ว่าด้วยการล็อบบี้ยิสต์

ข่าว

    ว่าด้วยการล็อบบี้ยิสต์

    หมัดเหล็ก

      1 ต.ค. 2562 05:01 น.

      ผลพวงจากการเดินทางไปร่วม ประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 74 ที่ มหานครนิวยอร์ก ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผ่านมา แตกประเด็นกลายเป็นหัวข้อทางการเมืองหลายเรื่องด้วยกัน อาทิ เรื่อง การอนุมัติซื้อรถเกราะล้อยาง และ ฮ. จากสหรัฐฯ มูลค่านับหมื่นล้านของกองทัพก่อนที่จะลุกลามเป็นการเมืองภายใน สิ่งที่ผู้เล่นจะต้องคำนึงถึงคือผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศและประชาชนคนไทยในระยะยาว

      โดยเฉพาะการหยิบยกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อต้องการทำลายประเทศหรือดิสเครดิตผู้นำประเทศ ผลที่
      จะตามมาคือ การเมืองในประเทศ ที่จะต่อความยาวสาวความยืดเพิ่มปมความขัดแย้งอีกมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะคำว่า คนไทยหรือเปล่า หรือ จ้างคนต่างชาติมาประท้วง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเพราะที่มาประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ ในระหว่างทำหน้าที่ในสหรัฐฯ จำนวนนั้นมี คนไทย อยู่ด้วย

      คำว่า ล็อบบี้ยิสต์ โดยเฉพาะการเดินทางไปพบปะกับองค์กรขนาดใหญ่ ผู้นำองค์กร หรือภาครัฐของประเทศต่างๆในสหรัฐฯ ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติ เอาเฉพาะเมืองไทย ทุกรัฐบาล ทุกผู้นำ ที่จะเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ต้องจ้างล็อบบี้ยิสต์ทำงานทั้งนั้น จะสุ่มสี่สุ่มห้าขอเข้าพบเป็นเรื่องลำบาก

      เพราะฉะนั้นบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในต่างประเทศจึงได้รับความนิยมให้ทำการประสานงานเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน มีคนไทยที่ไปอาศัยอยู่ในสหรัฐฯได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประสานงานหรือล็อบบี้ยิสต์ หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาและเป็นที่รู้จักกันดี

      รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็เคยใช้บริการ รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็ใช้บริการเพราะจะง่ายกว่าที่จะใช้หน่วยงานของรัฐในการประสานงาน เพียงแต่ว่าจุดประสงค์ของการจ้างล็อบบี้ยิสต์เพื่ออะไร เพื่อธุรกิจ เพื่อการเจรจา เพื่อความสัมพันธ์ปกติ หรือเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่การทำงานจะเป็นที่เปิดเผย

      อย่างไรก็ตาม หากไม่นำมาขยายผลเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองกันภายใน เรื่องก็จะจบไปเพียงแค่นั้น เช่นยุคหนึ่งก็มีการกล่าวหากันว่ามีการจ้างล็อบบี้ยิสต์ไปฟ้องศาลโลก สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

      ตอนนี้ พรรคอนาคตใหม่ และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เลยตกเป็นจำเลยสังคม ด้วยข้อหาว่า จ้างคนต่างชาติมาประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในระหว่างเข้าร่วมประชุมยูเอ็น ต้องการป่วนผู้นำประเทศ ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียง ทำนองชักศึกเข้าบ้านอะไรประมาณนั้น

      ผลที่เป็นรูปธรรม คงเอาผิดอะไรใครไม่ได้ แต่ผลทางการเมือง ที่คิดว่าจะสกัดดาวรุ่งได้เป็นเรื่องที่น่าคิดเพราะต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนรวม หรือส่วนตัว ก็จะถูกเอามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองทุกเรื่อง

      การพูดความจริงแค่ครึ่งเดียวหรือการนำความจริงเพียงครึ่งเดียวมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ให้ข้อมูลแบบผิดๆ สร้างความเชื่อแบบผิดๆ ทุกลมหายใจมีแต่ความต้องการเอาชนะกันทางการเมือง

      แล้วประเทศแล้วประชาชนจะเหลืออะไร.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กล็อบบี้ยิสต์ประสานงานประยุทธ์ จันทร์โอชาการดิสเครดิตฟ้องศาลโลก

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 05:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์