ยันรัฐบาลยังอยู่ต่อได้! ‘สุดารัตน์’จี้ขออภัยโทษ 5พรรคเล็กทำขู่ถอนตัว ประชดพปชร.ไม่เห็นหัว

“บิ๊กตู่” หน้าเครียดขอโทษ รมต.-ลั่นขอรับผิดเพียงผู้เดียว ปมบกพร่องมีปัญหาผิดรัฐธรรมนูญ โฆษกรัฐบาลโต้วุ่นสื่อมโนตีความนายกฯจ่อไขก๊อก ยันผู้นำไม่ได้ถอดใจ “วิษณุ” อ้างใครก็รู้รัฐบาลทำงานได้ “เจ๊หน่อย” ซัดกระทำมิบังควร ดัดแปลงถ้อยคำถวายสัตย์ฯ จี้ขออภัยโทษ “อนุดิษฐ์” กระทุ้งรัฐบาลส่งศาล รธน.ตีความ การบริหารราชการเป็นโมฆะหรือไม่ “เหวง” จี้ใจลาออกเลยดีกว่า 5 พรรคเล็กเลิกหนุนรัฐบาล “มงคลกิตติ์” โวย “อุตตม-สนธิรัตน์” ไม่เห็นหัว ร่วมขย่มนายกฯผิด รธน.ต้องลาออก “ธรรมนัส” โบ้ยไม่เป็นกาวใจ ซัดแกนนำ พปชร.จะเสียใจ เสียงปริ่มน้ำออกฤทธิ์โหวตข้อบังคับประชุมสภาฯ ฝ่ายรัฐบาลชนะหวิวแต้มเดียว เลขาฯ ป.ป.ช.แจงคดีบิ๊กคนในแจ้งบัญชีเท็จยังไม่จบ ยันไม่ละเว้นพวกเดียวกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ใช้เวทีชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง ขอโทษรัฐมนตรีและประกาศขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวจากประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงปัญหาการกล่าวนำ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ม. 161 จนเกิดกระแสข่าวลือว่านายกฯ จะลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่โฆษกรัฐบาลรีบออกมาปฏิเสธ ระบุนายกฯ ไม่มีการถอดใจใดๆทั้งสิ้น

“บิ๊กตู่” มอบนโยบายปลุกใจเกินร้อย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีทุกคนชี้แจงนโยบายรัฐบาลที่สำคัญเฉพาะด้าน โดยมีรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการระดับสูงทุกหน่วยงาน และ ผวจ.ทั่วประเทศประมาณ 800 คนร่วมรับฟัง ภายในงานได้แจงเอกสารคำแถลงนโยบายของ ครม.ที่แถลงต่อรัฐสภาให้ผู้เข้าร่วมงาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดย นายกฯขึ้นเวทีกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วยร่างกายยังไม่เต็มร้อย เพราะเป็นไข้หวัด แต่ใจเกินร้อยไม่ต้องห่วง ขอให้ทุกคนใจเกินร้อยไปกับนายกฯด้วย การพูดคุยวันนี้เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานของกฎหมาย สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปแผนแม่บทและรัฐธรรมนูญ

...

ขอโทษ รมต.ลั่นขอรับผิดชอบเอง

นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า “ประเด็นสำคัญผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือเรื่องรัฐธรรมนูญหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นห่วงอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรจะให้ทำงานได้ ก็หวังให้ทุกคนได้ทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปศึกษารัฐธรรมนูญว่าเขียนไว้อย่างไร และอย่างไรก็ตามยังคงจะมีรัฐบาลอยู่ ผมขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว รัฐธรรมนูญต้องนำมาปฏิบัติให้เกิดผล ไม่ใช้ในทางที่ผิด หรือเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือทำให้เกิดความขัดแย้ง ทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือประเทศชาติ เรื่องเก่าๆอยากขอร้องว่าอะไรที่ไม่ควรพูดก็ไม่ต้องพูด อะไรที่พูดได้ก็พูดไป ผมเองเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว วันนี้เราได้คนดีๆเข้ามาทำงาน ขอให้ใช้เวลาในการพิสูจน์ฝีมือ ต้องให้เกียรติกัน ผมให้เกียรติทุกคนและมีความสุข ได้ทำงานกับ ครม.ทุกคน แม้เวลาไม่นานแต่ได้เห็นแววตาทุกคนตั้งใจทำงานกับผมเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ฝากถึงบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคฝ่ายค้านด้วย ต้องคำนึงถึง ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องอื่นขอให้เป็นเรื่องทางการเมือง”

ตั้งใจไว้ รบ.นี้ต้องทำงานให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ครม.เป็นของคนไทยที่เลือกเข้ามา ไม่ใช่ของตน ข้าราชการที่ได้รับการ แต่งตั้งทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ คนที่อยู่ทางบ้านต่างคาดหวังทำให้ประเทศไทยเดินหน้า รักษาความสงบเรียบร้อย “เรื่องใดที่ยังบกพร่อง สิ่งใดก็ตามที่มีปัญหา ผมก็ต้องขอโทษ รับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะอย่างไรก็ตามประเทศต้องเดินหน้าไปให้ได้ รัฐบาลนี้ต้องทำงานให้ได้ เป็นสิ่งที่ผมเชื่อมั่นและตั้งใจไว้ และผมคงไม่ตอบคำถามเรื่องนี้อีกแล้ว” ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังแถลงนโยบายรัฐบาล พยายามยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น เสียงไม่ค่อยได้ดุดันอะไรมากเท่าเดิม เจ็บคอแต่บางครั้งมันก็เครียด หวังว่าทุกคนคงเข้าใจเจตนารมณ์ของตน ขอบคุณฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ตนไม่ใช่เก่งคนเดียว แต่จะเป็นผู้นำพาทุกคนทำงานร่วมกัน ไม่มีใครทำสำเร็จคนเดียวได้ ไม่มีวีรบุรุษ วีรบุรุษส่วนใหญ่เหมือนตายไปหมดแล้ว มันกล้าคนเดียวไม่ได้ ต้องไปด้วยกันทั้งหมดและขอขอบคุณล่วงหน้า และขอพักนิดเพื่อทำงานต่อได้ แต่ไม่ได้หยุดนะยังทำงานอยู่

อิดโรยเครียดย้ำ 2 หนรับผิดคนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตนายกฯได้ใช้เวลากล่าวบนเวทีสั้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียง 30 นาที ด้วยสีหน้าอิดโรย เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยได้กล่าวขอโทษและขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวทั้งช่วงแรกและช่วงท้ายของการชี้แจงนโยบาย และหลังชี้แจง นโยบายแล้วนายกฯไม่ได้อยู่ฟังการชี้แจงนโยบายของรองนายกฯแต่ละคน แต่ได้เดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลทันที เก็บตัวบนห้องทำงานตลอดวัน จนเวลา 16.55 น. จึงเดินลงมา ผู้สื่อข่าวตะโกนถามว่า อาการไข้หวัดดีขึ้นหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์เพียงแต่ยิ้ม โบกมือให้ก่อนขึ้นรถออกไปทันที คนใกล้ชิดนายกฯเผยว่านายกฯดีขึ้นแล้ว หลังกินอาหารกลางวันและกินยาแก้หวัด ลดน้ำมูก

“บิ๊กป้อม” สั่งผู้ว่าฯเข้มการข่าว

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ด้านความมั่นคงหากข้าราชการไม่ร่วมมือร่วมใจกัน และประชาชนไม่มีส่วนร่วมจะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอย่างที่ผ่านมา ต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตา เพราะไม่ สามารถมีเจ้าหน้าที่ไปประจำได้ทุกจุด เมื่อเกิดเหตุจะติดตามคนร้ายยากลำบาก ขอให้ทุกภาคส่วนติดตามเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะแนวชายแดนต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะผู้ก่อความไม่สงบพัฒนาขึ้น 10 ปีที่ผ่านมา เราเสียท่าเรื่องการข่าว เราไม่มีแหล่งข่าว ขอฝากให้ ผวจ.ติดตามทำงานด้านการข่าวให้ใกล้ชิดทันสมัย การส่งเสริมโครงการเน็ตประชารัฐ การตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าสีเขียว แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าและภัยแล้ง ขอให้ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวป้องกันภัยความมั่นคงโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีอย่างเข้มงวด เพราะมีแรงงานเข้ามาทำงานจำนวนมาก

“อนุทิน” กระทุ้ง ขรก.ใส่เกียร์ห้าลุย

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวมอบนโยบายรัฐบาลว่า ดีใจและภาคภูมิใจที่ได้มาร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลนี้ไม่มีอำนาจพิเศษ เงื่อนไขเดียวที่รัฐบาลจะอยู่ได้คือ ต้องทำงานให้ประชาชนอย่างจริงใจและจริงจัง ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ได้คุยคิดนโยบายภายใต้แนวคิด “ไทยแลนด์เฟิร์ส” คือไทยคิด ไทยทำและคนไทยต้องได้เป็นคนแรก ขอย้ำว่าพวกเรามาดี นี่คือคำพูด ที่ให้ไว้กับข้าราชการ ไม่ได้มาห้ำหั่นอะไรกัน ลืมอดีต ทุกอย่าง มองไปข้างหน้า ขอให้เอาผลงานมาแลกจะได้รู้ว่าอยู่ได้หรือไม่ได้ ถ้าทำได้ดีไม่มีใครย้ายท่านได้ ขอให้ใส่เกียร์ 5 ลุยให้เต็มที่ ความเป็นธรรมเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้สบายใจ ทำงานเต็มที่ไม่ต้องเหลียวหลัง พรรคภูมิใจไทยพูดไม่เก่ง แต่ทำงานเป็น ไม่อยากใช้เวลามาก

มท.1 มั่นใจผู้นำแก้ปมถวายสัตย์ฯได้

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่นายกฯขอโทษรัฐมนตรีและจะรับผิดชอบเพียงคนเดียว ต้องให้กำลังใจนายกฯ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านโจมตีเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณจะสร้างปัญหาให้รัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นายกฯจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง เชื่อว่านายกฯ จะแก้ไขปัญหานี้ได้เรียบร้อยคงจะทำงานได้

โฆษก รบ.โต้ผู้นำไม่ได้ถอดใจลาออก

เมื่อเวลา 11.50 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯพูดไม่ได้หมายถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณ คงตีความกันไปเลยเถิด บนเวทีนายกฯพูดเพียงว่า ประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เท่านั้น การรับผิดชอบคงจะมีรายละเอียดที่นายกฯเตรียมการเอาไว้ สื่อมวลชนคงได้รับทราบรายละเอียดต่อไป ส่วนที่มีข้อสงสัยว่านายกฯจะลาออกนั้น ยืนยันว่าไม่มี เพราะยังมีการประชุมหารือกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ลงพื้นที่ จ.ยะลา ยังวางแผนจะทำ สิ่งต่างๆให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงภาคอื่นๆ และ กทม. สื่อมวลชนคงจะกังวลกันไปเอง หรืออาจเป็นเพราะนายกฯเพลียและเหนื่อยจากการลงพื้นที่ตลอดทั้งวันและไม่สบาย จึงอาจพูดสั้นไปหน่อย ยืนยันไม่มีถอดใจใดๆทั้งสิ้น ขอให้ประชาชนไม่ต้อง กังวล นายกฯยังอยู่ วันนี้อาจจะเพลียเพราะทานทุเรียน เยอะ แต่ยังสั่งการทุกวัน ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น

“วิษณุ” ตีกรรเชียงไม่รู้ ไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ช่วงบ่ายหลังมีกระแสข่าวลือจากการไปตีความคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ขอโทษ ครม.และขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว กรณีการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนว่าอาจเตรียมจะลาออกจากตำแหน่ง บรรดาสื่อมวลชนต่างไปดักรอจะสัมภาษณ์นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บริเวณลิฟต์ด้านประตูทางออกห้องประชุมจันทรา หลังมาชี้แจงร่างกฎหมายต่อที่ประชุมสภาฯ โดยนายวิษณุบ่ายเบี่ยงจะให้สัมภาษณ์ กล่าวเพียงว่า ก็อยากรู้เหมือนกัน เมื่อถามว่านัยเหมือนจะลาออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ลองไปถามท่านสิ” เมื่อถามว่าทางปฏิบัติจะหาทางออกอย่างไรได้บ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่รู้ ขอไม่ตอบ”

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าไม่ทราบ ไม่รู้จริงๆ นายกฯไม่เคยปรึกษาไม่เคยถาม เมื่อถามว่ามีข้อเสนอให้ขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว ครม.ถวายสัตย์ใหม่ นายวิษณุกล่าวว่า รับทราบ แต่ไม่ทราบจริงๆ ไม่ควรไปตอบอะไรว่านายกฯจะดำเนินการอย่างไร เดี๋ยวจะไปคนละอย่างกับที่นายกฯพูด ต้องถามนายกฯ เมื่อถามย้ำว่านายกฯกล่าวช่วงหนึ่งว่ามีความสุขกับการทำงานกับ ครม.แม้จะช่วงเวลาไม่นาน มีนัยอะไรหรือส่งสัญญาณว่าจะลาออกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ คุณจะเอาความสุขของนายกฯมาถามตนซึ่งมีความทุกข์ได้อย่างไร เมื่อถามถึงข้อปฏิบัติหรือข้อกฎหมายเรื่องนี้ทำอย่างไรได้ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ตอบ

ย้อนใครก็รู้รัฐบาลทำงานได้

เมื่อถามว่า สถานะรัฐบาลยังทำงานได้เต็มร้อยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ณ วันนี้ใครๆก็รู้ วันนี้รัฐบาลก็ไปเสนอกฎหมายให้สภา 2 ฉบับเมื่อวันที่ 7 ส.ค.รัฐมนตรี 3 คนไปตอบกระทู้ ถ้าเป็นมนุษย์แปลกหน้าเขาคงไม่ให้เข้าสภาฯ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นต้องทำหน้าที่ไป หน้าที่คือหน้าที่ ไม่รู้จริงๆว่านายกฯจะกังวลหรือไม่ ตั้งแต่รัฐบาลใหม่มาไม่ว่านายกฯจะกังวลหรือไม่กังวลท่านก็พูดจาได้นิ่มนวลไปแล้วเลยไม่รู้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจับผิดได้ว่ากังวลหรือไม่กังวล เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะอึมครึมไปอีกนานหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มันไม่อึมครึม แต่สื่อไม่ได้คำตอบเลยอึดอัด รู้สึกอึมครึม ฉะนั้นสื่อแหละอึมครึม เมื่อถามอีกว่านายกฯระบุเรื่องนี้อีกไม่นานจะเรียบร้อย นายวิษณุกล่าวว่า ก็รู้อย่างนั้นแล้วจะไปนั่งอึมครึมมันทำไม ถ้าท่านจะขอโทษรัฐมนตรีไม่ต้องมาพูดต่อหน้ามวลมหาประชาชน ออกโทรทัศน์ทั่วประเทศ พูดที่ไหนก็ได้ ในห้องประชุม ครม.ก็ได้ ท่านคงต้องการพูดกับประชาชนมากกว่า

“นฤมล” ย้ำนายกฯแค่ขอโทษ

เมื่อเวลา 18.30 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าการที่นายกฯขอโทษเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ส.ค.คือขอโทษที่อาจจะทำให้ ครม.ทุกคนไม่สบายใจในเรื่องใดๆก็ดี นายกฯยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เรื่องราวที่เหลือเป็นไปตามกระบวนการ คือภาวะผู้นำของนายกฯที่แสดงออกด้วยการขอโทษผู้ร่วมงาน หากมีสิ่งใดที่ทำให้ผู้ร่วมงานอาจจะไม่สบายใจ จึงขอให้ ครม. ทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่ต้องกังวล นายกฯพร้อมจะรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯต่อไป

“อนุทิน” ยันนายกฯไม่ไขก๊อก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะลาออกว่าไม่มี เพราะเป็นภาระรับผิดชอบที่นายกฯมีต่อประเทศไทย ต้องอยู่ทำงานตามที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนที่เลือกเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน “วันนี้นายกฯไม่สบาย พรุ่งนี้ก็กลับมาทำงานแล้ว”

“เจ๊หน่อย” ซัดวิสาสะดัดแปลงถ้อยคำ

เมื่อเวลา 17.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดคำว่า “ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” เป็นคำพูดที่ดี แต่การกระทำควรต้องดีสอดคล้องด้วย การถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกฯและ ครม.ทั้งคณะเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์กระทำต่อหน้าพระพักตร์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษร ครม.จะต้องกล่าวปฏิญาณตนตามที่เขียนไว้อย่างชัดเจน ผู้นำการถวายสัตย์จะต้องอ่านถ้อยคำตามที่กำหนดให้ครบถ้วน คนเป็นนายกฯไม่สามารถถือวิสาสะไปดัดแปลงหรือแต่งเติมใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดทอนสาระสำคัญ ที่จะทำให้เจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญผิดเพี้ยนไป

ทำมิบังควรผิด รธน.จี้ขออภัยโทษ

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุอีกว่า หากนายกฯนำ ครม.ปฏิญาณตนด้วยถ้อยคำอันมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะมีความไม่ชอบในหลายมิติด้วยกันคือ 1.กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบเรื่องกฎหมายของรัฐบาล ควรจะหาทางแก้ไขโดยเร็ว 2.เป็นการกระทำการมิบังควรต่อหน้าพระพักตร์ ควรจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขในทันที ควรขอพระราชทานอภัยโทษโดยเร็วที่สุดตั้งแต่เริ่มแรกที่รู้ตัวว่าผิดพลาด 3.นายกฯควรปฏิบัติตนในลักษณะเปิดเผยต่อสังคม โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในส่วนที่ไม่ใช่ความลับของทางราชการ แต่จนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่ทราบเลยว่าประโยคสั้นๆที่เขียนเป็นภาษาไทยอย่างง่ายๆให้นายกฯอ่านนั้น มีความผิดพลาดตกหล่นได้อย่างไร

“อนุดิษฐ์” บี้ รบ.ส่งศาล รธน.ตีความ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกระทำของนายกฯไม่ใช่ความบกพร่องผิดพลาดเท่านั้น แต่ยังมีความไม่ถูกต้องอีกหลายประเด็น ทั้งกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของรัฐบาลต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว ไม่ใช่บอกว่าประชาชนไม่ควรรับรู้ ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพื่อให้รัฐบาลทำงานต่อไปได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ การปล่อยปละละเลยโดยไม่แก้ไข หากภายหลังมีการวินิจฉัยว่าการถวายสัตย์ฯไม่ชอบ ย่อมส่งผลถือว่ากระทำผิดกฎหมายหรือเป็นโมฆะหรือไม่ และยังอาจถือว่า ครม.ทั้งคณะปฏิบัติตนขัดต่อฉันทามติของประชาชนที่โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา เมื่อนายกฯยอมรับผิดและจริงใจจะแก้ไขปัญหา ต้องปฏิบัติตนเปิดเผยต่อสังคม การกระทำที่อาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมจากนายกฯ

“ภูมิธรรม” จี้ “บิ๊กตู่” กล้ารับผิดชอบ

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า นายกฯกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ภายใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่ควรนิ่งเฉย ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องพิธีกรรม แต่คือการธำรงไว้ซึ่งแบบอย่างการปฏิบัติตามกฎหมายสูงสุดของประเทศการพยายามใช้คำอธิบายแบบง่ายๆว่ามันจบและผ่านมาแล้ว ขอให้ยุติ ผ่านไปได้แล้ว หรือนายกฯไม่ได้ตั้งใจกระทำผิด ล้วนเป็นคำแก้ตัวมุ่งหวังให้ผ่านพ้นไป โดยไม่แสดงความรับผิดชอบ ไม่เพียงพอและใช้ไม่ได้ อย่าทำให้ประเทศนี้ง่ายไปทุกเรื่อง จะกลายเป็นประเทศแบบไม้หลักปักขี้เลน ใช้หลักตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัยเพื่อประโยชน์ฝ่ายตน ทำลายฝ่ายตรงข้ามที่คิดต่าง คนเป็นนายกฯต้องตระหนักถึงความสำคัญและรับผิดชอบอย่างกล้าหาญ

“อ๋อย” แขวะควรขอโทษ ปชช.มากกว่า

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดกับ ครม.น่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะต้องขอโทษถึง 3 ครั้ง แถมยังพูดอะไรแปลกๆ เช่น ยังคงมีรัฐบาลอยู่ รัฐบาลประเทศไทย ไม่หายไปไหนหรอก แต่ ครม.ทั้งชุดจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไรในเมื่อถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ขาดในสาระสำคัญ แล้วทำไมขอโทษแต่รัฐมนตรี คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรขอโทษคือประชาชนทั้งประเทศมากกว่า

“เหวง” ชี้ขอโทษไม่พอลาออกดีกว่า

นพ.เหวง โตจิราการ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออกดีกว่า การขอโทษและขอรับผิดชอบตอนนี้ไม่เพียงพอแล้ว จะได้รับความเห็นใจเมื่อรู้สำนึกด้วยจิตสำนึกก่อนถูกจับผิดได้คาหนังคาเขา ไม่ใช่มายอมรับผิดขอโทษหลังจนแต้มดิ้นไม่หลุด รู้อยู่ตั้งแต่ลงมือกระทำแล้วว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ยังจงใจเจตนาปล่อยให้กระบวนการทางการเมืองของประเทศไหลเลื่อนไป สร้างความเสียหายทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก แล้วหน่วยงานรักษากฎหมายต้องดำเนินการว่าการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญต้องลงโทษหรือไม่ กระบวนการทางรัฐสภาต้องดำเนินการเพื่อให้การปกครองเข้มแข็งต่อไป

“พิชัย” เตือนอย่าอวดรู้เรื่อง ศก.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า เป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะไม่เข้าใจผลกระทบกรณีจีนลดค่าเงินหยวนอ่อนที่สุดในรอบ 11 ปี อยากให้เร่งศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ ส่งเสริมธุรกิจด้านเทคโนโลยี ศึกษาและคาดการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนว่าจะรับมืออย่างไร ศึกษาผลกระทบจากสื่อหลักต่างประเทศหลายสำนักที่วิจารณ์ไทยอย่างหนัก รัฐบาลจะปรับปรุงตัวอย่างไร ศึกษาแนวทางพัฒนาประเทศที่พัฒนาแบบก้าวหน้าว่าผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์อย่างไร ถ้าไม่แน่ใจเรื่องใดว่าถูกต้องหรือไม่ อย่าพูดเลยจะดีกว่า คนจะได้ไม่ทราบว่าไม่รู้เรื่อง จะได้ไม่เสียเครดิตอีก

5 พรรคเล็กขู่เลิกหนุนรัฐบาลตู่

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา เกียกกาย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเล็กมากกว่า 5 พรรค คือพรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาธรรมไทย และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน จะทบทวนการร่วมรัฐบาล จะเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านอิสระ 2-3 เดือนที่แล้ว หัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐมาเชิญพรรคเล็กเข้าร่วมรัฐบาลแบบมีเกียรติ เป็นกลุ่มแรกทำให้รัฐบาลเสียงเกิน 126 เสียงเปิดสวิตช์ประเทศไทยให้รัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์เดินหน้าต่อไป แต่หลังแต่งตั้ง ครม.แล้วพรรคเล็กได้รับการตอบสนองค่อนข้างน้อย นโยบายมีเข้าไปเหมือนเป็นอีแอบ ไม่มีตัวแทนไปอยู่ฝ่ายบริหารขับเคลื่อนนโยบายพรรค การอภิปรายใดๆค่อนข้างลำบาก

“เต้” ลั่นไม่ใช่ลูกไล่โวยแก้วร้าว

นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า เราติดสถานะความ เป็นฝ่ายรัฐบาลจะยื่นปรึกษาหารือหรือตั้งกระทู้สดต้องขอวิปรัฐบาลที่ขอดูข้อมูลก่อนจนอึดอัด การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระของพวกตนเริ่มต้นมา 2 เดือนแล้วแต่สร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายรัฐบาล มีหลายอย่างทำให้พวกตนอึดอัด รัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์จะเดินไปได้อีก 1 เดือน 4 เดือน 6 เดือนหรือ 4 ปีอยู่ที่หัวหน้า และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ขอย้ำไม่ได้มาต่อรองผลประโยชน์ แก้ว ที่มันร้าวมากแล้ว บังเอิญกาวตาช้างก็ไม่มีประสานต่อติดลำบาก ไม่แน่ใจว่านายกฯ เกี่ยวข้องหรือไม่ คิดว่ามาจากการจัดการภายในพรรคน่าจะเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ตอนเชิญมีเกียรติแต่ตอนนี้ไม่ให้เกียรติหัวหน้าพรรคเล็ก พวกตนไม่ใช่พนักงานบริษัท ไม่ใช่ลูกน้อง พล.อ.ประยุทธ์ นายอุตตม สาวนายน หรือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นิดหน่อย โทร.มา 4-5 สายได้บอกไปว่าเพื่อนๆไม่พอใจหลายอย่าง ร.อ.ธรรมนัสเป็นเพื่อนที่ดีของเรา ปัญหาไม่ได้เกิดจาก ร.อ.ธรรมนัส แต่เกิดจากหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ขยี้ผิด รธน.นายกฯ ต้องลาออก

เมื่อถามอีกว่า การลงมติในสภาฯจากนี้จะเป็นอย่างไร นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลชี้แจงไม่ได้เราก็ลงมติสวน เพราะมีหลายเรื่องที่เชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ แต่ถ้ารัฐบาลชี้แจงได้จะไปลงมติสวนไม่ได้ แต่เชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้กับความคิดที่ไร้มันสมองเหมือนมีหัวไว้คั่นหู ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านยื่นเรื่องนายกฯถวายสัตย์ฯไม่ครบหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าการที่นายกฯ และ ครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบถือว่าผิดรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นายกฯ ต้องลาออก ถ้าเป็นนายกฯ ตนจะลาออกทันที เมื่อถามย้ำว่าหากนายกฯ ไม่ลาออกจะเป็นส่วนหนึ่งล่ารายชื่อถอดถอนหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ฝ่ายค้านดำเนินการอยู่แล้ว ตนรออย่างเดียวคืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ยอมรับว่าตอนนี้มีผู้ใหญ่มาประสาน แต่ได้ปฏิเสธไปทั้งหมด หากมีการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่านสภาฯ นายกฯ ก็ต้องลาออก ผู้นำพรรคต้องรักษาคำพูดในการเข้าร่วมรัฐบาล อย่าทำให้ต้องแตกแยก

“ธรรมนัส” ติงแกนนำสักวันจะเสียใจ

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงกรณี 5 พรรคเล็กประกาศแยกตัวจากรัฐบาลว่าเป็นเรื่องส่วนตัวทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไป ตนกับพรรคเล็กเป็นพี่น้องกันมาตลอด ถ้าเราไม่เข้าใจธรรมชาติของนักการเมืองคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ส.ส.ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองไม่สามารถไปบังคับใครได้ ส่วนเสถียรภาพรัฐบาลคงไม่กระทบ ไม่ปริ่มน้ำตนดูแลตรงนี้อยู่ ไม่ได้เข้าข้าง 10 พรรคเล็กแต่ควรต้องฟังเขาบ้าง ไม่ใช่ไม่ฟังอะไรเลยจะทำอะไรก็ทำ ถ้าไม่แคร์เสียงเล็กเสียงน้อยต้องไปแก้ปัญหาเอาเอง ถ้าไม่ฟังเลยวันหนึ่งคุณอาจจะเสียใจ ไม่ใช่ว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ควรให้ความสำคัญกับทุกคน อย่าลืมว่าตั้งรัฐบาลครั้งนี้ 10 พรรคเล็กเป็นกำลังสำคัญ ตนไม่ได้เข้าข้าง แต่เขาเสียสละมามากพอแล้ว ควรให้ความสำคัญกับเขาบ้าง เขาเซ็นสัญญาเอ็มโอยูกับใคร คนคนนั้นควรจะรับผิดชอบ ยังเชื่อว่าเขาคงไม่ไปไหน เดี๋ยวก็ปรับความเข้าใจกัน แก้วร้าวแล้วก็เอามาหลอมใหม่ ส่วนจะเหมือนเดิมหรือไม่บอกแล้วว่าต้องรู้จักให้เกียรติเขา

จวกไม่เหลียวแล 10 พรรคเล็ก

เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาอยู่ที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค พลังประชารัฐ ไม่ยอมรับฟังใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ทราบ เวลานี้ไม่ได้ดูแลประสานรอยร้าวกับพรรคไหน ถ้าเขาไม่สั่งตนก็ไม่ทำ ถ้าเขาสั่งตนถึงทำ พรรคเล็กทำข้อเสนอไปแล้วว่าต้องการอะไร ส่งไปที่พรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว ได้เจอกับผู้ใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่จะคุยอะไรต้องพูดกับเขาให้ชัดเจนวันนี้มันจบแล้ว ทุกคนส่งตัวแทนมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วยกเว้น 10 พรรคเล็กที่ยังไม่ได้รับการดูแล ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางออกของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าไม่ได้รับมอบหมายคงคุยอะไรโดยพลการไม่ได้ ต้องเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคที่ต้องไปแก้ปัญหา หรือรอให้มีนโยบายชัดเจนก่อนว่า มอบหมายให้ตนไปคุย แต่ถ้าไม่มีคงทำอะไรไม่ได้

“ระวี” เทียบที ชทพ.ยังมี รมต. 2 คน

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเข้าใจความรู้สึกพรรคเล็กด้วยว่าที่ผ่านมา 10 พรรคเล็กให้ความร่วมมือทำให้ตั้งรัฐบาลสำเร็จ และยืนหยัดข้างพรรคพลังประชารัฐมาตลอด เมื่อนำไปเทียบกับพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ต่างกัน แต่พรรคชาติไทยพัฒนาได้รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย แต่พรรคเล็กไม่เคยต่อรองตำแหน่งทั้งที่ต่อรองได้ วันนี้ตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับพรรค แต่รัฐบาลน่าจะให้โอกาสคนของพรรคเล็ก 10 พรรคไปร่วมขับเคลื่อนการบริหาร นำนโยบายแต่ละพรรคไปสานต่อ เมื่อถามว่าพรรคพลังธรรมใหม่จะออกจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล พรรคฟังเสียงสมาชิกทั่วประเทศ การตัดสินใจจะออกจากการร่วมรัฐบาล จึงต้องฟังเสียงสมาชิกทั่วประเทศอีกครั้ง หัวหน้าพรรคไม่มีสิทธิตัดสินใจเอง

“สมเกียรติ” ไขก๊อก ส.ส.นั่งผู้ช่วย รมต.

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯรับทราบแล้ว มีผลวันที่ 11 ส.ค. จะไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีของนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อให้นางนันทนา สงฆ์ประชา เลขาธิการพรรคเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน

“ชวน”เต้นฝ่ายค้านฉะไม่เป็นกลาง

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ประชุมสภาฯช่วงบ่าย มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯที่คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว มีผู้เสนอแปรญัตติจำนวน 23 คน ที่ประชุมเปิดให้ ส.ส.อภิปรายอย่างกว้างขวาง พอพิจารณาถึงร่างข้อบังคับข้อ 9 เรื่องอำนาจหน้าที่ของประธานสภาฯที่ กมธ.เพิ่มถ้อยคำว่าประธานสภาฯต้องวางตัวเป็นกลาง จนเกิดการอภิปรายถกเถียงปะทะคารมกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านที่รุมวิจารณ์นายชวน ไม่เป็นกลางหลายกรณีกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นายชวน กล่าวว่า ภาคภูมิใจไม่เคยซื้อเสียง บางคนพูดดี แต่เบื้องหลังทุจริตซื้อเสียงมา ตนไม่ใช่คนดีแต่ปาก ถ้าไม่มีศาลรัฐธรรมนูญบ้านเมืองคงเหลวแหลกเละเทะหมด ถ้าเราไปอยู่กับพวกโกงบ้านโกงเมืองก็จะมองว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่น่านับถือ ตนตัดสินใจเพื่อเป็นนักการเมือง เป็นหนี้บุญคุณคน จ.ตรัง คนภาคใต้ พี่น้องทั้งประเทศ อย่าประเมินว่าคนที่มาแบบนี้ไม่น่าเชื่อถือ ตนไม่ใช่พวกพูดอย่างลับหลังอย่าง ปากบอกสุจริตลับหลังซื้อเสียง

รบ.ชนะหวิวแต้มเดียวลงมติข้อบังคับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งถึงเวลา 17.20 น.ที่ประชุมให้มีการลงมติในข้อบังคับข้อ 9 ผลปรากฏว่าเสียงข้างมากเฉือนชนะไปด้วยคะแนน 205 ต่อ 204 งดออกเสียง 2 เห็นชอบตามที่ กมธ.ขอแก้ไขในร่างข้อบังคับข้อ 9 จากนั้นประธานสภาฯสั่งปิดการประชุมในเวลา 17.50 น.

คดีบิ๊ก ป.ป.ช.บัญชีเท็จยังไม่สมบูรณ์

อีกเรื่อง นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ 260 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช.ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณากันอีกครั้งวันที่ 13 ส.ค. เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ต้องดำเนินการขั้นตอนใดอีก คดีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ นายวรวิทย์ตอบว่า ถือเป็นรายละเอียดของคดี ถ้าพิจารณาเสร็จแล้วจะแถลงให้สังคมทราบต่อไป ขอย้ำว่าแม้จะเป็นคนใน ป.ป.ช.เองก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายและมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะคนในยิ่งต้องเข้มงวดมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนของเราเอง อย่างไรก็ตามบุคคลดังกล่าวยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

ไม่กระทบองค์กร ยันไม่ละเว้นคนใน

เมื่อถามว่าจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรหรือไม่ เพราะคนใน ป.ป.ช.องค์กรตรวจสอบทุจริตกลับทำความผิดเสียเอง นายวรวิทย์ตอบว่าไม่กังวลไม่ว่าใครหากมีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ช.ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่ผิดก็ยุติเรื่องไป เมื่อถามว่ากรณีกฎหมายระบุว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กระทำผิดเสียเองจะมีโทษสองเท่า นายวรวิทย์ ตอบว่า เรื่องโทษสองเท่าเป็นเรื่องการกระทำความผิดทุจริต ไม่เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน กฎหมาย ป.ป.ช.ระบุไว้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบความถูกต้องและดูพฤติการณ์อื่นๆประกอบกรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง 1 ปี และต้องยื่นทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ กลุ่มที่ทำหน้าที่เดียวกันจะตรวจสอบกันเองไม่ได้ เช่น หากเป็นพนักงานไต่สวนจะให้พนักงานไต่สวนมาตรวจสอบกันเองไม่ได้ อาจให้เจ้าหน้าที่กลุ่มตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินมาตรวจสอบ ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ถ้าทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายกำหนด

“สุริยะ” สั่งสอบ “กอบชัย” ใช้รถหลวง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมกล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ยื่นร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ล่าสุด ครม.เพิ่งแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำรถยนต์หลวงไปตีกอล์ฟว่า เมื่อหลายฝ่ายมีข้อกังวลจะรับมาพิจารณา ปรึกษากับนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เบื้องต้นคงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมาเป็น รมว.อุตสาหกรรม หลังเกิดเรื่องขึ้น มอบให้นายพสุในฐานะผู้บังคับบัญชาไปดำเนินการ