ข่าว
100 year

ภาคประชาชนเขย่าปมถวายสัตย์ปฏิญาณ : ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 ก.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

กว่า 20 ปี ทำคดีและร้องเรียนนับพันถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะบรรลุเป้าหมายได้ไปพลิกมุมคิดเปิดมุมมองใหม่แก่สังคม หลายคดีสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่กลุ่มผลประโยชน์

ไม่ว่าจะเป็นคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คดีคลิตี้ คดีมาบตาพุด คดีมลพิษทางเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิ คดีบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน

ยุครัฐบาล คสช.ถึง “รัฐบาลลุงตู่” นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องการให้นำเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญไปบังคับใช้ให้เกิดผลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นองค์พิทักษ์ไม่ให้ฉีกรัฐธรรมนูญ

ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ความเหลื่อมล้ำ เมื่อผ่านพ้นไป 4-5 ปีถึงพิจารณาว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไขปรับปรุงในประเด็นใดบ้าง

วันนี้ นายศรีสุวรรณ ยังคงรักษาบรรทัดฐาน “จอมร้อง” ไม่บกพร่อง เพราะได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อ ซึ่งชอบช่วยเหลือชาวบ้านยามตกทุกข์ได้ยาก เมื่อเติบใหญ่ก็สั่งสมประสบการณ์และซึมซับกลเม็ดทางการเมืองมาพอตัว

เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองกว่า 10 พรรคตามจีบให้ลงเลือกตั้ง แต่ปฏิเสธไปหมด ไม่ขอเป็นขี้ข้านักการเมือง ขอรับใช้ประชาชนโดยช่วยทำคดีให้ดีกว่า

แต่ละคดีที่ทำเข้าไปช่วยด้วยจิตสาธารณะ ฟรีไม่มีค่าวิชาชีพ ชาวบ้านก็บริจาคคนละนิดละหน่อยรวมกันบางทีก็มากกว่าค่าวิชาชีพทั่วไปที่นักกฎหมายได้ ส่วนใหญ่ก็ทำคดีให้เฉพาะคนยากคนจน บางจังหวะมีอัครมหาเศรษฐีก็ขอให้ช่วยทำคดี บริจาคให้เยอะ บางทีให้ตัวเลข 5-6 หลัก

ช่วงหลังได้คลุกคลีในแวดวงการเมืองพอสมควร พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน ส่วนใหญ่มีต้นเหตุจากอำนาจรัฐจากนักการเมือง ก็ได้ให้ความสำคัญกับ “ผู้ใช้อำนาจ” หรือ “ที่มาของการใช้อำนาจ”

เมื่อรัฐธรรมนูญเปิดประตูให้ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ก็มุ่งเน้นตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยนำข้อมูลหรือข้อสงสัยว่านักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงกระทำความผิดหรือไม่ ตั้งแท่นไปร้องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ

นับจนถึงทุกวันนี้ยังทำหน้าฟ้องคดีช่วยชาวบ้าน หากเป็นคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมก็ทำ

ในฐานะสมาคมต้านสภาวะโลกร้อน

หลักๆการร้องมาจากติดตามข่าวสารหรือมีคนนำข้อมูลมาร้อง ผมเพียงเอาข้อมูลมาเรียงร้อย และอาจหาข้อมูลอื่นมาเพิ่มเติม เพื่อให้กระชับและแน่นหนาในเชิงประจักษ์หลักฐานมากขึ้น

สังคมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทจอมร้องยืนอยู่ขั้วการเมืองไหน เพราะเห็นยื่นร้องตรวจสอบทั้ง 2 ขั้วการเมือง นายศรีสุวรรณ บอกว่า ไม่ได้ถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตรวจสอบทุกขั้วทางการเมือง

รัฐบาลชุดไหนเข้าข่ายทำผิดกฎหมายก็ตรวจสอบหมด

ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคเล็ก มีประเด็น

ที่น่าสงสัยทำผิดกฎหมายก็ร้องต่อองค์กรอิสระทันที ขึ้นอยู่ว่าประเด็นจะเข้าตากรรมการมากน้อยแค่ไหน

เช่น ฟ้องยุบพรรคไทยรักษาชาติในคดีปมร้อน หลายคนพุ่งเป้าว่าผมรับจ้าง “รัฐบาลประยุทธ์” เพื่อล้มพรรคการเมืองดังกล่าวหรือไม่ ความจริงไม่ใช่

พรรคพลังประชารัฐผมก็ร้อง กกต.สอบจัดงานระดมทุนโต๊ะจีน ส่อขัดกฎหมายเลือกตั้ง ร้องว่าจัดสัมมนาในพื้นที่รีสอร์ตที่มีปัญหาบุกรุกป่า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้

รวมถึงกรณีห้ามถือหุ้นสื่อ เป็นลักษณะต้องห้ามของการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลายคนมองว่าพุ่งเป้าไปที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทั้งที่ได้ยื่นเรื่องร้อง ส.ส.เกือบทุกพรรค แต่ประเด็นไม่ฮือฮา ไม่เป็นกระแสข่าวเหมือนนายธนาธร

ทำให้แฟนคลับ 2 ขั้วการเมืองโพสต์ผ่านโซเชียลโจมตี ผมก็ไม่สะทกสะท้าน หากกล่าวร้ายใส่ไคล้เข้าข่ายองค์ประกอบหมิ่นประมาท ก็เก็บข้อมูลหลักฐานเอาไว้เร็วๆนี้จะไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าร้องเกี่ยวกับรัฐบาลแต่ละเรื่องเนื้อหาอ่อน นายศรีสุวรรณ บอกว่า ทุกประเด็นที่ร้องแน่นไปด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขึ้นอยู่กับองค์กรอิสระวินิจฉัย

ถ้าตัดสินว่าไม่ผิดก็จบ แต่หากมีช่องให้ร้องก็เดินหน้าตรวจสอบต่อ

มีแรงเสียดทานหรือถูกข่มขู่อย่างไรบ้างระหว่างเคลื่อนไหวตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ นายศรีสุวรรณ บอกว่า ที่ผ่านมาก็ถูกสะกดรอยตาม หรือโทรศัพท์ข่มขู่คุกคามให้เพลาๆ หรือยุติเรื่องที่กระทบต่ออำนาจรัฐในรัฐบาล ก็ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

ในยุค คสช.มีอำนาจก็ถูกเรียกไปปรับทัศนคติในค่ายทหารหลายครั้ง มีทหารมาเยี่ยมบ้านไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ถูกกดดันอย่างไรก็ขอทำหน้าที่ต่อ ไม่สะทกสะท้านจนถึงขั้นยุติทำหน้าที่ และพยายามทำหน้าที่ให้รอบคอบ มากขึ้น

มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอยู่เบื้องหลังไหม เพราะเราเป็นตัวเล็กๆ ต้องไปตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐ อาจกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัย

นายศรีสุวรรณ บอกว่า แบ็กน่าจะเป็นชาวบ้านมากกว่า และมีทีมนักกฎหมายที่คร่ำหวอดในการทำคดี ซึ่งเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ทำงานด้วยกันในสภาทนายความเกือบ 20 ปี

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า กรณีร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่ออย่างไร

นายศรีสุวรรณ บอกว่า ประเด็นนี้เริ่มต้นจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นำขึ้นมาถกกลางที่ประชุมสภาฯ ผมก็หยิบยกเป็นประเด็นสู่การร้องเรียน

เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกยกคำร้องของผมและนายอัยย์ เพชรทอง ที่ยื่นในกรณีเดียวกัน

แต่มีมติส่งคำร้องของน้องนักศึกษามหาวิทยาลัย รามคำแหงไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ วินิจฉัยว่า การกระทำ ของนายกฯขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่สำคัญเราไม่รู้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเขียนคำร้องของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงอย่างไร

ฉะนั้น การวินิจฉัยยังไม่สิ้นสุด ก็ต้องทำให้สิ้นสุด เมื่อเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญกำหนด ขั้นตอนต่อไปจะไปร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน

ต้องไปให้ถึงที่สุดโดยยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ขณะเดียวกันนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยเขียนไว้ในหนังสือในการอรรถาธิบายเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งย่อมเป็นประเด็นในเชิงข้อกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัย

ผลวินิจฉัยออกมาไม่ว่าเป็นลบหรือบวกต่อรัฐบาลก็กลายเป็นบรรทัดฐานต่อนักการเมืองและประชาชน

สมมติผลออกมาเป็นลบต่อรัฐบาล ก็ต้องติดตามดูผู้บริหารระดับประเทศ ซึ่งเชื่อมั่นว่าท่านรู้ดีควรแสดงสปิริตรับผิดชอบอย่างไร

อย่าลืมว่าถ้อยคำสุดท้ายที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

เมื่อผู้บริหารราชการแผ่นดินมาเป็นรัฐบาลไม่กล่าวถ้อยคำจะปฏิบัติและรักษาซึ่งรัฐธรรมนูญ

ทั้งที่เวลารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินจะไม่ปฏิบัติหรือไม่รักษารัฐธรรมนูญก็ได้อย่างนั้นหรือ

ถือเป็นเรื่องใหญ่ ในฐานะสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเป็นผู้เดือดร้อนเสียหายโดยตรง

คาดไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 17 ก.ย.นี้ ก่อนที่ประชุมสภาฯ จะอภิปรายทั่วไปในวันที่ 18 ก.ย.นี้

เพราะผลการอภิปรายทั่วไปในสภาฯ ฝ่ายค้านต้องการทำลายเครดิตรัฐบาล เพื่อประจานให้สาธารณชนได้รับรู้พฤติการณ์หรือการกระทำของนายกฯ และ ครม.

ขณะนี้ไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่อาจเป็นเหตุผลเชิงจิตวิทยา

ทำให้คนที่คลั่งไคล้ พล.อ.ประยุทธ์ อาจไม่สนับสนุนเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ผลทางกฎหมายน่าจะอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญมากกว่า

ซึ่งผูกพันทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญถวายสัตย์ปฏิญาณศรีสุวรรณ จรรยาวิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองรัฐธรรมนูญถวายสัตย์ฯไม่ครบข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้