ข่าว
100 year

ลุงตู่บอกชัด ยังไม่ถึงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ ต้องปรึกษาก่อน!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ส.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

ว่าจะทำตรงไหน ปกป้องผช.รมต. อย่าว่าเทกระโถน ฝ่ายค้าน-ลุยต่อ กระทู้สดซักฟอก พุ่งปมถวายสัตย์

ทีมยุทธศาสตร์ เพื่อไทยชงพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจปมถวายสัตย์ฯ “นคร มาฉิม” ฉะผู้นำลุแก่อำนาจจนเคยตัว อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน อนค.ตั้งกระทู้สดไล่บี้นายกฯต่อ “ช่อ” หวั่นแนวคิด “บิ๊กแดง” ซ้ำรอย 6 ตุลา “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.สอบนายกฯและ ครม.ทั้งคณะ “บิ๊กตู่” ไม่ตอบแล้วเรื่องปมถวายสัตย์ฯ ขอร้องอย่ามอง ขรก.การเมืองเป็นพวกเทกระโถน กาวใจยี่ห้อ “ธรรมนัส” เอาอยู่ ยัน 9 พรรคเล็กยังเหนียวแน่น “สมศักดิ์” ปัดอยู่เบื้องหลังพรรคเล็กป่วน “มงคลกิตติ์” เย้ยรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหืดแน่ ฉะผู้ใหญ่ใน พปชร.ไม่ให้เกียรติ โชว์พระกริ่งปราบคนชั่วไร้สัจจะ ยก “ผู้กองนัส” ไว้ใจได้ ขัดสนตอนไหนขอยืมเงินไม่เคยขัด วิป รบ.ถกแก้เกมแพ้โหวตฝ่ายค้าน

พรรคฝ่ายค้านรวมถึงภาคประชาชนยังคงเกาะติดตรวจสอบปม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นำ ครม.กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญต่อเนื่อง ล่าสุดที่ประชุมกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคฝ่ายค้านอาจหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

“บิ๊กตู่” ชวนเอาความดีใส่ลงย่าม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สงขลา นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธพิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และคณะผู้บริหาร เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการ “99 ปี ล้านความดี เพื่อรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” วิ่งตอบแทนบุญคุณแผ่นดินวันที่ 24 ส.ค. เพื่อสร้างศูนย์ผ่าตัดหัวใจ 99 ปีรัฐบุรุษ ต่อมานางอัมพวัน พิชาลัย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และคณะผู้บริหาร เข้าพบเพื่อแสดงผลงานและประชาสัมพันธ์นิทรรศการหัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-30 ส.ค. ทั้งนี้ นางอัมพวันได้มอบหมอนหน้าจกไทยญวน และย่ามไทยญวน นายกฯ ได้ลองสะพายย่ามพร้อมกล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันทำความดี เอาความดีใส่ลงไปในย่ามเยอะๆ

กระตุ้น ครม.เร่งใช้จ่ายงบฯ 62

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า แจ้งให้ที่ประชุม ครม.ทราบหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในช่วง 2 เดือน ให้เงินลงไปในระบบให้มากยิ่งขึ้น มีงบประมาณบางส่วนต้องดำเนินการให้เสร็จ ไม่เช่นนั้นงบประมาณจะตกไป เสียไปเปล่าๆ ต้องไปทบทวนว่าใน 2 เดือนที่เหลือจะทำโครงการอะไรให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ การใช้จ่ายในหลายโครงการที่เสนอเข้ามา บางอย่างติดเรื่องประชาชน ทำให้ทำต่อไม่ได้ ฉะนั้น จะปรับงบประมาณเหล่านี้ให้ลงไปสู่ประชาชนมากที่สุด และเตรียมจัดทำงบประมาณปี 2563

ศก.ร่วงตามสถานการณ์โลก

นายกฯกล่าวอีกว่า วันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลก เป็นสถานการณ์ที่เราต้องยอมรับสภาพว่าวันนี้โลกเป็นอย่างนี้ ฉะนั้น ต้องมาดูยุทธศาสตร์เพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อยากให้คนไทยสนใจเรื่องที่เป็นสาระสำคัญให้มากสักนิด รอบตัวเกิดอะไรขึ้น ตัวเองต้องลำบากบ้างในสถานการณ์วันนี้ ดูข้างๆรอบๆ เขามีการปรับตัวเปลี่ยนแปลง เขาดีขึ้นบ้างไหม เราจะทำอย่างเขาได้หรือเปล่า สั่งการ ครม.ไปพิจารณาการทำงานให้ตอบสนองทุกกลุ่ม กระทรวงพาณิชย์ไปดูเรื่องการค้าขาย จะทำอย่างไร เพราะคนไทยมีสองอาชีพหลักคือ การเกษตร การค้าขาย ค้าขายรายย่อยมีปัญหาเยอะ ส่วนค่าเงินบาทอาจยังแข็งอยู่บ้างตามหลักเศรษฐศาสตร์ เรามีเงินสะสมเงินเกินดุลจำนวนมาก บัญชีเดินสะพัดเยอะ ทำให้เงินเราเข้มแข็งที่สุด ไปดูว่าจะหาวิธีการอย่างไร ต้องไปหารือกันในคณะทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำเต็มที่ให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้ ด้วยการทำงานร่วมกันของรัฐบาล ของรัฐมนตรีทุกคน

แก้รัฐธรรมนูญยังไม่ถึงเวลา

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่า ต้องดูขั้นตอนวิธีการทางกฎหมาย ยังไม่ถึงเวลานั้น ปรึกษากันอยู่ว่าจะทำตรงไหนกรอบไหนบ้าง ส่วนเรื่องเฟกนิวส์ วันนี้สื่อทราบอยู่แล้วมีการใช้เฟกนิวส์เป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่างเรื่องการขึ้นภาษีตรงนั้นตรงนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ใครจะพูดอะไรก็ตามถ้ายังไม่เข้า ครม. มันทำไม่ได้ทั้งนั้น และการนำเรื่องเข้า ครม. ต้องผ่านการตรวจสอบของนายกฯ และคณะทำงานของนายกฯ ก่อน ไม่ใช่เสนอมาแล้วอนุมัติทันที มันไม่ปลอดภัย ต้องระมัดระวังในข้อกฎหมาย

ไม่ตอบแล้วปมถวายสัตย์

เมื่อถามถึงปมปัญหาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า “เรื่องการถวายสัตย์ ผมไม่ตอบแล้ว” เมื่อถามถึงการนัดกินข้าวเพื่อหารือกับพรรคเล็ก นายกฯตอบว่า ยังไม่มี ไม่รู้ว่าใครไปนัดกับเขาหรือเปล่า เมื่อถามว่า ประเมินความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร กรณีฝ่ายรัฐบาลแพ้มติโหวตเรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีความเชื่อมั่นจากการทำงานร่วมกับรัฐบาลและ ครม. รวมทั้งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ด้วยมิตร ไมตรีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีอะไรก็มาถามตนตลอดเวลา อะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งได้อธิบายขั้นตอนและข้อปฏิบัติที่ผ่านมาให้เกิดความเข้าใจ วันนี้มีกฎหมายหลายฉบับ ทุกคนต้องระมัดระวัง ส่วนเรื่องในสภาฯก็เป็นเรื่องของสภาฯ เคยพูดไปแล้วว่าเรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ควรต้องร่วมมือกันให้ได้ ถ้ามัวแต่มุ่งว่าเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย รบกันไปรบกันมาประเทศชาติก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลนั้นจำเป็น อยากขอร้องบรรดา ส.ส.ว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติไปด้วยกัน

อย่ามองเป็นพวกเทกระโถน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.มีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองหลายกระทรวง จะทยอยแต่งตั้งไปเรื่อยๆ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ขอให้มองว่าเป็นการตั้งคนเพื่อเข้าไปทำงาน ไปช่วยงานที่กระทรวงและช่วยงานรัฐมนตรี ความจริงตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งของนายกฯ แต่ตนมอบหมายให้ทุกกระทรวงช่วยติดตามงาน และรายงานกลับมาว่าได้ทำอะไรไปบ้าง จึงขอชี้แจงให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นระบบการตรวจสอบถ่วงดุลเช่นเดียวกัน อย่าไปดูถูกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่สำคัญ หรือเป็นตำแหน่งต่างตอบแทน ตำแหน่งเทกระโถน จะไปดูถูกคนแบบนี้ ไม่ได้ ถ้าดูถูกกันแบบนี้คงไม่มีใครอยากไปทำงานให้ ส่วนกรณีมีการร้องเรียนข้าราชการของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หาประโยชน์ให้ตัวเองนั้น ให้นโยบายไปแล้ว และให้ทบทวนในเรื่องนี้ การที่มีบริษัท 3 บริษัทใน กยท. ให้ไปพิจารณาดูใหม่ ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมทั่วถึง หาวิธีการใหม่ ไม่ต้องกังวล ตนดูแลอยู่แล้ว ต้องติดตามว่าอนุมัติอะไรไปแล้ว หากมีข้อเรียนต้องแก้ไข และหาผู้กระทำความผิด

“บิ๊กป้อม” จ่อกุมบังเหียน พปชร.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐจะแต่งตั้งให้เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ว่า ไม่รู้ แล้วแต่เขา เมื่อถามว่า ตั้งใจจะไปแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่เป็นหนึ่งเดียวของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทุกวันนี้ก็หลอมรวมเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐไม่แตกแยก เรามีสมาชิกกว่า 100 คน เมื่อถามว่า จะเข้าไปทำให้เกิดความกลมเกลียวมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ตนไม่ต้องเป็นก็ได้ การเสนอชื่อก็แล้วแต่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอใคร

“ธรรมนัส” เอาแน่ดันเต็มตัว

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อเสนอให้ พล.อ.ประวิตรเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเป็นแกนหลักในการให้คำปรึกษาของหัวหน้าและเลขาธิการพรรค รวมถึงทุกคนในพรรค ยืนยัน พล.อ.ประวิตรเป็นได้เพราะเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้คาดว่า พล.อ.ประวิตรจะหาโอกาส เข้าร่วมประชุมพรรค ส่วนหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ยังเป็นคนเดิม ส่วนกรรมการบริหารพรรคจะเพิ่มรองหัวหน้าพรรค ที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคเข้ามา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมพรรค

ยัน 9 พรรคเล็กยังเหนียวแน่น

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณีปัญหาพรรคเล็กร่วมรัฐบาลว่า นายกฯมอบหมายให้ตนไปพูดคุยแล้ว ยืนยันนายกฯไม่ได้นัดกินข้าวกับพรรคเล็กตามที่มีข่าว พรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลมี 13 พรรค โดย 3 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชนปฏิรูป พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคพลังท้องถิ่นไท ไม่มีปัญหา ส่วน 9 พรรคที่เหลือยืนยันว่ายังอยู่กับรัฐบาล ส่วนพรรคไทยศรีวิไลย์เราให้ความเคารพการตัดสินใจ เขายืนยันจะอยู่กับประชาชน ไม่ได้ออกไปเพื่อค้านทั้งหมด เวลานี้รัฐบาลไม่ได้มีเสียงปริ่มน้ำ 250 เสียง แต่มีมากกว่านั้น จะไม่มีการตีรวนอีก ตนจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับวิปรัฐบาลมากขึ้น คงปล่อยไปไม่ได้ ต้องประสานพี่ๆน้องๆที่ร่วมขบวนเดียวกัน

“สมศักดิ์” ปัดแบ็กอัป “มงคลกิตติ์”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตรพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นตัวประสานจะให้ตำแหน่งกับพรรคประชาภิวัฒน์ว่า ไม่ได้เป็นผู้ประสานงานกับพรรคเล็ก เพียงแต่เข้าไปรับทราบในบางครั้ง และช่วยประสานให้อยู่ในทิศทางที่ปรึกษาหารือกัน เข้าไปยุ่งเกี่ยวน้อยมาก แต่ข่าวที่ออกมากลับบอกว่าเข้าไปประสานกับนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ออกมาเคลื่อนไหว ก็ไม่ได้เป็นผู้ประสานโดยตรง แม้จะได้พูดคุยกันบ้าง แต่ในเรื่องการเมืองเรื่องตำแหน่งต่างๆ ไม่ได้พูดคุยด้วย เพียงแค่คุยเรื่องอื่น ส่วนที่นายมงคลกิตติ์จะออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ได้แต่เฝ้าติดตาม ไม่ขอมีความเห็นใดๆ แล้วแต่ผู้บริหารพรรคจะพิจารณาต่อไป

เชียร์ “บิ๊กป้อม” เข้าพรรคเรื่องดี

เมื่อถามว่า ถ้าไม่มีพรรคไทยศรีวิไลย์หรือนายมงคลกิตติ์ จะกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายสมศักดิ์หัวเราะก่อนจะตอบว่า “ไม่มีปัญหา” เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ตอบว่า เห็นข่าวแล้วแต่ขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็น ขอให้ พล.อ.ประวิตรเข้ามาพรรคจริงเสียก่อน หากมีผู้ใหญ่เข้ามาอยู่ในพรรคจริงถือเป็นเรื่องดี จะได้ไม่ประชุมไปคนละทิศคนละทาง

“มงคลกิตติ์” ขู่เสียงปริ่มน้ำหืดแน่

วันเดียวกันเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมสมาชิกพรรค แถลงข่าวประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างเป็นทางการ ว่า เหตุผลคือในสภาไม่มีความเป็นอิสระ ตรวจสอบรัฐบาลต้องเกรงใจกัน พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เกียรติกัน ผู้ใหญ่ในพลังประชารัฐไม่รักษาสัจจะ และกรณีนายกฯกล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไรนั้น รัฐบาลมี 254 เสียง เมื่อต้องมีการโหวตจะตัดเสียงประธานสภาฯและของตนออกไปจะเหลือ 252 เสียง ในอนาคตอาจมีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีทุจริตสนามฟุตซอล 3 คน ฝ่ายรัฐบาลจะเหลือ 249 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 246 เสียง ยังถือว่ารัฐบาลทำงานได้แต่เสียงจะปริ่มน้ำ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคล เสียงของรัฐบาลจะเหลือ 248 เสียง เพราะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่สามารถโหวตให้ตนเองได้ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมี ส.ส.ถูกชี้มูลเพิ่ม ยังไม่นับรวมคดีทุจริตจำนำข้าว ที่ยังเหลืออีกกว่าร้อยสำนวน

โชว์พระกริ่งปราบคนชั่วไร้สัจจะ

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงกรณีนายกฯกล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบว่า ถ้าเป็นตนลาออกไปแล้ว เหมือนสมัยพระเจ้าเสือที่พันท้ายนรสิงห์ยอมตายเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล แต่นี่นายกฯเป็นชายชาติทหารยิ่งต้องมีสามัญสำนึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ถ้านายกไม่ลาออกก็เป็นเรื่องของประชาชนจะพิจารณาอย่างไร จะชุมนุมกันก็ได้ เมื่อถามว่า คิดว่า 9 พรรคเล็กที่ยังร่วมรัฐบาลจะไม่ถูกหลอกในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองหรือ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า ถ้าเราคุยกับผีก็จะถูกผีหลอก ความจริงมนุษย์ไม่น่าจะหลอกกันนี่ขนาดยังไม่ตายยังหลอกกันขนาดนี้ แต่ตนไม่กลัว เพราะมีพระ ทั้งนี้นายมงคลกิตติ์โชว์พระกริ่งปวเรศทองคำที่พกติดตัว พร้อมระบุว่าพระองค์นี้มีพุทธคุณเอาชนะคนชั่ว คนไม่รักษาสัจจะ ตนจะชี้แจงพระองค์นี้ในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยประเมินราคาไว้ที่ 50 ล้านบาท นายกฯคงไม่มี อย่างไรก็ตามยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ยังไว้ใจได้ เวลาพรรคไทยศรีวิไลย์ขัดสน ยังไปขอยืมเงินได้

“ธรรมนัส” เล่นบทกาวใจพรรคเล็ก

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่ตึกทีพีแอนด์ที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมหัวหน้าพรรคและแกนนำ 9 พรรคเล็ก ร่วมแถลงหลังมีมติร่วมกันสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้บริหารประเทศต่อไป ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทั้ง 9 พรรคยังเหนียวแน่นที่จะสนับสนุนรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 10 พรรคได้เสนอรายชื่อทั้งหมดส่งถึงนายกฯแล้ว ส่วนกรณีของนายมงคลกิตติ์ต้องปล่อยให้ไปทำงานในภาคประชาชนไปก่อน สำหรับ 9 พรรคส่วนใหญ่ส่งตัวแทนเข้ามารับตำแหน่งทางการเมือง ยกเว้นนายสมเกียรติ ศรลัมภ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ที่เข้าไปดำรงตำแหน่งเอง โดยยอมลาออกจาก ส.ส. ตนเข้าใจบทบาทนายมงคลกิตติ์ แต่ไม่ขอก้าวล่วง

“เสี่ยติ่ง” ปัดขอผู้ช่วย รมว.กลาโหม

ด้านนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย กล่าวว่า พรรคเล็กได้ประสานงานกันมาด้วยดีตลอด ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้เรียกร้องตำแหน่ง ตอนนี้ถือว่าเหลือ 9 พรรคครึ่ง ยังอยู่ระหว่างประสานงานกันอยู่กับพรรคไทยศรีวิไลย์ มีข่าวว่าตนได้เป็นผู้ช่วย รมว.กลาโหม ตนไม่เอา เพราะเคยเป็น รมต.มาแล้ว

“พิเชษฐ” ส่งตัวแทนนั่งผู้แทนการค้า

นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ยืนยันว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดิม แต่การเคลื่อนไหวของพวกตน 5 พรรคเล็กกับนายมงคลกิตติ์นั้น เป็นเพียงการส่งสัญญาณให้รัฐบาลทราบเพื่อมีคำตอบให้สมาชิก จะได้ร่วมทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หลังจากนั้นรัฐบาลส่ง ร.อ.ธรรมนัสมาพบพวกตน และทางรัฐบาลได้มอบตำแหน่งผู้แทนการค้า แต่ตนรับไม่ได้ เพราะต้องลาออกจาก ส.ส. และคนที่อยู่ในบัญชีอันดับสองตนไม่สามารถไปบังคับให้เขาลงมติให้รัฐบาลได้ จึงประสานกลับไปว่าเมื่อไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ขอส่งคนไปทำงานแทน

แก้วแตกใช้กาวตราช้างติดได้

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวยืนยันว่ามิตรภาพของ 10 พรรคเล็กยังคงอยู่เหนียวแน่น เราไม่ได้ขัดแย้งกับนายมงคลกิตติ์ เชื่อว่าหากรัฐบาลทำถูกต้อง นายมงคลกิตติ์จะลงมติให้ ทั้ง 9 พรรค แบ่งภารกิจสองส่วน คือทำหน้าที่ในสภา และคัดบุคคลที่เหมาะสมไปรับตำแหน่งทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัสพูดว่า แม้แก้วจะแตกไปแล้วติดกาวตราช้างก็ยังใช้ได้ 4 ปี แน่นอนในมิตรภาพ 10 พรรคยังคงอยู่ ไม่ขัดแย้งกันในสภา เพราะอะไรที่รัฐบาลทำถูก นายมงคลกิตติ์ยังจะยกมือโหวตให้ด้วย

วิป รบ.ถกแก้แพ้โหวตฝ่ายค้าน

ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน มีวาระสำคัญคือการหาแนวทางบริหารจัดการเสียงลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่การประชุมสภาฯนัดที่ผ่านมา เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้าน ระหว่างลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ได้วิธีแก้ปัญหาแล้ว มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แพ้โหวตเหมือนที่ผ่านมา หากแพ้เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ วิธีการคือ จะมีการประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ เพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบความเห็นและชี้แจงรายละเอียดที่สำคัญ โดยมีวิปรัฐบาลที่มี ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมพิจารณาด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในรายละเอียดของร่างกฎหมาย รวมถึงเพื่อให้การลงมติไม่เกิดความสับสน สิ่งที่เกิดขึ้นคือบทเรียนที่วิปรัฐบาลต้องนำไปพิจารณาแก้ปัญหา และทำให้การประชุมต่อไปมีเอกภาพ

พาลไปโทษระบบประมวลผล

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกวิปรัฐบาล กล่าวว่า ยืนยันว่า ส.ส.รัฐบาลไม่ได้แพ้โหวต เป็นเรื่องระหว่าง กมธ.เสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อย ยอมรับว่ามีปัญหามาจากหลายส่วน อาทิ การประสานงานระหว่าง ส.ส.ร่วมรัฐบาล เนื่องจากพบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่สงวนคำแปรญัตติลงมติเห็นสวนทางกับรัฐบาล ดังนั้นในครั้งต่อไปอาจต้องขอความร่วมมือ ส.ส.พรรครัฐบาลที่สงวนคำแปรญัตติให้ยึดตามมติของวิปรัฐบาล เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ รวมถึงปัญหาของระบบลงคะแนนที่ประมวลผลผิดพลาด ไม่แม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จะตรวจสอบและทดสอบระบบอีกครั้ง หรือการขยายเวลาการออกเสียงลงคะแนน เนื่องจากเสียงเรียกให้เข้าห้องประชุมมีปัญหาได้ยินไม่ทั่วถึง รวมถึง ส.ส.บางคนไม่เข้าใจคำถามที่ให้ลงมติ จึงลงมติสับสน “เรื่องให้ ส.ส.ปฏิบัติตามมติของวิปรัฐบาล เป็นคนละเรื่องกับการใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.ที่ต้องมีอิสระ เพื่อรักษาวินัยและเอกภาพของคะแนนเสียง ดังนั้นการทำงานร่วมกันต้องอาศัยความร่วมมือ”

ฝ่ายค้านลุยต่อปมถวายสัตย์ฯ

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมสภาฯสัปดาห์นี้ ฝ่ายค้านจะสอบถามเรื่องการถวายสัตย์ฯต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการ อดีตนักกฎหมาย พยายามตีความแบบผิดเพี้ยนเพื่อหาทางออกให้นายกฯนั้น เป็นการเขียนทฤษฎีใหม่ขึ้นมาโดยไม่มีความเข้าใจในรัฐธรรมนูญ การถวายสัตย์ฯคือการขอพระราชทานพระราชอำนาจในการดูแลประเทศ การที่พูดออกมาแบบนี้จะทำให้เกิดผลที่ไม่ดีต่อสถาบัน ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องนิ่งเฉยไม่ได้ ยืนยันว่าการปล่อยให้เรื่องนิ่งเงียบไป ไม่ใช่ทางออก พรรคร่วมฝ่ายค้านมีตัวแทนไปยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

ชี้ท่าที ผบ.ทบ.อุปสรรคแก้ รธน.

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า สำหรับท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ออกมาพูดเรื่องการเมือง อาจทำให้การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยากขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุดของฝ่ายค้านคือการผลักดันตั้ง ส.ส.ร. และเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ให้ได้ ยืนยันสิ่งที่ทำนั้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน และการรณรงค์คือสิ่งที่ต้องทำ ส่วนความเป็นไปได้จะพยายามขับเคลื่อน เชื่อว่าหากผ่านขั้นตอนการแก้ไขในมาตรา 256 ได้แล้ว การรณรงค์เพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นตอนอื่นๆจะราบรื่นขึ้น

จวก “บิ๊กตู่” ลุอำนาจจนเคยตัว

นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายกฯนำ ครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน นั้น ใกล้จะครบหนึ่งเดือนแล้วยังเพิกเฉยไม่แสดงความรับผิดชอบ มีพฤติกรรมไม่สะทกสะท้าน ไม่ดำเนินการใดๆ ที่ควรจะต้องทำ ตามคำแนะนำจากหลายฝ่ายที่ปรารถนาดี เช่น ให้ขอพระราชทานอภัยโทษ ให้ลาออก แสดงตัวตนลุอำนาจจนเคยตัว ทำตัวใหญ่กว่าทุกสถาบัน นายกฯและ ครม.ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังเพลินอยู่กับการใช้อำนาจ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ขอบอก พล.อ.ประยุทธ์ว่า ในฐานะเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน อย่าได้กระทำการใดๆ ในสิ่งที่ไม่บังควรต่อเบื้องสูง

เล็งเปิดอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ

ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ว่า การติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนฐานราก เช่น เกษตรกร เราใช้แนวทางสภาแก้ไขปัญหา บวกกับใช้ยุทธศาสตร์สัญจร ทั้งนี้ ต้องนำเม็ดเงินออกไปสู่ประชาชนโดยเร็ว ไม่เกินเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งตามมติ ครม.จำนวนเม็ดเงินนั้นน้อยเกินไป เราจึงขอเสนอให้ชดเชยเป็นขั้นบันได ขอให้รัฐบาลใช้เงินงบประมาณแก้ไขปัญหาโดยด่วน ไม่เช่นนั้นเราต้องใช้กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งขอให้นายกฯได้รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำไม่ถูกต้องครบถ้วน ทั้งการถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม พรรคเพื่อไทยจะเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้เปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

อนค.ตั้งกระทู้สดไล่บี้นายกฯต่อ

ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า สัปดาห์นี้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะตั้งกระทู้สดเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯ อีกครั้ง นายกฯบอกเองว่าครั้งที่แล้วติดภารกิจครั้งนี้จะมาตอบ ขอให้ช่วยกันจับตาดูว่านายกฯจะมาตอบหรือไม่ และตอบอย่างไร ท่านบอกอยากให้จบเรื่องนี้ แต่จะจบได้ไม่ใช่ห้ามให้ทุกคนพูด แล้วให้เรื่องนี้เงียบไป แบบนี้เรียกว่าปิดปากแล้วซุกขยะใต้พรม จะจบเรื่องนี้นายกฯต้องเข้ามาตอบคำถามในสภาให้ชัดเจนว่าจะจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างไร เรื่องนี้จึงจะจบได้อย่างสง่างาม รัฐบาลจะได้ไม่ต้องมีชนักปักหลังไปตลอดสมัยที่บริหารประเทศ หากท่านไม่มาจะถือว่าจงใจหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ต่อหน้าสภา เมื่อถามว่านายกฯเลือกใช้วิธีนิ่งเพื่อให้กระแสเงียบไป น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า ในฐานะ ส.ส.ช่องทางที่เราสามารถทำได้ คือช่องทางสภา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเริ่มต้นทำไม่ถูกต้อง มันไปก้าวต่อๆไปไม่ได้

“ช่อ” ซัดดีอีทำเพื่อคนบางกลุ่ม

น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า ขอทวงถามเรื่องการจัดการเฟกนิวส์ต่อนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลังเคยตั้งกระทู้ถามแล้ว ควรมีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานรัฐ ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นร้อนเพิ่มขึ้นเมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ พุ่งเป้ามาที่พรรคอนาคตใหม่ชัดเจน แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ นายพุทธิพงษ์ยืนยันว่าศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์นี้จะทำหน้าที่อย่าง เป็นกลาง และระมัดระวังการใช้อำนาจ แต่นายพุทธิพงษ์อาจต้องไปทำความเข้าใจเรื่องความหมายของคำว่าเฟกนิวส์ให้ชัดเจนกว่านี้ ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคฝ่ายค้านถูก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐแชร์ข่าวปลอมเรื่องระเบิดป่วนกรุง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ อยากถามนายพุทธิพงษ์ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

หวั่น “บิ๊กแดง” ย้อนรอย 6 ตุลา

น.ส.พรรณิการ์กล่าวอีกว่า ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ควรอิงกับคู่มือต่อต้านเฟกนิวส์ของยูเนสโก เพราะเป็นคู่มือที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นกลาง และมีความเป็นสากล ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ เพราะประเทศยังจำเป็นที่จะต้องมีกองทัพและทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและปกป้องประชาชน แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือให้ทหารทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เป็นกองทัพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง และหันไปพัฒนาศักยภาพของตัวเอง แต่สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์กำลังทำอยู่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และ ผบ.ทบ.ไม่มีสิทธิออกความเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่ชี้เฉพาะไปที่พรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าดูย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าแนวคิดของ พล.อ.อภิรัชต์ มีความคล้ายกับแนวคิดของ ผบ.ทบ. ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 มาก ทั้งเพลงปลุกใจและการโฆษณาชวนเชื่อว่านักศึกษา และคนรุ่นใหม่ในยุคนั้น มีแนวคิดอันตราย อยากบอกว่าสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์กระทำเป็นสิ่งที่อันตรายมาก

“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.สอบ ครม.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ครม.ทั้ง 35 คน จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ด้วยข้อความไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ถือเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) กรณีดังกล่าวแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยตัวเอง แต่จนบัดนี้หาได้แสดงความรับผิดชอบใดๆให้สาธารณชนเห็นเป็นที่ประจักษ์ สะท้อนให้เห็นว่ามีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายยึดผลประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าผลประโยชน์ประเทศ จึงต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่ส่วน พล.อ.ประยุทธ์และให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา ลงโทษตามกฎหมายต่อไป

“เรืองไกร” ร้องเฟ้นนายกฯขัด รธน.

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือให้อัยการสูงสุดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน กรณีให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 6/2559 ระบุชัดเจนว่า การได้มาซึ่งนายกฯแบ่งขั้นตอนการเสนอชื่อ และให้ความเห็นชอบออกจากกัน นายเรืองไกรกล่าวว่า นายชวนไม่ทำตามกระบวนการทั้งที่มีการทักท้วง แต่รวบขั้นตอนไปทำในที่ประชุมรัฐสภา เหตุการณ์วันที่ 5 มิ.ย. มีหลักฐานเป็นบันทึกการประชุมสภาฯ เท่ากับทำความผิดสำเร็จแล้ว

“ชวน” หนุนใช้สิทธิตรวจสอบ

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ได้หารือในที่ประชุมสภาฯถึงกระบวนการตามกฎหมาย และยังไม่มีแนวคิดจะฟ้องกลับ ตนสนับสนุนทุกคนมีสิทธิตรวจสอบ บ้านเมืองต้องปกครองด้วยหลักกฎหมาย ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติผู้ออกกฎหมายต้องเป็นตัวอย่าง

ทีมองครักษ์ขู่ฟ่อฟ้อง “เรืองไกร”

ด้านนายแทนคุณ จิตอิสระ เลขานุการคณะทำงานด้านการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คณะทำงานไม่สบายใจ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลรายละเอียดที่พาดพิงละเมิดนายชวน หากพบเข้าข่ายละเมิดสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงด้วยความเท็จ อาจมีการดำเนินคดีเพราะเป็นข้อกล่าวที่หนักหน่วงว่าล้มล้างรัฐธรรมนูญ แม้นายชวนไม่ถือสาแต่ขอให้นายเรืองไกร ยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงด้วย การประชุมสภาฯหลายครั้งที่ผ่านมา พบการนำประเด็นที่ไม่ถูกต้องมาอภิปรายโจมตีประธานสภาฯ บางคนใช้วิธีเก่ายกกฎหมายที่ไม่เกี่ยวข้องมากล่าวหาข้ามรุ่น ขอให้หยุดขยายผลสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชน

“ศุภชัย”อ้อมแอ้ม ส.ว.จุ้นการเมือง

นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณี พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว. ออกหน้า เป็นตัวช่วยประสานกับกลุ่ม ส.ส.พรรคเล็กให้สนับสนุนรัฐบาลว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงบอกไม่ได้ว่า ส.ว. วางตัวเป็นกลางหรือไม่ ต้องดูเจตนา ข้อเท็จจริงและ วัตถุประสงค์ ทั้งนี้ ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย การทำให้บ้านเมืองสงบถือเป็นหน้าที่ ส.ว.เหมือนกัน ถ้าไปใช้บทบาท ส.ว.ทำนอกเหนือหน้าที่ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถ้า ส.วจะทำโดยส่วนตัวต้องไม่เอาตำแหน่ง ส.ว.ไปเกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะ ส.ว.ให้ความเห็นท้วงติงการขับเคลื่อนการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ นายศุภชัยตอบว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงและรายละเอียดว่า พล.อ.อภิรัชต์พูดเกี่ยวกับอะไรบ้าง แต่ต้องยอมรับว่า ส.ว.มีหน้าที่หลายอย่าง สวมหมวกหลายใบ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป

“ดอน” ยอมรับทำอะไร “ปู” ไม่ได้

อีกเรื่อง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ที่หลบหนีโทษคดีจำนำข้าวได้สัญชาติเซอร์เบีย ว่า ได้รับทราบจากที่เป็นข่าว เมื่อถามว่ารัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้เลยใช่หรือไม่ นายดอนตอบว่า อยู่ที่อัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับเรื่องต่อ ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะกฎหมายไม่ให้อำนาจไว้

“กี้” ขอ อสส.ถอนฟ้องล้มซัมมิต

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง และนายนพพร นามเชียงใต้ อดีตแนวร่วม นปช. จำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่พัทยาปี 2552 ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดขอให้ถอนฟ้องคดีเนื่องจากพยานโจทก์ปากสำคัญในคดีถูกศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษฐานแจ้งความเท็จ โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับเรื่อง นายประยุทธกล่าวว่า เมื่อจำเลยขอแสดงข้อเท็จจริงมาเพื่อให้ถอนฟ้อง ก็จะรีบนำเสนอ อสส.พิจารณา ผลเป็นอย่างไรจะรีบแถลงให้ทราบโดยเร็ว

ศาลสั่ง กกต.ชดใช้ “ภุชงค์” 2 ล้าน

เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชดใช้เงินแก่นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต. เป็นเงิน 2,010,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป ให้ดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด กรณีที่นายภุชงค์ ยื่นฟ้อง กกต. และสำนักงาน กกต.มีคำสั่งเลิกจ้าง และนายภุชงค์พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ กกต.โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นธรรม

ไฟเขียว ขรก.การเมืองลอต 2

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายไชยยศ จิรเมธากร เป็นรองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประจำนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นที่ปรึกษารองนายกฯประจำนายจุรินทร์ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา เป็นที่ปรึกษาและนายไกรเสริม โตทับเที่ยง เป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการและนายณรงค์ ดูดิง เป็นที่ปรึกษาคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการและนายกมล รอดคล้าย เป็นที่ปรึกษานางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ

“มัลลิกา” นั่งที่ปรึกษา “จุรินทร์”

นางนฤมลกล่าวว่า พล.อ.พลภัทร วรรณภักตร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กลาโหม ประจำ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม น.ต.สุธรรม ระหงษ์ เป็นเลขานุการ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายยุพ นานา เป็นที่ปรึกษา รมว.พม.และนายสากล ม่วงศิริ เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.พม. นายสรรเสริญ สมะลาภา เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ เป็นที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.พาณิชย์

“เจือ-อภิชาติ” ประกบ “ถาวร”

นางนฤมลกล่าวว่า นายเวียง วรเชษฐ์ เป็นที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม นายพิกิฏ ศรีชนะ เป็นเลขานุการ รมว.วัฒนธรรม นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ เป็นที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายธนา ชีรวินิจ เป็นเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯและ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช ที่ปรึกษาประจำนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ นายธนสาร ธรรมสอน เป็นที่ปรึกษา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม และนายอภิชาติ สุภาแพ่ง เป็นที่ปรึกษานายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม

หลาน “บิ๊กจิ๋ว” มาตามโผ พปชร.

นางนฤมลกล่าวอีกว่า น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ เป็นที่ปรึกษานายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.คมนาคม นายอนุชา โมกขะเวส เป็นที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย พล.ต.ต.ธารา ปุณศรี เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย นายวิรัช ร่มเย็น เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย และนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ เป็นที่ปรึกษานายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายสุกรี มะเต๊ะ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทยและนายวิเชียร จงชูวณิชย์ เป็นที่ปรึกษานายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายสำเริง แหยงกระโทก เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข นายเรวัติ อารีรอบ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.สาธารณสุข และนายธนิตพล ไชยนันทน์ เป็นที่ปรึกษานายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา เป็นที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ เป็นที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.แรงงาน

โควตาพรรคเล็กรอสัปดาห์หน้า

นางนฤมลกล่าวต่อว่า นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยลาออกจาก ส.ส.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) หรือวิปรัฐบาล มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นประธานฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายชาดา ไทยเศรษฐ์และนายวิเชียร ชวลิต เป็นรองประธานฯ ตามลำดับ

คนอกหัก พปชร.ซบอก “บิ๊กป้อม”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก และคนใกล้ชิดของแกนนำในพรรคหลักของรัฐบาล ส่วน 9 พรรคเล็กส่งรายชื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติได้ไม่ทัน คาดว่าจะนำเข้า ครม.ได้ในสัปดาห์หน้า ดังนั้นที่ประชุม ครม.จึงแต่งตั้งให้นายสมเกียรติเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯได้แค่คนเดียวเท่านั้น สำหรับบุคลากรของพรรคพลังประชารัฐที่พลาดตำแหน่งทางการเมือง ทั้งอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ บางส่วนทางแกนนำพรรคจะนำเข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อในช่วงเช้าวันที่ 14 ส.ค. เพื่อพูดคุยถึงการทำงานในด้านอื่นเพื่อช่วยพรรคต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาแก้รัฐธรรมนูญถวายสัตย์ฯไม่ครบพรรคฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้