ข่าว
100 year

หนีกระทู้ถวายสัตย์ฯ ตู่อ้างรอผู้ตรวจการวินิจฉัย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ส.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

ฝ่ายค้านบี้ยื่นซักฟอกแทน ‘ดำรงค์’ เอาบ้างทำขู่ถอนตัว วิปแจกวิทยุแก้โหวตไม่ทัน

“บิ๊กตู่” โชว์พลิ้วอ้างเรื่องอยู่ในผู้ตรวจการฯ เลี่ยงแจงปมถวายสัตย์ฯ ต่อสภาเป็นสัปดาห์ที่สอง บอกพูดไปก็ไม่เกิดประโยชน์ “วิษณุ” โยนให้เรื่องไปจบที่ศาล รธน. “ชวน” รอฟังเหตุผลนายกฯชิ่งตอบกระทู้ ฝ่ายค้านรุมสับนายกฯหนีสภา “ปิยบุตร” ตื๊อต่อให้เคลียร์ซะจะได้ไม่เป็นปัญหา พท.ชิงยื่นอภิปรายโดยไม่ลงมติ เด็กเสรีรวมไทยกัดติดไม่เลิก อนค.งัดกระทู้ฉะกลางสภา ผบ.ทบ.วางตัวไม่เป็นกลาง “ชัยชาญ” แจงแทน “บิ๊กแดง” ไม่ออฟไซด์ วิป รบ.ฉุนระบบเสียงสุดห่วย ประชดใช้ “ทรานซิสเตอร์ธานินทร์” ฟังห้องประชุมแทน “ดำรงค์” เอามั่งขู่ถอนตัวร่วม รบ. “ฟิล์ม รัฐภูมิ” จ่อเปิดตัวซบ พท.

ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณยังคงเป็นประเด็นร้อนของรัฐบาล ที่พรรคฝ่ายค้านรวมถึงภาคประชาชนยังคงติดตามตรวจสอบไม่ลดละ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อ้างว่าเรื่องอยู่ในการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อเลี่ยงไม่ไปตอบกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร เป็นสัปดาห์ที่สอง

“บิ๊กตู่” ทำจิตอาสาผู้พิการสายตา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา โดยนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดเล่นอังกะลุงเพลง “ใครหนอ” ต้อนรับคณะ โดยนายกฯร่วมร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีพร้อมกล่าวว่า ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงแม่น้ำตาจะไหล จากนั้นได้ขอเพลงค้างคาว กินกล้วย พร้อมหันไปกล่าวกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะว่าสมัยเรามีแต่ร้องเพลงธรณีกรรแสง ไม่มีเพลงสนุกแบบนี้ ทั้งนี้ ระหว่างเปิดงานนักเรียนได้ขับร้องเพลงประสานเสียง บทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” ซึ่งเป็นเพลงประจำโรงเรียน

ยึดพระราชดำรัสทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้มุ่งเน้นพัฒนาประเทศ บริหารการใช้จ่ายงบฯให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อคนไทยทุกคนทุกเชื้อชาติศาสนาที่อยู่ในแผ่นดินไทยที่มีจิตใจเป็นคนไทย ทราบว่าภริยาบริจาคด้วย ขอเชิญชวนให้บริจาคกันเข้ามาเยอะๆ ตามมูลนิธิต่างๆ ขอให้ดูเรื่องอาชีพเพื่อมีชีวิตครอบครัวในวันข้างหน้า วันนี้มีผู้แทนจิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาร่วมงานด้วย “พระองค์ท่านทรงสนพระทัย ทรงตรัสกับผมเสมอมาว่าให้รัฐบาลทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด เพื่อประเทศชาติ ประชาชนและอาณาประชาราษฎร์ เหมือนที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งในพระปฐมบรมราชโองการ นั่นคือสุดยอดที่สุดในสิ่งที่เราต้องนำมาปฏิบัติ”

กูรูแนะนำให้อ่าน “Blue Ocean”

นายกฯกล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้คิดต่อยอดจากไม้เท้าสีขาว อาจเป็นแว่นกรอบสีขาว หรือแว่นตาดำ เป็นสัญลักษณ์ให้คนรู้ว่าเขาเป็นผู้พิการทางสายตาหรือทางร่างกาย ไม่ให้เกิดปมด้อย อยากให้ทุกคนคิดนอกกรอบ เหมือนที่ตนแนะนำหนังสือ Blue Ocean อยากให้รัฐมนตรีและทุกคนได้อ่าน อ่านเมื่อคืน 327 หน้า ให้เกิดแนวคิดการทำการตลาดอะไรก็ตาม อย่าทำแบบ Red Ocean แข่งขันตัดราคา ต้องหาทะเลสีฟ้าและสีน้ำเงินให้เจอ มองหาตลาดใหม่ แต่ไม่ลืมตลาดเก่า “วันนี้เป็นบรรยากาศวันแม่ คิดถึงแม่ที่เสียไปแล้ว น้ำตาจะไหลเพราะรักแม่มาก”

นำทีมเตะบอล-ชักเย่อสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทำกิจกรรม พล.อ.ประยุทธ์ได้ลองหลับตาทดลองเดินบนเบรลล์ บล็อก เป็นเส้นทางเดินสำหรับผู้พิการทางสายตา ก่อนร่วมบันทึกเทปเสียงกล่าวให้กำลังใจผู้พิการทางสายตา ที่จะนำมาเปิดตอนเช้าหน้าเสาธง จากนั้นได้ร่วมเล่นฟุตบอลกับเด็กนักเรียนผู้พิการทางสายตา ซึ่งนายกฯโดนสกัดล้มถึง 2 รอบ ก่อนจะขอเปลี่ยนตัวออกไปร่วมร้องเพลงกับนักเรียน ผลการแข่งขันทีม ครม.แพ้ไป 4 ประตูต่อ 0 จากนั้นร่วมเล่นกีฬาชักเย่อกับนักเรียน ขณะที่นางนราพรนำทีมภริยา ครม. เล่นชักเย่อกับทีมนักเรียนหญิง

เรียกถกด่วนมาตรการกระตุ้น ศก.

ต่อมา นายกฯและภริยาร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่โรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง โดยนายกฯถวายเครื่องไทยธรรมแก่คณะกรรมการสงฆ์บริหารโรงพยาบาล 3 รูป ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์มอบพระพุทธรูปให้นายกฯ จากนั้นถวายน้ำปานะแด่พระสงฆ์อาพาธ พร้อมมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ กระทั่งเวลา 13.15น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และ ผอ.สำนักงบประมาณ หารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจวันที่ 16 ส.ค. ใช้เวลาหารือ 30 นาที นายสมคิดเปิดเผยว่า เวลา 15.30 น.วันเดียวกันนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าพบนายกฯ

อ้างเรื่องถึงผู้ตรวจการฯแล้วพูดไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดถามประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ว่าการไม่ไปตอบกระทู้ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติสภา แต่เรื่องเข้าสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว มีขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายที่รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อไป ส่วนฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย ก็ยื่นไปเถอะแล้วแต่ฝ่ายค้าน ไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น เชื่อมั่นว่าทำในสิ่งที่ดีงาม ให้เกียรติสภาอยู่แล้ว แต่การถามกระทู้ต้องไปดูว่าตนมีสิทธิ์ที่จะตอบหรือไม่ “การที่ผมจะไปตอบหรือพูด จะเกิดอะไรกับผมบ้างล่ะ ทุกคนต้องรอขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน กติกาเป็นแบบนี้ ถ้าผมไปตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เดี๋ยวเรื่องบานปลายไปอีก ปล่อยให้กระบวนการตัดสินดำเนินการไป ทุกคนอย่าไปก้าวล่วง พูดอะไรไปก็ไม่เกิดประโยชน์ จะถูกหรือผิดก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่าเอามาโจมตีกันต่อไปเลย ผมก็ยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว เดี๋ยวก็มีการตัดสินนั่นแหละ ผมชี้แจงไปก็เหมือนเดิม ควรให้กระบวนการเป็นผู้ชี้แจง”

ถกฝ่าย ก.ม.ปมสิทธิคุ้มครอง

เมื่อถามว่าหากเป็นกระทู้ถามสดเรื่องปากท้อง ไม่เกี่ยวกับเรื่องถวายสัตย์ จะไปตอบเองหรือมอบหมายให้คนอื่นไปตอบ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ที่ผ่านมาได้ชี้แจงและตอบคำถามในเชิงนโยบาย ส่วนคนทำงานคือฝ่ายปฏิบัติ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือส่วนราชการที่รู้เรื่องดีที่สุด สามารถมอบหมายให้เขาไปตอบแทนได้ ไม่ใช่ต้องไปตอบเองทุกเรื่อง เมื่อถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เหนื่อย ถือเป็นเรื่องธรรมดา เรา ต้องมาปรับแก้ใครควรแก้ตรงไหน ถ้าทุกคนกล่าวโทษกันไปมาไม่เกิดประโยชน์อะไร ประเทศชาติเสียหาย และตนมีสิทธิ์คุ้มครองว่าจะไปตอบหรือไม่ตอบ ได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาหมดแล้ว

“วิษณุ” ให้เรื่องไปจบที่ศาล รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ตามขั้นตอนเรื่องจะจบผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจชี้ขาด เมื่อถามว่าเรื่องนี้ต่างคนต่างยื่นไปยังองค์กรอิสระได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เท่าที่รู้มีการยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกนั้นก็พูดขู่ทุกวันว่าจะไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการสูงสุด แล้วแต่จะว่ากันไป อาจทำได้หรือไม่ได้ เมื่อถามว่าช่องทางที่ถูกต้องต้องยื่นที่ไหนอย่างไร นายวิษณุตอบว่า แล้วทำไมตนต้องไปแนะเขา เมื่อถามย้ำว่านายกฯจะใช้วิธีเงียบไปอย่างนี้ ดีที่สุดใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ดีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะหลายคนอยากให้ท่านตอบ เมื่อถามย้ำว่าหรือจะให้เรื่องเงียบไปเฉยๆแบบนี้ นายวิษณุตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น

“ชวน” รอฟังเหตุผลชิ่งตอบกระทู้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่มาตอบกระทู้ถามสดกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด ปกติกรณีถามกระทู้สดนายกฯต้องมาตอบ เว้นแต่ไม่พร้อม หรือหากไม่ต้องการตอบคำถามประเด็นใดต้องแจ้งต่อสภาฯ แต่ยังไม่มองถึงขั้นว่านายกฯ ไม่ให้ความสำคัญกับสภา ต้องดูเหตุผลก่อนว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่มาตอบกระทู้หลายครั้งอาจทำให้ฝ่ายค้านโจมตีได้ นายชวนตอบว่า การประชุมครั้งที่แล้วกระทู้สดถูกถอดไป 1 กระทู้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องกระทู้เกินจำนวนที่จำกัดไว้ แต่ครั้งนี้ยังไม่เห็นกระทู้ เมื่อยื่นกระทู้มาแล้วต้องดูว่าฝ่ายใดจะได้กระทู้เท่าใด ส่วนสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำที่อาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องการโหวตพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น การโหวตข้อบังคับการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว เป็นเรื่องของกรรมาธิการกับสมาชิก ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ส่วนการอ้างว่าเกิดข้อผิดพลาดจากเครื่องลงคะแนนนั้น ต้องยอมรับว่าเวลากดเรียกลงคะแนน สมาชิกส่วนหนึ่งอาจไม่ได้ยิน จึงขอร้องว่าช่วงลงคะแนนควรอยู่ใกล้ๆ ห้องประชุม ห้องประชุมจันทราเป็นห้องประชุมชั่วคราว ยังไม่มีความพร้อมในหลายอย่าง เห็นใจทุกฝ่ายเพราะมีปัญหาเรื่องเครื่องลงคะแนนไม่ครบ

“ปิยบุตร” ตื๊อนายกฯให้มาตอบ

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังเลี่ยงไม่มาตอบกระทู้ถามสดอีก ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เราพยายามใช้กลไกสภาฯหาทางออกให้นายกฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจล้มนายกฯ แต่เมื่อมีปัญหาความชอบธรรมเกิดขึ้นควรหาวิธีการแก้ไข เมื่อถวายสัตย์ไม่ครบสามารถขอพระบรมราชานุญาตถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้เกิดความสมบูรณ์ และทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ เราอยากเคลียร์ส่วนนี้ โดยเฉพาะในเดือน ต.ค. ที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะเข้าสู่สภาฯ หาก ครม.หันมาหาทางออกร่วมกันจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าให้องค์กรอื่นวินิจฉัย สมมติผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่าไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ปัญหาก็จะคาราคาซังว่าการถวายสัตย์สมบูรณ์หรือไม่ หรือหากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยว่าไม่สมบูรณ์จะทำอย่างไร หรือหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมบูรณ์จะเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่าถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนก็ได้ ยังยืนยันว่านายกฯต้องมาตอบกระทู้

ฝ่ายค้านชิงยื่นอภิปรายไม่ลงมติ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เสียดายที่นายกฯไม่มาตอบกระทู้ถามสดดังกล่าว ฝ่ายค้านจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 คือยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ จะมีการหารือกันอีกครั้งกับพรรคฝ่ายค้านภายในสัปดาห์นี้ว่าจะยื่นเมื่อใด จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะยื่นภายในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ และเรื่องที่จะยื่นอภิปรายเป็นเรื่องความไม่ชอบธรรมทั้งหมด ทั้งความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ความไม่ชอบธรรมของนายกฯ ตั้งแต่การสรรหา ส.ว.ที่ไม่ชอบธรรม ขั้นตอนการแต่งตั้งนายกฯ รวมถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ รัฐบาลต้องเคลียร์สถานภาพตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน ให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ยืนยันไม่คิดล้มรัฐบาล

เสรีรวมไทยไล่กระทุ้งไม่เลิก

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย หารือถึงข้อกังวลกรณีนายกฯกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์นำ ครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาแล้ว 5 ครั้ง ขอตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งจะจัดทำคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไว้เป็นเล่ม แต่ครั้งล่าสุดเหมือนนายกฯจัดทำคำกล่าวมาเองเป็นแผ่นกระดาษ จนมีการเรียกร้องให้นายกฯแสดงความรับผิดชอบ ทำให้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงว่าควรเป็นการหารือถึงความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า ทั้งนี้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัยให้นายวิรัตน์หารือต่อได้ เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนสนใจ แต่ให้ระวังคำพูดที่พูดถึงสถาบัน

ฝ่ายค้านรุมสับนายกฯหนีสภาฯ

ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย สอบถามกรณีนายกฯไม่ยอมมาตอบกระทู้ถามสด โดยอ้างว่าเรื่องอยู่ในขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน อยากให้ประธานวินิจฉัยว่าจะให้เวลานายกฯเท่าใด เพราะถ้าไปรอขั้นตอนผู้ตรวจการแผ่นดินต้องใช้เวลานาน เรื่องนี้เป็นกรณีของนายกฯคนเดียว ไม่ควรไปฝากไว้ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ใช้เวทีรัฐสภาเป็นที่แก้ปัญหา หากเป็นไปได้ควรกำหนดเวลาให้ผู้ที่จะมาตอบกระทู้ถามสดรู้ตัวล่วงหน้า 1 วัน ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุชัดเจนว่านายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามสดต้องมาตอบ เว้นแต่ติดภารกิจจำเป็นให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อสภาฯ และต้องบอกว่าจะมาตอบได้เมื่อใด ตอนแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯไม่ยอมชี้แจงเรื่องนี้ ทำให้เรื่องอีนุงตุงนังไม่จบ ยืนยันไม่คิดล้มนายกฯ ถ้าคิดคงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว นายศุภชัยชี้แจงว่า ไม่อยากให้สรุปว่านายกฯหนีการตอบกระทู้ เชื่อว่าอาจมาตอบเองหรือให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในภายหลัง หากจะให้กำหนดเวลาว่านายกฯจะไม่มาตอบกระทู้ถามสดได้กี่ครั้ง ต้องไปแก้ไขในร่างข้อบังคับการประชุม

อนค.ฉะ ผบ.ทบ.ไม่เป็นกลาง

กระทั่งเวลา 14.40 น. จึงเริ่มเข้าสู่วาระกระทู้ถามสด พล.ท.พงศกร รอดชมพู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงบทบาทของ ผบ.เหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมือง พล.ท.พงศกรกล่าวว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข่าวสารทางราชการนั้น ข้าราชการอาจเผยแพร่ความเห็นทางสื่อมวลชนได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตกฎหมาย ประการสำคัญคือต้องไม่มีลักษณะให้ข่าวโดยที่ตนเองไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ การให้ข่าวของ ผบ.ทบ.ในเรื่องการเมือง เป็นหน้าที่ตามระเบียบสำนักนายกฯ หรือไม่ อีกทั้งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง บัญญัติข้าราชการกลาโหมต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลให้ปรากฏแก่ประชาชน แต่การให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองและพาดพิงพรรคการเมือง ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวหรือไม่ ในต่างประเทศทหารที่จะพูดเรื่องการเมืองต้องพ้นจากราชการไปแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่าทหารเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แจงแทน “บิ๊กแดง” ไม่ออฟไซด์

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ตอบกระทู้สดแทน พล.อ.ประยุทธ์ว่า ปัจจุบันการให้ข่าวของ ผบ.ทบ. เป็นไปตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวสารกระทรวงกลาโหมปี 2530 ที่ผู้นำเหล่าทัพสามารถให้ข่าวสารด้านนโยบาย การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ในการรับผิดชอบด้านความมั่นคง ดังนั้น สิ่งที่ ผบ.เหล่าทัพให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใยต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในด้านความมั่นคง ถือว่ายังอยู่ขอบเขตตามระเบียบกระทรวงกลาโหม กองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ และการดูแลภัยคุกคามด้านความมั่นคง

นายกฯ ติดภารกิจเลี่ยง 3 กระทู้รวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระทู้ถามสดที่พรรคฝ่ายค้านยื่นถาม พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้มี 3 เรื่อง คือ 1.บทบาทของ ผบ.เหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมือง 2.ความโปร่งใสในการอนุมัติผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3.การแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มาตอบทั้ง 3 เรื่อง มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มาตอบคำถามแทน โดยแจ้งว่าติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ ส่วนกระทู้ถามสดเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ พรรคอนาคตใหม่ขอถอนเรื่องดังกล่าวออกไป เพราะต้องการให้นายกฯ มาตอบคำถามด้วยตัวเอง

“บิ๊กป้อม” เข้ามาสร้างความรัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก พรรคพลังประชารัฐ ยกคณะเข้าพบที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ว่า เข้ามาอวยพรวันคล้ายวันเกิด ส่วนการดึงตัวมาช่วยงานนั้น ต้องดูว่าคะแนนตอนเลือกตั้งแพ้แบบใกล้เคียงหรือไม่ และตนเพิ่งรับหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่ามีแนวทางที่จะพัฒนาพรรคอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า อยากให้ ส.ส.มีความรักความสามัคคีกัน ทำงานร่วมกัน มีความคิดอันเดียวกัน เมื่อถามว่าจะสามารถประสานกับพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้เลย เมื่อถามถึงการวางตัว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ให้มาช่วยเป็นทีมงานตอบโต้ประเด็นการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า “ยังไม่รู้เรื่องเลย”

วิป รบ.แซะระบบเสียงสุดห่วย

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เลขานุการวิปรัฐบาล พร้อมนายกษิเดช ชุติมันต์ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำวิทยุทรานซิสเตอร์ยี่ห้อธานินทร์แบบใส่ถ่านมาประกอบการแถลงข่าวปัญหาระบบเสียงของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า จากปัญหาระบบการกระจายเสียงที่แย่มาก ทำให้ ส.ส.ไม่ได้ยินเสียงการประชุมสภาฯ จนเข้ามาโหวตไม่ทัน หากทางสภาฯไม่แก้ปัญหานี้วิปรัฐบาลจึงคิดวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์ยี่ห้อธานินทร์ จำนวน 10 เครื่อง ไปวางไว้ตามจุดอับสัญญาณ เช่น ในห้องอาหาร ห้องกาแฟ หรือหน้าห้องน้ำ เพื่อให้สมาชิกได้ยินการประชุม เพราะรอสภาแก้ปัญหาไม่ไหว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปการประชุมและการลงคะแนนจะเป็นปัญหามาก ทั้งที่สามารถสั่งติดลำโพงเพิ่มขึ้นได้ แต่ไม่ทำ

“ดำรงค์” เอามั่งขู่ถอนตัวร่วม รบ.

ขณะที่นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) กล่าวว่า พรรคเคยประกาศจุดยืนเรื่องการอนุรักษ์ผืนป่าไว้ และรัฐบาลไม่รับลูกดำเนินการตาม เราพร้อมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยมี 3 เรื่องที่เรากำลังติดตามดูอยู่ คือ 1.กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการมอบที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังน้ำเขียว ป่าครบุรี ป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตนของกรมป่าไม้ มอบให้ ส.ป.ก.ภายใน 120 วัน ซึ่งการ์มองเต้รีสอร์ตที่เป็นปัญหาก็อยู่ในพื้นที่นี้ 2.นโยบายโฉนดทองคำของบางพรรค ที่จะนำพื้นที่ปฏิรูปที่ดินไปออกเอกสารสิทธิให้กับเกษตรกรไปแปลงเป็นโฉนด เพื่อนำไปซื้อขายได้ และ 3.กรณีคณะกรรมการรณรงค์ เร่งรัดโครงการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายคลองลาน-อุ้มผาง ภาคประชาชน (ครคอป.) เสนอรัฐบาลให้ตัดถนน คลางลาน-อุ้มผาง ขึ้นมาใหม่จากที่เคยระงับไปแล้ว โดยมีพรรคการเมืองบางพรรครับข้อเสนอไว้ หากมีการรับลูกไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งใน 3 เรื่องนี้ พรรครักษ์ผืนป่าฯพร้อมจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลทันที แต่เราไม่เกี่ยวข้องกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เมื่อถามว่าเป็นการตีรวนเหมือนกลุ่ม 10 พรรคเล็กก่อนหน้านี้หรือไม่ นายดำรงค์ตอบว่า ไม่ใช่การตีรวน ไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ เรื่องทรัพยากรฯเป็นเรื่อง ของประเทศชาติ ตนมีสิทธิ์ออกมาปกป้องตามจุดยืนของพรรค

พท.จี้พรรคร่วมสะกิดนายกฯ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายกฯประกาศว่าจะไม่พูดเรื่องปมถวายสัตย์อีกแล้วนั้น ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หมายถึงรับผิดชอบโดยการไม่พูดเท่านี้หรือ วิธีการแก้ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ทำได้เพียงหนีประชุมสภาฯ พอพรรคฝ่ายค้านพูดเรื่องนี้ก็ให้องครักษ์ประท้วงเพื่อปกป้องไปวันๆหรือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยังบอกว่าถ้าตัวเองเป็นนายกฯจะลาออก ทำไมพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นคิดไม่ได้ หรือพอสมประโยชน์ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำในส่วนของตัวเองให้มากที่สุด น่าแปลกใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีพรรคไหนคิดจะกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ให้เร่งแก้ไขเรื่องนี้ พรรคร่วมรัฐบาลจะพายเรือให้ใครนั่งไปอีกนานแค่ไหน

“พิชัย” สอนทฤษฎีกบต้ม “ลุงตู่”

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการญาติพฤษภา 35 และสภาที่ 3 จัดเสวนาเรื่อง ข้อเสนอแนะนำแนวทางเศรษฐกิจสำหรับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ส่วนหนึ่งเกิดจากสงครามการค้า แต่ส่วนใหญ่เกิดจากผลของการบริหารที่ย่ำแย่มาตลอด 5 ปีกว่า เหมือนทฤษฎีกบต้มที่กำลังจะตายคาหม้อกันหมด มาถึงวันนี้ยังสืบอำนาจกันต่อ สงครามการค้าจึงเสมือนการเร่งไฟให้หม้อต้มกบ มาถึงทุกวันนี้รัฐบาลยังปากแข็งคิดว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ ยิ่งนายกฯในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังไม่รู้เรื่อง ไปเปรียบเทียบตัวเลขการส่งออกกับประเทศอื่น โดยไม่ได้ดูว่า 5 ปีที่ผ่านมาการส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าไทยหลายเท่า หากรัฐบาลยังไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมา จะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ขอแนะนำหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจทั้งหมด เช่น กำหนดแนวทางโมเดลเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับการเติบโตของประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ แต่อดเป็นห่วงไม่ได้ว่ากว่าท่านจะเข้าใจประเทศไทยอาจย่ำแย่ กบคงถูกต้มตายลอยอืดเต็มหม้อหมดก่อนแน่

“ธนาธร” ตั้งทีมรับเรื่องร้องทุกข์

ที่ห้องรับรอง ส.ส. อาคารรัฐสภาใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมประชุมกับ ส.ส.ของพรรค พร้อมชี้แจงการทำงานนอกสภาในช่วงที่ผ่านมา นายธนาธรกล่าวว่า ปัจจุบันมีข้อร้องเรียนร้องทุกข์เข้ามาถึงพรรคอนาคตใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ futurecommunity.co กว่า 700 เรื่อง ยังไม่นับที่มีการร้องโดยตรงไปที่ ส.ส.ของพรรค ดังนั้น พรรคจึงมีข้อเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ 7 คน เรียกว่าคณะกรรมการจัดการปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ประกอบด้วย ส.ส.จากทุกภาค รายงานเรื่องขึ้นตรงต่อหัวหน้าพรรค เพื่อให้ปัญหาของประชาชนได้รับการตอบสนองแก้ไขได้ทันการ กรรมการชุดนี้จะรับผิดชอบและมีอำนาจมอบกรณีปัญหาเหล่านั้น ให้ ส.ส.แต่ละคนไปจัดการตามความเชี่ยวชาญ ตามพื้นที่ และตามความสนใจส่วนตัว จุดประสงค์สำคัญเราอยากเห็นคือ ทำให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนอยู่ในพื้นที่สาธารณะให้ผู้มีอำนาจดำเนินการแก้ไข เราต้องทำงานการเมืองให้ตอบสนองความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง

“มงคลกิตติ์” เมินถูกพรรคเล็กเท

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า หลังประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งวิปฝ่ายค้านอิสระ และการทำหน้าที่ รวมถึงจะไปพูดคุยกับประธานวิปรัฐบาล และประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอแบ่งเวลาการอภิปราย เชื่อว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลน่าจะมีน้ำใจกันอยู่ ยืนยันจะทำหน้าที่แบบสร้างสรรค์ เรื่องใดที่รัฐบาลทำถูกต้องพร้อมสนับสนุน เรื่องใดไม่ถูกต้องพร้อมคัดค้าน เรื่องที่จะเสนออันดับแรกคือ การลักลอบดูดน้ำในเขื่อนลำตะคลองของบริษัทน้ำตาลเอกชนแห่งหนึ่ง และจะปรึกษาหารือเรื่องการจัดสรร งบประมาณของกรมชลประทานในงบฯปี 2562 ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่เป็นการจัดงบประมาณไม่เกิดประโยชน์ เมื่อถามว่าคิดว่าพลาดหรือไม่ที่ถูกกลุ่มพรรคเล็กทิ้ง นายมงคลกิตติ์ตอบว่า ตนทำตามมติพรรค ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง

“แม่น้องเกด” ทวงคดีสลายม็อบ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกดพยาบาลอาสาที่เสียชีวิต ที่วัดปทุมวนาราม ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 นำกลุ่มญาติผู้สูญเสียยื่นเรื่องให้พรรคฝ่ายค้านช่วยติดตามความคืบหน้าหาตัวผู้กระทำผิดและขอความช่วยเหลือเยียวยาผู้สูญเสีย เนื่องจากผ่านมา 9 ปียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และแสดงความเป็นห่วงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ รับเรื่อง

“ปิยบุตร” รับเดินเครื่องหาคนผิด

นายปิยบุตรกล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้าน พร้อมติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ทั้งช่องทางการตั้งกระทู้ถามสด การยื่นญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบกรณีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ปี 2553 หรือการนำเรื่องไปหารือในคณะกรรมาธิการสามัญเพราะเรื่องผ่านมา 9 ปี แต่ผู้เสียหายไม่เคยได้รับการเยียวยา ไม่สามารถจับคนทำผิดมาลงโทษได้ ซึ่งความยุติธรรมที่ล่าช้าเท่ากับความไม่ยุติธรรม

“บิ๊กโจ๊ก” ไม่รายงานตัวเรียน พตส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า หลังจาก กกต.เปิดคัดเลือกบุคคลเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 10 (พตส.10) จำนวน 100 คน เปิดให้รายงานตัววันที่ 14 ส.ค.เป็นวันสุดท้าย ปรากฏว่ามีผู้รายงานตัว 99 คน ขาด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว หากไม่มารายงานตัวผู้ที่อยู่ในลำดับสำรองจะเข้าศึกษาแทน

ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตซ้ำอีกรอบ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ต่อในข้อ 13 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (1) สภาสิ้นอายุ หรือสภาถูกยุบ หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด โดย กมธ.เสียงข้างน้อย ได้แก่ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายอดิศร เพียงเกษ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็นให้ตัดคำว่า “หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด” เนื่องจากเป็นคำที่สะท้อนให้นึกถึงการยึดอำนาจหรือการรัฐประหาร เพราะการพ้นไปของสภาฯ มี 2 เหตุผลที่เขียนในรัฐธรรมนูญ คืออยู่ครบวาระ และการยุบสภา ซึ่งไม่เคยมีการปรากฏว่าพ้นไปด้วยเหตุอื่นใด ปรากฏว่าผลการลงมติเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมเห็นด้วยตามความเห็นของ กมธ. เสียงข้างน้อย ด้วยคะแนน 234 ต่อ 223 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง จากนั้นนายชวนได้สั่งปิดการประชุม และเลื่อนการพิจารณาข้อบังคับข้อต่อไปวันที่ 15 ส.ค.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวายสัตย์ถวายสัตย์ฯไม่ครบประยุทธ์ จันทร์โอชาฝ่ายค้านผู้ตรวจการแผ่นดินสภาผู้แทนราษฎรข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้