น้ำลดตอผุด...

แม้น้ำฝนจะเบาบางลงแต่ก็ต้องช่วยเหลือดูแลประชาชนทั้งระบบจนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี

เผอิญที่ว่าห้วงเวลานี้สภาปิดสมัยประชุมครั้งที่ 1 ทำให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างขะมักเขม้น

ได้คะแนน ได้เสียงกันตามติดไปด้วย

หลังผ่านศึกสำคัญจากการอภิปรายทั่วไปไม่ลงตัวมาแล้ว แม้จะยังไม่เล่นงานรัฐบาลให้คาเขียงในสภาฯได้

7 พรรคฝ่ายค้านจึงเปิดเกมใหม่ในประเด็น “จริยธรรม”

เรียกว่าตามล่าตามล้างกันให้สุดๆไปเลย

แต่มีปรากฏการณ์ทางการเมืองให้ได้เห็นกัน ยิ่งพรรคเพื่อไทยมัวแต่เดินหน้าฝ่าดงเพื่อหวังว่าจะจัดการกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯให้อยู่หมัด

ระหว่างนี้นายกฯได้เดินทางไปร่วมประชุมยูเอ็น ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่เมื่ออยู่ในฐานะประธานอาเซียนคือต้องสวมหัวโขน 2 ใบ ในเวลาเดียวกัน

“เพื่อไทย” คงคิดจะเดินหน้าทางการเมือง แต่คงลืมระวังหลัง เมื่อฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐได้มีการเดินเกมลึก หรือเกมใต้ดิน

เพื่อดึง “งูเห่า” จากพรรคฝ่ายค้านให้ได้

เพราะหากมองเกมกันแล้วแม้รัฐบาลจะผ่านการอภิปรายทั่วไปมาอย่างร่อแร่ แต่ต้องไม่ลืมหนทางข้างหน้าคือประชุมสภาฯเพื่อพิจารณางบประมาณ

เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญและพิสูจน์ว่าเสียง “ปริ่มน้ำ” นั้นจะเอาชนะฝ่ายค้านได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่การลงมติอย่างกรณีการพิจารณาข้อบังคับของสภาฯที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้กราวรูดมา 2 ครั้ง

แม้จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเป็นเพียงแค่เรื่องของ กมธ. เท่านั้น แต่มันส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าไม่มีความเป็นเอกภาพและฝ่ายรัฐบาลควรจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน

...

หากพ่ายแพ้ขึ้นมาอีกนั่นหมายความว่ารัฐบาลจะต้องจบไปทันที

ที่ว่าเพื่อไทยไม่ระวังหลังก็คือ ในแวดวงรัฐบาลพยายามที่บอกกับสังคมว่าแม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่ก็ไปรอดและอยู่ครบเทอมด้วย

บางคนถึงตอกย้ำว่าจะสามารถดึงเสียงจากฝ่ายค้านมาได้เน้นไปที่เพื่อไทยและอนาคตใหม่อย่างน้อยก็ 20 เสียงขึ้นไป

เป็นความมั่นใจแม้ผลยังไม่เป็นรูปธรรมก็ตาม

สิ่งบอกเหตุต่อความเคลื่อนไหวนั้นเริ่มมาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่สุรินทร์ ปรากฏว่า ส.ส. เพื่อไทยอย่างน้อยก็ 2-3 คน ได้ไปต้อนรับ

ส่งเสียงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯนานๆ

แม้แต่การไปตรวจน้ำท่วมครั้งล่าสุดที่อุบลฯ ก็เล่นเกมจิตวิทยาถามหา ส.ส.เพื่อไทยว่าหายหัวกันไปไหนไม่มาช่วยน้ำท่วมหรือ

ที่ปรากฏชัดเจนนับแต่นั้นก็คือการที่ฝ่ายค้านขอตั้ง กมธ. อีอีซี ปรากฏว่า แพ้ราบฝ่ายรัฐบาลจนรู้เหตุว่ามี ส.ส.เพื่อไทย 16 คน ไม่มาประชุม

เป็นความสงสัยที่สะท้อนความจริง

จากนั้นก็มี ส.ส.เพื่อไทยได้กินข้าวกับแกนนำพลังประชารัฐถึงกับมีการออกข่าวว่ามีการแจกซอง “จูงใจ” ได้ด้วย ทำให้ผู้บริหารพรรคไม่พอใจและจะจัดตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้

แต่ก็มีประธานภาคอีสานของพรรคคือนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้แสดงความไม่พอใจผู้บริหารพรรคอ้างว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกินข้าวร่วมกันได้และตั้งกรรมการสอบ “สิ่งจูงใจ” ได้

หากต้องเสีย “งูเห่า” ไปส่วนหนึ่งมีหวังได้เกิด “โดมิโน” แน่!!

“สายล่อฟ้า”