ข่าว
100 year

ฎีกาคุก 4 ปี อริสมันต์-พวก คดีล้มประชุมอาเซียน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

วิษณุชี้ ‘ไวพจน์’ พ้น ส.ส.

“กี้ร์ อริสมันต์” อดีตแกนนำ นปช. กับพวกไม่พ้นคุก คดีบุกล้มการประชุมอาเซียน ศาลจังหวัดพัทยาอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินลงโทษจำเลยทั้ง 12 คน ให้จำคุกคนละ 4 ปี ไม่รอลงอาญา ยกฟ้อง 1 คน เนื่องจากเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม

ขณะที่ในการอ่านคำพิพากษามีจำเลยมาร่วมฟังพิจารณาคดีเพียงคนเดียว ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที พร้อมสั่งออกหมายจับพวกที่เหลือ 8 คน และนัดใหม่ 3 คน “วิษณุ” ระบุ “ไวพจน์” พ้นจากการเป็น ส.ส. ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ส่วน “สุชาติ” ไม่กังวลเสียงปริ่มน้ำ

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี “อริสมันต์” กับพวกรวม 12 คน ล้มประชุมอาเซียน สั่งออกหมายจับมาลงโทษรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ศาลจังหวัดพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่มีพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช.กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลย ในข้อหาร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และ พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 โดยมีนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 มาศาลเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกันทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน ให้เหตุผลว่าจำเลย 2 คนป่วยพร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยัน ส่วนจำเลยอีก 3 คน ไม่ได้รับหมายนัด แต่ศาลไม่เลื่อนนัดสั่งอ่านคำพิพากษาทันที ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องนายสมยศ พรหมมา หรือนายสมญศฆ์ พรมมา เพราะเห็นว่าเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม ส่วนที่เหลืออีก 12 คน พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ในข้อหาร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน โดยนายศักดา นพสิทธิ์ ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยาทันที

สำหรับความเป็นมาของคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10-11 เม.ย.2552 นายอริสมันต์ อดีตแกนนำ นปช.กับพวกเข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา กำลังจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแล้วบุกเข้าในโรงแรมเพื่อยื่นหนังสือประท้วงต่อตัวแทนอาเซียนจนการประชุมต้องล้มเลิกลง ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีผู้ร่วมกระทำความผิดส่งพนักงานอัยการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยารวม 13 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ นายนิสิต สินธุไพร นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวรชัย เหมะ นายวันชนะ เกิดดี นายพิเชฐ สุขจินดาทอง นายศักดา นพสิทธิ์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายนพพร นามเชียงใต้ นายสำเริง ประจำเรือ นายสมยศ พรหมมา นพ.วัลลภ ยังตรง และนายสิงทอง บัวชุม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยคนละ 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา กระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว

ทีมทนายความของจำเลยเปิดเผยว่า นายอริสมันต์ และ นพ.วัลลภไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาโดยมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ศาลจังหวัดพัทยาเห็นว่าอาการป่วยไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา และให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 8 คน และให้ออกหมายนัดใหม่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ และออกหมายจับ อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค. เวลา 09.00 น.

ที่รัฐสภา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำเเพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และอดีตแกนนำ นปช. หนึ่งในจำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียน ยังเข้าร่วมประชุมสภาฯตามปกติ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวมาดักรอสัมภาษณ์ว่า ยังประชุม ส.ส.ตามปกติยังไม่มีอะไร ยังไม่เห็นหมายอะไร และยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องรอดูความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ภายหลังศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เข้าให้กำลังใจ พ.ต.ท.ไวพจน์ ระหว่างการประชุม ส.ส. ทั้งนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ได้พยายามพูดคุยกับแกนนำพรรคว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่ ขอให้ส่งบุตรชายลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตของตนแทน การตัดสินใจดังกล่าวต้องรอการพิจารณาจากนายวราเทพ รัตนากร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลพื้นที่กำแพงเพชร รวมทั้งกรรมการบริหารพรรค

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงยังตอบไม่ถูก เพราะยังไม่รู้เรื่อง เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแล้ว ก็ไม่เกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. กรณีนี้ถือว่า พ.ต.ท.ไวพจน์พ้นจากการเป็น ส.ส. เพราะศาลได้ตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตของ พ.ต.ท.ไวพจน์ เช่นเดียวกับที่จะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในจังหวัดนครปฐม ที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลาออก และจะมีผลต่อคะแนนรวมของพรรคด้วย แต่ไม่ทราบว่าจะมีผลมากน้อยเพียงใด

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเรื่องเดียวกันว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้ไปเข้าฟังคำพิพากษาเนื่องจากอยู่ในที่ประชุมสภาฯ เจ้าตัวจึงยังไม่ได้รับทราบคำพิพากษาดังกล่าว ถือว่าตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังคงเป็น ส.ส.อยู่ ยังไม่ได้รับคำสั่งศาลฯอย่างเป็นทางการที่เเน่นอนส่งมายังสภาฯ เมื่อถามว่า เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลหายไปอีก 1 เสียง กังวลหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังเป็น ส.ส.อยู่ จนกว่าจะมีคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการมาที่สภาฯก่อน จึงยังไม่มีผลอะไร และไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำ เราขึ้นมาเป็นประธานเเล้วอยู่ข้างบนไม่ได้กังวลอะไร ก็ให้ข้างล่างไปจัดการกันเอง

ส่วนนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานะความเป็น ส.ส. ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (13) ระบุถึงการสิ้นสมาชิกภาพของ ส.ส. คือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ดังนั้น ถือว่าสิ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ทันที ตามขั้นตอนประธานสภาฯต้องแจ้งคำพิพากษาศาลฎีกาต่อที่ประชุมสภาฯให้รับทราบ แต่ศาลยังไม่ส่งคำพิพากษามายังสภาฯ ส่วนการจับกุมหรือการดำเนินคดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วในสมัยการประชุมนั้นสามารถทำได้เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว ส.ส.ที่ถูกคำพิพากษาจะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง

ขณะเดียวกัน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า ส.ส.ที่ถูกจำคุกจะพ้นจากสมาชิกภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (13) ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องพ้นสภาพ หากถูกศาลสั่งจำคุก และปัจจุบันศาลพิจารณาคดีอาญาได้ แม้จะอยู่ในสมัยประชุม โดยไม่ต้องขอต่อสภาฯ เพียงแต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 125 วรรคสี่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อริสมันต์ พงศ์เรืองรองล้มประชุมผู้นำอาเซียนจำคุกอริสมันต์ล้มประชุมอาเซียนพัทยาศาลฎีกาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้