ข่าว
100 year

พิชัย แนะ 7 ข้อ จี้"บิ๊กตู่"ทำความเข้าใจเศรษฐกิจ ไม่งั้น"กบต้ม"อืดเต็มหม้อ

ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2562 12:47 น.
SHARE

“พิชัย” ชี้ เศรษฐกิจไทยแย่ เกิดจาก 5 ปี บริหารจนเป็น"กบต้ม"ติงแนวคิด "สมคิด" สับสนยิ่งทำ "บิ๊กตู่"ไปไม่เป็น จี้ ทำความเข้าใจเศรษฐกิจ ไม่งั้นคงอืดเต็มหม้อ แนะ 7 ข้อ รวมถึงรัฐควรกำหนดแนวทางร่วมแบงก์ชาติ

วันที่ 14 ส.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวในงานเสวนาในหัวข้อ “ข้อแนะนำ และชี้แนะแนวทางเศรษฐกิจสำหรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี” ที่สมาคมนักข่าว จัดโดยสภาที่ 3 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากสงครามการค้า แต่ส่วนใหญ่เกิดจากผลของการบริหารเศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่มาตลอด 5 ปีกว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาตลอด การส่งออกของไทยก็โตต่ำเฉลี่ยเพียง ปีละ 2 % กว่าเท่านั้น สภาวะเศรษฐกิจเป็นเหมือน ทฤษฎีกบต้ม ที่น้ำค่อยๆ เดือด แล้วแต่กบยังไม่รู้ตัว และกำลังจะตายคาหม้อกันหมด แถมยังมาแจ้งจับคนเตือน ผลของการไม่รับฟังความคิดเห็น คิดว่าทำถูกต้องและดีแล้ว ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมา ทำผิดพลาดมาตลอด ผลของการปฏิวัติรัฐประหารที่ทำลายความเชื่อมั่น อีกทั้งทำให้ไม่สามารถเจรจาการค้าได้ และยังลากกันมายาวนานถึง 5 ปี เป็นสาเหตุของการลงทุนที่หดหาย และยังจะสืบทอดอำนาจกันต่ออีก สงครามการค้าจึงเป็นเสมือนการเร่งไฟเพิ่มให้กับหม้อต้มกบ

แม้กระทั่งทุกวันนี้ รัฐบาลยังปากแข็ง คิดว่าเป็นความสำเร็จ และ พลเอกประยุทธ์ นายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง ก็ยังไม่รู้เรื่อง ไปเปรียบเทียบว่า ในช่วงปีนี้ ประเทศอื่นมีการส่งออกลดมากกว่าไทย โดยไม่ได้ดูเลยว่า 5 ปี ที่ผ่านมา การส่งออกของประเทศเพื่อนบ้าน ขยายตัวหลายสิบเปอร์เซ็นต์มากกว่าไทยหลายเท่ามาก นอกจากนี้ จากที่นายสมคิด พูดทุกครั้งจะพยายามแสดงวิสัยทัศน์เหมือนกับว่า นายสมคิดเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง โดยไม่ได้ดูเลยว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีผลงานเหมือนอย่างที่ได้พูดไหม ถ้ามีผลงานจริงเศรษฐกิจคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ประเทศไทยคงเป็นเหมือนเวียดนาม ที่ขยายการพัฒนาอย่างมากไปแล้ว ดังนั้น หากรัฐบาลยังไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมา รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะสำคัญตนผิด

การที่ นายสมคิด ติดกรอบความคิดของตัวเองแบบนี้ พลเอกประยุทธ์ ที่ไม่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจเลยยิ่งไม่ทราบเข้าไปใหญ่ว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะยิ่งมีปัญหามากขึ้น ทั้งนี้อยากขอแนะนำ 7 ข้อสำหรับ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลดังนี้

1. เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาลที่จะกำหนดแนวทางร่วมกับแบงก์ชาติ โดยอยากให้กลับไปใช้แนวทางในอดีต เพราะที่ผ่านมา แนวทางแบงก์ชาติหลายครั้งไม่ได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ แต่แปลกใจที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลับไม่ทำ จนกระทั่งมีปัญหาหนักจึงคิดจะมาทำ หากจำกันได้ ผมได้ออกมาพูดถึงปัญหานี้มาตลอด และออกมาสนับสนุน นายอภิศักดิ์ อดีต รมว.คลัง หลายหน แต่นายสมคิด กลับไม่คิดทำ สิ่งที่สำคัญ คือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ทีมเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความรู้ความสามารถกำหนดแนวทางร่วมกับแบงก์ชาติได้ เพราะขนาดความผิดพลาดของตัวเองที่ทำผ่านมายังไม่สำนึกเลย

2. การที่นายสมคิดขอร้องนักลงทุนไทยอย่าได้ไปลงทุนในต่างประเทศแต่จะให้ลงทุนในไทย แสดงถึงความไม่เข้าใจของนายสมคิดในภาวะพลวัตของเศรษฐกิจโลก การโยกย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่าเป็นธรรมชาติของธุรกิจ ในอดีตการโยกย้ายการลงทุนจากญี่ปุ่น มายัง ไต้หวัน เกาหลี และจากไต้หวัน เกาหลี ย้ายมาไทย และจากไทยย้ายไปประเทศในอาเซียนเป็นพลวัตของเศรษฐกิจโลก แต่ปัญหาของไทย คือ ไทยต้องการการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศไม่ลงมาลงทุนในอุตสาหกรรมแบบนี้ในไทย จากปัจจัยการเมือง ทำให้ไทยขาดการลงทุนมากว่า 5 ปี ถ้านายสมคิด ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ จะยิ่งสะเปะสะปะ

3. ปัญหาสงครามการค้า และเริ่มลามเข้าสู่สงครามค่าเงิน จะเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อและยาวนาน รัฐบาลต้องวางแผนการรับมือให้ดี โดยต้องดูเวียดนาม เป็นตัวอย่างการเร่งสร้างความมั่นใจจากต่างประเทศ การเร่งเจรจาเขตการค้าเสรี เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม และยังถูกสื่อหลักต่างประเทศโจมตีจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้

4. พลเอกประยุทธ์ จะต้องศึกษาเรื่องเศรษฐกิจโดยตัวเองให้มากๆ การที่นายสมคิดสร้างความสับสน พอส่งออกปีไหนดี ก็บอกฝีมือรัฐบาล พอส่งออกปีไหนไม่ดี ก็บอกจะไม่พึ่งส่งออก จะอาศัยการบริโภคภายในประเทศ ทั้งๆ ที่ จีดีพี ขยายตัวต่ำมาก จะเอารายได้ที่ไหนไปเพิ่มให้ประชาชนบริโภค แถมจีดีพีที่เพิ่มก็ไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัว และมหาเศรษฐีกันหมด อีกทั้งการแจกเงินโดยไม่สร้างรายได้ถาวร จะไม่สามารถสร้างการบริโภคอย่างยั่งยืนได้ อย่างเช่น 6 เดือนแรกของปีนี้ มีทั้ง การแจกเงิน และมีทั้งเงินหมุนเวียนจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวต่ำมาก

5. การช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็น แต่ต้องมีแผนการสร้างรายได้อนาคตด้วย ไม่ใช่จะคิดแจกอย่างเดียว โดยเฉพาะข้ออ้างว่า แจกไปเที่ยว 1,500 บาท เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยในภาวะเช่นนี้

6. วัตถุประสงค์หลักของกระทรวงดีอี ควรจะต้องเร่งสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่ ให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ แต่ปัจจุบัน ได้ยินแต่เรื่องศูนย์ เฟกนิวส์ เท่านั้น ซึ่งคนอาจจะเข้าใจว่า รัฐจะปล่อยเฟกนิวส์เองหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจ 5 ปีนี้ย่ำแย่สุดขีด แต่กลับมีข่าวโต้แย้งว่า 5 ปีนี้เศรษฐกิจดี ไม่แย่อย่างที่นักการเมืองบิดเบือน อย่างนี้จะถือเป็นเฟกนิวส์ไหม ?

7. กำหนดแนวทางประเทศที่เป็นรูปธรรมว่าไทยจะมีการพัฒนาอย่างไร ไม่ใช่พูดแต่ฟังดูดี แต่จับต้องไม่ได้ รัฐบาลจะเลือกโมเดลของประเทศไหน ที่จะให้เป็นโมเดลการเติบโตของประเทศไทย และต้องชี้แจงให้เป็นรูปธรรมไม่ใช่บ่นแบบคืนวันศุกร์ ทั้งนี้ ยังไม่เคยปรากฏว่ารัฐบาลที่สื่อหลักต่างประเทศร่วมกันวิจารณ์ว่า เป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการจะสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญได้

นี่เป็นเพียงบางแนวทางหลักๆ เท่านั้น หากจะให้พูดหมดคงใช้เวลานาน และอยากให้พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจทีละเรื่อง เพราะจะรู้เรื่องทั้งหมดทันทีคงไม่ง่าย ห่วงแต่ว่า กว่าพลเอกประยุทธ์ จะเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจทั้งหมด ประเทศไทยอาจจะย่ำแย่ไปเสียก่อนแล้ว กบคงจะถูกต้มตายลอยอืดกันเต็มหม้อหมดก่อนแน่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย นริพทะพันธุ์บิ๊กตู่ประยุทธ์ จันทร์โอชาทฤษฎีกบต้มทำความเข้าใจเศรษฐกิจสมคิด จาตุศรีพิทักษ์สงครามการค้าข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้