มองพรรคใหม่ เหมือนการสู้กับคอมมิวนิสต์ในอดีต ผบ.ทบ.ออกมาเปรียบเปรย!

ข่าว

    มองพรรคใหม่ เหมือนการสู้กับคอมมิวนิสต์ในอดีต ผบ.ทบ.ออกมาเปรียบเปรย!

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    11 ส.ค. 2562 05:01 น.

    แฉมีวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อ 2 พรรคเล็กยืนยันถอนตัวแน่

    โฆษกรัฐบาลยันนายกฯกำลังใจดี ทำงานตามปกติ ปมถวายสัตย์ฯไม่ทำให้เสียสมาธิ เตือนประชาชนอย่าเสพข่าวปลอมบนโลกโซเชียล รองโฆษก พปชร.บอกฝ่ายค้านจบได้แล้ว อย่าฉายหนังยาว “เจษฎ์” อดีตกุนซือ กรธ.ชี้ “บิ๊กตู่” ไม่ต้องลาออก แนะรอฟังศาล รธน.ชี้ขาดหรือขออภัยโทษและขอให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าต้องทำอย่างไร ต้องถวายสัตย์ฯอีกครั้งหรือไม่ พท.ตามขยี้เตรียมยื่นกระทู้ถาม 14 ส.ค. นายกฯตอบ ไม่เคลียร์ลุยอภิปรายไม่ไว้วางใจ จี้กลับไปถวายสัตย์ฯ ให้ครบหรือไม่ก็แก้ รธน. “เสรีพิศุทธ์” ข้องใจอยากรู้เหตุผลตัดข้อความ ปมพรรคเล็กยังเคลียร์ไม่จบ “มงคลกิตติ์-พิเชษฐ” ขอแยกตัวเป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชน “สมศักดิ์” เชื่อคุยกันรู้เรื่องแน่ เผยแกนนำ พปชร.เตรียมแจกเก้าอี้ผู้ช่วย รมต.-ประธาน กมธ. เป็นยาทำใจ “บิ๊กแดง” จัดระบบกองทัพสู้ “สงครามไฮบริด” ซัดพรรคใหม่ใช้วิธีชวนเชื่อจูงใจแบบคอมมิวนิสต์

    ปมเงื่อนเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตลอดจน ครม.ทั้งคณะ ยังถูกฝ่ายค้านทวงถามถึงการแก้ไข รับผิดชอบ กระทั่งจี้ให้ลาออก แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศอยู่เป็นนายกฯต่อไม่ไปไหนก็ตาม ล่าสุดอดีตที่ปรึกษา กรธ.ออกมาชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องลาออก พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข

    โฆษกรัฐบาลยันนายกฯกำลังใจดี

    เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เสียสมาธิในการทำงาน หรือทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุด เพราะทุกวันนี้นายกฯยังคงสั่งการให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนตลอด ยืนยันนายกฯยังคงมีสภาพจิตใจและกำลังใจที่ดี การทำงานของรัฐบาลไม่มีปัญหา จึงหวังว่าประชาชนจะเข้าใจมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ติดตามจากสื่อหลัก และสื่อทางการที่มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากขณะนี้มีปฏิบัติการข่าวปลอมออกมามาก ที่ผ่านมาตนได้ประสาน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ช่วยจัดการ จนสามารถสั่งปิดเว็บไซต์ที่ปล่อยข่าวเท็จได้เป็นจำนวนมาก

    ฝ่ายค้านจบได้แล้วปมถวายสัตย์ฯ

    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยังพยายามตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ฯไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะแก้ไขทุกอย่างให้เรียบร้อย ดังนั้นอยากให้ฝ่ายค้านจบเรื่องนี้ได้แล้ว ขณะนี้มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากฝากส่งกำลังใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ผ่าน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในหลายจังหวัด ไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ท้อด้วยเรื่องนี้ เพราะทราบดีว่าท่านไม่ได้มีเจตนา และทุกอย่างแก้ไขได้ แต่ฝ่ายค้านทำเหมือนจะนำเรื่องนี้มาล้มรัฐบาล ต้องขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทั่วประเทศที่ห่วงใยท่านนายกฯ และขอให้เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์จะยังคงทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อไป

    อดีตกุนซือ กรธ.ชี้ “บิ๊กตู่” ไม่ต้องออก

    นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย และอดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก จากการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญว่า ในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนจะผิดหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ และไม่มีบทลงโทษบัญญัติไว้ แต่ตามมาตรา 5 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญ ระบุว่ารัฐบาลจะกระทำการใดๆ ที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำขั้นตอนทุกอย่างถูกต้องเพียงแต่อาจไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้นจากนี้ต้องทำให้สมบูรณ์ โดยมาตรา 5 วรรค 2 ระบุหากการกระทำใดไม่เข้าข่าย มาตรา 5 วรรค 1 ให้ยึดตามจารีตประเพณีการปกครองเดิมที่เคยทำมา ในอดีตก็ไม่เคยมีนายกฯคนใดถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนแล้วต้องลาออกเช่นกัน ส่วนตัวจึงไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก

    แนะ 3 แนวทางแก้ไขปัญหา

    นายเจษฎ์กล่าวว่า วิธีแก้ปัญหามี 3 แนวทางคือ 1.อยู่เฉยๆเพราะถือว่าได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว 2.เมื่อมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและอัยการ ทั้ง 2 หน่วยงานนี้สุดท้ายต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นคือรอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด และ 3.หากเห็นว่าไม่ครบถ้วนจริง นายกฯทำหนังสือขอ พระราชทานอภัยโทษ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยว่าต้องถวายสัตย์ปฏิญาณอีกครั้งหรือไม่ หรือจะมีพระราชประสงค์ให้ดำเนินการอย่างไร นายกฯบอกแล้วไม่มีเจตนา และคงไม่มีใครที่จะเจตนาขัดรัฐธรรมนูญถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ขณะที่การถวายสัตย์ปฏิญาณตามมาตรา 161 ถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำให้สมบูรณ์ และเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะแก้ไขได้

    รอศาล รธน.ชี้ปมรัฐบาลโมฆะ

    นายเจษฎ์ยังกล่าวถึงข้อสังเกตหากรัฐบาลดำเนินการตามมาตรา 161 ไม่สมบูรณ์ จะถือว่ามีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ และสิ่งที่ดำเนินการระหว่างนี้จะถือเป็นโมฆะหรือไม่ว่า ทั้งหมดต้องรอให้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ความเห็นที่เกิดขึ้นมาในระหว่างนี้ถือเป็นการสมมติขึ้นมาของแต่ละบุคคล ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในทางร้าย เท่ากับว่าการแถลงนโยบายจะต้องกลายเป็นศูนย์ รัฐมนตรีทุกคนจะถือว่ายังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ยังไม่มีรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่า เมื่อยังไม่มีรัฐบาล จะถือว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อ ดังนั้น คสช.จะต้องกลับมาบริหารประเทศ เรื่องนี้รอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญดีที่สุด

    พท.ตามขยี้ยื่นกระทู้–ขู่ซักฟอก

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวขอโทษคณะรัฐมนตรี (ครม.) และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวกับข้อผิดพลาดในรัฐธรรมนูญว่า การขอโทษ ครม.เป็นเรื่องภายในของรัฐบาล ไม่ใช่การขอโทษประชาชน หากออกมาขอโทษ ประชาชนเขาอาจรับได้ แต่กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการกระทำมิบังควร และเป็นการกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้สถานภาพของรัฐบาลไม่สมบูรณ์ รัฐบาลจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารงาน เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ในอนาคตหากมีการตีความว่ารัฐบาลมีสถานภาพไม่สมบูรณ์ การบริหารงานช่วงที่ผ่านก็จะเป็นปัญหา นายกฯควรขออภัยโทษ และเคลียร์สถานภาพให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยบริหารงานต่อ ในส่วนของฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้ถามสดในเรื่องนี้ในวันที่ 14 ส.ค. ถ้ารัฐบาลตอบไม่เคลียร์และไม่ทำอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ ก็จำเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่ความจริงแล้วเราไม่อยากยื่นอภิปรายในตอนนี้ อยากให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนก่อน

    นายกฯ–ครม.จะลาออกก็ทำได้เลย

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมายอมรับว่ากำลังแก้ปัญหาอยู่ ขอรับผิดชอบเรื่องการถวายสัตย์ฯไม่ถูกต้องแต่เพียงผู้เดียวนั้น แม้จะมาในช่วงเวลาที่สายเกินไป แต่ก็ถือเป็นใบเสร็จสำคัญว่าความผิดสำเร็จแล้ว การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ทำให้การเข้ารับตำแหน่งไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามไปด้วย จึงเกิดเป็นประเด็นปัญหา ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย หาก พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.จะรับผิดชอบโดยการลาออก ในสิ่งที่กระทำไม่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงแรกคนในซีกรัฐบาลพยายามออกมาบิดเบือนว่าเป็นคลิปตัดต่อ หรือเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับสารภาพชัดเจนขนาดนี้ คนเหล่านั้นต้องออกมาขอโทษประชาชน รวมถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.ก็ต้องขอโทษประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน มิใช่เลือกปฏิบัติและกล่าวคำขอโทษเฉพาะคณะรัฐมนตรีเพียงเท่านั้น

    แนะไปถวายสัตย์ฯให้ครบหรือแก้ รธน.

    “หาก พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลาออก ก็มีทางแก้อยู่ 2 ทางคือ 1.นายกฯต้องนำ ครม.กลับไปถวายสัตย์ปฏิญาณให้ครบ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดินระหว่างนี้ เต็มไปด้วยความกังวลว่าการทำงานของรัฐบาลจะเป็นโมฆะหรือไม่ 2.นายกฯต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้การกระทำที่ผิด กลายเป็นสิ่งที่ไม่ผิด เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.มีจำกัด ควรเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน”นายอนุสรณ์กล่าว

    อย่าตีมึนวางเฉยทั้งๆที่รู้ฝ่าฝืน รธน.

    ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่เคยมีความคิดจะสละเก้าอี้อยู่ในหัวสมอง ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำลายหลักนิติธรรมดันทุรังตั้งรัฐบาลผสมทั้งๆ ที่รู้ว่าจะทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ อันที่จริงคนกลุ่มแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องขอโทษกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบคือประชาชนไม่ใช่รัฐมนตรี การที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำเป็นตีลูกมึนวางเฉยทั้งๆที่รู้ว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญถือเป็นการทำผิดต่อคนส่วนใหญ่ เพราะเป็นผู้นำแต่กลับทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบททดสอบว่ากฎหมายบ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์ คนไทยอยู่ใต้กฎหมายเดียวกันจริงหรือไม่ หรือว่า พล.อ. ประยุทธ์มีอภิสิทธิ์จึงทำผิดกฎหมายได้

    “เสรีพิศุทธ์” บี้แจงเหตุผลตัดข้อความ

    ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เคยนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ก่อนปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในปี 2557, 2559 และ 2560 ไม่เคยปรากฏการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทุกครั้งข้อความที่ถวายสัตย์ปฏิญาณจะถูกพิมพ์เป็นเล่มถืออยู่ในมือ แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ข้อความเป็นเพียงกระดาษพิมพ์แผ่นเล็กๆ โดยไม่ปรากฏถ้อยคำประโยคสุดท้ายว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” การกระทำของ พล.อ. ประยุทธ์ถือว่าจงใจและเจตนากระทำการอันมิบังควร การเพิ่มเติมและตัดข้อความที่ต้องถวายสัตย์ในประโยคสุดท้ายออกไปเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน โดยเปิดเผยข้อเท็จจริง จุดมุ่งหมายและสาเหตุว่าเหตุใดจึงตัดทอนข้อความประโยคสุดท้ายออกและเพิ่มเติมคำว่าตลอดไป เพื่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้ใดจะละเมิดมิได้

    “อดุลย์” กระทุ้ง “บิ๊กตู่” เร่งขออภัยโทษ

    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ออกแถลงการณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญกำหนด และยังมีการต่อเติมถ้อยคำนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า กรณีนี้จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามถือว่าหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อหน้าพระพักตร์ คณะกรรมการฯขอตำหนินายกฯ และขอให้รีบดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษโดยเร่งด่วน มีเหตุผลดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช.ในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรกได้ตำหนิผู้อื่น นำเรื่องสถาบันมาเล่นงานอีกฝ่ายตลอดว่าไม่จงรักภักดี อ้างตนมีความจงรักภักดีเหนือกว่าใครๆ แต่กลับปฏิบัติตนตรงกันข้าม จึงต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงให้เห็นชัดว่ามีความจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง 2.การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ครม.ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยถ้อยคําที่บัญญัติตามรัฐธรรมนูญทุกถ้อยคำ ไม่ใช่ใครนึกจะกล่าวคำอะไร ตัดทอน หรือเพิ่มเติมอะไรลงไปได้ เพราะเป็นการแสดงสัญญาประชาคม เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บุคคลใดจะลบหลู่มิได้

    จี้ “บิ๊กแดง” แสดงท่าทีปกป้องสถาบัน

    นายอดุลย์กล่าวว่า 3.กรณีนายกฯขอโทษต่อ ครม.นั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องรีบแถลงขอโทษต่อประชาชนทั้งประเทศ เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนทุกหมู่เหล่า การกระทำใดที่ไม่แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีจึงถือเป็นเรื่องถือสาที่สุดของประชาชนจะทนรับได้ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการเปิดเผยต่อสาธารณชน ไม่ใช่ให้คนอื่นหยุดพูด หรือจบแบบเป็นที่กังขาของสังคม 4.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ผู้มีภารกิจหน้าที่ดูแลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และราชบัลลังก์ ต้องแสดงท่าทีต่อการกระทำที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยเร่งด่วน เพราะไม่ว่าผู้ใดจะกระทำมิได้โดยเด็ดขาด เพื่อแสดงจุดยืนของกองทัพที่ต้องปกป้องรักษาราชบัลลังก์ สร้างบรรทัดฐานไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก 5.เรื่องพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ ขอวิงวอนทุกฝ่ายอย่าดึงสถาบันมาห้ำหั่นกันทางการเมือง มีบทเรียนอัน เจ็บปวดของสังคมไทยมามากพอแล้ว

    “อ๋อย” ขยี้แค่เริ่มต้นก็ล้มเหลวไปครึ่ง

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาการคงอยู่ของรัฐบาลกำลังหนักหน่วงรุนแรง คำพังเพยที่ว่า “เริ่มต้นดีสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กลับอยู่ในสภาพเริ่มต้นผิดพลาด ล้มเหลวไปแล้วครึ่งหนึ่ง ปัญหาเศรษฐกิจกำลังหนักหนาสาหัส ความคาดหวังของประชาชนลดลงอย่างรวดเร็วหรืออาจสิ้นหวังในเร็วๆนี้ก็ได้ ซ้ำเติมด้วยปัญหาความไม่สงบที่เกิดใน กทม. จัดการปัญหาแบบไม่เป็นมืออาชีพ มุ่งผลการเมืองมากกว่าจนไม่น่าเชื่อถือ หลายอย่างประเดประดังไปหมด ทั้งการถวายสัตย์ฯไม่ครบ การแถลงนโยบายแบบเลื่อนลอย ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของงบประมาณ

    “มงคลกิตติ์-พิเชษฐ” ลั่นขอแยกตัว

    ส่วนปัญหาภายในรัฐบาล ที่พรรคขนาดเล็กหลายพรรคขู่จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านอิสระนั้น วันเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ สุข–สินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เผยว่า ช่วงเช้าของวันนี้นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้โทรศัพท์มายืนยันกับตนว่าจะขอร่วมขับเคลื่อนทางการเมืองในฐานะ ส.ส.ฝ่ายประชาชน ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้าน อีกทั้งยังเห็นตรงกันว่าทั้ง 2 พรรคจะไม่ขอรับการจัดสรรโควตาข้าราชการการเมืองจากพรรคพลังประชารัฐ และเห็นว่าการร่วมรัฐบาลกันควรมีความจริงใจกันตั้งแต่ต้น ควรซื้อคนด้วยใจ ไม่ใช่ซื้อกันด้วยตำแหน่ง ตนและนายพิเชษฐเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กแต่ถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่ผ่านมาพรรคใหญ่ไม่เคยให้ความสำคัญ ยืนยันว่าทั้ง 2 พรรคเมื่อประกาศตัวเช่นนี้ จะไม่ถอนคำพูดภายหลัง ไม่ทำตัวกลับไปกลับมา ขอประกาศตัวเป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชนต่อไป

    ต้องใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจ

    ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ สำหรับนายพิเชษฐมั่นใจว่าผู้ใหญ่ภายในพรรคพลังประชารัฐสามารถทำความเข้าใจ และจะได้ข้อยุติตามที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคพลังประชารัฐเคยพูด ส่วนนายมงคลกิตติ์สุดท้ายแล้วเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่สนิทกัน รักแบบเป็นพี่น้องจะพูดคุยได้ ขอเวลาทำความเข้าใจกันก่อน ส่วนตัวก็รู้จักกับนายมงคลกิตติ์ในฐานะรุ่นน้องสิบปีแล้ว เขามีความรู้ความสามารถทำงานให้ประชาชนได้ ต้องอยู่ในจุดที่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด แต่ต้องให้เวลาเขาหน่อย เมื่อถามว่าเมื่อทั้ง 2 คนประกาศแยกตัวเด็ดขาดจะกระทบกับการลงมติในสภาหรือไม่ นายธนกรตอบว่า เขาไม่ได้บอกว่าเป็นฝ่ายค้านอิสระ แต่อยู่ข้างประชาชน เชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทั้ง 2 คนยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลและมีเยื่อใยอยู่ เหมือนแฟนกันที่งอนกันบ้าง หากได้พูดคุยทำความเข้าใจกันก็จะกลับมารักกันเหมือนเดิม

    “สมศักดิ์” ยันปัญหาพรรคเล็กจบแน่

    ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการประชุมในส่วนของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าหากเราทำตามที่รับปากกันไว้ ปัญหาทุกอย่างจะจบลง เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของการพูดคุยสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าพูดแล้วทิ้งไป อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สุดท้ายเชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนความขัดแย้งนี้จะส่งผลกระทบถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ตนว่าอย่ามองไปไกล อย่าคาดคะเน เชื่อว่าทุกพรรคต้องการทำงานเพื่อประชาชน

    แจกเก้าอี้ผู้ช่วย รมต.-ประธาน กมธ.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย บรรดาแกนนำพรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายสมศักดิ์ รวมถึงแกนนำคนอื่นๆได้หารือกันที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ปัญหาโดยจัดหาตำแหน่งข้าราชการเมืองให้บรรดาพรรคเล็ก อย่างเช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และผู้แทนการค้า เป็นต้น โดยจะนำเรื่องนี้ไปหารือจนได้ข้อสรุปอีกครั้งในการประชุมยุทธศาสตร์พรรคในวันที่ 12 ส.ค. ที่จะประชุมจัดสรรตำแหน่งข้าราชการการเมืองที่ยังไม่ได้ข้อยุติ

    “ธนาธร” สับรัฐทำสิ้นหวังอนาคตมืด

    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็มของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ประเทศไทยตกอยู่ในความอึมครึม ไม่มีใครมองเห็นอนาคตที่สดใส ผิดกับบรรยากาศและความคาดหวังของประชาชนทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งโดยสิ้นเชิง ในระหว่างความอึมครึมที่มองไม่เห็นอนาคตดังกล่าว รัฐบาลพยายามทำให้ประชาชนเชื่อว่าอย่าเพิ่งสนใจปัญหาการเมือง เพราะเราต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน หากเราไม่หลงลืมข้อเท็จจริงจะมองเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นลักษณะนี้มีต้นตอมาจากปัญหาการเมือง มาจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ตามที่หลายฝ่ายได้เคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ตั้งแต่แรก รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาให้มีพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก เกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค ฝ่ายบริหารไม่มีความเข้มแข็ง ความยุ่งยากในการบริหารพรรคเล็กจำนวนมากและหลากหลายอุดมการณ์ที่รัฐบาลเผชิญอยู่นั้น คือผลของกติกาที่ตัวเองออกแบบมาเอง ภายใต้ภาวการณ์การเมืองเช่นนี้การแก้ปัญหาปากท้องก่อนแก้ปัญหาการเมืองจึงเป็นไปไม่ได้เป็นแค่คำลวง เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพและยั่งยืนเกิดไม่ได้เลยใต้สภาพการเมืองปัจจุบัน

    แก้ รธน.คือทางรอดไม่ใช่ทางเลือก

    นายธนาธรกล่าวว่า ข้อเสนอของพรรคอนาคตใหม่คือ เราจำเป็นต้องเริ่มต้นปรึกษาหารือกันเพื่อสร้างกฎกติกาการเมืองใหม่ที่ทุกฝักฝ่าย ทุกทัศนคติทางการเมือง สามารถอยู่ร่วมกันได้และตอบสนองความต้องการร่วมของสังคมได้ เราจำเป็นต้องร่วมกันแสวงหาระบบสังคมการเมืองที่มีฐานความชอบธรรมทางประชาธิปไตย สะท้อนอำนาจและเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดรัฐบาลและรัฐสภาที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับมีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจตามหลักนิติรัฐ ถ้าสังคมไทยมีระบบสังคมการเมืองที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันแล้ว การเอาชนะคะคานกันอย่างเอาเป็นเอาตายจะไม่เกิดขึ้น และนั่นจะเปิดทางให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างจริงจัง สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าระบบการเมืองที่ดีจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่ดี การมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับคือการปลดล็อกประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้ และนี่ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดทางเดียวที่เหลืออยู่

    “บิ๊กแดง” ตั้งป้อมสู้สงครามไซเบอร์

    วันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ถึงนิยามสงครามรูปแบบใหม่ว่าเป็น “สงครามไฮบริด” (สงครามแบบผสมผสาน) ประกอบไปด้วยสงครามไซเบอร์ และเหตุการณ์เหมือนกรณีระเบิดป่วนกรุงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาผสมกัน สงครามไซเบอร์ที่ว่าคือการที่มีกลุ่มบุคคลนำเอาข้อมูลชวนเชื่อต่างๆไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ดังนั้นภัยคุกคามขณะนี้จึงเป็นเรื่องข่าวปลอม แตกต่างออกไปจากสงครามรูปแบบเดิมๆ ในอดีตที่ศัตรูมักจะเปิดเผยตัวตน กองทัพจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้าง เสริมศักยภาพความรู้ความสามารถเพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง

    พรรคใหม่จูงใจแบบคอมมิวนิสต์

    พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงพรรคการเมืองบางพรรคที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมาว่า มีวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อโดยตรงกับวัยรุ่นอายุ 16-17 พยายามป้อนข่าวปลอม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์และกองทัพ การต่อสู้ครั้งนี้เหมือนกับการสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ในปี 1970-1980 (พ.ศ.2513-2523) ทั้งนี้ เมื่อถูกถามเรื่องความเป็นไปได้ในการทำรัฐประหาร พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า “ตราบใดที่ผมยังอยู่ในตำแหน่ง ผมจะไม่มีวันยอมให้กองทัพข้ามเส้น”

    “สมคิด” เดือดเฟกนิวส์สั่งล่ามือโพสต์

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีรัฐบาลเจอปัญหาเฟกนิวส์ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเร่งเดินหน้าตั้งศูนย์เฟกนิวส์เซ็นเตอร์ แม้จะดำเนินการไปหลายรายแล้ว แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ในโซเชียลมีเดียพบการเผยแพร่ข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง โดยถึงคิวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดนโพสต์ภาพและนำคำพูดเมื่อหลาย 10 ปีก่อนมาตัดต่อโพสต์ว่า “สัญญาณเตือนล่วงหน้า อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รักษางานประจำ วางแผนให้ดี” พร้อมระบุว่า “เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ต้องจับตาให้ดี วางแผนอย่าประมาทในการดำเนินชีวิต โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในวันปิดงานสัมมนาจับชีพจรประเทศไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะหลายปีมาแล้ว แต่พออ่านดูแล้วคิดตามก็น่าสนใจทีเดียว เลยอยากเอามาแบ่งปันทุกคนได้อ่านกันดูว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นความจริงหรือไม่” โดยเรื่องนี้นายสมคิดได้สั่งทีมงานเฟกนิวส์เร่งหาผู้อยู่เบื้องหลังโพสต์นี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เพราะมองว่ามุ่งหวังทำลายความเชื่อมั่น

    เลื่อนประชุม ครม.สัญจรเพื่อเด็กๆ

    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 19-20 ส.ค.เดิมได้รับแจ้งจะจัดขึ้นที่ จ.นครพนม แต่ช่วงดังกล่าวไปตรงกับการแข่งขันมหกรรมทางวิชาการ Open House ของโครงการ EP MEP ของโรงเรียนภาคอีสาน นายกฯเกรงไปกระทบต่อการจัดกิจกรรมของเด็กๆ จึงต้องมีการเปลี่ยนสถานที่ใหม่ หากไม่ทันจะงดการประชุม ครม.สัญจร เปลี่ยนเป็นการลงพื้นที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลแทน

    เร่งออกมาตรการหนุน ศก.ฐานราก

    นางนฤมลกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เน้นย้ำต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีรายได้ไม่เกิน 5,344 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งมีถึง 40% หรือ 26.9 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรที่เป็นฐานเศรษฐกิจไทย มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากคาดว่าจะเสนอ ครม.ได้เร็วๆนี้ โดยขับเคลื่อนสานต่อนโยบายเกษตรประชารัฐ ด้วยมาตรการ 3 เพิ่ม 3 ลด ตั้งกองทุนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมความหลากหลายระบบเศรษฐกิจ เติมทุน เติมทักษะ เติมรายได้เสริมความแข็งแกร่งเอสเอ็มอีรายเล็กๆ และขณะนี้กำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นการลงทุน เร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ การขยายสิทธิบัตรสวัสดิการไปยังกลุ่มอื่น

    หวังสลายต้นตอปัญหาชาวนา

    นางนฤมลกล่าวด้วยว่า นายกฯใส่ใจในเรื่องนี้มาก เพราะในอดีตพบว่าการบริหารประเทศเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจมหภาค มุ่งไปสู่อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จึงมีเป้าหมายดูแลเศรษฐกิจฐานราก คือ ทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีคุณธรรม ขณะที่ปัญหาชาวนาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การถูกกดราคา กฎหมายและตลาดไม่เอื้อต่อชาวนารายย่อย ภัยธรรมชาติ ต้นทุนสูง ไม่มีที่ดินของตนเอง ขาดความรู้ มีภาระหนี้สิน ฯลฯ จึงต้องเร่งแก้ไขที่ต้นตอไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ

    “วัฒนา” ฉะ “บิ๊กตู่” ยังไม่รู้ตัวทำ ศก.พัง

    ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ของไทยขณะนี้ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเศรษฐกิจเพราะเครื่องยนต์ดับสนิทอย่างสิ้นเชิง และเครื่องยนต์ตัวสุดท้ายที่เป็นความหวังของรัฐบาลคืออีอีซี ที่รัฐบาลตั้งความหวังจะใช้เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจของไทยก็ดับลงแล้วเช่นกัน สาเหตุที่นักลงทุนหนีประเทศไทยเกิดจากทั้งปัจจัยภายนอก อาทิ สงครามการค้าที่ทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัว การประท้วงในฮ่องกง แต่น่าเศร้ารัฐบาลยัง ไม่เคยมีมาตรการใดๆที่จะป้องกันหรือแก้ไข นายกฯยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภูมิใจกับการตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยภายในคือความไม่เชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อรัฐบาลที่มีคะแนนเสียงที่ปริ่มน้ำ ทีมเศรษฐกิจเป็นชุดเดิมที่บริหารล้มเหลวมา 5 ปี ที่แย่ไปกว่านั้นคือกรณีที่นายกฯถวายสัตย์ปฏิญาณขัดต่อรัฐธรรมนูญ ยิ่งทำให้ประชาชนและนักลงทุนไม่มั่นใจว่ากิจการที่รัฐบาลทำไปจะเป็นโมฆะหรือไม่ นั่นคือหายนะของประเทศ

    วอนเลิกซื้ออาวุธนำงบช่วยชาวบ้าน

    นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายผิดทิศทาง เมื่อดูจากการแถลงนโยบายรัฐบาลพบว่าเน้นใช้งบประมาณสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ละเลยการดูแลชีวิตประชาชน ไม่มีการพูดถึงนโยบายด้านสาธารณสุขอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขก็กำลังหลงทางไปให้ความสำคัญกับนโยบายกัญชารักษาโรคมากกว่า ทั้งที่ยังไม่มีเอกสารเป็นทางการใดๆออกมายอมรับว่ากัญชาเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด โดยไม่ให้ความสนใจหรือต่อยอดโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซ้ำยังมีการตัดงบ ประมาณด้วย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง สำหรับช่วง 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาล คสช.รวมไปถึงรัฐบาลนี้หมดงบประมาณไปเกือบ 1 แสนล้านบาท ในการจัดหา อาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ ทั้งๆที่ไม่มีศึกสงคราม จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลให้ชะลอการจัดซื้ออาวุธไว้ก่อน นำงบประมาณมาดูแลแก้ปัญหาให้กับประชาชนจะได้ประโยชน์กว่าแน่นอน

    เชือด “สุพจน์” คดีที่ 3 เรียกรับทรัพย์

    อีกเรื่องหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง กรณีเรียก รับทรัพย์สินจากบุคคลอื่นนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย โดยหลักฐานสำคัญคือการได้มาของรถโฟล์กสวาเกน มูลค่า 3 ล้านบาท ที่นางนฤมล ทรัพย์ล้อม ภริยานายสุพจน์อ้างว่าเป็นรถที่นักธุรกิจรายหนึ่งมอบให้เป็นค่าตอบแทนที่ช่วยเหลืองานสอนเด็กและเผยแผ่ศาสนา แต่จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นทรัพย์สินนายสุพจน์ในชื่อบุคคลอื่น คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่านายสุพจน์มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ให้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาแล้ว ถือเป็นคดีที่ 3 ที่นายสุพจน์ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดต่อจากคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ และคดีร่ำรวยผิดปกติ

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประยุทธ์ จันทร์โอชาพรรคใหม่อภิรัชต์ คงสมพงษ์สงครามไซเบอร์คอมมิวนิสต์ข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 16:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์