ฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม เสด็จทางการ 20-23 พ.ย.

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนไทยเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 350 ปีแห่งการสถาปนามิสซังสยามและฉลอง 50 ปี แห่งสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและนครรัฐวาติกัน ระหว่าง 20-23พ.ย และทรงมีกำหนดเยือนประเทศญี่ปุ่นในลำดับถัดไป ขณะที่พระญาติของพระสันตะปาปาที่มีคนเดียวในเมืองไทย เผยดีใจที่จะได้พบกันอีกครั้ง

ที่อาคารรวมจิตเพียรธรรม โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เมื่อบ่ายวันที่ 13 ก.ย. อาร์ชบิชอป พอล ชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย และพระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย แถลงถึงการเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศ ไทย เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 350 ปีแห่งการสถาปนามิสซังสยามและฉลอง 50 ปีแห่งสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและนครรัฐวาติกัน ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย.2562

ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมีความโสมนัสอย่างยิ่ง สำหรับการจาริกเพื่อสันติภาพและเสวนาระหว่างศาสนา กับผู้นำศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย การนี้จะทรงประกอบพิธีมิสซา 2 ครั้ง คือ พิธีมิสซาสำหรับคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศที่มีอยู่จำนวน 388,468 คน จาก 11 เขตศาสนปกครอง อีกทั้งทรงเยี่ยมเยียนชาวคริสต์ในประเทศไทยเป็นเวลา 4 วัน ก่อนเสด็จไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23-26 พ.ย. โดยจะเสด็จเยือนกรุงโตเกียว เมืองนางาซากิและเมืองฮิโรชิมา ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นประมุขโรมัน-คาทอลิกองค์ที่ 2 ที่เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 35 ปี นับจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2527

...

ดร.วิษณุ กล่าวต่อว่า ศาสนาคริสต์นิกายโรมัน-คาทอลิกในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานว่ามิชชันนารีคณะโดมินิกัน เข้าสู่ประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1511 ได้ตั้งรากฐานอย่างมั่นคงถาวร เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 4 ทรงสถาปนามิสซังสยามขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ค.ศ.1664 มิชชันนารีและศาสนิกชนคาทอลิกได้นำวิทยาการจากตะวันตก มาช่วยเสริมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ อีกทั้งยังประกอบกิจเมตตาสาธารณกุศลแก่ประชาชนโดยทั่วไป ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกัน ได้กระชับแน่นแฟ้นแต่กาลนั้นจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ 266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ประกาศนียบัตรสาขาวิชาปรัชญาจากมหาวิทยาลัยแม็กซิโม ซานโฮเซ่ ถวายพระองค์เป็นนักบวชบาทหลวงในคณะแห่งพระเยซูเจ้า (เยสุอิต) ในปี ค.ศ.1969 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรสและได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี ค.ศ.2001 ภายหลังสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์เมื่อ ค.ศ.2013 จึงทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัล ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ค.ศ.2013 ทรงเลือกใช้พระนามว่า “ฟรานซิส” ซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีพระญาติอยู่ในประเทศไทย คือ ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี อายุ 77 ปี รองอธิการิณี โรงเรียนคาทอลิก หญิงล้วนเซนต์แมรี อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ผู้มีทวดคนเดียวกันกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยซิสเตอร์ซิโวรี ให้สัมภาษณ์ว่า การเยือนครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมการหารือกับศาสนาอื่น และเผยแพร่สาส์นแห่งสันติภาพ รู้สึกดีใจเพราะพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีก่อน ที่นครรัฐวาติกัน พระองค์ทรงเป็นคนหัวโบราณจะไม่เขียนอีเมลถึงกัน แต่จะเขียนเป็นจดหมายด้วยลายพระหัตถ์ เชื่อว่าจะได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันที่กรุงเทพฯ ตอนนี้เพื่อนบ้านในละแวกที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาวคริสต์ มาถามบ่อยมากว่าพระองค์จะเสด็จเยือนจังหวัดอุดรธานีไหม