ข่าว
100 year

อดได้ประธาน กมธ. พรรคเล็กตีจากรัฐบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ก.ย. 2562 05:32 น.
SHARE

ปชป.เสนอญัตติ เปิดช่องแก้ รธน. ส.ว.เย้ยเจอวิกฤติ

ฝ่ายค้าน-รัฐบาลแบ่งเค้ก กมธ.สามัญ 35 คณะลงตัว “ชวน” คุมเกมเกลี่ยเอง พท.ได้ 10 คณะ-พปชร. ได้ไป 8 ด้านอนาคตใหม่ดู กมธ.ความมั่นคง-กฎหมาย แต่แนวร่วมกลุ่มพรรคเล็ก 10 พรรคสุดเซ็ง “พิเชษฐ” บ่นอุบถูกต้มครั้งแล้วครั้งเล่า ขอแตกวงเดินเดี่ยวเป็นอิสระ “สนธิรัตน์” รีบปลอบใจสยบกระเพื่อม 25 ส.ส.ปชป.เข้าชื่อเสนอตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ รธน. หวังปลดล็อกด่านแรกก่อน “เทพไท” หวังจบภายใน 3 เดือน ส.ว.ลากตั้งโดดขวางยันต้องทำประชามติ ห่วงตีเช็คเปล่าให้ไปกรอกตัวเลขเอง วิปฝ่ายค้านยินดีรวมญัตติกับของรัฐบาล “พิชัย” ซัด รธน.เพื่อ “ประยุทธ์” องคมนตรีชี้ 3 กลุ่มต้นตอทุจริต

รอยปริร้าวในพรรคร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคแกนนำพลังประชารัฐ กับกลุ่มพรรคเล็กมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดการแบ่งโควตาคณะกรรมาธิการสามัญ ก็เกิดความไม่ลงรอยเมื่อกลุ่มพรรคเล็ก 10 พรรค ไม่ได้รับการจัดสรรให้ได้รับเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการแม้แต่คณะเดียว

“ชวน” คุมเกมเกลี่ยโควตา กมธ.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่อาคารรัฐสภาใหม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมจัดสรรโควตาคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.) จำนวน 35 คณะ โดยมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วม อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผอ.ฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ในฐานะผู้ประสานงาน 10 พรรคเล็ก ทั้งนี้ นายชวนแจ้งต่อที่ประชุมว่า อยากให้การตั้ง กมธ.ทั้ง 35 คณะ เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มพรรคเล็กได้ส่งเรื่องขอตำแหน่งประธานกรรมาธิการจำนวน 1 คณะด้วย

ฝ่ายค้านกับรัฐบาลคุยกันลงตัว

ต่อมานายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า สัดส่วนประธาน กมธ. จำนวน 35 คณะ แบ่งเป็นของฝ่ายรัฐบาล 17 คณะ ฝ่ายค้าน 18 คณะ ทุกพรรคต้องยื่นจำนวน กมธ.แต่ละคณะ คณะละไม่เกิน 15 คน ปกติการจัดสรรตำแหน่ง กมธ.จะพิจารณากันเป็นเดือนๆ แต่ครั้งนี้ที่ตกลงกันได้เร็วกว่าปกติ เพราะทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เบื้องต้นจัดสรรตำแหน่งครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้นายชวนยังมีดำริว่า ในการประชุมสภาวันที่ 11 ก.ย. จะบรรจุเรื่องตั้ง กมธ. 35 คณะ จากนั้นจะประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการของ กมธ.แต่ละคณะในวันที่ 12 ก.ย.ต่อไป ส่วนกรณีที่ 10 พรรคเล็กรวมตัวเพื่อขอ กมธ. 1 คณะนั้น การรวมกลุ่มเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พท.คุม 10 คณะ–พปชร.ได้ไป 8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตาที่แต่ละพรรคได้รับมีข้อยุติแล้ว คือพรรคเพื่อไทยได้รับ 10 ที่นั่ง แต่มีความชัดเจนเพียง 8 คณะ คือ กมธ.การพลังงาน กมธ.การศึกษา กมธ.การศึกษา จัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ กมธ.การต่างประเทศ กมธ.กิจการองค์กรศาล รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค กมธ.การอุตสาหกรรม และ กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ส่วน 2 คณะที่เหลือต้องหารือกับพรรคเสรีรวมไทย ว่าจะจัดสรรคณะใดให้ ระหว่าง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.การปกครอง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ 8 คณะ ได้แก่ กมธ.การตำรวจ กมธ.การสื่อสารและโทรคมนาคมและดิจิทัลเศรษฐกิจ กมธ.การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร กมธ.การทหาร กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กมธ.ป้องกันและปราบปรามฟอกเงินและยาเสพติด และ กมธ.การวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม

อนค.ดูความมั่นคง–กฎหมาย

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ได้ 6 คณะ คือ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ และ กมธ.แรงงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 4 คณะ คือ กมธ.พาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา กมธ.เกษตรและสหกรณ์ กมธ.แก้ไขหนี้สินแห่งชาติ และ กมธ.การสวัสดิการสังคม พรรคภูมิใจไทยได้ 4 คณะ เช่นกันคือ กมธ.การคมนาคม กมธ.ท่องเที่ยว กมธ.กีฬา และ กมธ.การสาธารณสุข พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 1 คณะ คือ กมธ.การส่งเสริมแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลการเกษตร พรรคประชาชาติ ได้ 1 คณะ คือ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองรูปแบบพิเศษ

“พิเชษฐ” เซ็งถูกต้มครั้งแล้วครั้งเล่า

ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า พรรคประชาธรรมไทยขอประกาศแยกตัว เพราะรู้สึกเบื่อแล้วเมื่อรวมเป็นสัดส่วนพรรคเล็ก 10 พรรคไม่เกิดประโยชน์ ไม่เป็นอิสระ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มอีกต่อไป จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ขอแยกห้องทำงานออกเป็นพรรคเดียว เดิมตั้งใจจะร่วมกลุ่มกันเพื่อขอประธาน กมธ.ให้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ แต่ไม่ได้ นายมงคลกิตติ์รู้มาก่อนแล้วว่าจะมีการอ้างรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ตำแหน่งประธาน กมธ.แก่พรรคเล็ก ส่วนตนจากนี้คงจะไปหารือกับฝ่ายค้านเกี่ยวกับ กมธ.อุตสาหกรรมที่ตนมีประสบการณ์ต่อไป “รู้สึกผิดหวังเหมือนกับการจัดตั้งรัฐบาลที่ 10 พรรคเล็กรวมกัน ควรได้ รมว. หรือ รมช. พอมาถึงการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีตัวแทนจาก 10 พรรคเล็กก็ได้ไม่ครบอีก มาเที่ยวนี้ประธาน กมธ.ก็เหมือนเดิม”

พปชร.ปลอบใจสยบกระเพื่อม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแบ่งโควตาตำแหน่งประธาน กมธ. ที่กลุ่ม 10 พรรคเล็กไม่ได้ตำแหน่งประธาน ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรมาก อะไรที่ไม่เข้าใจกันสามารถพูดคุยกันได้ เพียงแต่พรรคเล็กอาจไม่ได้ตำแหน่งประธาน จึงต้องดูแลกันในตำแหน่งกรรมาธิการ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาทวงตำแหน่งกันในภายหลัง เราพูดคุยกันมาต่อเนื่อง ส่วนการเตรียมรับมือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนนั้น นายกฯยืนยันแล้วว่าจะไปตอบด้วยตัวเอง พรรคจะจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดเตรียมบุคลากรช่วยชี้แจง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

เชื่อมือ “บิ๊กตู่” ไม่ตั้งทีมองครักษ์

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลไม่ได้เตรียมอะไรมาก แต่หากฝ่ายค้านอภิปรายซ้ำซากมุ่งโจมตีทางการเมือง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจำเป็นต้องประท้วง แต่จะไม่มีองครักษ์พิทักษ์นายกฯ เพราะเชื่อว่าจะตอบข้อซักถามได้ ฝ่ายค้านเองต้องระมัดระวังคำพูด เพราะอยู่ในกระบวนการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ หากพูดพาดพิงกันจนก่อให้เกิดความเสียหายจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะสุดท้ายเรื่องต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ปชป.ชงตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ รธน.

วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นำรายชื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 25 คนยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 นายเทพไทกล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้ดำเนินการในเรื่องนี้ พรรคมีจุดยืนชัดเจนตอนทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ได้ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่ามีข้อบกพร่องหลายประการที่ควรแก้ไข และเป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็ยอมรับเป็นนโยบายเร่งด่วน ญัตตินี้มี ส.ส.โดยเฉพาะผู้ใหญ่ของพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายกรณ์ จาติกวณิช นายอภิชัย เตชะอุบล และนายอัศวิน วิภูศิริ ร่วมเข้าชื่อ

หวังปลดล็อกด่านแรกก่อน

นายเทพไทกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปฏิบัติมาระยะหนึ่งเราเห็นปัญหาเรื่องการคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายบริหาร ต้องการให้เป็นญัตติด่วนเนื่องจากเห็นว่าเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จึงควรพิจารณาทันที หวังและอยากวิงวอนนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการพิจารณาญัตติ ได้ทบทวนแนวคิดให้เรื่องนี้เป็นญัตติด่วน และตั้ง กมธ.วิสามัญฯโดยด่วนที่สุด และยังเป็นการพิสูจน์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จริงจังในเรื่องนี้ สำหรับแนวทางคือให้ กมธ.ไปศึกษาและสร้างกระบวนการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย อยากให้ศึกษาให้จบภายใน 3 เดือน พรรคประชาธิปัตย์อยากปลดล็อกวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน เพื่อเปิดประตูให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆได้ง่ายขึ้น หากจะนำญัตติการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านมารวมเป็นญัตติเดียวกันด้วยก็ได้ เชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่ขัดข้อง เพราะมีหลักการเดียวกัน แต่หากพรรคพลังประชารัฐมองว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ต้องตอบคำถามสังคมเอง เราแสดงจุดยืนแล้ว

“สมเจตน์” ขวางต้องทำประชามติ

ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเงื่อนไขแก้ไขได้ยาก หากจะแก้ไขจำเป็นจะต้องแก้มาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้มีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อครั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ หากจะทำต้องไปทำประชามติเสียก่อน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มาจากการทำประชามติเช่นกัน หากเรื่องผ่านรัฐสภาแล้ว ก็ต้องไปทำประชามติตามมาตรา 256 (8) ก่อน วิกฤติการเมืองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มักเริ่มต้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาทิ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ต่อมาถึงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ล่าสุดที่นายเทพไท เสนพงศ์ เสนอญัตติให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ แม้ทำได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ ต้องดูความเห็นพ้องของทุกฝ่าย ส่วนตัวไม่ได้ขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมีตัวอย่างที่ทำสำเร็จมาแล้ว สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากรอบนี้ผู้เสนอแก้ไขอธิบายให้ชัดเจนว่าจะแก้เรื่องอะไร แก้แล้วส่วนรวมได้ประโยชน์อย่างไร ก็อาจสำเร็จ แต่ถ้าแก้ไขมาตรา 256 เลย โดยไม่ชี้แจงเหตุผล จะเหมือนการเซ็นเช็คเปล่าให้ไปกรอกตัวเลข โดยไม่มีกรอบที่ชัดเจน เชื่อว่าจะไม่สำเร็จแน่นอน

“สุทิน” ยินดีรวมญัตติฝ่ายรัฐบาล

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีญัตติเสนอให้ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลเข้าสู่สภาฯ แต่คิดว่าการพิจารณาน่าจะยากและไม่ทันสมัยประชุมนี้ เพราะเป็นสัปดาห์สุดท้าย และมีเรื่องด่วนที่ต้องพิจารณาหลายเรื่อง ส่วนจะนำทั้ง 2 ญัตติมารวมกันและเสนอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ต้องไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้ข้อสรุป หากเห็นด้วยก็มีความ เป็นไปได้ว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะจับมือกันเพื่อลงมติขอเลื่อนญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ขึ้นมา แต่คาดว่าไม่น่าทัน เพราะญัตติที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเสนอไป ถูกพิจารณาว่าไม่ใช่เรื่องด่วน หากไม่ทันสมัยประชุมนี้ก็ต้องรอสมัยประชุมหน้า และจับมือกับพรรคการเมืองทุกพรรคที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอขอเลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาเป็นญัตติแรกๆของสมัยประชุมหน้า

“พิชัย” ซัด รธน.เพื่อ “ประยุทธ์”

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญนี้ถูกเขียนมาเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และยังมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอีก ตนเคยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านยื่นร้องต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อหยุดการปฏิบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ที่แจกเงินสะเปะสะปะอีลุ่ยฉุยแฉก น่าจะไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ชาติ และรัฐธรรมนูญ เพราะไม่บอกที่มาของแหล่งเงิน แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติการ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์นี้ตั้ง ขึ้นมาเพื่อจัดการกับฝั่งตรงข้ามเท่านั้นใช่หรือไม่ จึงเห็นได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ ไม่ได้เพื่อพัฒนาประเทศ จึงควรต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

เปิดช่องให้เปลี่ยนตัวนายกฯได้

นายพิชัยกล่าวอีกว่า เชื่อว่าหากไม่แก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะบอกว่ารู้เรื่องเศรษฐกิจดี แต่ความจริงคือไม่เคยแสดงว่ามีความรู้ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจเลย ขนาดน้ำท่วมชั่วคราวยังแนะให้ประชาชนเลี้ยงปลา เคยถูกสังคมตำหนิเพราะพูดแบบนี้มาแล้ว แต่ไม่เคยเรียนรู้ หากเรื่องง่ายๆยังคิดไม่ได้ แล้วจะรับมือเรื่องยากๆ เช่น สงครามการค้าได้อย่างไร ถ้าเปลี่ยนตัวนายกฯไม่ได้ ก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ อยากให้ประชาชนคิดว่าแม้ว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ความจริงคือยังไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย สื่อต่างประเทศก็เห็นเช่นกัน จึงต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ป.ป.ช.เปิดกรุทรัพย์สิน ส.ส.–ส.ว.

อีกเรื่อง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ส.ส.และ ส.ว.เพิ่มเติม จำนวน 14 ราย กรณีการเข้ารับตำแหน่ง แบ่งเป็น ส.ส. 6 ราย และ ส.ว. 8 ราย มีที่น่าสนใจ ในส่วนของ ส.ส. อาทิ ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 42,365,947 บาท น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน 7,648,889 บาท มีหนี้สิน 6,156,080 บาท พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 15,734,710 บาท นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 24,339,772 บาท นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 14,842,929 บาท นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 208,760,297 บาท มีหนี้สิน 84,351,892 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 124,408,405 บาท

รอเปิดเซฟ “ธนาธร–ปิยบุตร–ช่อ”

ขณะที่บัญชีทรัพย์สินของ ส.ว.ที่น่าสนใจ อาทิ นายเฉลียว เกาะแก้ว ส.ว. มีทรัพย์สิน 316,860,057 บาท มีหนี้สิน 31,270,234 บาท นางทัศนา ยุวานนท์ ส.ว. มีทรัพย์สิน 145,413,744 บาท โดยแจ้งว่า มีกระเป๋าแบรนด์เนม 28 ใบ นาฬิกาหรู 10 เรือน เครื่องประดับ 41 รายการ พระเครื่อง 7 รายการ มูลค่า 11 ล้านบาทเศษ และปากกา St Dupont ฝังเพชร 1 ด้าม นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ว. มีทรัพย์สิน 10,433,151 บาท พล.อ.วสันต์ สุริยมงคล มีทรัพย์สิน มีของสะสมเป็นพระเครื่อง 7 องค์ มูลค่า 40 ล้านบาท อาทิ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 20 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 15 ล้านบาท พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ มีทรัพย์สิน 136,726,126 บาท นายอมร นิลเปรม มีทรัพย์สิน 143,294,242 บาท และในวันที่ 20 ก.ย. ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งของ ส.ส.อีก 74 คน อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

องคมนตรีชี้ 3 กลุ่มต้นตอทุจริต

ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “รวมพลังคนไทย อาสาสู้โกง” เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย.ว่า การปราบปรามและป้องกันการทุจริตต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรที่ร่วมกันต่อต้านการทุจริตทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน หากดูดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศต่างๆทั่วโลก (ซีพีไอ) พบว่าปัญหาคอร์รัปชันในสิงคโปร์เมื่อเปรียบเทียบเงินที่มีอยู่ 100 บาทในการบริหารประเทศ สิงคโปร์เงินจะหายไป 15 บาท อีก 75 บาท นำไปพัฒนาประเทศ แต่ไทยเงินจะหายไป 70 กว่าบาท เหลือ 30 บาทไปพัฒนาประเทศ แบบนี้จะสู้ประเทศอื่นได้หรือไม่ ปัญหาคอร์รัปชันส่วนหนึ่งเกิดจากการเสพอำนาจและผลประโยชน์ ผ่านการบริหารงานของข้าราการการเมือง ข้าราชการประจำ และผู้ประกอบการ บุคคล 3 กลุ่มนี้ มีส่วนร่วมงบประมาณแผ่นดิน หากย้อนดูคดีทุจริตจะเห็นว่าบุคคล 3 กลุ่มนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องตลอด ทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชัน ทำให้คนละเลยมองข้ามการคอร์รัปชัน จนเป็นเรื่องแก้ยาก

นายกฯปลุกอาเซียนรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมแชงกรี-ลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 51 ว่า ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนกล้าลงมือขับเคลื่อนความฝันด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มุ่งมั่นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น ริเริ่มแนวคิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เป็นต้น ท่ามกลางความตื่นตัวการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อาเซียนต้องร่วมกันทุกมิติอย่างเชื่อมโยง อาทิ การทำประมงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล และวิจัยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนใช้แทน

อ้อนกาตาร์ซื้อข้าว-ยาง-ปาล์ม

ต่อมาที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เชค ญัสซิม บิน อับดุลเราะฮ์มาน บิน มุฮัมมัด อาลอับดุลเราะฮ์มาน อัษษานี เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายกฯกล่าวว่า ขอบคุณและยินดีกับเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ที่จะไปประจำรัฐสุลต่านโอมาน อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลกาตาร์พิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรกรรม ข้าว ยาง และปาล์มของไทย ขณะที่เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์กล่าวว่า ชื่นชมวัฒนธรรมและความสวยงามในไทย กาตาร์พร้อมสนับสนุนความร่วมมือทั้งด้านพลังงาน อาหารฮาลาล และการค้าการลงทุน

โต้เติมเงินบัตรคนจนแก้ตรงเป้า

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการให้เงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละ 300 บาทไม่ได้ประโยชน์ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นมาตรการเร่งด่วนบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประคับประคองยามเศรษฐกิจชะลอตัวเท่านั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด อัดฉีดเม็ดเงินตรงลงไปที่กลุ่มผู้ถือบัตรทุกคน โดยให้เพียง 2 เดือน ส.ค.-ก.ย. ในส่วนของกลุ่มเกษตรกรเพิ่งได้รับเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือน พ.ค. จากมาตรการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละ 1,000 บาท เพื่อเป็นต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่าการช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มโปร่งใสเงินถึงมือโดยตรง

พท.เหน็บ “รัฐบาลเหลาเหย่”

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใกล้เข้าสู่ไตรมาสที่ 4 แล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณที่ส่อให้เห็นว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น มีแต่ติดลบ ตั้งแต่มีรัฐบาลมาจนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นปัจจัยบวก ดัชนีแทบตกลงทุกตัว มีตัวเดียวที่ดีขึ้นคือดัชนีความสุขของคณะรัฐมนตรีที่ได้รับตำแหน่งเท่านั้น ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงที่ประชาชนใช้เงินมากที่สุด แต่ปีนี้จะเป็นช่วงวิบากกรรมของประชาชนมากที่สุด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะถือว่าทำมาแล้วเกือบ 5 ปีครึ่ง ถ้ายังแจกอีกไม่นานจะต้องกู้ สุดท้ายคนเป็นหนี้สาธารณะคือประชาชนและถ้าทำผลงานได้แค่นี้ต้องเรียกว่า “รัฐบาลเหลาเหย่”

แซะ “บิ๊กตู่” ยังขอบคุณไม่ครบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม บ่นกังวลปัญหาพวกวิจารณ์ผ่านโซเชียลว่า ต้องเข้าใจว่าประชาชนไม่ใช่ลูกน้องหรือพลทหารที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ คนไทยมีความคิดแตกต่างหลากหลาย ไม่ได้มีแค่กลุ่มคนติดรายการคืนความสุขงอมแงม ไม่ต้องไปตั้งศูนย์เฟกนิวส์ปราบข่าวปลอม เพราะเสียงสะท้อนจากโซเชียลคือของจริง ต้องประเมินผลงานในรอบ 5 ปีประชาชนพึงพอใจหรือไม่ และที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่ามีวันนี้เพราะพี่ 2 ป.นั้น อาจยังกล่าวขอบคุณไม่ครบถ้วน สาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯครั้งที่ 2 ต้องไปขอบคุณคนร่างรัฐธรรมนูญ คนคำนวณสูตร ส.ส.พิสดาร จนได้ ส.ส.เอื้ออาทร และต้องไปขอบคุณ ส.ว. 250 คนที่โหวตให้

“เชาว์” แฉ กทม.ตุนถังขยะไว้หาเสียง

นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสาและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ถังขยะ กทม.หรือถังขยะการเมือง” ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาถังขยะหลายพื้นที่ของ กทม.ชำรุดแตกเสียหาย ส่งกลิ่นเหม็น ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย สกปรกไม่ถูกสุขลักษณะ อยากให้ กทม.เปลี่ยนถังขยะใหม่ในหลายจุดที่มีปัญหา ไม่ใช่รอจนถึงช่วงเลือกตั้งแล้วค่อยแจก โดยหวังผลประโยชน์ทางการเมืองให้กับบางพรรคการเมือง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดลักษณะนี้มาแล้วในช่วงเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา และถังขยะชุดดังกล่าวก็ใช้งานไม่ได้มีขนาดใหญ่เกินไป จัดซื้อไม่คำนึงถึงความสะดวกต่อการใช้งาน ทำให้รัฐสูญเสียงบฯไปโดยเปล่าประโยชน์ ขอเรียกร้องให้ กทม.รีบเอาถังขยะออกมาวางทดแทนที่ชำรุด เงินแผ่นดินไม่ได้มีไว้ให้ใครมาใช้ประโยชน์หาคะแนนนิยมให้ตัวเอง

“เทวัญ” เล็งลู่ทางเพิ่มรายได้ อสมท

ที่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบแนวทางการทำงานให้กับ อสมท ว่า อสมท ต้องนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจนให้ประชาชนเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ป้องกันปัญหาเฟกนิวส์ที่มักปรากฏในโซเชียลเน็ตเวิร์ก และออนไลน์ ที่สร้างความสับสนในสังคม ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์รอบตัวที่เปลี่ยนแปลง แพลตฟอร์มการทำธุรกิจเปลี่ยนไปสู่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในออนไลน์ ดังนั้นการจัดโครงสร้างการบริหารต้องสอดคล้องกัน เพื่อความทันสมัยเป็นสากล สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ ปีนี้คาดการณ์ว่าอาจมีกำไรหรือขาดทุนไม่มาก แต่ยังเผชิญกับสถานการณ์ที่ธุรกิจประเภทเดิมจะมีรายได้ลดน้อยลงเรื่อยๆ ต้องเพิ่มช่องทางหารายได้มาทดแทน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชวน หลีกภัยรัฐสภาใหม่สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุลพิเชษฐ สถิรชวาลสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้