และแรงกว่านี้ พรรคอนาคตใหม่ขอเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ข้อ โดยออกในลักษณะ พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ 1.ปรับโครงสร้างหนี้ภาคเกษตรโดยด่วน งบประมาณลงไปที่ ธ.ก.ส.เป็นหลัก 2.โครงการลงทุนเพื่อปรับภาครัฐให้ทันสมัยขึ้น ให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตคน 3.รัฐต้องทำหน้าที่เป็น kick-starter ช่วยซื้อสินค้าและบริการที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศ 4.มาตรการที่ไม่ใช่มาตรการด้านการคลังอื่นๆ กระตุ้นเศรษฐกิจในฐานราก และ 5.ชะลอการใช้เงินลงทุนที่ไม่ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การซื้ออาวุธ ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ต้องมีการกำหนดวงเงินสำหรับทำการติดตามประเมินผลนโยบายไว้ด้วย เนื่องจากผลการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีการประเมินผลทำให้การดำเนินนโยบายไม่สำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้

“ธนกร”โต้ “เจ๊” หลับหูหลับตาค้าน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และเลขานุการ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์ว่าโครงการชิมช้อปใช้เงินไหลเข้าเจ้าสัวรายใหญ่ว่า โครงการนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดึงคนเที่ยวเมืองรอง จับจ่ายใช้สอยให้เงินหมุนเวียนหลายรอบ เงินไม่ได้ไหลเข้ากระเป๋านายทุนแต่กระจายไปตามร้านค้าต่างๆกว่า 160,000 ร้านทั่วประเทศ เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาบรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักมาก มีเพียงส่วนน้อยที่อาจติดขัดบ้างในการใช้เงิน กรมบัญชีกลางและธนาคารกรุงไทยได้เข้าไปแก้ไขทันที นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างใกล้ชิด สงสัยคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้ติดตามข่าวสาร เพราะเอาเวลาไปแก้ปัญหาภายในพรรคเพื่อไทย ไม่ทราบข้อมูลว่าโครงการนี้ประชาชนตอบรับมาก รัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรเพื่อนายทุนเหมือนรัฐบาลในอดีตแน่นอน อยากให้เปิดใจให้กว้างเสนอแนะรัฐบาลอย่างเป็นเหตุเป็นผลไม่ใช่ค้านลูกเดียว

“ศรีสุวรรณ” ยื่น สตง.สอบซื้ออาวุธ

ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ สตง.ตรวจสอบการจัดซื้อรถเกราะล้อยาง M1126 STRYKER จากอัตราสำรองคลังของกองทัพสหรัฐอเมริกา 37 คัน (แถม 23 คัน) มูลค่า 2,480 ล้านบาท และเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ AH-6i จำนวน 31 ลำ มูลค่า 12,000 ล้านบาท ของกองทัพบกที่ราคาแพงกว่าประเทศอื่นๆที่สหรัฐฯซื้อขายให้ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า รถเกราะล้อยางเป็นรถมือสอง ส่วนเฮลิคอปเตอร์มีราคาแพงกว่าประเทศอื่นๆที่เคยซื้อจากสหรัฐฯ เช่น ซาอุดีอาระเบียเคยซื้อปี 2557 จำนวน 24 ลำ ราคาเพียง 7,187 ล้านบาท แต่ไทยซื้อ 31 ลำ แพงถึง 12,250 ล้านบาท เป็นข้อพิรุธอย่างมาก ต้องให้ สตง.ตรวจสอบการจัดซื้ออาวุธดังกล่าวเป็นไปอย่างคุ้มค่า และเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่

“บิ๊กตู่” เปิดต่อขยายสายสีน้ำเงิน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าท่าพระ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รฟม. และ BEM ร่วมพิธี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และเตาปูน-ท่าพระ รัฐบาลเร่งรัดติดตามเพื่อเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบทั้งโครงข่าย เพื่อแก้ปัญหาจราจร กทม.และปริมณฑล เราเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

ปัดวุ่นไม่ได้ดูถูกคนไทยใช้กูเกิล

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีการพูดเรื่องคนไทยใช้กูเกิลที่ถูกนำไปวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ตนหมายถึงว่าต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ได้หมายถึงคนไทยไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่เป็น เข้าใจคำพูดหรือยัง ไม่ใช่ไปตีความกันเองแบบนั้นว่าคนไทยใช้กูเกิลไม่เป็น นำไปบิดเบือนทุกเรื่องว่าตนไม่มีข้อมูลว่าคนไทยใช้โทรศัพท์หรือกูเกิลจำนวนเท่าไหร่ พูดเพียงว่าจะรู้เรื่องประเทศไทยได้ต่อไปต้องไปเปิดกูเกิล ถ้าไม่เปิดก็ไม่รู้ เมื่อพูดมาถึงตรงนี้นายกฯได้ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจกล่าวต่อว่า พูดแค่นี้คนอื่นตีความอะไรนักหนา ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิม ไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น “ขอกลับมาเรื่องรถไฟฟ้ามหานะเธอดีกว่า”

ไหว้พระวัดมังกรขอชาติปลอดภัย

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ทดลองนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีท่าพระ ไปยังสถานีวัดมังกร โดยได้แวะเดินตลาดเก่าเยาวราช ย่านเจริญกรุง เยี่ยมทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่มาจับจ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ มีบางส่วนเข้ามาขอถ่ายเซลฟี่ด้วย ขณะที่บางร้านได้มอบอาหารและของที่ระลึกให้ พร้อมระบุว่าชื่นชอบที่เป็นคนพูดตรง ขณะที่นายกฯกล่าวว่า หากใครพูดโกหกอย่าไปเชื่อ พร้อมสอบถามว่าขายดีไหม โดยพ่อค้าบอกว่าขายดี นายกฯและคณะจึงเดินต่อไปยังวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เข้านมัสการพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุ พระประทานในอุโบสถ และพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเจ้าอาวาสได้มอบเทพเจ้ากวนอู และเหรียญที่ระลึก 5 บาทรัชกาลที่ 3 พร้อมกรอบรูปแสตมป์รัชกาลที่ 10 ให้แก่นายกฯ ทั้งนี้นายกฯยังได้ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย โดยเป็นที่รู้จักในนามของ “เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา” โดยนายกฯขอพรให้ดูแลชะตาชาติบ้านเมือง และได้สอบถามกับพระในวัดว่าปีม้า (มะเมีย) ชงกับปีอะไรหรือไม่ พระตอบกลับว่า นายกฯไม่มีชงกับอะไร ก่อนเดินทางกลับนายกฯกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอพรให้ประเทศชาติปลอดภัย ประชาชนมีความสุข

ส.ส.อนาคตใหม่โผล่ร้องทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนพิธีเริ่มขึ้นและก่อนนายกฯเดินทางมาถึงสถานีท่าพระ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.เขต 22 พรรคอนาคตใหม่ ได้มารอยื่นหนังสือถึงนายกฯ โดยที่ทีมงานนายกฯเข้ามาพูดคุยและพาเข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับหนังสือร้องเรียนแทน โดยนายเท่าพิภพยื่นร้องทุกข์กรณีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับพื้นที่ก่อสร้าง และที่สัญจรไปมา ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง และการจราจรติดขัดจากการวางเครื่องจักรกีดขวาง ก่อสร้างเสียงดังในเวลากลางคืน หน่วยงานของรัฐขาดการเข้มงวดกวดขัน โดยนายดิสทัตกล่าวว่า จะส่งเรื่องให้ผู้ว่าฯกทม. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขต่อไป

สั่งลุยรถไฟเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 9/2562 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ จากรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน อยากเห็นประเทศพัฒนาก้าวหน้า ขอให้ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน

“จุรินทร์” ติวเข้ม ผวจ.ประกันรายได้

อีกเรื่อง ที่กระทรวงมหาดไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายการประกันรายได้เกษตรกรผ่านระบบประชุมวีดิทัศน์ทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เข้าร่วม นายจุรินทร์กล่าวว่า เราต้องซักซ้อมนโยบายประกันรายได้เกษตรกรในสินค้าข้าว ยาง มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด โดยข้าวกับปาล์ม ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว ปาล์มจะประกันรายได้ที่ กก.ละ 4 บาท/ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ รัฐบาลจะจ่ายเงินงวดแรกในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนการประกันรายได้ข้าว จะเริ่มจ่าย 15 ต.ค. ทั้งนี้ จะรวมถึงชาวนาที่ลงทะเบียนประสบภัยน้ำท่วมจะได้รับเงินชดเชยเช่นกัน

“บิ๊กนัต” สานต่อภารกิจทัพฟ้า

ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ทำพิธีรับส่งหน้าที่แก่ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.คนใหม่ โดย พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า เชื่อมั่น พล.อ.อ.มานัต จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ ทอ.เป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาค ขณะที่ พล.อ.อ. มานัตกล่าวว่า พร้อมปฏิบัติหน้าที่สนองพระเดชพระคุณด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง ขอให้คำมั่นสัญญาจะนำพา ทอ.จะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาโดยยึดหลักนิติธรรม จงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม เสริมสร้างความรักความสามัคคีให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อพัฒนา ทอ.ก้าวสู่กองทัพชั้นนำในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม เราจะเป็นเสาค้ำจุนกอดคอร่วมกันไปกับทุกเหล่าทัพ

เอาแน่ซื้ออาวุธเสริมเขี้ยวเล็บ

พล.อ.อ.มานัตให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงสภาฯในวันประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า เรื่องการใช้งบฯเรามีกลไกที่ชัดเจนและปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ หรือ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มีแน่นอน เพื่อรักษาขีดความสามารถของกองทัพ ทั้งซื้อใหม่และปรับปรุงพัฒนา แต่จะเน้นการปรับปรุงพัฒนาโดยใช้ 4.0 ยกระดับหรืออัปเกรดของเก่า โดยใช้ภูมิปัญญาของคนไทยเข้าไปจัดการเกือบทั้งหมด ตรงนี้ถือว่าประหยัดงบฯเป็นจำนวนมาก เราเป็นทหารของชาติ ประชาชน และเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ต้องทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

โปรดเกล้าฯโอนย้าย “ร.1–ร.11”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกันเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วย บัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระ ปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ตามที่ รมว.กลาโหม ประกาศกำหนดไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.ก.ขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.ก.นี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 19 ก.ย.2562 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งซ่อมเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ส.ส.นครปฐมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประยุทธ์ จันทร์โอชาสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 01:46 น.