เอาความจริงถอนหอก

ที่ปักอก ร.อ.ธรรมนัส หรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ผ่านทะลุไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หวังผลไปที่การล้มครืนของรัฐบาล

นั่นเป็นจุดหวังผลนำไปสู่ความเป็นไปของรัฐบาล

ว่าไปแล้วเรื่องยาเสพติดที่ออสเตรเลียนั้น มีความจริงแท้ อยู่ที่ศาลออสเตรเลียถึงความเป็นไปต่างๆในเรื่องที่เกิดขึ้น

หากได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการจากออสเตรเลียทุกอย่างก็จะจบลงได้ว่าอะไรเป็นอะไร

ทางแก้ทางหนึ่งก็คือรัฐบาลไทยจะต้องใช้หน่วยงานของภาครัฐร้องขอข้อมูลอย่างเป็นทางการก็จะพิสูจน์ทราบได้

ใครจริง–ใครเท็จ...หรือการเมืองเรื่องโค่นล้มกัน

ร.อ.ธรรมนัสนั้นผ่านเส้นทางการเมืองมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จนมาถึงเพื่อไทย จากนั้นก็หันเหมาที่พลังประชารัฐจนได้มีตำแหน่งทางการเมืองคือเป็น “รัฐมนตรี”

อีกบทบาทก็คือการเป็น “มือเคลียร์” ให้กับพลังประชารัฐแทบทุกเรื่อง มีปัญหาตรงไหนก็เข้าไปจัดการสำเร็จไปหลายเรื่อง

ไม่นับภารกิจสำคัญคือ “หนุมานถวายแหวน” ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2 พี่น้อง บูรพาพยัคฆ์อย่างเต็มหัวใจ

ทิ่มไปที่อก “ผู้การนัส” ก็เจ็บไปถึงลูกพี่ฉันนั้น!

พรรคเพื่อไทยนั้นย่อมรู้ข้อมูลนี้ดีที่สุด เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสนั้นเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคตัวจริงมาตั้งแต่เริ่มต้น

คำถามก็คือทำไมเก็บงำเอาไว้มายาวนานต่างกับที่กำลังถล่มใส่กันในขณะนี้ คงเป็นว่าเมื่อยกพวกไปและกำลังขึ้นหม้อก็ต้องงัดตำรามาฟาดฟันกัน

...

เพียงแต่ไม่เล่นเองตรงๆกลัวว่าจะถูกย้อนแย้งกลับก็เลยโอนของร้อนนี้ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อดีต ผบ.ตร. ที่มีลำหักลำโค่นไม่ธรรมดาและคงพอจะมีความรอบรู้วิชาทั้งด้านคดีกฎหมายและความเป็นไป

รู้กันดีว่าพรรคเพื่อไทยที่บรรดาเซียนการเมือง “สอบตก” กันเป็นส่วนใหญ่เหลือก็ระดับมือรองและนักการเมืองรุ่นใหม่

พูดง่ายๆว่ามือยังไม่ถึงขั้น?

อีกทั้งหากโดดเล่นเองเต็มตัวก็อาจจะถูกย้อนศรด้วย

คำถามว่าแล้วตอนที่ ร.อ.ธรรมนัสอยู่ร่วมก๊วนกันนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมแล้วหรือจึงต้องปิดกันให้เงียบ

ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงก็คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์นั้น ได้รับการสนับสนุนในทางลับจากคนแดนไกลมานานแล้วถึงขั้นจะส่งเสริมให้เป็นนายกฯด้วยซ้ำไป

พรรคเสรีรวมไทยเติบโตใหญ่ขึ้นมาได้ระดับนี้จึงไม่ใช่ธรรมดาขนาดส่งผู้สมัคร ส.ส.เต็มพิกัดหวังผลถึงขั้นจะก้าวไปสู่เก้าอี้สูงสุดทางการเมืองอีกด้วย

แน่นอนว่าเรื่องนี้ในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช. สดๆร้อนๆที่มีอำนาจตรวจสอบเรื่องฉาวๆทำนองนี้ จึงขอประเดิมตำแหน่งที่จะเล่นงาน ร.อ.ธรรมนัสทันที

นี่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะตรวจสอบค้นหาความจริง

ทางเดียวที่รัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไข เพราะมิฉะนั้นก็จะสั่นไหวไปอีกยาว อันไม่ส่งผลดีแต่อย่างใด

จึงต้องหาหนทางพิสูจน์ความจริงด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นทางการ หากพบว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านนั้นถูกต้องก็จบกันและ ร.อ.ธรรมนัสก็ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถ้าเป็นการกล่าวหาใส่ไคล้กัน หอกนี้ก็จะคืนสนองเอง.

“สายล่อฟ้า”