ข่าว
100 year

ส.ว.ชี้ความสำเร็จ สสส. คนไทยสูบบุหรี่ ดื่มสุราน้อยลง

ไทยรัฐออนไลน์17 ก.ย. 2562 17:17 น.
SHARE

"สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" ชี้ความสำเร็จของ สสส. ทำให้คนไทยสูบบุหรี่และดื่มสุราน้อยลง โดยสะท้อนจากรายได้ปี 2561 ลดลง พร้อมแนะวิธีเพิ่มรายได้เพื่อให้งานสำเร็จมากยิ่งขึ้น

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายในการประชุมวุฒิสภาประเด็นผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 และทิศทางของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใจความตอนหนึ่งว่า ผลการดำเนินงานทางการเงินในปีงบประมาณ 2561 ปรากฏว่า กองทุน สสส. มีรายได้ลดลงร้อยละ 8 และรายจ่ายลดลงร้อยละ 4.6 เมื่อรายได้ลดลงอัตรามากกว่ารายจ่ายส่งผลให้ขาดทุนมากขึ้น จากที่ขาดทุน 157 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2560 เพิ่มเป็น 301 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบ ประมาณ 2561 หรือคิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 48%

ทั้งนี้ รายได้หลักของ สสส. มาจากการจัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตว่าด้วยสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีที่จัดเก็บ ปรากฏว่า รายได้ของ สสส. จากการจัดเก็บดังกล่าว ลดน้อยลง ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าในปี 2560 แนวโน้มผู้ดื่มสุราลดลงจากปี 2558 ร้อยละ 5.6 ส่งผลให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ลดลงนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ สสส. ในการทำให้มีผู้สูบบุหรี่และดื่มสุราน้อยลง

นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า แผนงาน สสส.มีขอบข่ายกว้างขวางครอบคลุมถึงมิติทางสุขภาพโดยรวมมากขึ้น รวมทั้งการลดการคุกคามของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก องค์การสหประชาชาติ ที่ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของเรื่องนี้ มีผลงานเป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย สสส. จึงมีความจำเป็นต้องมีรายได้มากขึ้น ซึ่งเพื่อให้ สสส. ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานมากขึ้น จึงตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะดังนี้

1. สสส. จะหารายได้เพิ่มได้อย่างไร เช่น ขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติม ขอเงินอุดหนุนจากภาคเอกชนและองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศและเงิน หรือทรัพย์ที่มีผู้อุทิศให้เพิ่มเติม ตามมาตรา 6 (3) และ (4) ในพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ตามลำดับ ที่สามารถเปิดช่องให้ทำได้

2. สสส. ควรมีช่องทางให้ประชาชนชุมชนในพื้นที่เสนอแผนงานโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนขึ้นมายังคณะกรรมการเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาด้านสุขภาพที่ตรงจุด

3. สสส. ควรริเริ่มสร้างฐานข้อมูลด้านสุขภาพเป็นของตัวเอง ที่สอดคล้องกับแผนงานโครงการมิติครัวเรือน และมิติพื้นที่ เช่น มีกี่ครัวเรือน กี่หมู่บ้าน กี่ตำบลและกี่อำเภอ ที่สามารถวางแผนในการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างตรงเป้าหมาย

4. ฐานข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาสุขภาพให้ผู้มีรายได้น้อย หาก สสส. จัดเก็บข้อมูลตามรายได้ของครัวเรือน โดยแบ่งฐานข้อมูลครัวเรือน 2 ระดับคือ ระดับครัวเรือนที่มีรายได้สูงกับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งสามารถนำไปวางแผนจัดลำดับความสำคัญได้

5. ฐานข้อมูลข้างต้นที่จัดทำในมิติพื้นที่ ทำให้ทราบว่าพื้นที่ใดมีปัญหามาก พื้นที่ใดมีปัญหาน้อยและแต่ละพื้นที่ย่อมมีบริบทกำหนดปัญหาด้านสุขภาพไม่เหมือนกัน ทำให้โครงการเดียวกันอาจใช้ได้ผลในบางพื้นที่ และอาจใช้ไม่ได้ผลในบางพื้นที่

6. สสส. ควรบูรณาการฐานข้อมูลกับฐานข้อมูลหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงการคลังและสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อช่วยให้การออกแบบแผนงานโครงการสอดคล้องกันทั้งระดับรายได้และระดับพื้นที่ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลของ สสส. จะเป็นประโยชน์ต่อการเสนอแนะนโยบายด้านสวัสดิการสังคมและสาธารณสุขให้แก่หน่วยงานอื่นได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สสส.สถิต ลิ่มพงษ์พันธุ์ส.ว.

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้