ข่าว
100 year

โจทย์ที่เด้งเชือกไม่ได้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ส.ส.ท่านใดจะอภิปรายในประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณต้องรับผิดชอบตัวเอง

เตือนนิ่มๆสไตล์ “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ส่อขัดรัฐธรรมนูญ

แปลความตามสัญญาณ ระวัง “ล้ำเส้น” เขตแดนมิบังควร

อีกทั้งจับทางจาก รมช.เกษตรฯที่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ประเด็นถวายสัตย์ฯ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ทางพรรคพลังประชารัฐคงไม่เข้าไปก้าวล่วงในการชี้นำศาล และฝ่ายค้านเองน่าจะนำกลับไปคิดให้ดี ว่าการอภิปรายจะเป็นการหมิ่นศาลหรือชี้นำศาลหรือไม่ ต้องระวังข้อกฎหมาย

คอนเฟิร์มเลยว่า เรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คงได้ชี้แจง

มันคือการเปิดโพย “มวยแทน” แผนให้ “เนติบริกร” เป็นหลักในการรับมือศึกอภิปรายทั่วไป

ในฐานะ “วิษณุ” เป็นกูรูผู้รู้ดีทั้งในแง่กฎหมายและจารีตประเพณี

ประกอบกับท่าทีของ “บิ๊กตู่” ภายหลังจากที่อัญเชิญพระราชดำรัส ลายพระราชหัตถ์

ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ใส่กรอบไว้เป็นสิริมงคล และเป็นเครื่องเตือนใจในการปฏิบัติงาน

พยายามเลี่ยง ไม่ตอบคำถามปมถวายสัตย์ฯ

ในอารมณ์วอนสื่อและสังคมหยุดล้ำเส้นประเด็น “อ่อนไหว”

นายกฯเล่นบท “ตีกรรเชียง” เบี่ยงตัวหลบมาตลอด มันก็ไม่น่าแปลกแต่อย่างใด ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ชี้แจงการอภิปรายปมถวายสัตย์ฯในสภา ในเมื่อรู้ดีว่าเป็นแค่เวทีเตะฟรีคิก ตามฟอร์มพรรคร่วมฝ่ายค้านรอถล่ม รุมด่าตีกินฟรี

แต่สุดท้ายก็จบแบบไม่มีการลงมติ ไม่มีผลต่อการอยู่หรือไปของรัฐบาล

จุดที่ต้องลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงายมันอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญต่างหาก

ตามมุมทางการเมืองก็ลากกันไปลากกันมา ตีกินกระแส เล่นแง่กฎหมาย

สรุปไม่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม มันกลับเป็น “ตุ้มถ่วง” ทำให้รัฐบาล “ประยุทธ์ ภาค 2” เดินหน้าบริหารได้ไม่เต็มสูบ

ต้องพะว้าพะวังกับปม “กิ้งกือตกท่อ”

ขณะที่ปัญหาฉุกเฉินเฉพาะหน้าก็ถาโถมเข้าใส่แบบไม่ทันหายใจหายคอ แบบที่พายุ “โพดุล” ยังไม่ทันจาง หันมาอีกทางพายุ “คาจิกิ” จ่อถล่มต่อ ซ้ำวิกฤติอุทกภัยภาคอีสานและอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง
สถานการณ์พลิกตาลปัตรจากภัยแล้งเป็นน้ำท่วมใหญ่

กดทับภาวะเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสจากสงครามการค้าโลกอยู่แล้ว อาการยิ่งร่อแร่

และนั่นก็เป็นมุมบวกกับ “บิ๊กตู่” มันทำให้เกิดภาวะ “กระแสดีดกลับ” เครื่องหมายคำถามย้อนไปถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ดาหน้าขย่มรัฐบาล เขย่ากระแสแก้รัฐธรรมนูญ ไล่ขยี้ปมถวายสัตย์ฯ

จ้องเตะตัดขารัฐบาล โดยไม่สนบ้านเมืองหน้าสิ่วหน้าขวาน

ตามรูปการณ์ถือว่าเข้าทาง ในจังหวะที่นายกฯรีบขนทีมหางเครื่องชุดใหญ่ลงตรวจพื้นที่อุทกภัยในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัย ซื้อใจชาวบ้านผู้ประสบภัยแบบทันท่วงที

“บิ๊กตู่” ใช้มุมบริหาร “เด้งเชือก” หลบแรงกระแทกเกมการเมืองของฝ่ายค้านได้เนียนๆ

4-5 ปี เรียนรู้เคล็ดวิชานักการเมืองมาเยอะ เอาตัวรอดได้ไม่ยาก

ที่ยากกว่าก็คือโจทย์ “ปราบเซียน” เรื่องใหญ่ที่ส่อเค้าบานไม่หุบ

ล่าสุดนายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ออกมาให้ความเห็นกรณีข้อพิพาทระหว่างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ กับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางการบิน เนื่องจากโครงการของเอกชนตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ชี้ชัดหวั่นเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ ที่สำคัญองค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) เคยแจกใบเหลืองและใบแดงให้ประเทศไทยในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ทำให้สูญเสียรายได้นับแสนล้านบาท

โดย คสช.ต้องเร่งออกกฎหมาย จนแก้สำเร็จมาในรัฐบาลที่แล้ว

แต่แนวโน้มปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ทอท.กับสิ่งปลูกสร้างของเอกชนที่เป็นปัญหาระดับประเทศและอาจลุกลามไปยังต่างประเทศ ในปัญหาความปลอดภัยทางการบิน หากเกิดความไม่ปลอดภัยหรือเกิดอุบัติเหตุเที่ยวบินขาลงจะเกิดโศกนาฏกรรม

สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ

ระดับผู้พิพากษาใหญ่กระตุกทั้งรัฐบาล กระทรวงคมนาคม ทอท.ทำไมเงียบไป

งานนี้ต้องมีผลได้เสีย ไม่จบแบบหยวนๆแน่.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวายสัตย์ศาลรัฐธรรมนูญพรรคพลังประชารัฐประยุทธ์ จันทร์โอชาพายุสงครามการค้าวิเคราะห์การเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้