ข่าว
100 year

ตู่โบ้ยปมฉาว "ธรรมนัส" แค่กระพี้-ทุกรัฐบาลก็มีตำหนิ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ย. 2562 05:02 น.
SHARE

"พิเชษฐ" ถอนตัว-เลิกกินกล้วย ป้อมดึงอนุชารองยุทธศาสตร์

“บิ๊กตู่” หน้าบูดปม “ผู้กองนัส” หงุดหงิดสื่อถามแต่ข่าวกระพี้ บอกรัฐบาลไหนก็มีตำหนิ “ธรรมนัส” ลั่นไม่แจงอะไรอีกแล้ว อ้างเป็นข้อตกลงทำไว้กับศาล-ตร.ออสเตรเลีย สั่งทีมกฎหมายฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา ท้าอีแอบเปิดหน้าชกกันดีกว่า ย้อนสื่อทำไมต้องลาออก ยอมขอโทษพรรคเล็กที่เปรียบเป็นลิง

“พิเชษฐ” นำประชาธรรมไทยถอนตัวจากร่วม รบ. เหน็บแสบใครอยากกินกล้วยต่อก็เรื่องของเขา รุ่นพี่ จปร.14 ดีดปาก “น้องไม่ต้องซื้อให้ มีเงินซื้อกินเองได้” พท.-อนค.-ปชป.เร่งดันตั้ง กมธ. แก้ รธน.ให้ทันสมัยประชุมนี้ “ประยุทธ์” ไม่ขวางแต่อย่าปลุกลงถนน “ป้อม” ดับฝันขอแก้น้ำท่วมก่อน “จุมพิตา” ส.ส.อนค. ยื่นลาออก ครม. ตั้ง “ม.ล.พัชรากร” เลขา ก.พ.

มรสุมการเมืองถล่มใส่รัฐบาล ทั้งประเด็นความไม่พอใจของพรรคเล็กร่วมรัฐบาล และประเด็นคุณสมบัติรัฐมนตรีบางคน ล่าสุดพรรคประชาธรรมไทยมีมติเอกฉันท์ประกาศถอนตัวจากการร่วม รัฐบาล หลังถูก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปรียบเปรยว่าเป็นลิงกินกล้วย ขณะที่ตัว ร.อ.ธรรมนัสถูกสื่อออสเตรเลียพาดพิงในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด

“บิ๊กตู่” หน้าเครียดปม “ผู้กองนัส”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่สื่อประเทศออสเตรเลียตีพิมพ์รายงานพาดพิง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ พัวพันยาเสพติดและต้องโทษจำคุก 4 ปี ทั้งนี้ ก่อนการประชุมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รณรงค์โครงการ “สคบ.งดพลาสติก หิ้วปิ่นโต โชว์ถุงผ้า” ให้ประชาชนงดการใช้พลาสติก ขณะที่นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลพยายามทำเต็มที่ แต่ก็มีเรื่องกระจ๊อกกระแจ๊กน่าเบื่อเข้ามาอีก

หงุดหงิดสื่อถามแต่ข่าวกระพี้

จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข นำชุดสุขภาพวัยทำงาน 10 package “ปลอดภัยดี สุขภาพดี งานดี มีความสุข ในสถานประกอบการ” เพื่อกระตุ้นวัยทำงานดูแลสุขภาพตัวเอง โดยนายกฯกล่าวว่า ที่ทำนั้นดีแล้ว แต่การทำงานต้องชี้แจงและทำความเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่บ้าง ต้องสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐว่าเราจะทำงานร่วมกันอย่างไร “จะได้ลดข่าวที่เป็นข่าวกระพี้ๆลง ถามกันให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย”

ต่อมานายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าประชาสัมพันธ์กิจกรรมพิเศษ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ที่จะมาจัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.-15 ธ.ค. มีนักแสดงแต่งตัวเป็นทหารจีนและนักดนตรีบรรเลงเพลงจีนประกอบการประชาสัมพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากให้คนไทยสนใจเรื่องนี้ ดีกว่าไปสนใจอะไรไม่รู้ ก่อนหันไปคุยกับนักแสดงว่า หนวดที่ทำมาล้างออกไหม วันหลังจะติดหนวดบ้างจะได้เดินไปไหนมาไหนได้บ้าง

ฟาดหางถึงรัฐบาลชุดก่อนๆ

ต่อมาช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ว่า เรื่องคดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ จะไม่ขอพูด เพราะชี้แจงหลายรอบแล้วถือว่าจบแล้ว ไม่ใช่ใครพูดอะไรมาก็มาถามนายกฯ แล้วเอาไปสานต่อ มันไม่จบสักที เมื่อถามว่าคิดอย่างไรหลายคนมองว่ารัฐบาลนี้มีตำหนิ มีรัฐมนตรีที่มีคดีติดตัว แม้เคลียร์แล้วแต่เรื่องยังกลับมาโจมตีรัฐบาลได้อีก

พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมถามว่ารัฐบาลอื่นไม่มีหรือ ก็มีตำหนิกันทุกรัฐบาลนั่นแหละ กฎหมายเขียนไว้อย่างไร กระบวนการตรวจสอบ กระบวนการทางยุติธรรม หากยังไม่เสร็จสิ้นต้องรอผลตรงนั้น เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ในวันนี้มีขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ ถ้าผิดก็มีผลย้อนหลังไปทุกเรื่องที่ค้างคาอยู่ ไอ้คนที่ออกมาพูดก็ขอให้ย้อนกลับไปดูว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีปัญหาบ้างหรือเปล่า มีทุกคนนั่นแหละ พอถึงเวลานั้นก็อ้างอย่างที่ผมอ้างเหมือนกัน ถึงเวลาเขาตัดสินว่าผิดก็มาบอกว่าไม่เป็นธรรม แต่ผมไม่เคยทำอย่างนั้น”

“ธรรมนัส” สั่งฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าประชุม ครม.ตามปกติ แต่มาถึงหลังจากคณะรัฐมนตรีขึ้นประชุมเกือบครบแล้ว โดย ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว แต่ยังหันมายิ้มให้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ พร้อมโบกมือให้ก่อนเดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเข้าร่วมประชุม ครม.

กระทั่งเวลา 13.00 น. ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีนายไมเคิล อีวานส์ คอลัมนิสต์ของสื่อออสเตรเลีย เปิดเผยข้อมูลเคยถูกจำคุกคดียาเสพติด 4 ปี ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ชี้แจงไปหมดแล้ว การเอาข่าวมาเขียนละเอียดยิบขนาดนั้นต้องมีที่มาที่ไป ตนรู้หมดแล้วว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร โยงใยกับเรื่องอะไร รู้โครงข่ายทั้งหมดแล้ว ไม่เป็นไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนต้องแก้ไข มอบหมายทนายความและฝ่ายกฎหมาย ดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญา

ยกข้ออ้างที่ทำไว้กับออสเตรเลีย

เมื่อถามว่าที่เคยชี้แจงว่าถูกกักตัว 8 เดือน แต่ข่าวระบุถูกจำคุก 4 ปี ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เป็นเรื่องรายละเอียดที่ตกลงกับศาลออสเตรเลียและเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ และตนแถลงไปแล้วจะไม่พูดซ้ำอีกเรื่องบางเรื่องพูดไปไม่มีประโยชน์กับตัวเอง และไม่มีประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมของเขา เราไม่ควรพูด ทำให้คนอีกหลายคนเขาเสียหาย เมื่อถามว่ามีเอกสารชี้แจงว่าถูกจำคุกแค่ 8 เดือนหรือไม่

ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ตนชี้แจงไปแล้ว และจะไม่ย้อนพูดเรื่องเก่าๆ จะอยู่กับปัจจุบันและอนาคต เมื่อถามว่าระหว่างที่อยู่ออสเตรเลียเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ใช่ เรื่องรายละเอียดระหว่างที่ตนอยู่ต่อสู้คดี หลังจากนั้นก็ไปใช้ชีวิตในสถานที่ทำงาน ขอยืนยันตามนั้น เขาไม่รู้รายละเอียดอะไรเป็นอะไร

ท้าอีแอบเปิดหน้าชกกันดีกว่า

เมื่อถามว่าระหว่างการสอบสวนเรื่องดังกล่าวได้สารภาพเพื่อขอลดหย่อนโทษหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่เคยรับสารภาพ ไม่เคยกระทำผิดอย่างที่เขียน เรื่องนี้คงเป็นการเขียนภายในประเทศและส่งไปให้นักข่าวออสเตรเลียมากกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อมาจากนายไมเคิล อีวานส์ หลายรอบแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ตื่นเต้นอะไร คงต้องไปเจาะว่าเขาเป็นเครือข่ายอะไรกับนายไมเคิล เรื่องนี้อย่าให้พูดมากเลย เอาเรื่องชาวบ้านดีกว่า เขาเดือดร้อนจะตายกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าที่ระบุเป็นเครือข่ายเพราะมีความพยายามดิสเครดิตใช่หรือไม่

ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ประมาณนั้น คงไม่พูดอะไรมาก จะกลับไปย้อนอดีตอยู่ทำไม วนอยู่อย่างนี้ประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร “หากข้องใจ เปิดหน้ามาชกกันเลยดีกว่า ไม่ต้องเป็นอีแอบอย่างนี้ ที่พูดไม่ได้จะท้าชก เอาแต่เรื่องอดีตมาพูด เราอยากจมอยู่กับอดีตหรือจะอยู่กับอนาคต”

ย้อนถามสื่อทำไมต้องลาออก

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่ามีขบวนการนั้นเป็นคนในประเทศโยงกับคนนอกประเทศใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ถูกต้อง อยู่ๆสื่อออสเตรเลียจะพาดหัวข้อข่าวโจมตีตนเพื่ออะไร ส่วนจะเปิดเผยเครือข่ายดังกล่าวว่าเป็นใครหรือไม่นั้น เดี๋ยวมันก็เป็นข่าวเอง ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ เมื่อถามย้ำว่าอาจมีการเสนอข่าวลักษณะนี้อีกจะป้องกันอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ต่อไปหากใครพูดเรื่องอดีตอีกจะไม่โต้ตอบ แต่จะดำเนินคดีทุกอย่าง เมื่อถามว่าจะทำงานต่อไม่ลาออกใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสถามกลับว่า “ทำไมผมต้องลาออก จำไว้เลยลูกผู้ชายอย่างผมอยู่บนโลกความเป็นจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว จะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมจะทำงานให้ประชาชนและแผ่นดิน”

ขอโทษพรรคเล็กเปรียบเป็นลิง

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณีพรรคเล็กไม่พอใจที่ออกมาเปรียบเปรยเรื่องฤาษีกับลิงว่าเรื่องนี้ต้องขอโทษพวกพี่ๆที่ไปล้อเล่นกันมากจนเกินไป จริงๆไม่มีเจตนาจะไปเปรียบเทียบเขาเป็นลิง หรือเป็นสัตว์ เราสนิทกันมาก ออกพื้นที่มาด้วยกัน ตลอด ตนผิดเองต้องขอโทษด้วย ไม่มีเจตนาใดๆ และได้โทรศัพท์ไปขอโทษทุกท่านแล้ว “จริงๆเรา สนิทกันมาก พูดคุยเล่นกันมาตลอด บางครั้งเราก็อาจ จะลืมคิดไปว่าจะทำให้ท่านเสียความรู้สึก ก็ต้องขอโทษ ผมขอโทษพี่พิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทยกับทุกท่าน และขอโทษผ่านสื่ออีกทีว่า ผมไม่มีเจตนา เราเป็นพี่น้องกัน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนคุยกับพี่ๆแล้ว ทุกคนเข้าใจดีว่าไม่มีเจตนา

“ป้อม” ยันไม่กระทบภาพลักษณ์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ต้องไปแก้ไขปัญหา เมื่อถามว่า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คดียาเสพติดของ ร.อ.ธรรมนัสเป็นเรื่องเก่า เขาบอกว่าเคลียร์เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องของคนคนเดียวไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศ ที่สำคัญเขาปล่อยตัวมาแล้ว เมื่อถามว่า มีการนำประเด็นนี้ มาดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วแต่คนจะคิด เมื่อถามว่า มีขบวนการที่อยู่ต่างประเทศจ้องทำลายรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ตนไม่ได้ทำลาย ทั้งนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้เจอกัน

มั่นใจ “พิเชษฐ” ยังอยู่เหนียวแน่น

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเล็กไม่พอใจคำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส และจะถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมว่า ไม่มีการถอนตัว ได้พูดคุยกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทยแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไร ยังอยู่เหนียวแน่น เมื่อถามว่าจะมีการประชุมพรรคพลังประชารัฐเพื่อรับมือการอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่จำเป็น เป็นเรื่องของนายกฯที่ต้องไปตอบเรื่องนี้ ไม่ต้องไปกำชับ ส.ส.ของพรรค แต่ หากใครพูดอะไรที่เกินเลยไป คนพูดต้องรับผิดชอบเอง

“ระวี” จี้ขอโทษดูถูกพรรคเล็ก

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปรียบเทียบการทำงานร่วม กับพรรคการเมืองขนาดเล็กว่า เหมือนคนเลี้ยงลิง ที่ต้องให้กินกล้วยตลอดเวลาว่า พรรคเล็กไม่ได้รับเกียรติในการทำงานร่วมกัน ตลอดการทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาเข้าใจดีว่า ร.อ.ธรรมนัสพยายามจะประสานให้การทำงานราบรื่นมากที่สุด แต่การใช้คำพูดพลาดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

จึงอยากให้ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงให้ชัดเจนในสิ่งที่พูดไป ไม่ให้เกิดความกินแหนงแคลงใจในการทำงานร่วมกัน กลายเป็นรอยร้าวยากประสาน ถ้าคิดว่าพลาดไปแล้วควรยอมรับความผิดพลาด กล่าวขอโทษ เพื่อยุติปัญหาไม่ให้มีการนำไปขยายผลจนกระทบต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน อยากขอร้องกลุ่ม 10 พรรคเล็กให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ บางเรื่องที่อาจไม่ได้ดั่งใจทั้งหมดขอให้มองภาพรวม ยึดการรักษาผลประโยชน์ประชาชนเป็น ตัวตั้ง จะช่วยลดปัญหาระหว่างกันลงได้ ไม่ทำให้ภาพลักษณ์พรรคเล็กเสียหายว่าเคลื่อนไหวเรียกร้องแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว

ประชาธรรมไทยถอนตัวร่วม รบ.

วันเดียวกันเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคประชาธรรมไทยนำโดยนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมแถลงจุดยืนในการร่วมรัฐบาล พร้อมนำกล้วยหอม 2 หวี มาวางบนโต๊ะประกอบการแถลง ขณะที่ตัวแทนพรรคไทยศรีวิไลย์ นำกระเช้ามามอบให้กำลังใจนายพิเชษฐด้วย นายอนิรุทธิ์ สมุทรโคจร เลขาธิการพรรคประชาธรรมไทย แถลงว่า กรรมการบริหารพรรคได้ปรึกษาหารือกันแล้ว

กรณีการให้สัมภาษณ์จากผู้ใหญ่บางคนในรัฐบาลเกี่ยวกับคนเลี้ยงลิงนั้น ทำให้สังคมมุ่งประเด็นความเสื่อมเสีย และความเสียหายตกมาที่พรรคประชาธรรมไทย “จึงมีมติเป็นเอกฉันท์มีความเห็นตรงกันว่า เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศ เกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของพรรค หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารจึงเห็นสมควรให้พรรค และ ส.ส.ของพรรคทำงานรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆในฝ่ายบริหาร และขอถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

“พิเชษฐ” ลั่นขาดกันตั้งแต่วินาทีนี้

นายพิเชษฐกล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่หัวหน้าพรรค แต่อยู่ที่กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคกว่า 48,000 คน วันนี้รัฐสภาได้แยกห้องทำงานไว้แล้วให้อยู่ห้องเดียวกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ จากนี้จะใช้เวทีกรรมาธิการทำงาน ตั้งแต่วินาทีนี้ตนเป็นฝ่ายค้านอิสระร่วมกับนายมงคลกิตติ์ เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสได้แถลงพร้อมยกมือไหว้ขอโทษแล้ว จะใจอ่อนหรือไม่ นายพิเชษฐ์ตอบว่า เรื่องนี้เป็นมติไปแล้ว วันนี้ตนอยู่ไหนก็ทำงานได้ มติพรรคกลับไปกลับมาไม่ได้ จากนี้ไม่ต้องฟังวิปรัฐบาลแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าตนจะล้มล้างรัฐบาล ที่ผ่านมาบางเรื่องก็ฝืนความรู้สึก ฝืนความถูกต้องก็ให้ลืมไป

จากนี้ให้รอดูการทำงานของตนในฐานะกรรมาธิการ ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เราพร้อมสนับสนุน

ใครอยากกินกล้วยต่อเรื่องของเขา

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสยังเหมาะสมเป็นผู้ประสานงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะล่าสุดข่าวปรากฏตามสื่อเรื่องพัวพันคดียาเสพติด นายพิเชษฐ ตอบว่า ไม่ทราบ เป็นห่วงท่านได้แต่ภาวนาขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาพวกเรา 11 พรรค สร้างให้ท่านเป็นวีรบุรุษ เวลามีปัญหากันทีก็เรียกประชุม วันที่พวกเราภูมิใจที่สุดวันที่แถลงรวมตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ให้ประเทศชาติเดินไปได้

แต่หลังจากนั้น ก็มีคนมากำกับเหมือนพวกเราเป็นตัวประกัน “วันนี้เรื่องของผมเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว แต่กรณีที่สื่อออสเตรเลียตีข่าวถ้าเป็นจริงขึ้นมาอย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย เป็น ส.ส.ก็ไม่ได้แล้ว เรื่องผมเป็นเรื่องเล็กเป็นเรื่องของบุคคล วันนี้ผมออกมาก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเหลือเท่าไหร่ ให้คิดย้อนไปถึงคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าถ้าต่ำกว่า 250 ก็ไม่ร่วมรัฐบาล วันนี้อยากให้ไปถามนายอนุทินว่าเหลือเท่าไหร่ และยังจำคำพูดตัวเองได้ไหม” เมื่อถามย้ำว่ามีการชักชวนพรรคเล็กอื่นให้ถอนตัวด้วยหรือไม่ นายพิเชษฐตอบว่า ไม่ได้ชวน เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคประชาธรรมไทย “วันนี้ผมหลุดจากการกินกล้วยแล้ว คนอื่นอยากกินกล้วยต่อก็เป็นเรื่องของเขา”

จปร.14 ดีดปากมีเงินซื้อกินเองได้

พล.ท.วีระยุทธ เพชรบัวศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย (จปร.รุ่นที่ 14) กล่าวว่า พวกเราสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล พยายามดูแลให้การทำงานของรัฐบาลเป็นไปได้ แต่มีประเด็นคือการเลือกคนมาทำงานกับสังคมส่วนใหญ่ โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อย จปร. สอนว่าต้องเคารพความเป็นอาวุโส ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับ ร.อ.ธรรมนัสถือเป็นรุ่นน้องเตรียมทหารรุ่นที่ 25 การให้ข่าวหรือพูดอะไรขอให้คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่นด้วย “กล้วยที่อยู่หน้าผมนี้น้องไม่ต้องซื้อให้ ผมมีเงินซื้อกินเองได้ ผมเป็นทหารมาเล่นการเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประเทศสงบสุข พรรคเราต้องถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล เพราะเราต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศ ถ้าอยู่ต่อไปสมาชิกพรรค 4.8 หมื่นคนจะมองหัวหน้าพรรคเป็นตัวตลก เราเด็ดเดี่ยวแน่นอน”

บี้ “บิ๊กตู่” เข้าสภาฯตอบปม “ผู้กองนัส”

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันที่ 11 ก.ย.นี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะยื่นกระทู้ถามกรณีสื่อต่างประเทศเสนอข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ มีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติด ขอให้นายกฯมาตอบที่สภาฯด้วยตัวเอง เพราะจะถามนายกฯว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร กรณีนี้เป็นข่าวดังไปทั่วโลกสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ พล.อ.ประยุทธ์จะมีวิธีคลี่คลายปัญหานี้อย่างไร สำหรับการประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีวาระสำคัญคือจะขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเลื่อนญัตติเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มาประชุมเป็นวาระพิเศษในวันที่ 13 ก.ย.นี้ จะได้ศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างปิดสมัยประชุม และจะได้ข้อสรุปเมื่อเปิดสมัยประชุมครั้งหน้า สอดรับกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนนอกสภา

ฝ่ายค้านเร่งดันตั้ง กมธ.แก้ รธน.

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงความคืบหน้ากรณีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวัฒนากล่าวว่า ที่ประชุมมีมติผลักดันญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยให้ทุกพรรคเร่งผลักดันญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาเลื่อนขึ้นมาพิจารณาไวขึ้น เนื่องจากประธานสภาไม่ได้บรรจุเป็นญัตติเร่งด่วน หากไม่เร่งผลักดันให้ทันสมัยประชุมนี้ อีก 4 ปีอาจยังไม่ได้พิจารณา โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาถึง 2 ปี มิฉะนั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้ายังคงต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนไปลงถนน แบบที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะสร้างข่าว

“เจ๊หน่อย” ชวน ปชป.–ส.ว.หนุน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่าฝั่งรัฐบาลยื่นญัตติเพื่อเสนอตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หากเห็นแก่ส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็สามารถทำงานร่วมกันได้ อยากเชิญชวนพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันยื่นเรื่องเพื่อเลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาให้ทันสมัยประชุมนี้ สำหรับ ส.ว.แม้จะมีที่มาจาก พล.อ.ประยุทธ์ แต่เมื่อได้มาทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว ถือว่าเป็นผู้รับประโยชน์ กินเงินเดือนจากประชาชน ไม่ใช่จะฟังแต่คนที่ตั้งท่านมาเท่านั้น

“ปิยบุตร” มั่นใจทำทันปิดสมัยนี้

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า มั่นใจว่าหาก ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สนับสนุนให้หยิบยกเรื่องเลื่อนญัตติการเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำได้ทันก่อนปิดสมัยประชุมนี้ เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญสามารถเริ่มทำงานได้ทันที พรรคอนาคตใหม่จะเชิญนักวิชาการ ภาคประชาสังคม มาร่วมในสัดส่วนของพรรคด้วย แต่ยืนยันพรรคจะไม่เชิญอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมอย่างแน่นอน การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลและฝ่ายค้าน และดำเนินการไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหาประเทศ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะไม่แตะในหมวด 1 บททั่วไปรูปแบบรัฐ และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์

“เทพไท” สวน ส.ว.ขี้ตระหนก

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล มีแนวคิดเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมาพูดคุยในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพราะจะทำให้เป็นญัตติของรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยระบุว่ายังไม่มีแนวความคิดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ชัดเจน แต่เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันแล้ว ต้องยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลทุกประการ ยิ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนก็ต้องรีบผลักดันให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็ว

ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุว่าไม่ควรรีบ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมก่อนนั้น แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆของประชาชน ไม่ควรยกปัญหาน้ำท่วมมาเป็นข้ออ้างปิดกั้นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนข้อท้วงติงของรองประธานวุฒิสภา ไม่อยากให้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เราไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์ของ ส.ว.แต่อย่างใด

ไม่ขวางแต่ค้านปลุกลงถนน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้หลายคนพูดแล้ว คงไม่พูดซ้ำ แต่ถ้าบอกว่าปัญหาทุกอย่างมาจากรัฐธรรมนูญคงไม่ใช่ทั้งหมด ปัญหาอยู่ที่คนมากกว่า รัฐธรรมนูญได้ผ่านประชามติแล้ว จะทำอย่างไรไปหาวิธีการมา ไม่ขัดขวาง แต่การออกมาเดินสายแก้รัฐธรรมนูญตนว่าไม่ใช่ อย่าลืมว่าการรณรงค์รวมตัวอะไรต่างๆ ต้องมีกฎหมาย ไม่ใช่รัฐบาลจะไปห้าม แต่ไม่ต้องการให้บานปลาย เดี๋ยวบานปลายไปอีก เคยหยุดกันได้ที่ไหนคนที่ปลุกระดมออกมา ไม่เคยหยุดได้ ส่วนการอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ยืนยันว่าไม่หวั่นใครทั้งสิ้น “จะต้องไปหวั่นทำไม ในเมื่อผมทำของผม ผมรับผิดชอบ และทำโดยเจตนาที่บริสุทธิ์”

“บิ๊กป้อม” กอดประชามติถาม ปชช.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงข้อเสนอให้มีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า กำลังแก้ปัญหาน้ำท่วมกันอยู่ กำลังวุ่นวาย ค่อยคุยกันอีกที ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอเอาไว้ก่อน ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลต้องคุยกันก่อนว่าจะแก้เรื่องอะไร ต้องถามประชาชนด้วยเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ได้มาจากประชามติ ส่วนเรื่องการอภิปรายประเด็นถวายสัตย์ฯวันที่ 18 ก.ย.ยังไม่มีการวางตัวการอภิปราย ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ หากใครพูดอะไรเกินเลยต้องรับผิดชอบ และไม่ได้กำชับ ส.ส.เรื่องใดเป็นพิเศษ ไม่ต้องกำชับอะไร

ยันทีมโฆษก รบ.เป็นหนึ่งเดียว

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสความไม่เป็นเอกภาพในทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มาจากต่างพรรคการเมือง ว่า การทำงานระหว่างทีมโฆษกรัฐบาลกับตน ไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนไม่มีปัญหาอะไรวันนี้ต้องเห็นใจในฐานะนายกฯต้องทำงานทุกอย่างให้ไปด้วยกันให้ได้ ซึ่งทุกคนก็พร้อมร่วมกับหัวหน้ารัฐบาล ไม่ว่ามาจากพรรคใด เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้วต้องร่วมรับผิดชอบไปกับตน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่แตกไปหมด และตนสามารถไปปรับได้ถ้ามีเหตุผลอันสมควร ไม่ใช่จะใช้แต่อำนาจ ตนทำงานเป็นพร้อมรับฟังทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการทำงานของทีม โฆษกรัฐบาลเป็นผู้หญิงล้วน ถูกมองขาดความเป็นเอกภาพในการประชาสัมพันธ์งานรัฐบาล จากการแบ่งงานไม่ชัดเจน

แผ่นเสียงตกร่องจ้องโจมตี รบ.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีนิด้าโพลและสวนดุสิตโพล ระบุรัฐบาลสอบตกด้านนโยบายเศรษฐกิจว่า ต้องไปดูโพลทำมาจากใครและใครเป็นคนตอบ ที่ผ่านมาจะสอบได้ซักกี่รัฐบาล เพราะปัญหาซับซ้อนมายาวนาน วันนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีรัฐมนตรีหลายกระทรวงหลายพรรค มีนายกฯ เป็นผู้นำ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีหลายสูตร ต้องมีประชุม ครม.เศรษฐกิจ ไปนั่งตรงนั้นเพื่อรับความคิดจากทุกกระทรวงให้เกิดการแก้ไขร่วมกัน และนำเข้า ครม.พิจารณาที่ตกผลึกชั้นต้นมาแล้ว นี่คือความเป็นเอกภาพ “อย่าพูดตกร่องเหมือนเดิมเพื่อโจมตีรัฐบาลเลย ไม่เป็นธรรมสำหรับผมเท่าไหร่ ต้องย้อนกลับไปดูมีปัญหาอะไรบ้าง วันนี้มีทั้งสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งภายในประเทศประชาธิปไตย ฉะนั้นคนไทยทั้งประเทศต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คิดว่าคนไทยทั้งประเทศคงไม่ยอมให้ใครทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม หรือซ้ำเติมไปมากกว่าเดิม”

“ลุงป้อม” ขอเลือกหัวหน้าภาคเอง

ช่วงเย็นที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างร่วมประชุมกับ ส.ส. ว่า มาประชุมเพื่อวางแผนให้ทุกคนได้เป็น ส.ส.กันต่อไป ให้พรรคเข้มแข็งอย่างนี้ตลอดไป ได้แต่งตั้งให้นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เป็นรองประธานยุทธศาสตร์พรรรค และจะแต่งตั้งหัวหน้า 9 ภาคและโซน กทม. เพื่อกำหนดแนวทางทำให้ ส.ส.ของเราทั้ง 116 คนเป็น ส.ส.ต่อไป และเพิ่มมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคนี้ไม่มีกลุ่มนู้นกลุ่มนี้ ถ้าทำได้เราจะเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็ง ทำให้พวกเราอยู่ดีกินดีต่อไป เมื่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวจบ นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา ลุกขึ้นถามว่า การเลือกหัวหน้าภาคจะให้ ส.ส.เป็นผู้เลือก หรือผู้ใหญ่ในพรรคเลือกให้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมขอเลือกเองแล้วกัน”

ตั้ง “ม.ล.พัชรภากร” นั่งเลขา ก.พ.

ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 3 คน ได้แก่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นายธนวรรธน์ พลวิชัย และ พล.ท.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล 6 คน ได้แก่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นางกรรณิการ์ งามโสภี นายประพันธ์ จันทร์วัฒนพงษ์ นายภุชงค์ อุทโยภาศ นายสมคิด จิรานันตรัตน์ และนายสราวุธ ปิติยาศักดิ์ แต่งตั้ง ม.ล.พัชรภากร เทวกุล รองเลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขาธิการ ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี

“ไก่อู” ยิ้มร่าคั่วเก้าอี้ปลัด สปน.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ไปปรากฏตัวที่ทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวลืออาจถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า มาร่วมประชุม ครม.เพื่อชี้แจงวาระขออนุมัติงบประมาณผูกพันที่กรมประชาสัมพันธ์ เสนอขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันค่าเช่าที่ดินวัดหัวมีนา สถานที่ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานทีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.นครศรีธรรมราช ส่วนกระแสข่าวจะถูกเสนอชื่อเป็นปลัดสำนักนายกฯนั้นเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ไม่ทราบเรื่อง ก่อนจะยิ้มและยกมือสวัสดี เดินเลี่ยงจากกลุ่มผู้สื่อข่าวไปทันที

“จุมพิตา” ยื่นลาออกจาก ส.ส.

ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นหนังสือการลาออกของนางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คาดว่าจะถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 11 ก.ย.

แม่น้ำ 5 สายยึด ปธ.กมธ.วุฒิฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน ได้พิจารณารับทราบการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำวุฒิสภา 26 คณะ ภายหลังการประชุมวุฒิสภา กมธ.ทั้ง 26 คณะประชุมเพื่อพิจารณาเลือกประธาน กมธ.แต่ละคณะ ปรากฏว่าประธาน กมธ.แต่ละคณะส่วนใหญ่เป็นอดีตรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงอดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีตรองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน กมธ.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต สนช. เป็นประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคงแห่งรัฐ นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต สปช. และ สปท. เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต สนช. เป็นประธาน กมธ.การศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาธรรมนัส พรหมเผ่าพิเชษฐ สถิรชวาลรัฐบาลมีตำหนิประวิตร วงษ์สุวรรณนายกหน้าเครียดข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้