ข่าว
100 year

“ตำรวจ” ปัญหาของชาติ

สายล่อฟ้า3 ก.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

ขอให้จริงเถอะน่า...

ประเดิมตำแหน่งประธาน ก.ตร.เป็นครั้งแรกหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับผิดชอบงานตำรวจโดยตรง ไม่ได้มอบหมายให้ใครทำหน้าที่แทน

5 ปีที่ผ่านมาในรัฐบาล คสช. นายกฯได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบแทน

ก็คงได้เห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในแวดวงตำรวจเละเทะกันไปหมด การแต่งตั้งก็ล่าช้าไม่เป็นไปตามวาระที่ควรจะเป็น

เสียงเล่าลือเรื่อง “ซื้อ-ขาย” เก้าอี้ก็ยังดังกระฉ่อนเมือง

อีกทั้งมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจหลายชุดหลายคณะ แต่ก็ไม่สามารถนำมาแปลงเป็นรูปธรรมได้

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีความก้าวหน้าแต่อย่างใด เพราะ ที่คิดออกแบบมาเป็นแผนต่างๆกลับถูกเก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้เท่านั้น

เสียเงิน เสียเวลา เสียอารมณ์กันไปเปล่าๆปลี้ๆ

เพราะแต่ละเรื่องที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปถึงโครงสร้างกลับทำอะไรไม่ได้แตะตรงนี้ก็ไม่ได้แตะตรงนั้นก็ไม่ได้ เนื่องจากถูกแรงต่อต้านจากตำรวจเก่า-ตำรวจปัจจุบัน ไม่สามารถขยับอะไรได้

ประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เพราะผู้มีอำนาจยังมีแนวคิดที่ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยน คิดแต่เพียงว่า “ตำรวจ” คือองค์กรหนึ่งที่จะเสริมส่งอำนาจและความมั่นคง

แต่ไม่ได้คิดถึงประชาชนที่ต้องยอมรับสภาพอย่างไม่มีทางเลือก

การที่นายกฯตัดสินใจเข้ามารับผิดชอบด้วยตนเองถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นายกฯคงรู้ถึงปัญหานี้เป็นอย่างดีจึงต้องเข้ามาดูแลเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

ถ้านายกฯปรารถนาดีและตั้งใจจริงน่าจะทำให้วงการตำรวจดีขึ้นเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้อย่างน้อยก็ให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ดี

“อาวุโสเหมาะสม มีความสามารถที่ปรากฏ ไม่มีการซื้อขายเก้าอี้”

เป็นหลักคิดของนายกฯในการแต่งตั้งโยกย้ายที่ต้องการให้นำไปใช้ให้เป็นจริง การแต่งตั้งล่าสุดก็พอจะมองเห็นกันอยู่

แต่นั่นเป็นเพียงแค่องค์ประกอบอย่างหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง หากไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างรับประกันได้ว่าไม่มีทางแก้ไขได้

ที่จริงแล้วการปฏิรูปตำรวจนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางหมุดในลักษณะเป็นวาระแห่งชาติด้วยซํ้าไป

งานที่ 2 ของนายกฯคือการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญาจำนวน 13 คน มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และกรรมการที่มีทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักกฎหมาย เป็นต้น

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคนหนึ่งและผู้ช่วยเลขานุการอย่างน้อยอีก 2 คน

มีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆของรัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาได้

เท่าที่ดูรายชื่อจากคณะกรรมการชุดนี้ถือเหมาะสมเหมาะกับงานนี้

นายมีชัยในฐานะประธานนั้นเคยทำหน้าที่เป็นประธานพิจารณาเรื่องนี้มาแล้ว และยังเคยมีแนวคิดว่าการปฏิรูปตำรวจนั้นมีความจำเป็นเพราะเป็นปัญหาของชาติ

ว่าไปแล้วถือว่าการตัดสินใจของนายกฯถือว่ามาถูกทาง แต่สิ่งที่จะต้องติดตามกันต่อไปก็คือผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จะได้ใจประชาชนจริงๆก็งานนี้แหละ...

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจปัญหาของชาติปฏิรูปตำรวจประยุทธ์ จันทร์โอชาสายล่อฟ้ากล้าได้กล้าเสีย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้