ข่าว
100 year

เพื่อไทยปรับตัวทันยุคสมัย “หญิงหน่อย” ปัดข่าวมีงูเห่าย้ายซบพลังประชารัฐ

ไทยรัฐออนไลน์25 ส.ค. 2562 16:23 น.
SHARE

“คุณหญิงสุดารัตน์” เผย เพื่อไทยปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ปัดในพรรคมีงูเห่าจ่อย้ายซบพลังประชารัฐ ห่วง ใช้งบแผ่นดินกวาดต้อน ส.ส.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดงานจับมือดาวสภาพรรคเพื่อไทยวันนี้ พรรคเพื่อไทยยุคใหม่ ได้เริ่มปฏิรูปพรรค ปรับเปลี่ยนโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคเคยถูกติฉินนินทา ตั้งแต่นี้ไปจะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง โดยเราจะร่วมคิดร่วมทำกับประชาชน ส่วนสาเหตุที่พรรคต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนา เพราะวันนี้โลกเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปมาก หากเราไม่ปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยี ก็จะไม่เข้าถึงประชาชน จึงอยากทำ 2 สิ่งนี้ควบคู่กันให้ประสบความสำเร็จ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนด้วยต้นทุนที่ต่ำ ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยจะจัดกิจกรรมพบปะกับประชาชนทุกวันอาทิตย์เพื่อให้ประชาชนมาสะท้อนปัญหา

ส่วนการเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่อยู่แล้ว พร้อมตั้งหลักในการทำงานว่าเราจะเป็นพรรคฝ่ายค้านโดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากเรื่องใดประชาชนได้ประโยชน์จากมาตรการที่รัฐบาลออกมา พรรคฝ่ายค้านก็จะสนับสนุน เช่น มาตรการ 3 แสนกว่าล้านบาท ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเราเห็นด้วยที่จะต้องกระตุ้นเศษฐกิจอย่างเร่งด่วน แต่บางมาตรการก็ไม่เห็นด้วย เช่น การพิจารณายกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย เพราะเม็ดเงินท่องเที่ยวจะเข้าประเทศรวดเร็วมากและจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้ดี แต่กลับถูกตีตกจากคณะรัฐมนตรีโดยใช้ความคิดแบบคนในอดีตโดยอ้างเรื่องความมั่นคง ซึ่งเหตุผลดังกล่าวทุกคนเป็นห่วงเหมือนกันหมด แต่ถ้าจะเกิดการสู้รบกันในยุคนี้ หลายประเทศใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือกันหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะเอาเหตุผลดังกล่าวมาเป็นข้ออ้าง และอยากเสนอรัฐบาลว่ามาตรการดังกล่าวเป็นประโยชน์และอยากให้ทำได้จริง ขณะที่เรื่องการแจกเงินพรรคเพื่อไทยก็ไม่ขัด แต่ต้องแจกเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แจกเพื่อผ่านมือคนจน แล้วคืนกลับไปเข้ากระเป๋าของเจ้าสัวรายใหญ่ เศรษฐกิจจึงไม่ดีขึ้น

สำหรับเรื่องการบรรจุญัตติตามที่พรรคฝ่ายค้านยื่นในมาตรา 152 เปิดอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยไม่ลงมติ กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดกรอบเวลาไว้เพียงแค่ 1 วันนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ควรเอาเรื่องของเวลามาเป็นตัวกำหนด อยากให้มีการพิจารณาตามเนื้อหา ซึ่งมาตรา 152 นำมาใช้เพื่อหาทางออกให้กับรัฐบาล เมื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบก็ควรใช้เวทีสภาหารือกัน ควรจะให้การหารือเสร็จสิ้นตามกระบวนการ อย่าใช้เวลามากำหนด ส่วนตัวตอบไม่ได้ว่าพอหรือไม่พอ แต่หากหารือกันแล้วเห็นตรงกันว่าวิธีดังกล่าวได้ครึ่งวันอาจจะเสร็จ แต่หากหารือกันแล้วไม่ลงตัวอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 วันก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นหนทางที่จะช่วยรัฐบาลหาทางออกที่ทำผิดรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่ได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อขับไล่ ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะเคยชินกับการใช้อำนาจมาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหา แต่วันนี้ไม่มีอำนาจดังกล่าวแล้วจึงต้องใช้อำนาจและกระบวนการของรัฐสภาแก้ปัญหาทั้งหมด

พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ปฏิเสธกระแสข่าว ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย เป็นงูเห่าเตรียมย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยกล่าวว่าเป็นเพียงแค่การพูดเรื่อยเปื่อยและมีมาตลอด ส่วนตัวมองว่าเป็นการเล่นการเมืองเก่าที่น่ารังเกียจและย้อนยุค โดยการแย่งและใช้อำนาจอย่างอื่นมาต่อรองทั้งที่พรรค พลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งแต่ใช้อำนาจอภินิหารต่างๆ จนทำให้ได้เป็นรัฐบาล แต่ขณะนี้เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีความพยายามเอาผลประโยชน์ โดยเฉพาะการใช้เงินงบประมาณของประเทศดึงคนมาจากบ่อของเพื่อน ได้ยินทุกสัปดาห์แต่ทุกครั้งที่มีการโหวตในสภาเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 246 เสียงก็ครบทุกครั้ง บางครั้งก็เกิน หากจะมีงูเห่าเกิดขึ้นอีกครั้งก็ฝากให้เอาไปผัดเผ็ดด้วย

นอกจากนี้ที่ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างการลงพื้นที่ก็ได้มีการพูดคุยกันแล้ว เป็นไปตามที่ได้มีการชี้แจง ยืนยันว่าไม่ได้ย้ายพรรคไปไหน บางครั้งกลอนอาจพาไป และเป็นการไปสะท้อนปัญหาในพื้นที่ จึงให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของพรรค อย่างไรก็ตาม ที่พรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าจะดึง ส.ส.เพิ่มให้ได้ 270 เสียงนั้น อยากให้ข้อคิดพรรคพลังประชารัฐว่า หากคิดจะอยู่ยาวด้วยการกวาดต้อน ส.ส.จากพรรคอื่นเข้าไปอยู่ในพรรคตัวเองเพื่อให้พรรคมีความมั่นคงหรือเป็นรัฐบาลที่อยู่ยาว หากมีอำนาจเงินและอำนาจรัฐ สามารถบอกบางองค์กรอิสระให้ใช้คดีมาบีบบังคับ แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลมีอายุสั้นหรืออายุยืนไม่ใช่แค่มือในสภา แต่คือความศรัทธาของประชาชน และผลงานที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้หรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อีกเรื่องที่ไม่สบายใจคือการใช้งบประมาณแผ่นดินมาหว่าน ส.ส.ต่างพรรค ด้วยการเทงบประมาณลงไปในพื้นที่ถ้าย้ายมาอยู่ด้วย จึงอยากเตือนพรรคพลังประชารัฐงบประมาณทั้งหมดไม่ใช่เงินในกระเป๋าส่วนตัว แต่หากประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐจะควักเงินในกระเป๋าตัวเองมาใช้ก็ไม่เป็นไร แต่หากเอาเงินหลวงมาใช้งบประมาณนั้นจะต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนและตรวจสอบได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุประยุทธ์ จันทร์โอชาเพื่อไทยพลังประชารัฐส.ส.ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้