ข่าว
100 year

มีทั้งห่วงทั้งจ้องโหน!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

โรคระบาดจากไทยไปฮ่องกง โดนม็อบยึดสนามบิน

แม้จะไม่ยึดยาวเพราะติดใจ “อาหารดี ดนตรีไพเราะ” เหมือนม็อบพันธมิตรฯแบบไทยแลนด์โอนลี่

ล่าสุดม็อบ “ตี๋น้อย” ถอยออกจากพื้นที่ท่าอากาศยาน สายการบินกลับมาทำการได้ แต่โดยเงื่อนไขสถานการณ์ที่ต้องเกาะติดนาทีต่อนาที เพราะการชุมนุมฮ่องกงยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ดีกรีม็อบยังเดือดระอุ มีโอกาสเกิดเหตุแทรกซ้อนจากหลายปัจจัย

ที่ต้องลุ้นก็คือจะนำไปสู่การใช้กำลังสลายม็อบเมื่อไหร่แค่นั้น

อย่างไรก็ดี ในมุมของนักวิเคราะห์เกมการเมืองโลก คาดการณ์จอมยุทธ์อย่าง “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีนเขี้ยวลากดินพอ จะไม่หลงเหลี่ยมคาวบอย “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐอเมริกาง่ายๆ

ยังไม่สั่งกองทัพจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสลายม็อบฮ่องกงให้โลกรุมประณามกดดัน

เพราะนั่นเท่ากับตกหลุมพรางฝั่งอเมริกาที่แทรกซึมอยู่

อีกทั้งประเมินม็อบระดับนี้ แค่กองกำลังภายในของฮ่องกง ภายใต้การสั่งการของ “แคร์รี่ หล่ำ” ผู้บริหารหญิงแห่งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกแรงหน่อยก็พอคุมเกมได้

นาทีนี้จีนยังไม่เสี่ยงเพิ่มแรงกดดันตัวเองเพิ่มจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

ฮ่องกงยังอึมครึมอึดอัด เป็นฝีรอหนองแตก

ตามแรงกระแทกทางเศรษฐกิจกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย กดทับซ้ำวิกฤติสงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯที่เปิดเกมฟัดกันในสงครามค่าเงิน

และก็ตรงตามสัญญาณที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กระตุกให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวตั้งรับดีๆ

“สึนามิ” เศรษฐกิจส่อเค้าใหญ่เกินรับมือ

ล่าสุดตลาดหุ้นร่วงระนาวทั่วโลก ไม่ต้องพูดถึงตลาดหุ้นไทยที่แดงเถือกทั้งกระดาน

แนวโน้มสถานการณ์แบบที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มาอยู่ที่ระดับ 46.7 จากระดับ 47.1 ในเดือนมิถุนายน

ต่ำสุดในรอบ 18 เดือน และมีดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในอนาคตปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 48.2 จากระดับ 48.7 ในเดือนมิถุนายน

เนื่องจากความกังวลต่อปัญหาสงครามการค้าระดับโลกระหว่างสหรัฐฯกับประเทศจีน มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังคงมีผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศไทย

ไทยแลนด์ต้นแบบ “ม็อบชัตดาวน์” หนาวยะเยือกเลยก็แล้วกัน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นักการเมืองแดนสาขัณฑ์รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด ยังคงเมามันกับการชิงอำนาจและต่อรองผลประโยชน์อย่างไม่ลดละ

อาการแบบที่ขบวนการ “เอี่ยวต่ำ” พรรคเล็ก 1 ที่นั่งที่ได้แต้มจากปาร์ตี้ลิสต์พิสดาร ฉวยโอกาสอาละวาดฟาดงา กระโดดขี่คอ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่กำลังเป๋จากปมถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

งอแงขอค่าขนม ทวงเก้าอี้ “เทกระโถน”

ปล่อยข่าวปั่นราคากันถึงขั้นที่ว่า “บิ๊กตู่” ต้องขอนัดกินข้าวเคลียร์ใจ แต่เอาเข้าจริงนายกฯก็บอกปัดชัดเลยว่า ไม่มีการนัดกินข้าวกับพรรค “เอี่ยวต่ำ” ตามข่าวลือแต่อย่างใด

เรื่องของเรื่อง ส.ส.แค่คนเดียว ป่วนถอนยวง ยังทำให้หัวหมุนกันทั้งรัฐบาล

และโดยสถานการณ์แฝงเหลี่ยม “เจาะยาง” กันเอง ในจังหวะพวก “เอี่ยวต่ำ” รับมุก “ขาใหญ่” ในทีม “พลังประชารัฐ” ที่เดินเกมเขย่าแรงกระเพื่อม เปิดช่องให้เกลี่ยอำนาจการบริหารจัดการภายในพรรคกันใหม่

อัปเกรดหัวหน้าแก๊งหัวหน้าก๊วน ปาดหน้ากันขึ้นไปอยู่แถวหน้า

ล้อไปกับกระแสการส่งเสลี่ยงคานหามไปแบก “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั่งในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.

จ่อรอขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค คุมเกม ส.ส.ด้วยตัวเอง

“พี่ใหญ่” ปรับหางเสือยึดพื้นที่อำนาจการเมืองในพรรค ทดแทนพื้นที่ความมั่นคงที่ “บิ๊กตู่” คุมเกมเอง

เป็นเรื่องของ “สุขภาพใจ” ที่ฝืน “สุขภาพกาย”

น้องๆ หลายคนเป็นห่วง แต่น้องๆอีกเยอะก็แห่จ้อง “โหน”.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชาม็อบฮ่องกงสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ตลาดหุ้นร่วงวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้