ข่าว
100 year

"ผมไม่ไปไหนหรอก" "ตู่" สยบลือ ผมเป็นนายกรัฐมนตรี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

เสรีพิศุทธ์สอนน้อง ยึดพันท้ายนรสิงห์! ‘ธรรมนัส’ ลุยเคลียร์ พรรคเล็ก-สิ้นฤทธิ์ ‘ปู’ สัญชาติเซอร์เบีย

“บิ๊กตู่” สยบข่าวลือลาออก สู้ไข้หวัดลงพื้นที่ลุยงานตามปกติ ลั่นทำหน้าที่นายกฯเต็มที่ไม่ไปไหน “บิ๊กป้อม” มั่นใจนายกฯไม่มีไขก๊อกคิดกันไปเอง ฝ่ายค้านตามขยี้ปมถวายสัตย์ฯ “ชูศักดิ์” ชี้ต้องสำนึกรับผิดชอบทั้งแง่การเมืองและกฎหมาย “เสรีพิศุทธ์” ยกตัวอย่าง “พันท้ายนรสิงห์” ผู้จงรักภักดี บี้รับผิดชอบจนถึงที่สุด “ปิยบุตร” ย้ำทางแก้กลับไปถวายสัตย์ฯให้ครบถ้วน “สมศักดิ์-ธรรมนัส” ออกโรงเคลียร์ 5 พรรคเล็ก เร่งหาเก้าอี้มัดใจไม่ให้ตีจาก “ผู้กองมนัส” มั่นใจ 16 ชีวิตพรรคเล็กในมือไม่มีใครแยกตัว “มงคลกิตติ์” ยังดึงเช็งขอเป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชน 7 พรรคฝ่ายค้านเคาะตั้ง ส.ส.ร.ร่าง รธน.ใหม่ ทวงอำนาจประชาชน “วัชรพล” ยอมรับสอบคนใน ป.ป.ช.แจ้งบัญชีเท็จ เบิร์ธเดย์ “ลุงป้อม” ไม่ค่อยคึกคัก แต่มีนัดพี่น้อง 3 ป.โซ้ยข้าวฉลอง

ยังต้องจับตาปมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกมาแสดงท่าทีตั้งแต่จะขอแก้ไขด้วยตัวเอง ไม่มีเจตนากล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบ และประกาศขอโทษจะรับผิดชอบเพียงผู้เดียวกับปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญและเรื่องอื่นๆ แต่ก็ปรากฏว่า พล.อ. ประยุทธ์ยังออกปฏิบัติภารกิจ ในฐานะนายกฯ ตามปกติ

“บิ๊กตู่” ฝืนไข้หวัดลงพื้นที่ลุยงาน

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถนนติวานนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว.และนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช.ร่วมพิธี ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ ขณะที่นายกฯยังมีอาการไข้หวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบอย่างเข้มข้น

ทดลองรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว

จากนั้นเวลา 10.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปยังชานชาลารถไฟฟ้าชั้น 3 สถานีห้าแยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 1 สถานี จาก สถานีหมอชิต (N8) ไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมงาน รวมถึงนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือบีทีเอส และนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมคณะต้อนรับ

ใจปํ้าเปิดบริการฟรีถึง 5 ธ.ค.62

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า รอกันมานาน หลายคนคงอยากขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนตน เดินทางได้เร็วมากขึ้น วันนี้เปิดทดลองเดินรถ 1สถานี ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานให้เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความไว้วางใจซึ่งกัน และกัน รัฐบาลยังเร่งรัดรถไฟฟ้าอีกหลายสายเพื่อเติมเต็มเชื่อมต่อเพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัด วันนี้ถือเป็นของขวัญให้กับทุกคนเปิดให้ใช้บริการฟรี แต่เสียดายสั้นไปนิดสถานีเดียว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปถามบริหารผู้เกี่ยวข้องว่า ขอฟรีถึง 5 ธ.ค.เลยได้ไหม โดยผู้บริหารพยักหน้ารับว่าได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมพิธีปรบมือให้ก่อนกล่าวว่า ต้องเดินไปด้วยกันแบบนี้ อะไรช่วยกันได้ต้องช่วยกันเพื่ออนาคตประเทศไทยในวันข้างหน้า

ลั่นเป็นนายกฯเต็มที่ไม่ไปไหน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่าหลายอย่างต้องแก้ไขปัญหา ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ ต้องปฏิรูป ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง คนเราเปลี่ยนทุกวัน กิจการต่างๆเพิ่มขึ้นทุกวัน สิ่งสำคัญอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจระดับล่าง เศรษฐกิจโลก ข้ามเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น “ผมยืนยันว่าผมจะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้ไม่ต้องห่วงผมไม่ไปไหนหรอก พอแล้วเดี๋ยวนอกเรื่องอีก”

จากนั้นได้ทดลองนั่งรถไฟฟ้าขบวนหมายเลข 1455 จากสถานีห้าแยกลาดพร้าวใช้เวลา 2 นาทีไปถึงสถานีหมอชิต ทักทายประชาชนที่มาใช้บริการและยังช่วยพาผู้พิการทางสายตาขึ้นรถไฟฟ้าด้วย ในช่วงที่เดินไปขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ที่ระบุจะอยู่ทำงานต่อหมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็เป็นนายกฯไงเล่า” โดยมีประชาชนที่ยืนอยู่บนฟุตปาทตะโกนเชียร์ “ลุงตู่ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปยิ้มโบกมือและทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูตอบกลับไปให้ทันที ก่อนเดินกลับเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล

เฟซไทยคู่ฟ้าโพสต์ดับเฟกนิวส์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า นำภาพที่เป็นข้อความในทวิตเตอร์ของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Louise @mr_louise ที่มีข้อความว่า “ใครบอกผมจะลาออก เลอะเทอะกันไปใหญ่แล้ว ออกทำไม ออกเพื่อให้พวกอุบาทว์ชาติชั่วมันสมใจเหรอ อย่าฝันไม่มีทาง โน่นศาลรัฐธรรมนูญมี ให้เขาไปยื่นเรื่องฟ้องมา ศาลตัดสิน แล้วผมจะตัดสินใจเองว่า ต้องทำอย่างไร อย่ามาปล่อยข่าวกระพือ ผมไม่บ้าตามพวกมันหรอก” มาโพสต์เพื่อชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยโพสต์ว่า “อย่าเชื่อ! ข่าว ปลอม” กรณีโลกโซเชียลแชร์การอ้างคำพูดนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่า “ข้อความที่ถูกกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง” นายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดเช่นนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าเชื่อ อย่าแชร์ และขอเตือนไปยังผู้ไม่หวังดีให้หยุดการกระทำดังกล่าว

“บิ๊กป้อม” มั่นใจนายกฯไม่ไขก๊อก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวขอโทษคณะรัฐมนตรี (ครม.) และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเกี่ยวกับข้อผิดพลาดเรื่องรัฐธรรมนูญว่า นายกฯบอกแล้วว่าจะรับผิดชอบเองเป็นเรื่องส่วนตัวของนายกฯ ดังนั้น เป็นเรื่องของนายกฯว่าจะรับผิดชอบอย่างไร จะไปทราบได้อย่างไร “ที่บอกว่านายกฯจะลาออก อย่างโน้นอย่างนี้ กังวลกันไป คิดกันไปเอง ไม่ลาออกหรอก เชื่อว่าสุดท้ายแล้วไม่น่าจะมีอะไร” เมื่อถามว่านายกฯมาปรึกษาหารือบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ไม่ได้ปรึกษา

“ชูศักดิ์” จี้ต้องรับผิดชอบทั้ง ครม.

ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนว่า ชัดเจนว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าการเข้ารับตำแหน่งจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ปัญหาตอนนี้คือ ยังไม่รู้ว่าองค์กรไหนจะออกมาชี้ขาด อาจจะเป็นรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องผ่านช่องทาง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ เมื่อมีความผิดสำเร็จแล้ว ความรับผิดชอบที่จะต้องพิจารณามีอยู่ 2 ทาง คือ 1.ความรับผิดชอบทางการเมืองขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนคนนั้นว่าจะลาออกหรือไม่ หรือจะรับผิดชอบอย่างไร และ 2.ความรับผิดชอบทางกฎหมาย เมื่อ การปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่ตัว นายกฯเพียงคนเดียว แต่รวมไปถึง ครม.ที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน

“เสรีพิศุทธ์” บี้ให้เอาเยี่ยง “พันท้าย”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เพียง นายกฯที่เป็นผู้กล่าวนำเท่านั้น รัฐมนตรีทุกคนต้องกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตามด้วย ครม.จึงต้องร่วมกัน รับผิดชอบในการทำผิดรัฐธรรมนูญร่วมกัน เมื่อ ครม.รู้ว่าได้กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว แต่กลับไม่แสดงออกถึงความรับผิดชอบ จึงเป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่ง ขอยกตัวอย่างกรณีพันท้ายนรสิงห์ แม้จะเป็นคนโปรดของพระมหากษัตริย์ เมื่อทำความผิดแม้ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เพื่อไม่ให้เสียพระเกียรติพระ-มหากษัตริย์และกฎจารีตประเพณี จึงยอมรับโทษประหาร ยิ่งกรณีนี้เป็นการจงใจกระทำผิด นายกฯจึงควรต้องแสดงความรับผิดชอบในทางการเมืองจนถึงที่สุดด้วย

“ปิยบุตร” แนะกลับไปถวายฯให้ครบ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ช่วงก่อนแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาได้พยายามหารือทักท้วงกรณี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนแล้ว หากหยุดและนำ ครม.เข้าสู่ขั้นตอนการถวายสัตย์ให้ครบถ้วน ครม.จะสามารถเดินหน้าทำงานได้ ปัญหาคือนายกฯไม่ยอมรับ ทำให้เกิดเงื่อนซับซ้อนมากขึ้น ทางแก้คือ นายกฯต้องกลับไปถวายสัตย์ปฏิญาณให้ครบ เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ มีมติ ครม.อนุมัติงบฯเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภา และบริหารราชการแผ่นดินไปแล้วจึงกังวลว่า การทำงานของรัฐบาลจะเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะการขอถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่จะแก้ปัญหาว่า ครม.ชุดนี้จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วหรือยัง รวมถึงมติ ครม.ครั้งต่อไปจะสมบูรณ์หรือไม่ แต่ในส่วนการกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.เป็นเรื่องการไม่ปฏิบัติรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล

“ประมวล” วอนขอโทษ ปชช.สักคำ

นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน จะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา เกิดคำถามในสังคมว่าการเป็นนายกฯและ ครม.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้นายกฯจะขอโทษ ครม.จะรับผิดชอบแต่ผู้เดียว สุดท้ายจึงอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หรือจะอยู่ที่ความกล้าหาญของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะแอ่นอกแสดงความรับผิดชอบลาออกอย่างผู้นำของอารยประเทศ สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่ ที่สำคัญนายกฯยังไม่เอ่ยปากขอโทษประชาชนเลยสักคำ จากผลการกระทำที่ทำให้มีผลกระทบ ตามมาต่อการค้าการลงทุนทางธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ตกรูด

“ลุงป้อม” ไม่ยุ่ง 5 พรรคถอนยวง

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 5 พรรคเล็กประกาศเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระว่า ไม่มีอะไรหรอก คงไม่เข้าไปพูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐและกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา เมื่อถามว่า จะให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปเจรจาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามว่า ที่บอกว่าไม่มีปัญหาหมายถึง 5 พรรคออกไปจะไม่มีปัญหากับรัฐบาล หรือมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ จะเคลียร์ใจกันได้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ตนเป็น สมาชิกพรรคแต่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค

“ระวี” มั่นใจทุกอย่างกลับคืนปกติ

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่ไม่ได้ไปรวมกับ 5 พรรคเล็กที่จะถอนตัวออกจากรัฐบาล แต่ในความเป็น 10 พรรคร่วมเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้ขัดแย้งกันหรือแบ่งกลุ่มกัน เพียงแต่ท่าทีที่แสดงออกต่อสถานการณ์อาจแตกต่างกัน ที่ผ่านมากลุ่ม 10 พรรคเล็กเสียสละมาโดยตลอด แต่ไม่มีตำแหน่งใดๆเลย ทั้งรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการ ทำให้บางคนน้อยใจเลยเกิดปัญหาขึ้น แต่มั่นใจว่าปัญหาจะจบลงด้วยดีทุกอย่างจะกลับคืนสู่ปกติแก้วร้าวไปแล้วก็หลอมใหม่ได้ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวไว้ หรือใช้กาวตราช้างปิด ขอย้ำว่าพรรคพลังธรรมใหม่ แม้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ยืนยันที่จะเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลหากพบกรณีใดส่อไปในทางทุจริต

“สมศักดิ์-ธรรมนัส” กล่อมฉลุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 8 ส.ค. ที่รัฐสภา เกียกกาย ภายหลังจบการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นัดประชุมด่วนกับแกนนำ 10 พรรคเล็ก ที่ห้องรับรอง ส.ส. ชั้น 4 อาคารรัฐสภา มีหัวหน้าพรรคเล็ก 7 พรรคร่วมพูดคุย ขาดเพียงพรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย ที่ติดภารกิจและเดินทางกลับไปก่อน ผลการหารือทางกลุ่ม 10 พรรคเล็ก ยังคงยืนยันทำงานกับรัฐบาลต่อไป โดยจะจัดสรรตำแหน่งทางการเมือง อาทิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวง ตำแหน่งในคณะกรรมาธิการด้านต่างๆของสภาผู้แทนราษฎรให้ทุกพรรค ยังเหลือเพียงนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ยังขอพูดคุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐถึงการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองอีกครั้งคาดว่า จะไม่มีปัญหาอะไร

เร่งหาเก้าอี้มัดใจไม่ให้ตีจาก

ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่ตนได้ไปพูดคุยกับทางกลุ่ม 10 พรรคเล็ก เมื่อค่ำวันที่ 8 ส.ค. พวกเขายืนยันว่าจะไม่ไปไหน เราเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว มีอาการน้อยใจบ้างเพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่กลับไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน และบอกว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปขอเป็นฝ่ายค้านอิสระจะดีกว่าหรือไม่ ตนเคยพูดไปแล้วว่า เราจะต้องฟังเสียงพวกเขาบ้าง ส่วนตัวยอมรับว่างานค่อนข้างเยอะหลังจากรับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จึงไม่มีเวลาเข้าไปดูแลและพูดคุยกับพวกเขา ดังนั้น เมื่อมีเวลาและโอกาสเหมาะต้องมาพูดคุยและรับฟังกันบ้าง จากนี้เราจะหาทางจัดสรรตำแหน่งให้พวกเขามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนช่วยกันบริหารประเทศ ทุกคนทุกส่วนจะได้มีส่วนร่วม

อยู่ครบทุกพรรคไม่หายมีแต่เพิ่ม

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวระหว่างไปดูสถานการณ์ภัยแล้งที่ จ.ขอนแก่น ว่า ยังคงยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยู่ครบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่โหวตแพ้ 2-3 วาระนั้น ไม่ใช่วาระ สำคัญ วันนั้นการประชุมสภาฯเลิกค่ำ ส.ส.ต้องรีบกลับ เพราะวันนี้และวันพรุ่งนี้เป็นวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน “ผมขอยืนยันว่าพรรคเล็กพรรคน้อยทั้งหมด 16 ชีวิตที่ผมรับผิดชอบอยู่ ผมแก้ปัญหาได้ ไม่มีใครแยกตัว ไปเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างแน่นอน 254 อยู่ครบ มีแต่จะเพิ่มกับเพิ่ม ดังนั้นอย่าห่วง รัฐบาลชุดนี้ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือเสียงปริ่มน้ำเด็ดขาด

“มงคลกิตติ์” โชว์หล่อขอลอยตัว

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการเจรจาจัดสรรโควตาตำแหน่งทางการเมืองให้กับพรรคเล็กว่า แล้วแต่ ส่วนตัวดำรงตำแหน่งไม่ได้เพราะเป็น ส.ส.เข้าใจว่าทุกคนคงอยากได้พื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายตัวเอง หากพรรคไทยศรีวิไลย์ได้รับการจัดสรรโควตาข้าราชการการเมืองเห็นใครมีความสามารถก็ไปเชิญกันเอาเอง สถานะตนตอนนี้ไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาลและเป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชน เรื่องไหนรัฐบาลทำดีจะสนับสนุน ทำไม่ดีจะค้าน และนำปัญหาไปสู่การแก้ไข

ยังเล่นแง่แทงกั๊กขอเวลาหารือ

นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการส่งสัญญาณไปล่วงหน้า ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องไปเป็นฝ่ายค้านเพราะถึงเวลานี้คงไม่ต้องอิสระอะไรกันแล้ว เราได้รับคำตอบจากตัวแทนรัฐบาลที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาแล้ว แต่ยืนยันว่ากลุ่ม 5 พรรคเล็ก เมื่อประกาศตัวแล้วมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน จากนี้ขอเวลาหารือกำหนดท่าที ขอให้รอฟังจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ 5 พรรคเล็กได้มอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการ

พปชร.ส่งลูก “บุญทรง” ร่วมทีมโฆษก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง พรรคพลังประชารัฐที่ได้โควตาในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วนั้น ล่าสุดได้เสนอชื่อนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.มาเป็นผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี ร่วมทีมโฆษกรัฐบาล

ฝ่ายค้านเคาะตั้ง ส.ส.ร.ร่าง รธน.ใหม่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมีแกนนำเข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย หลังการประชุมนายปิยบุตร แถลงว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าจะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักการสำคัญคือ จะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้เป็นร่างกลางที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน โดยให้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับแล้ว ให้ประชาชนลงประชามติ ทั้งนี้ จะตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง 7 พรรค ขึ้นมารณรงค์ใต้แคมเปญ “ทวงคืนอำนาจ การจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน” เพราะวันนี้สังคมเริ่มเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญปี 60 จะนำไปสู่ทางตัน

“วัชรพล” ยอมรับสอบคนใน ป.ป.ช.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ซึ่งขยายผลมาจากการตรวจสอบคดีทุจริตปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซียของบริษัทพีทีที.จีอี ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวพันกับคู่สมรสของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อพบเหตุควรสงสัย ป.ป.ช.ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ถูกกล่าวหาจะขอชี้แจงด้วยวาจานั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.คงต้องพิจารณาเหตุผลความจำเป็นว่า ขอความเป็นธรรมเรื่องใด และที่ผ่านมาผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงไปครบถ้วนหรือยัง ยืนยัน ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรื่องที่จะต้องให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้นต้องรอเรื่องถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ศาลรับคำร้องจึงจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ขยายผลสอบผู้บริหาร ป.ป.ช.คนดังกล่าว ไปถึงการร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า อยู่ในขั้นตอนกระบวนการ

ป้อง “สุภา” ไม่เอี่ยวติดสินบนปาล์ม

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าคดีทุจริตปาล์มน้ำมันอินโดนีเซียคืบหน้าไปแล้ว 80% และมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าอดีตประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย แจ้งจับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ต่อตำรวจอินโดนีเซีย ข้อหาติดสินบนเพื่อให้พยานให้การเท็จในคดีทุจริตปาล์มน้ำมันอินโดนีเซีย พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า เท่าที่ดูจากข่าวดูแล้วไม่มีอะไรน่าห่วง เรื่องดังกล่าว น.ส.สุภาเคยชี้แจงต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ไปแล้ว ส่วนตัวเชื่อมั่นการทำงานของ น.ส.สุภาทำงานอย่างมืออาชีพตรงไปตรงมา เรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กับกระบวนการระหว่างประเทศนั้นเราระมัดระวังอยู่แล้ว ป.ป.ช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากทำผิดเองมีโทษ 2 เท่า ไม่มีใครไปทำอย่างที่กล่าวหา

เมิน “วิรัช” จัดทีมทนายฟ้องกลับ

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า อีกความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาคดีทุจริตสนามฟุตซอลอีกหลายจังหวัดนั้น มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการได้ไม่ช้า เพราะว่ามีแนวทางการไต่สวนมาแล้วจากคดีแรก ส่วนกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุไม่ได้รับความเป็นธรรมและจะฟ้องกลับ ป.ป.ช.นั้น ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาสามารถขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมได้ ป.ป.ช.ไม่กังวล เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.โดนฟ้องร้องได้หลายคดีอยู่แล้ว ทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง ยืนยันว่าคดีสำคัญเกี่ยวกับนักการเมืองหรือผู้บริหารระดับสูง ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรอบคอบ แต่หลายครั้ง เมื่อคดีใกล้ถึงที่สุด มักมีความพยายามประวิงเวลา ป.ป.ช.ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด พิจารณาด้วยความรอบคอบทุกเรื่อง หากเรื่องใดเกินขั้นตอนก็ส่งให้อัยการสูงสุดนำไปพิจารณาต่อ

“ชวน” ยก รธน.ย้ำความเป็นกลาง

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่มีข่าวว่า ส.ส.รัฐบาลลงมติชนะไปเพียง 1 คะแนนว่า เป็นความเข้าใจผิด กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการที่ชนะการลงมติไป 1 คะแนน แต่ก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะตามปกติฝ่ายกรรมาธิการฯจะชนะด้วยเสียงท่วมท้น แต่ก็ไม่ได้ให้นับคะแนนใหม่ เพราะเป็นประเด็นเรื่องความเป็นกลางของประธานที่ไม่ได้บรรจุไว้แต่มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ต้องวางตัวเป็นกลาง หากไม่วางตัวเป็นกลางก็ถือว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ทั้งนี้ข้อบังคับที่ดีกับคนที่ปฏิบัติดีจะต้องสอดคล้องกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา แต่โดยปกติแล้วประธานสภาส่วนใหญ่จะวางตัวเป็นกลาง เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ต้องระวังหากไม่ป้องกันไว้บ้างจะมีปัญหา

เบิร์ธเดย์ “บิ๊กป้อม” ไม่ค่อยคึก

ช่วงเช้าที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) บรรดาข้าราชการในกระทรวงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล รวมถึงนายทหาร พากันเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดที่จะครบ 74 ปี ในวันที่ 11 ส.ค. อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ส.ว.และ ผบ.เหล่าทัพ แต่บรรยากาศไม่คึกคัก ไม่มีการออกร้านอาหาร ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ทั้งนี้ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ พล.อ. ประวิตร จะไปทำบุญที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และจะกลับมารับประทานอาหารกับ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาด ไทย ขณะที่วันที่ 10 ส.ค. เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท.6) จะจัดงานเลี้ยงรุ่นและอวยพรวันเกิดกันที่สนามกอล์ฟ ทบ.

“ทักษิณ” ยัน “ปู” ถือสัญชาติเซอร์เบีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีไทยว่า “รัฐบาลเซอร์เบีย ได้มอบสัญชาติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงแล้ว ผมเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น มีอะไรที่ทำประโยชน์ให้เขาเราก็ทำเป็นคนคุ้นเคยกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เขาเห็นว่าเขาได้อ่านประวัติเรา รู้เรื่องเราเยอะ อะไรเกิดขึ้นในไทย รู้ว่าเราทำอะไรให้ประชาชนได้ เขาอยากให้เราไปช่วยคิดให้เกิดประโยชน์ เมื่อเราทำประโยชน์ให้ บ้านเมืองเราไม่ได้ เราก็ไปช่วยเขา ที่บ้านเราเอายาเม็ดเก่า ยาหมดอายุของผมไปใช้ อยากให้ผมช่วยอะไรก็บอก”

อัยการแจงไม่กระทบติดตามตัว

นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกรณีที่ขณะนี้ปรากฏข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 5 ปี คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการจำนำข้าว หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับสัญชาติเซอร์เบียว่า การได้สัญชาติประเทศอื่นไม่มีผลต่อการจะขอส่งตัวผู้ที่ทางการติดตามให้เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีเพราะความผิดปรากฏตามคำพิพากษาของศาลไทย แม้ว่าประเทศนั้นจะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนยังสามารถดำเนินการทำคำขอได้ โดยอาศัยหลักต่างตอบแทน สำหรับกรณีของเซอร์เบียไม่มีสนธิสัญญาต่อกัน แต่สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ลาออกข่าวลือถวายสัตย์พรรคเล็กธรรมนัส พรหมเผ่าข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้