ข่าว
100 year

สถานการณ์รัฐบาลประยุทธ์ “ฝ่ากับดัก” รัฐธรรมนูญ : หลักนิติธรรม ค้ำประเทศ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ย. 2562 05:15 น.
SHARE

อิทธิฤทธิ์พายุโซนร้อน “โพดุล”

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนถล่ม 39 จังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตราย อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่กรุงเทพฯฝนตกหนักร้อยละ 60 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน

แต่โดยภาพรวมปริมาณน้ำในเขื่อนหลักก็ยังไม่พ้นโซนภัยแล้ง

ฟ้าฝนแปรปรวนในห้วงการเมืองปรวนแปร ตามปรากฏการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรีทำพิธีรับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูล ละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562

เพื่อน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไว้เป็นสิริมงคล และเป็นเครื่องกำกับสติเตือนใจสืบไป

นายกฯกับ ครม.ต้องอัญเชิญใส่กรอบไว้ในห้องทำงาน

ต่อเนื่องกับการที่ พล.อ.ประยุทธ์นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อขอประทานพร

เพื่อเป็นสิริมงคลให้รัฐบาลอยู่รอดปลอดภัย

ในสถานการณ์ที่กัปตันเรือเหล็กต้องเผชิญมรสุมกระหน่ำหนักๆตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งลำ

“สึนามิ” เศรษฐกิจจากภาวะสงครามการค้าสหรัฐอเมริกากับจีน ปัจจัยลบกระทบการส่งออกที่เป็นรายได้หลักทำจีดีพีหล่นวูบ ความวุ่นวายในฮ่องกงยังส่อยืดเยื้อกระทบทั้งภูมิภาค

ท่ามกลางสภาวะ “เหนื่อยรากเลือด” กันทั่วโลก

ขณะที่ธรรมชาติรัฐบาลผสม การบริหารกระทรวงเศรษฐกิจไม่รวมศูนย์เหมือนรัฐบาล “ประยุทธ์ ภาค 1” แกนนำอย่างพลังประชารัฐไม่ได้คุมกระทรวงสำคัญทั้งพาณิชย์ เกษตรฯ การท่องเที่ยวฯ คมนาคม

ต่างฝ่ายต่างเน้นสนองนโยบายหาเสียง แฝงเหลี่ยมปั่นคะแนนนิยม

แบบที่ประชาธิปัตย์ก็โฟกัสการประกันสินค้าเกษตร ภูมิใจไทยก็เน้นจุดพลุแนวคิดหวือหวา

แต่ปัญหาคือการหารายได้ตกหนักอยู่ที่กระทรวงการคลัง แม้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง จะกัดฟัน ยืนยันยังมีงบประมาณเหลือบางส่วนที่จะใช้ออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจมีปัญหา

โชว์ “ก๊อก 2” ในขณะที่ต้องยึดระเบียบวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด

ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้สั่งเลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันที่ 30

สิงหาคม ออกไป เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กลับไปทำแพ็กเกจจูงใจนักลงทุนที่หนีสงครามการค้าย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทยใหม่ทั้งหมด

การบ้านที่สั่งไปยังไม่พอดึงดูดสู้กับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย

ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ก็วางคิวเดินสายโรดโชว์นักลงทุนประเทศญี่ปุ่นในการดึงดูดให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยจะนำข้อเสนอแนะของฝ่ายญี่ปุ่นมาหารือกับบีโอไอและที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนให้ตรงกับความต้องการ

“สมคิด-อุตตม-สุริยะ” ฝ่ายหาเงินเร่งปั๊มรายได้เข้าประเทศกันหน้าตั้ง

เพราะขืนมีแต่รายจ่ายอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจก็รอวัน “ถังแตก”

โจทย์เศรษฐกิจหนักๆยังกดทับด้วยภาวะความไม่แน่นอนทางการเมือง

ตามท้องเรื่องที่ผู้นำรัฐบาลต้อง “ฝ่ากับดัก” รัฐธรรมนูญ

ทั้งคิวผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง

ร้องเรียนประเด็น พล.อ.ประยุทธ์นำ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161

เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของบุคคล

ในจังหวะล้อไปกับสภาฯ ได้บรรจุญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ นำ ครม. ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ช่วงต้นเดือนกันยายน

ลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย ผลออกได้ทุกหน้า

ตามสถานการณ์ที่มีการวิเคราะห์หมากเกมล่วงหน้า ถ้าผลออกมาในทางลบ นายกฯทำผิดรัฐธรรมนูญปมถวายสัตย์ฯ ก็ต้องวนกลับไปตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่

รัฐบาล “ประยุทธ์ภาค 1” ยังสถานะสมบูรณ์ พร้อมดาบ ม.44

ส่วนการโหวตนายกฯอีกรอบจะชื่อ “ประยุทธ์” หรือไม่ ไม่มีใครการันตี

และยังมีคิวที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) จากกรณีการดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ ในวันที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.

ส่อต้องระทึกกันช็อตต่อช็อต

นายกฯกับ ครม.ทำงานไป หายใจไม่ทั่วท้อง นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงความมั่นใจของนักลงทุนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย

ซึ่งนั่นก็ยังกลายเป็นที่มาของปมปัญหาปั่นป่วนวุ่นวาย

ตามปรากฏการณ์ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ได้แจ้งยุบพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมแสดงท่าทีชัด ทันทีที่ กกต.ประกาศยุบพรรคในราชกิจจานุเบกษา ก็จะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทันที

แบไต๋แบบไม่กั๊ก ล้อเสียงวิจารณ์เกมดูดพรรคเล็กเข้าคอก พปชร.

นำมาซึ่งปมข้อกฎหมาย สารพัดเครื่องหมายคำถามเป็นเชิง นายไพบูลย์จะไปอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่เท่าใดของพรรคพลังประชารัฐ เพราะจะมีปัญหาหากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น ที่จะต้องคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งซ่อมภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2562

หากเกิดการปรับเปลี่ยนจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค เหมือนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ ที่เมื่อคำนวณคะแนนใหม่ทั้งประเทศ มีพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มพรรคละ 1 คน แต่พรรคที่ ส.ส.หายไปคือพรรคไทรักธรรม

แสดงให้เห็นว่าแม้คะแนนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยสามารถสร้างผลกระทบได้

สะท้อนปัญหาลักลั่นในทางปฏิบัติ ติดเงี่ยงกฎหมายของรัฐธรรมนูญฉบับ “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์”

คนใช้ไม่ได้ร่าง คนร่างไม่ได้ใช้ อาศัย “จินตนาการ”

แล้วดันมาเจอเหลี่ยมเขี้ยวของนักการเมืองที่หาช่องเล่นแร่แปรธาตุเพื่อผลประโยชน์ในเกมอำนาจ

แปรเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อเจตนารมณ์ของตัวเอง

มันเลยยิ่งป่วนดีกรี มั่วไปกันใหญ่

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ไม่ว่าจะคิวของนายไพบูลย์ที่ยุบพรรคตัวเองหวังไปสังกัดพลังประชารัฐ ประเด็นความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหัวหน้า คสช.หรือปม พล.อ.ประยุทธ์ นำ ครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน

สุดท้ายหนีไม่พ้น ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

โดยผลตัดสินถือเป็นที่สุด มีผลผูกพันกับทุกองค์กร

แน่นอนอยู่เหนือกว่าผลประโยชน์และเกมอำนาจทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ตามสถานการณ์ที่จับสัญญาณเข้มๆได้

กับปรากฏการณ์ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหนังสือเรียกนายโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ นักวิชาการสายต้านอำนาจ คสช. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังทวีตข้อความในโซเชียลมีเดีย วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีรับคำร้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.พรรคอื่น ถือหุ้นสื่อ

ในอารมณ์คาใจมาตรฐานคำตัดสิน

ไล่ๆกันเลยกับกรณีศาลฎีกา โดยนายสุประดิษฐ์ จีนเสวก เลขานุการในแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ก็ได้ออกหมายเรียกนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ มาชี้แจง

ฐานละเมิดอำนาจศาล

กรณีเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์บางฉบับ เรื่อง “อันตรายภาวะนิติศาสตร์ล้นเกิน (อีกที) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.” บางตอนมีการใช้ถ้อยคำไม่เป็นความจริงและกล่าวหาศาล จึงเห็นควรไต่สวนเรื่องดังกล่าว

ศาลเข้ม ไม่ปล่อยพวกวิจารณ์พล่อยๆ ปลุกกระแสต่อต้านอำนาจ

กระชับความ “ศักดิ์สิทธิ์” ของกระบวนการยุติธรรม

ในสถานการณ์อำนาจ 3 ขาของประเทศไทย ขาหนึ่ง อำนาจฝ่ายบริหาร รัฐบาลก็เจอมรสุมซวนเซ อีกขาฝ่ายนิติบัญญัติ สภาฯก็เต็มไปด้วยเกมการเมืองจ้องโค่นกระดานอำนาจ กระแสสังคมไม่ศรัทธา

จึงเหลืออยู่ขาเดียวนั่นคือตุลาการที่ยังทรงตัวอยู่ได้

“หลักนิติธรรม” ค้ำประเทศ.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชากับดักรัฐธรรมนูญสงครามการค้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทีมการเมืองวิเคราะห์การเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้