"ธัญวัจน์" ส.ส.อนาคตใหม่ หวังยกระดับความเท่าเทียมทางเพศ ชี้ พ.ร.บ.คู่ชีวิต สร้างความเหลื่อมล้ำ ต้องแก้กฎหมายแพ่ง-พาณิชย์ ม.1448 เผยยกร่าง ก.ม.คืบแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ แนะอย่ามองคนที่เพศ ให้มองที่ความสามารถ
เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ส.ส.กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) กล่าวถึงแนวทางในการขับเคลื่อนประเด็นความเท่าเทียมทางเพศว่า พรรคอนาคตใหม่ต้องทำในสิ่งที่เราได้หาเสียงไว้กับประชาชนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเป็นนโยบายหนึ่งที่เราได้หาเสียงไว้ สิ่งที่เราอยากผลักดันคือการสมรสเท่าเทียม ที่ต้องแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ทุกคนต้องสามารถสมรสกันได้ แต่ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เป็นฐานความคิดที่แบ่งคนหลายทางเพศ แบ่งออกไปจากสังคม มองว่าคนกลุ่มนี้ต้องใช้กฎหมายต่างหาก ฐานความคิดแบบนี้เป็นฐานความคิดของความไม่เท่าเทียม พ.ร.บ.คู่ชีวิตไม่สามารถพัฒนาไปสู่ความเท่าเทียมได้ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่ได้รับสิทธิต่างๆ แต่การแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 เป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเดิม ให้ขยายสิทธิครอบคลุมทุกคน เพราะคนทุกคนควรใช้กฎหมายเดียวกัน เราต้องทำให้กฎหมายเดิมที่มีอยู่ขยายความออกไป ให้ทุกคนสามารถสมรสกันได้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ต้องไม่กระทบสิทธิของพวกเขา อันนี้คือฐานความคิดแบบเท่าเทียม
นายธัญวัจน์ กล่าวว่า เรื่องความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่เรื่องเฉพาะของกลุ่มคนข้ามเพศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้หญิงที่ในสังคมยังมีการละเมิดสิทธิ ไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายด้วย รวมทั้งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังพบปัญหาหลายๆ อย่าง โดยขณะนี้คณะทำงานความเท่าเทียมทางเพศพรรคอนาคตใหม่ ได้พิจารณาในทุกมาตรา ตอนนี้ดำเนินการไปกว่า 95% แล้ว เตรียมที่จะยกร่างเสนอเป็นกฎหมาย หากเสร็จแล้วจะให้คนในพรรคได้เห็น และให้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ได้ดูและรับฟังความเห็นว่ามีตรงจุดไหนต้องปรับปรุงบ้างหรือไม่ รวมทั้งต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งหากผ่านตรงขั้นตอนนี้ไปเราจะมาดูสถานการณ์การเมือง เพราะขณะนี้เสียงปริ่มน้ำมาก เราจึงต้องวางกลยุทธ์ว่าจะเสนอเข้าสู่สภาได้ตอนไหน เพื่อให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านการพิจารณา และสามารถบังคับใช้ได้ ซึ่งขณะนี้ทางเราเองก็ได้มีการพูดคุยกับหลายๆ พรรค ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้
...
"พ.ร.บ.คู่ชีวิตนั้น ดูภาพรวมแล้วเหมือนว่า จะไม่สนับสนุนสิทธิพื้นฐานของพลเมือง สร้างความเหลื่อมล้ำ และไม่เข้าใจสถานการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะสร้างครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี เพราะพวกเขาสามารถลงทุนกับครอบครัวได้อย่างเต็มใจ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อของใช้ต่างๆ ได้ แต่ในปัจจุบันคนข้ามเพศมักจะโดนกีดกัน บางที่ไม่รับเข้าทำงาน ตรงนี้ถือว่าส่งผลกับเศรษฐกิจทางอ้อม เพราะรัฐจะไม่ได้ภาษีจากพวกเขาเท่าที่ควร" นายธัญวัจน์ กล่าว
นายธัญวัจน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะยอมรับกลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้น แต่ก็ยังมีเงื่อนไขบางอย่าง คือ ต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรม หรือกฎกติกาของบางองค์กร บางครั้งการแต่งตัว หรือการแสดงออกของกลุ่มคนข้ามเพศบางทีอาจจะดูเกินไปบ้าง อาจสร้างอคติให้กับคนบางคน แต่ตนอยากให้มองที่ความสามารถของพวกเขามากกว่า เราควรเคารพซึ่งกันและกัน เอาเรื่องเพศออกแล้วมองกันที่ความสามารถ สังคมต่างหากที่หมกหมุ่นเรื่องเพศ ไม่ใช่พวกเรา.