เข้าล็อกสมหวังเหมือนปูทางไว้แล้ว เพื่อเดินต่อในทางการเมือง เมื่อไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ยื่นกกต.ยุบพรรคตัวเอง เพื่อเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะในที่สุด กกต.ได้เห็นควรให้พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 (7) แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

จนเกิดคำถามมากมายเมื่อพรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง และต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน แต่ในส่วนคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปนั้นจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลให้มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่อีกหรือไม่ ด้าน "รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย" อาจารย์ประจำสาขาวิชาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ไขข้อสงสัยผ่าน ”ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ดังนี้

  • ไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นยุบพรรคได้ตามมาตรา 91 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. หลัง กกต.รับรอง และปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สามารถย้ายพรรคได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ภายใน 60 วัน 

  • เมื่อไพบูลย์ย้ายพรรคมาพลังประชารัฐ ไม่จำเป็นต้องคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่อีก แต่คะแนน 4 หมื่นกว่าคะแนน ไม่สามารถโอนให้พรรคพลังประชารัฐได้

  • สถานภาพไพบูลย์เป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต ซึ่งดูแปลกๆ ดังนั้นไม่ต้องมีการขยับลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในช่วง 1 ปีแรกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

  • ยิ่งเป็นการเสริมให้พรรคพลังประชารัฐมีความแข็งแกร่ง เป็นไปตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จัดทัพภายหลังมานั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ

  • มีความเป็นไปได้พรรคจิ๋วหลายพรรค มีแนวโน้มทำตาม เพื่อทำให้พรรคพลังประชารัฐมีเอกภาพมากขึ้น อาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเหลือเพียง 9 พรรคเท่านั้น

  • พรรคขนาดจิ๋วที่เหลืออีก 8 พรรค หากย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้มีสถานะอำนาจการต่อรองลดลง เพราะต้องทำตามมติพรรค เว้นเสียแต่ว่ามีข้อเสนอดีๆ หยิบยื่นให้

...

จากสิ่งที่เกิดขึ้นกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นยุบพรรคตัวเอง เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และในต่างประเทศก็ไม่เคยเห็น เป็นภาพสะท้อนแสดงให้เห็นปัญหาความบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้โครงสร้างระบบรัฐสภาบิดเบี้ยว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแรก เพราะเกิดปัญหาตั้งแต่สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ จนเรียกได้ว่า “ปาร์ตี้ลิสต์พิสดาร”

หรือการให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นความบิดเบี้ยว แต่เมื่อได้รัฐบาลมาทำงานจริงๆ ในสภาแล้ว ส.ว.ไม่สามารถร่วมโหวตได้ จนทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ อยู่ในสภาวะเสียงปริ่มน้ำอย่างที่เห็น และการจะดึง ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านเข้ามาร่วมรัฐบาล ให้มีเสียง 270 เสียง คงไม่ใช่เรื่องง่าย.