ข่าว
100 year

สังคมอุดมไปด้วยการ “ตีความ”

สายล่อฟ้า26 ส.ค. 2562 05:08 น.
SHARE

หรือจะเลี่ยงบาลีกันอีก?

ยังไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้นเมื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียวของพรรคได้ยื่น กกต. เพื่อแจ้งยุบเลิกพรรค

ทั้งนี้ กกต.จะมีการประชุมในวันที่ 27 ส.ค.62 เพื่อพิจารณาตาม ม.91 ซึ่งเป็นเรื่องพรรคการเมืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ซึ่งมีอยู่ 7 กรณี

ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต.ว่าด้วยข้อกฎหมาย

ที่ไปไกลก็ตรงที่นายไพบูลย์ได้เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคนี้

พล.อ.ประวิตรได้รับปากแล้วโดยจะให้ไปช่วยดูแลเรื่องกฎหมาย

ในแง่กฎหมายมีมองกันถึงประเด็นการของยุบเลิกพรรคแล้วไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ภายในเวลา 60 วัน

ซึ่งปัญหาจะต่างกับอีกกรณีหนึ่ง คือการย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ส.ส.ผู้นั้นจะต้องถูกขับออกจากพรรคก็มีสิทธิจะย้ายไปได้

แต่ประเด็นของนายไพบูลย์นั้นอยู่ที่ กกต. จะชี้ออกมาอย่างไรว่า ทำได้หรือไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวกันพันกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคประชาชนปฏิรูปด้วย

เพราะคะแนนที่พรรคได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้น ก็เจาะจงแล้วว่าต้องการเลือกพรรคการเมืองนี้

ไม่ใช่เลือกนายไพบูลย์ แล้วจะโอนคะแนนไปพรรคใหม่ได้อย่างไร?

นายไพบูลย์ได้ยอมรับเรื่องนี้เองด้วยว่า หากภายใน 1 ปี มีการเลือกตั้งใหม่ มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ คะแนนของพรรคที่มีอยู่กว่า 45,000 คะแนน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ ส.ส. ก็ยินดีที่จะพ้นจากตำแหน่ง

“บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การไปสมัครทำให้จำนวน ส.ส.เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การที่ย้ายพรรคในครั้งนี้ไม่ได้ไปเพราะหนีความเสี่ยงที่จะหลุดจาก ส.ส. เพราะคะแนนยังอยู่ในเซฟโซน”

คำตอบนี้ก็เท่ากับว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นนั้นได้มีการศึกษาในเชิงกฎหมายมาแล้วว่าจะเกิดผลอย่างไร

พูดง่ายๆก็คือ “หัวหมอ”...ไม่เบา

แต่ดูไปดูมาแล้วน่าจะต้องถึงขั้นที่จะต้องมีการ “ตีความ” หากมีการยื่นเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องผ่านการชี้ขาดของ กกต.ก่อน

เพราะแน่นอนว่าจะเกิดปัญหาอันเกี่ยวกับจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไรจึงต้องมีการพิจารณากันใหม่

นั่นคือ กกต.จะต้องตีความและเทียบเคียงกฎหมายให้เกิดความชัดเจน เพราะกฎหมายไม่ได้พูดถึงการโอนคะแนนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคการเมืองหนึ่ง

และไม่ได้บอกว่าให้ทิ้งคะแนนแล้วไปคำนวณใหม่ ซึ่งเมื่อกฎหมายไม่ได้พูดว่าให้ทิ้งคะแนนแล้วไปคำนวณใหม่

“เมื่อกฎหมายไม่ได้พูดถึงจะมาทำแบบนี้ก็คงไม่ได้ วิธีที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือการเทียบเคียงกับระบบที่วางเอาไว้ แต่ไม่ควรตีความกฎหมายที่สร้างความจูงใจให้พรรคเล็กทำตาม แต่ควรตีความและสร้างแนวปฏิบัติให้เกิดบรรทัดฐาน”

“เสถียร ธนานิธิโชติ” รักษาการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ข้อคิดเอาไว้อย่างน่าสนใจ

การเมืองประเทศไทยก็เลยต้อง “จมปลัก” อยู่กับการตีความกฎหมายเป็นรายวัน

ทั้งๆที่ปัญหาของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไขนั้นมีอยู่มากมาย.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไพบูลย์ นิติตะวันพรรคประชาชนปฏิรูปย้ายพรรคยุบพรรคพลังประชารัฐกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้า

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้