ข่าว
100 year

“ธรรมนัส” รีบเคลียร์-หิ้ว “ธีทัชฐ์” ไหว้ขอโทษ “ท็อป”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 05:25 น.
SHARE

วราวุธลั่นไม่ติดใจยุติฟ้อง ‘ตู่’ พร้อมแจง-ถวายสัตย์ฯ แต่มี ‘ขอแว่บ’ ไปทำภารกิจ

“บิ๊กตู่” โอ่ข้อมูลอยู่ในหัวพร้อมแจงถวายสัตย์ปฏิญาณ บอกวิญญูชนควรรู้อะไรเป็นอะไร ยันไม่หนีแต่ขอแว่บไปทำภารกิจ โอดกลางวงนักศึกษา วปอ.61 โซเชียลรุมโพสต์ด่า ไม่รู้เกลียดอะไรนักหนา หยอดร่วมเป็นร่วมตาย 2 ป. มีวันนี้เพราะ “พี่ป้อม” สอนมา ฝ่ายค้านดักคออย่าอ้างศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯหลบเลี่ยง “สุทิน” เล็งขอร่นเปิดเวที 17 ก.ย. “ชลน่าน” ตีปาก “ประยุทธ์” ลากเข้าใกล้สถาบัน พท.โต้รู้ทันรัฐบาลปั้นข่าวไอโอ กล่าวหาเมินชาวบ้านเดือดร้อนมัวลุยแก้ รธน.-ขย่มปมถวายสัตย์ฯ ส.ส.เสรีรวมไทยฉะกบฏ บิดเบือนให้คนกลัว หวังกลบเรื่องเงียบเหมือนนาฬิกาหรู สภาฯดับฝันไม่ให้เลื่อนวันซักฟอก เปิดเร็วปิดไว 600 ล้าน ซื้อเก้าอี้อธิบดีกระทรวงทรัพย์ฯ “ธรรมนัส” หิ้ว “ธีทัชฐ์” แถลงเคลียร์ จอมปูดจ๋อยไหว้ขอโทษรับผิด “วราวุธ” ไม่ติดใจยุติฟ้องร้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันจะเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตอบชี้แจงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบในวันที่ 18 ก.ย. แต่อาจจะออกมาทำภารกิจข้างนอกบ้างเป็นบางช่วง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านดักคออย่าอ้างเหตุศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของนายกฯหลบเลี่ยงไม่เข้าสภาฯ

นายกฯยึดลดขัดแย้งภาครัฐ–ปชช.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่ห้องไทยจิตรลดา 1-2 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “ASEAN MSMEs in the Digital Era: Challenges and Opportunities” ว่าเชื่อมั่นว่าผลการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่นโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการในภูมิภาค ใช้ดิจิทัลที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ไทยได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2014 และไทยในฐานะเป็นประธานอาเซียนจะผลักดันเพื่อให้สำเร็จในปีนี้ สิ่งสำคัญภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน วันนี้จะเห็นว่าไทยมีปัญหา เช่น ภัยแล้ง อุทกภัยมากขึ้นกว่าเดิมเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นทั้งวิกฤติและโอกาสควรนำบทเรียนมาแก้ไข การบังคับใช้กฎหมายต้องสร้างการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้มากที่สุด ถ้าไม่แก้ไขด้วยการเข้าสู่ระบบจะแก้ไม่ได้ทั้งสิ้น

ยันไม่อ้างศาล รธน.ชิ่งหนีสภาฯ

จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมกล่าวถึงการชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 ก.ย. ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณตนหากต้องมีการพูดถึงสถาบันว่า ไม่รู้สึกลำบากใจ แต่จะต้องไปพูดคุยกันก่อนว่าจะสามารถพูดได้แค่ไหนอย่างไร หากพูดแล้วมีผลกระทบ เมื่อถามว่า ในวันเดียวกันนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะนัดพิจารณาเรื่องคุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ว่ากันไป ถือเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องแยกแยะให้ออก ได้ส่งฝ่ายกฎหมายของตนไป ส่วนที่ฝ่ายค้านกังวลว่านายกฯอาจหยิบมาเป็นข้ออ้างไม่เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ คงไม่เกี่ยวกันถ้าไปได้ตนก็ไป ทุกวันนี้มีงาน 4-5 งานทั้งช่วงบ่ายและช่วงเย็น ทุกวันจะเป็นอย่างนี้ขอให้เห็นใจบ้าง ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรคืออะไร แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งตนต้องหาข้อยุติให้ได้

เข้าฟังแน่แต่ขอแว่บไปทำงาน

“ในวันที่ 18 ก.ย. ผมก็มีงานต้องทำอยู่เหมือนกัน แต่ยืนยันว่าจะเข้าไปฟัง แต่หากมีภารกิจผมก็ต้องออกมาบ้างแล้วจะกลับไปฟังใหม่ คงต้องเป็นแบบนี้ จะไม่ให้ผมทำงานอย่างอื่นเลยหรือ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่านายกฯไม่ได้เคลียร์งานเอาไว้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะเคลียร์ได้อย่างไร เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านบอกว่าเวลามีอยู่อย่างจำกัด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “จะพูดกันนานแค่ไหน 3-5 วันเลยหรืออย่างไรกับเรื่องการถวายสัตย์ฯมีอยู่เรื่องเดียว ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาก็พูดเหมือนเดิม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่าควรอภิปรายแค่ครึ่งวันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกันแล้วแต่วิปรัฐบาล ส่วนที่ฝ่ายค้านจะบอกว่าจะลากเวลาถึงเวลา 24.00 น. เท่าไหร่ก็เท่านั้นแล้วแต่ คำชี้แจงต่างๆอยู่ในหัวหมดแล้ว เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีองครักษ์พิทักษ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า องครักษ์ของตนเป็นใคร หากเป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องของ ส.ส. ถ้าพูดนอกประเด็นเขามีสิทธิ เช่นเดียวกับที่ฝ่ายรัฐบาลพูดอะไรไปฝ่ายค้านก็มีสิทธิจะพูด นี่คือสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันจะไปบังคับใครได้

อัดวิญญูชนควรรู้อะไรเป็นอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯไปพูดระหว่างลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ระบุว่า เรื่องนี้ได้มีการลงพระปรมาภิไธยไปแล้วถือว่าจบแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็แล้วแต่จะคิด และควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเป็นวิญญูชน และการอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงมติ จะชี้แจงเท่าที่ชี้แจงได้และทำอย่างไรไม่ให้ก้าวล่วงไปถึงสถาบัน เห็นบทบัญญัติอยู่แล้วแต่ก็เป็นประเด็น แต่ถ้าบอกว่าเคารพรัฐธรรมนูญ แล้วที่ผ่านมาที่ว่าเคารพรัฐธรรมนูญมันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ผู้สื่อข่าวถามว่า อึดอัดใจหรือไม่ที่มีเรื่องเช่นนี้ตลอด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยู่ที่สื่อ แต่ตนก็สบายใจทุกวัน เมื่อช่วงเช้าได้เดินดูการปลูกต้นไม้ข้างศาลพระภูมิ ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นคนชอบไม้หอมมีกว่า 20 ชนิดเป็นไม้หอมในวรรณคดีไทย ผู้สื่อข่าวว่างขอให้เดินไปดูรอบทำเนียบรัฐบาล เพราะสั่งให้เจ้าหน้าที่มาปลูกไว้

ห้ามจัดข้าวกล่องพลาสติกให้กินอีก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2562 อยู่ระหว่างขั้นตอนการทูลเกล้าฯ อยากจะขอร้องว่าบางอย่างที่เกี่ยวกับสถาบันและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าถาม เรื่องโผทหารสุดแล้วว่าพระองค์ท่านจะโปรดเกล้าฯลงมาเมื่อไหร่ เป็นไปตามพระราชวินิจฉัย เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้กล่องพลาสติกบรรจุอาหารระหว่างลงพื้นที่ในขณะที่มีการรณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติกว่า ไม่ทราบว่าเขาจะเอามาให้รับประทานแบบนั้น เพราะขึ้นเครื่องบินไป และจะไม่รับประทานก็ไม่ได้แล้วมีการนำไปโพสต์ ได้กำชับไปแล้วว่าต่อไปอย่าให้เห็นอีก

โฆษก รบ.ขอโทษโพสต์เรียกแขก

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียตำหนิคณะนายกฯใช้กล่องโฟมใส่อาหารทานระหว่างลงพื้นที่ตรวจ น้ำท่วมว่า ยืนยันไม่ต้องการให้เกิดดราม่าและรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ที่โพสต์ภาพลงโซเชียล ต้องขอโทษขอชี้แจงเหตุการณ์ว่าหลังนายกฯไปงานรัฐมนตรีอาเชียนด้านพลังงานแล้ว มาขึ้นเครื่องไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พิษณุโลก และสุโขทัยต่อทันที ไม่ได้ทานอาหารตั้งแต่เช้า เมื่อนายกฯเห็นว่าอาหารใส่กล่องโฟมก็ตำหนิเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้พลาสติกเป็นภาชนะใส่อาหาร จากนี้ให้ใช้วัตถุย่อยสลายแทน จากนั้นตลอดทั้งวันไม่มีการใช้พลาสติกอีก ใช้ใบตองห่อข้าวเหนียวหมู และกล่องกระดาษใส่อาหารแทน หลังจากนี้คณะนายกฯจะไม่มีการใช้กล่องพลาสติกอีก รวมถึงบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาจัดงานอีเวนต์ในทำเนียบรัฐบาลจะไม่ให้ใช้เช่นเดียวกัน การรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้พลาสติกต้องเริ่มจากผู้นำ ต้องขอโทษกับสังคมและขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

ฝ่ายค้านดักคออย่าอ้างศาลเบี้ยวสภาฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยนายสุทิน คลังแสง ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยความเป็นนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯในวันที่ 18 ก.ย. ตรงกับวันเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดย นพ. ชลน่านกล่าวว่า การอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตรงกับวันอภิปรายโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จึงเกรงว่า พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างไม่มาตอบคำถามในสภาฯ ทราบว่าการอ่านคำวินิจฉัยจะเริ่มเวลา 14.00 น. คาดว่าใช้เวลา 2 ชั่วโมงขณะที่การอภิปรายทั่วไป จะเริ่มตั้งแต่เช้าไปจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบคำถามต่อสภาฯเท่ากับหนีสภาฯ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องไปฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเองในวันดังกล่าว แต่กลับทำท่าทีเหมือนอยากจะไปฟังเอง

จี้ “ชวน” ร่นวันมาอภิปราย 17 ก.ย.

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอหารือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอขยับวันอภิปรายทั่วไปขึ้นมาเป็นวันที่ 17 ก.ย.แทน เพราะเชื่อว่าตอนกำหนดวันอภิปรายทั่วไปนายชวนยังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 18 ก.ย. อยากให้ทบทวนหรือไปหารือรัฐบาลเพื่อให้นายกฯยกเลิกภารกิจอื่นมาชี้แจงเรื่องนี้

ตีปากนายกฯลากเข้าใกล้สถาบัน

“ขณะนี้ฝ่ายค้านกังวล 2 เรื่อง คือ 1.รัฐบาลสร้างข่าวไอโอ ลดน้ำหนักการอภิปรายตามมาตรา 152 กล่าวหาฝ่ายค้านละเลยปัญหาน้ำท่วม สนใจแต่ เรื่องการถวายสัตย์ฯ ขอชี้แจงว่าไม่ได้ละเลยปัญหาน้ำท่วม ส.ส.ฝ่ายค้านลงพื้นที่ช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วม ฝ่ายค้านรู้ทันว่านายกฯเอาปัญหาน้ำท่วมมาทำลายน้ำหนัก 2.รู้สึกไม่สบายใจประเด็นที่นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า “การถวายสัตย์ฯสมบูรณ์แล้ว ไปดูว่า ใครลงพระปรมาภิไธย พระบรมราชโองการว่าอย่างไร” ดูแล้วนายกฯใช้ถ้อยคำไม่ค่อยเหมาะสม ขอให้ระมัดระวังและทบทวน ยืนยันการอภิปรายตามมาตรา 152 ของฝ่ายค้านไม่เกี่ยวกับสถาบัน แต่ รัฐบาลพยายามลากฝ่ายค้านเข้าไปใกล้ รัฐบาลทำ แบบนี้เพื่อหวังประชุมลับหรือไม่ ขอให้หยุดเพราะเรารู้ทัน จะไม่มีการอภิปรายไปถึงสถาบันแน่นอน”

สับ รบ.มัวเล่นการเมืองเมิน ปชช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการสร้างข่าวไอโอ เบี่ยงเบน ให้เข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อนด้วยพิษเศรษฐกิจ ภัยแล้ง น้ำท่วม แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านกลับเสนอให้ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์น่าจะทำมาตลอดคือกระบวนการไอโอ ทั้งจากรัฐบาลและกองทัพอาจเข้าร่วม ผลงานเศรษฐกิจเป็นอย่างไรประชาชนตัดสินใจได้ ความพยายามจะโทษฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลชุดเก่าฟังไม่ได้แล้ว อยู่มานานขนาดนี้แตะตรงไหนล้วนปัดไม่ออก ถามเรื่องถวายสัตย์ฯลูกหาบบอกว่าให้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง พอฝ่ายค้านไปช่วยน้ำท่วมรวดเร็ว กองเชียร์รัฐบาลบอกว่าไปสร้างภาพ ใครกันแน่ที่คิดแต่การเมืองไม่สนใจคิดแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เคยเสนอให้รัฐบาลหยุดแก้ไขปัญหาทุกอย่าง แล้วมาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว หรือห้ามทำอะไรแล้วมาตอบคำถามปมถวายสัตย์ฯไม่ครบ ทุกอย่างดำเนินการควบคู่ไปได้

ฉะกบฏบิดเบือนให้ประชาชนกลัว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระที่ประชุม เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาต่างๆ โดยนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอหารือกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำ ครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ พล.อ.ประยุทธ์ไม่แสดงความรับผิดชอบ แต่พูดให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิด จนผู้พิพากษาท่านหนึ่งออกมาปรามว่าอย่านำพระราชดำรัสมาตีความเป็นพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องความถูกผิดในการถวายสัตย์ปฏิญาณ เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พยายามบิดเบือนให้เกิดความกลัว ไม่ให้มีการพูดถึง เรื่องจะได้เงียบๆไปเหมือนคดีนาฬิกา 25 เรือน ขอหารือต่อที่ประชุมเป็นครั้งที่ 4 เพราะประชาชนฝากถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า คำถวายสัตย์ฯที่ขาดหายไปว่า “จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” นั้น หากใครไม่ถือปฏิบัติถือเป็นกบฏ ฉีกรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์และ ครม. 35 คน ทำผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อทราบแล้วยังไม่ แสดงความรับผิดชอบ แสดงว่า ครม.รู้เห็นเป็นใจร่วมกระทำผิดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่

สภาฯไม่ให้เปลี่ยนวันซักฟอก

นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีประธานวิปฝ่ายค้านจะเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ทบทวนวันอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 18 ก.ย. ว่า นายสุทินได้ขอเข้าพบนายชวน แต่นายชวนติดภารกิจ จึงมอบให้ตนเป็นผู้เจรจาแทน โดยได้ยืนยันไปว่าไม่สามารถเปลี่ยนวันอภิปรายทั่วไปเป็นวันที่ 17 ก.ย. ได้ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯมาเปิดชี้แจงต่อสภาฯได้เพียงวันเดียวคือวันที่ 18 ก.ย. เท่านั้น ฝ่ายค้านเองไม่ได้ติดใจ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาชี้แจงต่อสภาฯในวันดังกล่าว เพราะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไปแล้วว่าจะเดินทางมา

ปชป.ขยับยื่นญัตติตั้ง กมธ.แก้ รธน.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามที่มติของที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มอบหมายเรียบร้อยแล้ว มีผู้ใหญ่หลายท่านลงนามรับรองญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นายอัศวิน วิภูศิริ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจุดยืนของพรรคที่ประกาศต่อสาธารณชนเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลและยังได้ทำตามนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาล เพื่อให้ญัตติมีผลทางปฏิบัติโดยเร็วเป็นญัตติด่วน ตนและเพื่อน ส.ส.พรรคจำนวนหนึ่งจะเข้ายื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ วันที่ 6 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย

ส่งศาล รธน.ชี้ขาด พ.ร.ก.ครอบครัว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ส่งคำร้องที่ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อกันให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ย. เพื่อให้วินิจฉัยการตรา พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ปี 2562 ว่า ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1 หรือไม่ การพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญมีกรอบเวลาการพิจารณาไม่เกิน 60 วัน เมื่อแล้วเสร็จสภาฯจะนำ พ.ร.ก.ดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้ง แต่ไม่ยืนยันว่าจะทันสมัยการประชุมนี้หรือไม่

“อนุทิน” อวยเป็นกำลังหนุนผู้นำ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กทม. ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานและให้ข้อคิดเห็นในการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 61 เป็นตัวแทนกล่าวบนเวทีว่านายกฯนำพาประเทศสู่ความมั่นคงมีเสถียรภาพ ทำให้ความมั่งคั่งเกิดขึ้น นักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 61 นำเสนอผลงานการศึกษาที่จะเป็นโครงการต้นแบบสร้างรายได้ให้กับประเทศที่มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี ไม่ทำให้ทุนการศึกษาสูญเปล่าแน่ แต่จะคืนให้ประเทศ พวกเราโดยเฉพาะกระผมพร้อมเป็นกำลังสนับสนุนภารกิจนายกฯไปสู่เป้าหมายสูงสุด

“ลุงตู่” โอดถูกด่าไม่รู้เกลียดไรนักหนา

พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีกล่าวว่า ขอชื่นชมผลงานได้พัฒนาจากปีก่อนๆมาก บางอย่างนำไปสู่การปฏิบัติแล้ว เวลานี้ไม่กังวลกับปัญหานอกประเทศ แต่กังวลปัญหาภายใน โดยเฉพาะพวกวิจารณ์ผ่านโซเชียล เรื่องสำคัญรับได้ทั้งหมด แต่บางเรื่องทำให้เสียสมอง แต่ไม่เป็นไรยังสู้ไหว ถ้าทุกคนพูดว่ามันแย่มันจะแย่เพราะจะไม่มีใครกล้าลงทุน เพราะรัฐบาลทำคนเดียวไม่ไหว ไม่เข้าใจคนที่พยายามพูดว่าประเทศเราไม่ดี แต่มีคนมาเที่ยวมาก โพสต์ด่าลุงตู่ ไม่รู้ว่าเกลียดชังไปทำอะไรให้ใครเจ็บใจนักหนา บอกหน้าตานายกฯเหนื่อยเหลือเกิน ออกไปเถอะ ไม่เข้าใจแทนที่จะให้กำลังใจ แต่ไม่เป็นไรโกรธใครไม่ได้อยู่แล้ว ปลงแล้ว และฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ กองทัพไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติต้องมีศักยภาพทั้งคนและเครื่องมือ เป็นกองทัพชั้นนำ อุปกรณ์ต้องทันสมัยพอสมควร ไม่ใช่เอาบุโรทั่งไปสู้ไปอวดเขามันไม่ได้ ไม่ใช่ตนอยากซื้อ ถ้าไม่ต้องซื้อได้ก็ดี เครื่องบินลองไปขึ้นกันดูบ้าง เว้นเครื่องบินของนายอนุทินปลอดภัย ที่มีอยู่ 20-30 ปี ตกกันบ่อยๆแล้วก็มาเสียใจกัน แต่ไม่ใช่ซื้อกันเกลื่อนไม่มีเงินขนาดนั้น สิ่งเหล่านี้มีไว้ให้เกิดความเกรงใจ ไม่ได้อยากไปรบกับใคร ส่วนทหารไม่ใช่ทำหน้าที่ทหารอย่างเดียว ต้องรู้เศรษฐกิจและสังคม รู้ถึงยุทธศาสตร์ประเทศจะได้ไปช่วยกัน แต่ไม่ใช่ไปก้าวก่าย

ร่วมเป็นร่วมตาย 2 ป. มีวันนี้พี่สอนมา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ กับ พล.อ.ประวิตรตนมีวันนี้ได้เพราะท่านสอนมา ไม่มีใครเข้าใจหรอก ถ้าไม่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาแบบตนกับท่าน มีความห่วงใยที่ดีให้กัน มีความผูกพันและร่วมชะตากรรมกันมา คนที่ 2 คือพี่ป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ ตนถึงมายืนจุดนี้ก็พิสูจน์ตัวกันมานาน ท่านไว้ใจผม นอนบ้านเดียว กันมาทั้งหมด ความสัมพันธ์นี้มากกว่า 40 ปี ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์หรือตอบแทนอะไรกันทั้งสิ้น หลักการของตนถ้าทำดีก็ได้ดี ถ้าไม่ทำดีต่อให้รักแค่ไหนก็ตาม ตนก็ไม่ให้ พี่เขาก็ไม่ให้ ถ้าตนเกเรเขาก็ไล่ผมเตลิดออกจากบ้านไปนานแล้ว นี่คือสิ่งสำคัญส่วนเรื่องอื่นก็ไปว่ากันมา ทุกคนรู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเองและต้องหนักแน่นในการทำงาน

นายกฯ สั่งหาคนทำผิดซื้อเก้าอี้ ทส.

อีกเรื่อง ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) 600 ล้านบาทว่า ได้สั่งการไปแล้ว เพราะมีคลิปเผยแพร่ด้วย ได้ส่งคลิปดังกล่าวไปให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แล้ว นายวราวุธยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการไปว่าหากมีคนทำความผิด ต้องหาตัวผู้กระทำความผิด แต่ถ้าไม่ใช่ต้องหาตัวผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าว ยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล อย่างที่เคยบอกไว้ว่าพรรคร่วมต้องช่วยกันดูแล หากใครทำผิดหรือทำไม่ดีว่ากันมา พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะทำดีหรือไม่ดีก็ได้

“ท็อป” ชี้ตลกกรมต้นข่าวไม่มีโยกย้าย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ว่า น่าตลกที่กรมที่เป็นข่าวตนไม่ได้โยกย้าย ออกมาแถลงข่าวว่ามีการใช้เงิน 600 ล้านบาท บอกว่าตนได้รับเงินไปแล้ว 300 ล้านบาท อีก 300 ล้านบาท จะได้รับ ก.พ.63 แปลกใจ และเพิ่งเคยได้ยิน ขอให้ไปหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลให้ดี แหล่งข้อมูลนั้นกำลังจะทำให้เป็นผู้โชคดีที่ถูกดำเนินคดี ในชีวิตตนไม่เคยฟ้องร้องใคร จะขึ้นศาลกับ น.สพ.คนนี้เป็นคนแรก และจะชนะคดีด้วย เรื่องที่เอามาพูดเหลวไหล โกหก ไม่มีมูลความจริงแม้แต่นิดเดียว คนเป็นถึง น.สพ.แสดงว่าเป็นคนมีสติปัญญามีมันสมองจะคิด แต่มาบอกว่าข้าราชการมีเงิน 600 ล้านบาทเพื่อมาวิ่งเต้น ควรมีสามัญสำนึกมากกว่านี้ ถ้ามีเงินมากขนาดนั้นคงไม่มาเป็นข้าราชการ นอนตีพุงอยู่ที่บ้านหรือท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว เก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด แล้วจะให้ทีมทนายความยื่นฟ้องร้องต่อศาลในเร็ววันนี้

ฮึ่มอยากมีเรื่องไม่ขัด-จัดให้

เมื่อถามว่า จะฟ้องนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ผู้รับเรื่องและพามาแถลงข่าวด้วยหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ต้องขอไปดูก่อนว่านายสิระเป็นผู้จัดการพา น.สพ.คนนี้มา หรือตกกระไดพลอยโจน ถ้าตกกระไดพลอยโจนคงไม่มีอะไร แต่ถ้าจัดให้แถลงข่าวโดย ส.ส.มีส่วนรู้เห็นด้วย คงต้องดำเนินการตามกฎหมาย การกล่าวหาเช่นนี้ทำให้ตน กระทรวง ครม. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตระกูลศิลปอาชาเสียหายไม่เอาไว้แน่ ใครจะทำอะไรแต่อย่ามาหาเรื่องกับตนดีกว่า คงต้องเรียน พล.อ.ประวิตรให้ทราบข้อมูลก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทราบดี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก คงไม่นำมาเป็นประเด็น กับนายสิระเดินผ่านกันบ้างในสภา แต่ น.สพ.คนนี้เกิดมายังไม่เคยเจอหน้า ถ้าอยากจะมีเรื่องก็ไม่ขัดข้อง ทุกกรมในกระทรวงมีเรื่องสำคัญให้ทำอยู่มาก เรื่องนี้ไร้สาระ แต่ถ้าเรื่องเกี่ยวโยงอธิบดีกรมใดเขาจะดำเนินการตามกฎหมายอยู่ในดุลพินิจของอธิบดี สำหรับตนจะดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน

“บิ๊กป้อม” ให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือแต่ได้ดูข่าว ได้รับทราบสิ่งที่ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯได้พูดไปแล้วต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เห็นว่ามีคลิปไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า ส่วนนายวราวุธจะฟ้องร้องผู้เปิดเผยข้อมูลเท็จ นายวราวุธบอกแล้วว่ากรมที่เป็นข่าวไม่มีการโยกย้ายด้วยต้องหาความจริงกันให้ได้ ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องจริงหรือไม่ เดี๋ยวต้องสอบถามดู แต่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เชื่อว่าคงไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค

“ธรรมนัส” พา “ธีทัชฐ์” แถลงเคลียร์

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล แถลงถึงการซื้อขายตำแหน่งระดับอธิบดีในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า สอบถามแล้วพบว่าไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ จึงได้พา น.สพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน

จอมปูดจ๋อยขออภัยพรรคร่วมยังปึ้ก

น.สพ.ธีทัชฐ์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าคลิปเสียงเป็นเรื่องอธิบดีขึ้นเงินเดือนให้กับภรรยาตนเอง ไม่ใช่คลิปเสียงเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ 600 ล้านบาท กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ตนยอมรับว่าได้รับข้อมูลมาเร็วเกินไป จึงขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นทำงานรับใช้ประชาชนเช่นเดิม

ไหว้รับผิด “วราวุธ” ไม่ติดใจยุติฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว ร.อ.ธรรมนัส พร้อม น.สพ.ธีทัชฐ์ ได้ไปพบกับนายวราวุธที่ห้องทำงานชั้น 4 อาคารรัฐสภา ก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัสจะกล่าวว่า “เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงได้ให้น.สพ.ธีทัชฐ์มาขอโทษนายวราวุธ” จากนั้น น.สพ.ธีทัชฐ์ได้ยกมือไหว้และกล่าวขอโทษนายวราวุธ โดยทั้ง 2 คนต่างยิ้มให้กันและนายวราวุธกล่าวว่า “จะได้ชัดเจนว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง หากยอมรับผิดผมลูกผู้ชายพอ ผิดก็คือผิดจบคือจบ ไม่ฟ้องต่อ ส่วนการสอบสวนเรื่องร้องเรียนดำเนินการไปตามกระบวนการอยู่แล้ว ไม่ได้ยกเว้นอะไร” จากนั้นนายวราวุธได้กล่าวเชิงหยอกล้อกับ น.สพ.ธีทัชฐ์ด้วยว่า “พี่หมอจะพูดอะไรก็คิดดีๆก่อนนะ”

ศาลยกฟ้อง นปช.เจตนาฆ่า กปปส.

ที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1318/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายณรงค์ศักดิ์ หรือตุ้ย พลายอร่าม นายชัชวาล หรือชัช ปราบบำรุง นายทวีชัย หรือวี หรือชัย วิชาคำ นายสมศรี หรือเยอะ มาฤทธิ์ และนายพีรพงษ์ หรือธานินทร์ สินธุสนธิชาติ แนวร่วมกลุ่ม นปช. เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเจตนาฆ่าผู้อื่น พ.ร.บ.อาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุน เครื่องยุทธภัณฑ์ ฯลฯ กรณีเมื่อคืนวันที่ 26 มี.ค.57 จำเลยกับพวกร่วมกันใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 6 ลูก ยิงใส่เวที กปปส. ถนนแจ้งวัฒนะ มีเจตนาฆ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และประชาชนทั่วไป ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธรรมนัส พรหมเผ่าธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์พรรคพลังประชารัฐวราวุธ ศิลปอาชาซื้อขายตำแหน่งพรรคร่วมรัฐบาลข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้