มองการเมืองที่มีนัยสำคัญ

ข่าว

    มองการเมืองที่มีนัยสำคัญ

    สายล่อฟ้า

      30 ส.ค. 2562 05:11 น.

      มองอย่างมีเงื่อนงำ...

      ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของอดีตรัฐบาล คสช. จำนวน 4 คน ถือครองหุ้นบริษัทที่ว่าเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ

      คือ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

      ปรากฏผลออกมาว่า นพ.ธีระเกียรตินั้นคู่สมรสมีการซื้อหุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเพิ่มอีก 800 หุ้น เข้าข่ายการถือครองหุ้นบริษัทคู่สัญญาสัมปทานรัฐ

      จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญให้เว้นวรรคการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเวลา 2 ปี

      อีก 3 อดีตรัฐมนตรีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การถือครองหุ้นก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง จึงไม่ถือว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญด้วยมติ 6 ต่อ 3

      แต่ปัจจุบัน นพ.ธีระเกียรติได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิก โดยเจ้าตัวระบุว่า ตำแหน่ง ส.ว.ไม่ได้สิ้นสุดไปด้วย เพราะคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามเล่นการเมือง

      ก็เกิดความข้องใจว่าการดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจะต้องพ้นไปด้วยหรือ หรือยังทำหน้าที่ต่อไปได้

      นั่นเท่ากับว่าจะมีการตีความให้เกิดความชัดเจนยุ่งยากเข้าไปอีก

      สุดท้าย นพ.ธีระเกียรติได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งวุฒิสมาชิก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและไม่ต้องดึงดันตีความกันให้วุ่นวายไปมากกว่านี้

      หากจำกันได้ เมื่อคราวเกิดเหตุ “นาฬิกายืมเพื่อน” นั้น นพ.ธีระเกียรติได้แสดงความเห็นว่า หากเป็นตัวเขา “ลาออก” ไปแล้ว

      เล่นเอามีเคืองกันไปพอสมควร

      การแสดงเจตนาด้วยการลาออกจากวุฒิสมาชิกถือเป็นสปิริตทางการเมืองที่น่ายกย่อง เพราะเมื่อมีความผิดทางการเมืองก็ควรจะแสดงความยอมรับไม่บิดพลิ้ว

      เรื่องแบบนี้หาได้ยากในหมู่นักการเมืองอย่างที่เห็นๆกันอยู่

      มีเรื่องซ้อนกันอีกเรื่องหนึ่งเมื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ยื่นขอยกเลิกพรรค และ กกต.ได้ประกาศรับรองแล้วว่าดำเนินการได้ แต่ก็ต้องยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัยว่าถูกต้องหรือไม่

      เพราะถ้า “ยุบพรรค” แล้วก็มีผลตามมาโดยเฉพาะคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 40,000 กว่าคะแนนนั้น จะยกให้พรรคการเมืองสังกัดใหม่ได้หรือไม่

      และขั้นตอนในการดำเนินการต่างๆนั้น จะต้องทำอะไรบ้าง เพราะมีการท้วงติงว่าได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วหรือยัง

      ปัญหามีมองกันก็คือ การดำเนินการทางการเมืองของนายไพบูลย์มีเลศนัยแอบแฝงหรือไม่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยระบุว่า อาจจะเกิดผลกระทบต่อพรรคอนาคตใหม่ได้

      เหตุผลก็คือถ้าอนาคตใหม่ถูกคำสั่งยุบพรรค บรรดา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคจะเข้าสังกัดพรรคการเมืองใหม่ได้

      พูดง่ายๆว่า นายไพบูลย์ “นำร่อง” เพื่อหวังผลให้เป็นเช่นนั้น

      เล่นเอาพรรคอนาคตใหม่ถึงกับเดือดชี้ว่า การกระทำของนายไพบูลย์ใช้ช่องทางเพื่อบิดเบือนกฎหมายหวั่นทำลายระบบพรรคการเมืองสร้างบรรทัดฐานพรรคเล็ก

      โยงไปถึงเพื่อไทยด้วยว่าที่นำเรื่องนี้มาโยงกับพรรคด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าใดนักเหมือนกับว่าเป็นการ “ชี้ช่อง” ให้อนาคตใหม่ถูก “ยุบพรรค”

      จนเพื่อไทยต้องออกมาขอโทษขอโพยว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น

      ลีลาแบบนี้เซียนการเมืองเชื่อว่ามีนัยแอบแฝงแน่.

      “สายล่อฟ้า”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ศาลรัฐธรรมนูญรัฐมนตรีขัดรัฐธรรมนูญยุบพรรคตัวเองธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 13:21 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์