ข่าว
100 year

“สมคิด” ยัน รัฐบาลมีเอกภาพ เดินเครื่องพัฒนาอีอีซี ปีหน้า 5G ต้องเกิด

ไทยรัฐออนไลน์8 ส.ค. 2562 11:35 น.
SHARE

“สมคิด” ยัน รัฐบาลมีเอกภาพ ไม่แบ่งพรรค พร้อมเดินเครื่องเต็มสูบพัฒนาอีอีซี เล็งพัฒนาดิจิทัลทุกรูปแบบ ประยุกต์ใช้กับเกษตร-เอสเอ็มอี ย้ำ ปีหน้า 5G ต้องเกิด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากจะขอย้ำในประเด็นที่คิดว่ามีความสำคัญ และต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในทุกกระทรวง ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดูงานหลายกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติรัฐมนตรีแต่ละท่านก็จะประสานงานกับกระทรวงอื่นด้วย สิ่งแรกที่จะขอพูดคือสถานการณ์ระยะสั้นที่เราเผชิญกันอยู่ เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ทำให้หุ้นทั่วโลกตกหมด ไทยถึงเมื่อวานนี้ตกไป 2% กว่า ก็ถือว่าฐานตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแข็งแรง

ขณะเดียวกัน การบริโภคภายในประเทศขึ้นอยู่กับความมั่นใจของคนในประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน สำคัญที่สุดคือคนไทยกันเองต้องมีความมั่นใจ วันนี้ค่าเงินบาทก็แข็ง นักลงทุนไทยต้องใช้จังหวะในลงทุนในประเทศให้มากขึ้น ไปลงทุนที่อื่นแบบนี้ถือว่าไม่ช่วยกัน รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ต้องถือโอกาสลงทุนในช่วงนี้เพราะค่าเงินบาทแข็ง อะไรที่ช่วยกันได้อยากให้ช่วยกัน เมื่อวานนี้ได้แนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปร่วมฟังการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดว่าเขาจะช่วยกันอย่างไร ก็ได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี แม้ว่า 3-4 เดือนที่ผ่านมาจะช้าไปก็ตาม เพราะอาจจะกังวลเรื่องการเมือง แต่ตอนนี้มีรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ที่ห่วงว่ารัฐบาลผสมทำงานไม่ได้ก็ไม่จริง เพราะทุกคนรู้จักกันดี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็รู้จักกันมา 20 กว่าปี ถ้าเขาไม่ทำสิ่งที่ขอร้องก็จะไปฟ้องพ่อเขา ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นนักศึกษารุ่นใกล้เคียงกัน ดังนั้น แต่ละท่านรู้จักกันมา 20 กว่าปี การปรึกษาหารือไม่มีปัญหาเด็ดขาด เราต้องการอะไร เขาต้องการอะไรพูดคุยได้หมด ฉะนั้น เรื่องความกังวลความขัดแย้ง ความไม่ลงรอย ไม่มีอย่างเด็ดขาด

ส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่ามองระยะสั้นเกินไป เพราะจะเหมือนปะยางรถที่ต้องทำอยู่อย่างนั้นต่อเนื่อง เราต้องมองไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง กระทรวงต่างๆ ต้องให้ความสำคัญการต่อยอดโครงการเก่าที่รัฐบาลทำอยู่ เรื่องแรกคือ อีอีซี แบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากขายแนวความคิดช่วง 2 ปีแรก เพื่อให้เห็นว่าเป็นโครงการใหญ่ ต้องทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงลงทุนเข้ามาที่นี่นอกเหนือจากไปที่จีน การคมนาคมจึงเกิดขึ้น เพราะมีส่วนสำคัญในการปูพื้นฐานการพัฒนา จากนั้นจะเป็นเรื่องของดิจิทัล เมื่อวานนี้ทีโอที (TOT) แคท (CAT) ต้องการเน้นการลงทุนดิจิทัล จะทำโครงการเสนอขึ้นมา พร้อมย้ำ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบอกว่า 5G ปี หน้าต้องเกิดให้ได้

เฟสสอง ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้นักลงทุนมาไทยให้ได้มากที่สุด ส่วนเฟสสุดท้าย คือการรู้จักใช้เกมระหว่างประเทศ ทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นคนตัวใหญ่ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ฉะนั้น งานของกระทรวงการต่างประเทศในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราทำให้ไทยจากโนบอดี้ (nobody) กลายเป็นพระเอกเสียงดังในอาเซียน และขณะนี้เราต้องเล่นไพ่ 3 ใบ จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เราประสานงานกับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่มีเอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งนอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจแล้ว นโยบายด้านความมั่นคงก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต่างประเทศให้ความสำคัญด้วย

สำหรับเรื่องเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรพัฒนา ที่ผ่านมามีการตัดตอนระหว่างกัน ไม่ได้มีการยกขึ้นมาต่อยอด งานพัฒนาเกษตรกรกลับไปอยู่ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้งที่ควรอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ดึงคนเข้ามาสู่ขีดความสามารถการแข่งขันอันที่ 3 คือ ดิจิทัล โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของไทย 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำที่ต้องพัฒนาด้านการศึกษา เช่นเดียวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือหาเสียง แต่เป็นพื้นฐานของกระทรวงการคลัง ที่ทำให้อนาคตข้างหน้าสามารถส่งต่อความช่วยเหลือถึงคนแก่ สตรีมีครรภ์ และเด็ก โดยมีความสำคัญที่ต้องรู้ถึงแหล่งที่มาของเงินให้ได้ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารือกับสำนักงบประมาณแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความมั่นใจจะเกิดขึ้น ไม่มีทางที่จะไม่มีการไม่ลงรอยอย่างเด็ดขาด ทุกกระทรวงจะไปด้วยกันเพราะต้องการทำงานให้ประเทศ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์เศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำครม.รัฐบาลข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้