ข่าว
100 year

ให้วันเดียว! ถกลับถวายสัตย์ฯ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ย. 2562 05:05 น.
SHARE

รุมเรียกร้อง ‘บิ๊กตู่’ ต้องมาชี้แจงเอง! เทงบวิจัย 3 หมื่น ล.

รัฐบาลเดินเกมดันประชุมลับญัตติร้อนถวายสัตย์ฯไม่ครบ “ศุภชัย” อ้าง ส.ส.ถล่มบางประเด็นละเอียดอ่อนคุมไม่ได้ โยนวิปสองฝ่ายหารือร่วมก่อนขอมติที่ประชุมสภาฯ “สรศักดิ์” เผยรัฐบาลยังไม่ตอบกลับสะดวกวันใด “วิปรัฐบาล” ยืนกรานเปิดเวทีให้แค่วันเดียว “สนธิรัตน์” ปฏิเสธสกัดปิดปากฝ่ายค้าน “เทพไท” ติงรัฐบาลอย่าตีตนไปก่อนไข้ เชื่อมือ “ประยุทธ์” รับไหว “สมพงษ์” ชี้ประชาชนรอฟังอยู่ ย้อน “วิษณุ” เคยเขียนหนังสือไว้ถวายสัตย์ฯผิดไม่ได้แม้แต่สลับคำ ท้าวัดกำลังสองขั้วหวัง “บิ๊กตู่” จะไม่หนี “คารม” ยันไม่ก้าวล่วงสถาบันหรือความมั่นคง แนะรัฐบาลใจกว้างอย่าปิดรูกาน้ำเดือด พท.ไล่บี้ “อุตตม” หลัง “ทักษิณ” พ้นคดีปล่อยกู้กรุงไทย “วัฒนา” จวกไร้จริยธรรม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษเพื่ออภิปรายในญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนมีแนวโน้มสูงจะเป็นการประชุมลับ โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐปฏิเสธไม่ใช่เกมสกัดปิดปากฝ่ายค้าน ซึ่งวิปรัฐบาลจะหารือข้อสรุปในวันที่ 2 ก.ย. โดยจะให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายเพียงวันเดียว

“ชวน” ลุยจิตอาสาไม่ตอบญัตติร้อน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตดุสิต คณะกรรมการดำเนินโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ครั้งที่ 1 ที่บริเวณวัดแก้วฟ้าจุฬามณี โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ทำพิธีเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 ตัวเเทน ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลเข้าร่วม จากนั้นนายชวนพร้อมจิตอาสาได้เดินไปยังบริเวณท่าน้ำของวัดร่วมกันทำความสะอาดบันไดท่าน้ำ และอุโบสถวัดแก้วฟ้าจุฬามณี อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามซักถามถึงวันและกรอบการอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ในรัฐธรรมนูญกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน นายชวนกล่าวเพียงว่า “ไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าเมื่อวานนี้ (30 ส.ค.)”

“ศุภชัย” หนุนถกลับบางเรื่องคุมยาก

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีรัฐบาลอาจเสนอให้การประชุมสภาฯนัดพิเศษ เพื่ออภิปรายในญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อให้รัฐบาลชี้แจงและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ว่าเห็นด้วยที่จะให้มีการประชุมลับ เพราะตามญัตติที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเสนอมา อาจมีบางประเด็นที่ละเอียดอ่อน การอภิปรายของ ส.ส.อาจมีบางประเด็นที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่จะมีมติให้เป็นการประชุมลับหรือไม่ ในหลักการต้องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้านหารือร่วมกันและต้องขอมติจากที่ประชุมสภาฯ ตนสนับสนุนให้รัฐบาลตอบตกลงว่าจะให้สภาฯเปิดประชุมวาระดังกล่าวได้เมื่อใด และควรก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันที่ 18 ก.ย. จะเป็นวันใดนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพื่อให้กรณีที่เกิดขึ้นและถูกตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายต่างๆยุติ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าหากไม่ทันสมัยประชุมอาจขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มองว่าสมัยวิสามัญเป็นประเด็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563

รบ.ยังไม่ตอบกลับแจงถวายสัตย์ฯ

ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากสภาฯส่งหนังสือเพื่อแจ้งไปยังรัฐบาลต่อการเปิดประชุมเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติของฝ่ายค้าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งกลับ เบื้องต้นคาดว่าต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมเพื่อพิจารณาวันที่ 3 ก.ย. ขณะเดียวกันรอฟังการประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 2 ก.ย. วิปรัฐบาลได้นัดหารือที่รัฐสภา เวลา 14.00 น.

วิป รบ.หารือชงประชุมลับวันเดียว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะขอให้ประชุมลับเพื่อการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนว่า บ่ายวันที่ 2 ก.ย. วิปรัฐบาลจะหารือกันที่รัฐสภา ทั้งกำหนดวันอภิปรายและการขอเปิดประชุมลับ ต้องสอบถามความเห็นจาก ครม.ก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ ผ่านตัวแทน ครม. คือนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะ ครม.เป็นผู้ที่จะมาตอบ เราไม่ใช่ผู้ตอบ วิปรัฐบาลไม่ได้ซีเรียสจะประชุมลับหรือไม่ลับ หลังจากนั้นตัวแทน ครม.นำข้อหารือเบื้องต้นเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 3 ก.ย.สำหรับวันที่นายกฯและ ครม. จะมาตอบสภาฯน่าชัดเจนเร็วๆนี้ เพราะเหลือเวลาเพียง 2 สัปดาห์จะปิดสมัยประชุมสภาฯแล้ว ต้องรอดูรัฐบาลจัดเวลาให้ได้ช่วงไหน เชื่อว่าใช้เวลาวันเดียวพอ

“เทวัญ”เผย 3 ก.ย. ครม.จะสรุปชัดเจน

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ย.จะร่วมประชุมวิปรัฐบาลด้วย ครม.มอบหมายให้เป็นผู้ประสานระหว่างวิปรัฐบาลกับ ครม. คาดว่าวิปรัฐบาลจะหยิบยกการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ขึ้นมาหารือ เพราะสภาฯได้ทำเรื่องมาถึงรัฐบาลแล้วเพียงแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด และคาดว่าวิปรัฐบาลจะหารือการขอเปิดประชุมลับด้วย เมื่อได้ข้อสรุปเบื้องต้นอย่างไร จะได้นำเรียนหารือในที่ประชุม ครม.วันที่ 3 ก.ย.แล้วคงจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน สำหรับข้อเสนอขอให้ประชุมลับถือเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.และ ครม.ทำได้ ในฐานะพรรคชาติพัฒนาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อยากฟังความเห็นทุกฝ่ายก่อนว่าอย่างไร เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรว่าตามนั้น

พรรคร่วมรัฐบาลแบ่งเค้ก กมธ.

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกวิปรัฐบาล กล่าวถึงการจัดสรรหาโควตาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สามัญประจำสภาฯ 35 คณะ หลังข้อบังคับการประชุมสภาฯมีผลบังคับใช้ว่า สัปดาห์หน้านายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล จะนัดหารือกับวิปฝ่ายค้านจัดสรรโควตาประธาน กมธ.สามัญฯ อาจใช้ช่องทางคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาฯหรือวิปสภาฯที่มีฝ่ายละ 5 คน เป็นกลไกใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯฉบับใหม่ เป็นช่องทางหารือ เบื้องต้นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แบ่งสัดส่วนประธาน กมธ.เท่าๆกัน วิปรัฐบาลได้แจ้งให้ประธานวิปแต่ละพรรคเข้ามาแสดงความจำนงว่าพรรคไหนต้องการรับผิดชอบประธาน กมธ.ด้านใดในการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 2 ก.ย. เบื้องต้นได้เฉลี่ยกันแล้ว พรรคพลังประชารัฐจะได้ประธาน กมธ. 8-9 คณะ ขึ้นอยู่กับว่าจะนำส่วนของพรรคเล็กมารวมไว้หรือไม่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยพรรคละ 4 คณะ และพรรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ แต่หากพรรคใดแสดงเจตจำนงซ้ำกันจะจับสลากตัดสิน

“สนธิรัตน์” ปัดสกัดปิดปากฝ่ายค้าน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะมีการนำประเด็นประชุมลับเพื่อพิจารณาญัตติขออภิปรายทั่วไปกรณีถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนเข้าสู่ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ เพราะตามข้อบังคับการประชุมสภาสามารถทำได้ หากเนื้อหาในการประชุมต้องระมัดระวังหรือไม่ควรจะเผยแพร่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเสนอประชุมลับทันทีหรือให้อภิปรายไปก่อน ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจง แต่การชี้แจงต้องอยู่ภายใต้กรอบการพูดคุยกัน อาจพิจารณาเรื่องการประชุมลับหากจำเป็น ทั้งนี้ยังไม่ได้พูดถึงขั้นตอนการประชุมว่าจะขอประชุมลับในห้องประชุมเลยหรือไม่ ประเด็นนี้ไม่ใช่วิธีการปิดปากฝ่ายค้าน เพราะฝ่ายค้านทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ทำหน้าที่ของเราคงไม่สามารถปิดปากฝ่ายค้านได้ และขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะเสนอขอประชุมลับว่าจะเป็นรัฐบาลหรือพรรคพลังประชารัฐ

“ไพบูลย์โมเดล” ไม่ได้หวังผลการเมือง

นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) จะเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังติดปัญหาหลายประเด็น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกรณีศึกษาที่ กกต.ต้องพิจารณา ยืนยันว่าไม่เคยคิดว่าจะนำเรื่องนี้มาเป็นโมเดลเพื่อหวังผลทางการเมืองล่วงหน้า เมื่อยุบพรรคแล้วต้องหาพรรคสังกัดใหม่ อย่างไรก็ตามหากมีประเด็นที่เป็นอุปสรรคให้เกิดการดำเนินการทางการเมือง เมื่อใช้รัฐธรรมนูญไประยะหนึ่ง พรรคอาจตั้งกรรมการเพื่อศึกษาผลการใช้รัฐธรรมนูญ

“ธนกร” ฉะตะบี้ตะบันโจมตีนายกฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านรอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กำหนดวันอภิปราย รัฐบาลพร้อมไปชี้แจง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยากให้พรรคฝ่ายค้านเบาๆลงบ้าง เห็นออกมาพูดเป็นรายวัน ทางที่ดีฝ่ายค้านควรหันมาสนใจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะดีกว่า ที่สำคัญเรื่องอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ควรรอการวินิจฉัยจะดีกว่า เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายไปก็ไม่มีผลอะไร ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสิน สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ตัดสิน การเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติทำได้ แต่ควรมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ใช่อาศัยจังหวะโจมตีนายกฯเอามันอย่างเดียว ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพียง 1 วันเพียงพอแล้ว เนื้อหาสาระมีนิดเดียว คนไทยทั้งประเทศทราบแล้ว ฝ่ายค้านขอเวลาถึง 3 วันแสดงออกถึงเจตนาไม่บริสุทธิ์ จะตะบี้ตะบันโจมตีนายกฯใช่หรือไม่ อย่าสำคัญตัวผิด คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์กลัวสภาฯ การแถลงนโยบายรัฐบาลท่านแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้กลัว แต่ที่ไม่ได้ไปสภาฯ เพราะมีภารกิจไว้แล้ว

ภท.เชียร์หารือลับอภิปราย “บิ๊กตู่”

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเสนอให้สภาฯประชุมลับ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า โดยหลักการแล้วเห็นด้วยกับเรื่องนี้ หากเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังการแสดงความเห็น หรือการอภิปรายเป็นเรื่องที่ข้อบังคับการประชุมสภาฯ เปิดทางให้ทำได้ แต่ต้องพิจารณาถึงเนื้อหาการอภิปรายของฝ่ายค้านก่อนว่ามีประเด็นใดที่จะเข้าหลักเกณฑ์ต้องเสนอให้ประชุมลับหรือไม่ ส่วนตัวยังไม่ทราบประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย จึงไม่สามารถตอบได้ว่าต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่

“เทพไท” ติง รบ.อย่าตีตนไปก่อนไข้

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่สภากาแฟร้านโกปี้ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปนายกฯโดยไม่ลงมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตามมาตรา 152 ว่า เมื่อประธานสภาฯได้กำหนดวันเปิดวันอภิปรายแล้ว ต่างฝ่ายต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด จากกระแสข่าวที่ออกมาว่า ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอให้มีการประชุมลับนั้น ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ทำได้ เพราะในการประชุมสภาฯ ถ้ามีการประชุมวาระใดที่เป็นความลับ พาดพิงบุคคลภายนอกให้ได้รับความเสียหายหรือเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกในที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุมให้มีการประชุมลับได้ จะประชุมลับหรือไม่เป็นเรื่องของสถานการณ์หรือเนื้อหาการประชุม ไม่ควรตั้งธงไว้ล่วงหน้า ไม่ อยากให้ทุกฝ่ายกังวลหรือตีตนไปก่อนไข้ การอภิปรายทั่วไปเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้านตามวิถีประชาธิปไตยและมีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

เชื่อมั่น “ประยุทธ์” รับมือฝ่ายค้านได้

นายเทพไทกล่าวต่อว่า เชื่อว่านายกฯจะมาชี้แจงด้วยตนเองและมั่นใจว่ารับมือกับการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ การอภิปรายในสภาฯ ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ในการอภิปรายตามข้อเท็จจริง ทั้งสองฝ่ายต้องนำความจริงมาพูดกัน นายกฯเป็นผู้เดียวที่รู้ข้อมูลทั้งหมดได้ดีที่สุด จะเป็นบททดสอบการทำหน้าที่ของนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าเวลาจะพิสูจน์ทุกสิ่ง ความจริงจะพิสูจน์ทุกอย่าง

พท.ชี้ ปชช.รอฟัง “วิษณุ” ลั่นไว้ผิดไม่ได้

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ฝ่ายรัฐบาลระบุมีแนวทางขอประชุมลับได้ว่า การอภิปรายเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ หากมีการประชุมลับแล้วประชาชนจะรับรู้ข้อเท็จจริงได้อย่างไร เรื่องนี้ผู้อภิปรายจะต้องระมัดระวังอย่างสูงอยู่แล้ว จะไม่ให้มีการพาดพิงสถาบัน อีกทั้งรัฐธรรมนูญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้ร่างเองทำไมการถวายสัตย์ฯจึงไม่ครบถ้วน แม้แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยเขียนหนังสือว่าการถวายสัตย์ฯจะผิดไม่ได้คำว่า “และ หรือ” จะสลับไม่ได้ ยืนยันพรรคร่วมฝ่ายค้านปรารถนาดี ไม่ได้มาแก่งแย่งเพื่อล้มรัฐบาล และการอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ พรรคฝ่ายค้านจะถามให้ประชาชนได้รู้ และอยากให้เปิดอภิปรายกันอย่างเปิดเผย

“สมพงษ์” ท้าวัดกำลังหวังผู้นำจะไม่หนี

เมื่อถามว่า การหาข้อยุติในสภาฯจะเปิดประชุมลับหรือเปิดเผยจะเป็นอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องในสภาฯก็ต้องวัดกันหน่อย พรรคฝ่ายค้านมีสัญญาประชาคมร่วมกันจะไม่ให้ขาดประชุมแม้แต่คนเดียว รัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านอยู่ หากไม่เข้าห้องน้ำกันเสียงก็ก้ำกึ่งกันและการประชุมสภาฯ ฝ่ายค้านต้องการให้อภิปราย 2 วันแต่กำหนดไว้เบื้องต้น 1 วันหากไม่เพียงพอขอขยายได้ ผู้อภิปรายจะใช้คนรุ่นใหม่ผสมผู้มีประสบการณ์ ตนจะนำเปิดอภิปรายคนแรก และจะไม่ใช้วันประชุมสภาฯ ปกติในวันพุธและวันพฤหัสบดี อาจประชุมวันศุกร์และวันเสาร์แทน อาจมีการประชุมวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. ที่กำหนดไว้คร่าวๆ ถ้ามติที่ประชุมสภาฯให้ประชุมลับคงต้องรับสภาพ ฝ่ายค้านจะไม่วอล์กเอาต์แน่นอน ถึงอย่างไรต้องอภิปรายและคิดว่านายกฯจะมาชี้แจงด้วยตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หวังว่านายกฯจะอารมณ์ดีขึ้น ก่อนสภาฯเปิดเห็นนายกฯอารมณ์ดีแต่พอแถลงนโยบายเป็นอีกแบบ

ฝ่ายค้านขอเลือก ปธ.กมธ.ก่อน

นายจุลพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิปพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะว่า การคำนวณว่าพรรคใดจะได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการกี่ชุด จะดูจากจำนวน ส.ส. แต่ละพรรคเป็นฐานคำนวณ พรรคฝ่ายค้านจะได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการเยอะกว่าฝ่ายรัฐบาล 18-19 ที่นั่ง เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลมีพรรคเล็กที่ได้ ส.ส. 1 คน หลายพรรคทำให้ถูกตัดเศษออกไป พรรคเพื่อไทยจะมีประธานกรรมาธิการประมาณ 10 ตำแหน่ง แบ่งตามสัดส่วนภาคเป็นภาคอีสาน 6 ตำแหน่ง ภาคเหนือ 2 ตำแหน่ง ภาคกลาง 1 ตำแหน่ง กทม. 1 ตำแหน่ง การเลือกว่าใครจะนั่งประธานกรรมาธิการชุดใด ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารมีรัฐมนตรีคอยทำงานขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ประชาชนแล้ว จึงควรให้สิทธิฝ่ายค้านเลือกกรรมาธิการก่อน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งสะท้อนปัญหาเพื่อดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพที่สุด

“คารม” ยันไม่กระทบสถาบัน-มั่นคง

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ ที่รัฐบาลระบุว่าประชุมลับได้ว่า การขอประชุมลับทำได้ ต่อเมื่อมีการอภิปรายกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ แต่ประเด็นที่จะอภิปรายนั้นคิดว่าไม่มี เพราะเป็นเรื่องของ ครม. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้นำ ครม.กล่าวถวายสัตย์ฯครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น ฝ่ายค้านได้หารือกันมีเพียงแค่ประเด็นนี้ จะอภิปรายในเชิงนี้ จะไม่มีการไปก้าวล่วงถึงสถาบันฯหรือเกี่ยวกับความมั่นคงใดๆ เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าหากถวายสัตย์ฯไม่ครบจะผิดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีทางออกอย่างไร เชื่อว่าประชาชนอยากรู้ พรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการจะกวนน้ำให้ขุ่นหรือจ้องจะล้มรัฐบาล แต่อยากให้ทุกอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพราะจะถือเป็นบรรทัดฐานให้รัฐบาลชุดต่อๆไปด้วย

แนะ รบ.เปิดใจกว้างอย่าปิดรูน้ำเดือด

นายคารมกล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องเปิดใจให้กว้าง อย่าใช้เสียงข้างมากปิดกั้น เสนออภิปรายลับ เพราะการอภิปรายนี้ไม่มีการลงมติ เป็นการให้ข้อเสนอแนะและติติงในสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ พวกเราอยากให้รัฐบาลทำให้ถูกต้อง จึงควรมาอภิปรายถกกันว่าอะไรผิดอะไรถูก และ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลจะมีทางออกเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างไร ไม่ใช่นิ่งเฉยอยู่แบบนี้ นี่คือเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เหมือนเปิดรูให้กับกาน้ำที่กำลังเดือด ประเทศจะได้มีทางออก หากไม่เปิดกาอาจระเบิดได้ หากผู้อภิปรายหรือฝ่ายค้านก้าวล่วงไปถึงสถาบันฯ คนที่จะเสียคือผู้อภิปรายและฝ่ายค้านเอง ประชาชนมีวิจารณญาณตัดสิน สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักของประเทศที่ทุกคนเคารพรัก คงไม่มีใครไปก้าวล่วงแน่นอน

มั่นใจ ปธ.สภาฯเอาอยู่ไม่มียืดเยื้อ

เมื่อถามถึงระยะเวลาการอภิปรายที่ฝ่ายรัฐบาลให้แค่ 1 วันเพราะเกรงว่าจะยืดเยื้อน่าเบื่อ นายคารม กล่าวว่า เรื่องเวลาจะได้ 1 หรือ 2 วันไม่ใช่ปัญหา หากได้ 2 วันจะไม่มีการเวิ่นเว้อน่าเบื่อแน่นอน เพราะเชื่อว่าประธานสภาฯควบคุมการประชุมได้ ดูจากการประชุมที่ผ่านมาในการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาฯ ประธานควบคุมได้ดีและจบได้เร็วก่อนกำหนดด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เนื้อหาการอภิปราย โดยเฉพาะของพรรคอนาคตใหม่ ไม่มียืดยาว เราเข้าเป้าตรงประเด็นแน่นอน ดูได้จากอภิปรายที่ ผ่านมา ส.ส.ของเราพูดเข้าประเด็นทุกครั้ง ขณะนี้ผู้จะอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ เบื้องต้นมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคและตน เป็น 2 คนแน่นอนแล้ว ส่วนจะมีใครเพิ่มเติมอีกบ้างจะหารือในการประชุมพรรคสัปดาห์หน้า

“ธนาธร–ปิยบุตร” ติวเข้มทีมงาน ตจว.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และนายศรายุทธ์ ใจหลัก ผู้อำนวยการพรรค ร่วมประชุมกับหัวหน้าคณะทำงานจังหวัดทั่วประเทศของพรรคอนาคตใหม่ ถึงทิศทางภาพรวมของพรรคทั้งในและนอกสภาฯ นายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า ทีมทำงานจังหวัดเป็นหน่วยสำคัญของพรรค พรรคจะเข้มแข็งหรือไม่อยู่ที่ประสานงานระหว่างทีมงานจังหวัดและส่วนกลาง งานในสภาฯในฐานะฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลกำลังจะเริ่มต้น ส.ส.ของพรรคขณะนี้มีบทบาทในคณะกรรมาธิการต่างๆ และใน 1 กมธ.จะมีสมาชิกของพรรคนั่งอยู่ 2 ถึง 3 คน เราจะมีช่องทางตรวจสอบ เรียกหาข้อมูล สอบถามความคืบหน้าทุกๆด้าน นี่คือกลไกด้านรัฐสภา อีกด้านหนึ่งคือการออกกฎหมายที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และออกกฎหมายกำจัดอุปสรรคการพัฒนาประเทศ นี่คือสิ่งที่อนาคตใหม่อยากนำมิติใหม่ทางการเมืองเข้าสู่สภาฯ พรรคอนาคตใหม่ต้องคงอยู่คงทนกว่าตนหรือนายปิยบุตร การต่อสู้ใช้ระยะเวลานาน อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี ขอให้สมาชิกทุกท่าน คณะทำงานทุกคน ส.ส.ทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างคงมั่นตลอดไป

“มนูญ” นั่ง หน.พรรคเศรษฐกิจใหม่

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2562 โดยมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ รักษาการเลขาธิการพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ พร้อมสมาชิกพรรคทั่วประเทศกว่า 300 คนเข้าร่วม เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ลาออกไปพร้อมเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยนายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าเพียงผู้เดียว ได้คะแนน เสียงเห็นชอบทั้งสิ้น 317 คะแนน ส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่ อาทิ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรค นายภาสกร เงินเจริญกุล เลขาธิการพรรค โดยนายมนูญกล่าวว่า เรามี ส.ส. 6 คนในสภาฯ สัญญาว่าจะทำหน้าที่ ส.ส.ให้เต็มกำลังความสามารถ จะสานต่อพร้อมผลักดันทุกนโยบายของพรรคที่เคยให้ไว้กับประชาชนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้านก็ตามจะยึดถือความถูกต้องและผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เรื่องไหนดีสนับสนุน เรื่องไหนไม่เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมจะไม่เห็นด้วยแน่นอน

“วันชัย” หยันฝ่ายค้านอ่อนลงเรื่อยๆ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงสถานการณ์รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯครั้งนี้เหมาะกับสถานการณ์อย่างยิ่ง ผสมผสานระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายความมั่นคงอย่างลงตัว แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่มีความมั่นคงทางการเมืองมากกว่าพรรคอื่นๆ ขณะที่ฝ่ายค้านกระจายกันหลายพรรคไปกันคนละทาง บางคนไม่อยากเป็นฝ่ายค้านตลอดไปจึงแทงกั๊กทางการเมือง หากรัฐบาลผ่านสมัยประชุมนี้ไปได้จะทำให้กำลังฝ่ายค้านไม่เปรี้ยงปร้าง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้น ไม่แรงพอโค่นรัฐบาลได้ เงื่อนไขที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ขณะนี้ยังไม่มี พรรคร่วมรัฐบาลยังอยู่ในภาวะข้าวใหม่ปลามัน ร่วมมือสร้างผลงาน จะระวังเรื่องการขัดแย้งหรือการทุจริตเป็นพิเศษ ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์หัวไม่กระดิกหางคงไม่กล้าส่าย เมื่อไม่มีเงื่อนไขขัดแย้งและการทุจริตแล้ว ต่อให้ฝ่ายค้านแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากจะล้มรัฐบาลได้ ฝ่ายค้านมัวแต่เล่นประเด็นอภิปรายไม่ตรงความรู้สึกประชาชน จะเสียหายขาดความน่าเชื่อถือ เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำมีแต่เสียกับเสีย ไม่ได้อะไรเลย

เฟ้นบัญชีสำรอง ส.ว.แทน “หมอธี”

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งวุฒิสภาของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ยื่นลาออกจากตำแหน่งว่า ใบลาออกมีผลวันที่ 31 ส.ค.สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอยู่ระหว่างพิจารณารายชื่อสำรองตามลำดับ ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นลำดับแรกต้องข้ามไปหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ต้องรอการตรวจสอบตามขั้นตอน หากนายดอนไม่อยู่ในข่ายจึงจะเลื่อนบุคคลลำดับถัดไปคือนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ส่วนประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยห้ามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี กรณีถือครองหุ้นสัมปทานของรัฐ จะเข้าข่ายต้องห้ามการเป็น ส.ว.หรือไม่นั้น ไม่ถือว่ามีผลที่ต้องพิจารณา เพราะ นพ.ธีระเกียรติลาออกจาก ส.ว.และมีผลแล้ว

ฝ่ายค้านแอ่วเหนือพบชาวเชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ตัวแทนจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้าน โฆษก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อม ส.ส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทยทุกเขต ลงพื้นที่ทำกิจกรรมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจร 4 ภาค รับฟังปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ที่นายกฯบอกเศรษฐกิจดี จำเป็นต้องมาถามประชาชนว่าดีจริงหรือไม่ แล้วการแจกเงินรัฐบาลรู้หรือไม่ว่าประชาชนส่วนใหญ่เอาไปใช้หนี้ เศรษฐกิจไม่ได้หมุนเวียน การแก้ปัญหาไม่ใช่แค่เอาเงินไปแจกแต่ต้องมีแนวทางให้ประชาชนทำมาหากิน ฝ่ายค้านเราจึงต้องการรับทราบปัญหา เพื่อนำไปสะท้อนและชี้แจงในสภาฯช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ฝากดันแก้ รธน.–โวย นทท.หดเงินหาย

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า ตัวแทนเกษตรกรสะท้อนปัญหาแหล่งน้ำภาคการเกษตร หากแก้ได้แทบไม่ต้องแก้ปัญหาเรื่องราคา ถ้าน้ำดีผลผลิตการเกษตรก็ดีตาม รวมถึงสะท้อนอยากให้ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนพูดหรือสะท้อนความคิดเห็นและปัญหาได้ด้วย เราอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย และอยากให้องค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยด้วย เพราะวันนี้เราไม่ค่อยกล้าพูดอะไร เพราะเรากลัว ต่อมาเวลา 12.00 น. คณะได้เยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมบ้านถวาย ผู้ประกอบการต่างสะท้อนว่านักท่องเที่ยวลดลงมากกว่า 80% มากว่า 5 ปีแล้ว บางคนถ้าสู้ไหวก็สู้ต่อ แต่บางคนสู้ไม่ไหวเซ้งกิจการหรือปิดกิจการไปเลย วันนี้ไม่ได้หวังว่าจะอยู่ดีกินดี แต่ขอให้พออยู่ได้แบบพอมีกินมีใช้ก็พอ ต่อมาเวลา 15.30 น. คณะร่วมรับฟังปัญหาผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ที่สะท้อนปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด เดือนที่ผ่านมาสถิตินักท่องเที่ยวลดลงเรื่อยๆ แต่ละเดือนมีเม็ดเงินหายไปเดือนละประมาณ 1,000 ล้านบาท ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่า ยิ่งทำให้ต้นทุนเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนสูงขึ้นปรับแผนท่องเที่ยวจนทำให้การท่องเที่ยวซบเซา

“จุรินทร์” ลุย “พาณิชย์สัญจร” หาดใหญ่

ที่โรงแรมลีการ์เดน พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษหลักสูตรนักการค้าออนไลน์รุ่นใหม่ในงานพาณิชย์สัญจร มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการค้ารูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมีข้อดีตั้งแต่เริ่มต้นและขยายตลาดได้ง่าย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกที่ทุกเวลา สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจสังคมบริโภคต้องการความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องเข้าไปให้ความรู้ ความเข้าใจการเริ่มต้น ตลอดการบริหารจัดการที่ดี ในการประกอบธุรกิจออนไลน์ ทำหลักสูตรอบรม บ่มเพาะพัฒนาศักยภาพด้านตลาดออนไลน์ ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสมัยใหม่

พัฒนาสินค้าท้องถิ่นสู่ระดับโลก

จากนั้นนายจุรินทร์ได้มอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI จำนวน 5 สินค้าได้แก่ ส้มโอหอมควนลัง จ.สงขลา ทุเรียนสาลิกา จ.พังงา ปลาดุกร้าทะเลน้อย จ.พัทลุง และจำปาดะ จ.สตูล ก่อนประชุมร่วมกับคณะทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัด โดยนายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มศักยภาพฐานรากด้วยการเพิ่มช่องทางสนับสนุนสินค้าเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้มีหนังสือถึง ผวจ.ทุกจังหวัด ให้สำรวจสินค้าในจังหวัดว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่สมควรเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมพาณิชย์สัญจรเป็นกิจกรรมเร่งด่วนของรัฐบาล ทูตพาณิชย์เป็นทัพหน้าในต่างประเทศ พาณิชย์จังหวัดเป็นทัพหน้าในท้องถิ่น พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสู่ระดับโลก ทูตพาณิชย์จึงเป็นเซลส์แมนขายสินค้าและหาตลาดในต่างประเทศ เป็นการผลักดันส่งเสริมสินค้า” นายจุรินทร์กล่าว

“เฉลิมชัย” ตั้งแล้ว กก.กองทุนฟื้นฟูฯ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)เฉพาะกิจ เปิดเผยว่าได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการใน กฟก.แล้ว หลังจากมีการเลือกตั้งใน 4 ภูมิภาค ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้นำรายชื่อเสนอนายจุรินทร์ ลักษณ–วิศิษฏ์ รองนายกฯเพื่อนำเสนอ ครม.ให้เห็นชอบแต่งตั้งต่อไป เพื่อให้ครบทั้ง 3 ส่วนคือ กรรมการโดยตำแหน่ง 10 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 11 คน และผู้แทนเกษตรกร 20 คน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนบริหารงาน กฟก.ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2552 ถ้า ครม.เห็นชอบคณะกรรมการ กฟก.เฉพาะกิจจะยุติการปฏิบัติงานตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2561 จากนั้นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชุดใหม่ได้แก่ คณะกรรมการ กฟก. คณะกรรมการบริหาร กฟก. และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรดำเนินการตามภารกิจปกติต่อไปได้

รบ.ตีปี๊บทุ่ม 3.7 หมื่นล้านบูมวิจัย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวถึงการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลว่า มุ่งเน้นสร้างคนโดยใช้การวิจัยและนวัตกรรม ครม.ได้เห็นชอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ใช้งบประมาณปี 2563 วงเงิน 37,000 ล้านบาท จัดสรรแก่งานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 5 ด้านคือ 1.พัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3.การวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน 4.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ และ 5.การปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตั้งเป้าเพิ่มนักวิจัยและพัฒนาเป็น 25 คนต่อประชากร 10,000 คนภายในปี 2564 ให้มหาวิทยาลัยไทยติด 100 อันดับแรกของโลก 2 สถาบัน จะเป็นกลไกสำคัญนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และเตรียมพร้อมสังคมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย

ต้อนรับ “มุน แช อิน” ดึงทุนโสมขาว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ยินดีต้อนรับเพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความในโอกาสนายมุน แช อิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และภริยา นางคิม จอง ซุก มีกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ย. มีหารือข้อราชการที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 2 ก.ย. ถือเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่นายมุนได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเป็นการเยือนไทยประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี จะเป็นโอกาสดีได้เปิดศักราชความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้ เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย NSP ของเกาหลีใต้และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทย พร้อมลงนามในความตกลงร่วมกัน 6 ฉบับ โดยมีนักธุรกิจระดับสูงกว่า 100 บริษัทชั้นนำ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนเกาหลีใต้ร่วมคณะ

“วัฒนา” จวก “อุตตม” ไร้จริยธรรม

สำหรับกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีลับหลัง พิพากษายกฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีบงการสั่งธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้แก่บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ เมื่อเวลา 14.00 น.นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าคดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทยเป็นคดีเดียวที่นาย ทักษิณแต่งตั้งทนายความ เพื่อปกป้องสิทธิพิจารณาคดีที่กระทำลับหลังจำเลย เนื่องจากผลของคดีจะถูกนำไปใช้ในคดีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค ถูกฟ้องว่าฟอกเงินอันเป็นผลมาจาก คตส.กล่าวหา ขณะนี้แพะตัวพ่อรอดจากการถูกบูชายัญไปหวุดหวิด แพะตัวลูกกำลังผจญวิบากกรรมอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลอาญาคดีทุจริต ส่วนคนโยนบาปให้แพะจบการศึกษาถึงปริญญาเอกที่เป็นทั้งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ รมว.คลัง แต่ไม่ทราบสะกดภาษาไทยคำง่ายๆว่า “จริยธรรมและความรับผิดชอบ” เป็นหรือไม่ หรือทั้งพรรคสะกดคำนี้ไม่เป็น

“ทักษิณ” พ้นข้อกล่าวหาซุปเปอร์บอส

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อศาลยกฟ้องนายทักษิณ สะท้อนว่า การกล่าวหานายทักษิณเป็นซุปเปอร์บอสในคดีเงินกู้กรุงไทย เป็นความเท็จและไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อยมาตลอด ส่วนซุปเปอร์บอสจะเป็นผู้ใดหรือมีจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน กรรมการ 2 คน ในขณะนั้นน่าจะมีคำตอบ การที่นายอุตตมเข้าร่วมการประชุมโดยไม่ได้แสดงความเห็นคัดค้าน แต่ชื่อนายอุตตมกลับไม่ถูกฟ้อง ต้องออกมาชี้แจงกับสังคมด้วยตนเอง อาจมีคุณสมบัติที่ขัดต่อการเป็น รมว.คลัง แม้ที่ผ่านมานายอุตตมจะได้ชี้แจงผ่านสภาฯ บ้าง แต่ประชาชนบางส่วนยังรู้สึกว่าคำอธิบายยังไม่ชัดเจน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน จะตรวจสอบนายอุตตมต่อไปตามรูปแบบที่กฎหมายเอื้อให้ดำเนินการได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวายสัตย์ไม่ครบประยุทธ์ จันทร์โอชาประชุมสภารัฐธรรมนูญมาตรา 152ประชุมลับข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้